งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

พฤติกรรมผู้บริโภค. ความหมายของการบริโภค การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงการ ใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนอง ความต้องการของมนุษย์ รวมถึงการนำสินค้า.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "พฤติกรรมผู้บริโภค. ความหมายของการบริโภค การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงการ ใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนอง ความต้องการของมนุษย์ รวมถึงการนำสินค้า."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 พฤติกรรมผู้บริโภค

2 ความหมายของการบริโภค การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงการ ใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนอง ความต้องการของมนุษย์ รวมถึงการนำสินค้า และบริการมาใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตเป็น สินค้าและบริการอื่นๆ การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงการ ใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนอง ความต้องการของมนุษย์ รวมถึงการนำสินค้า และบริการมาใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตเป็น สินค้าและบริการอื่นๆ

3 ประเภทของการบริโภค การบริโภคสินค้าไม่คงทน (nondurable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของชนิดใดชนิดหนึ่ง แล้วสิ่งของชนิดนั้นจะสิ้นเปลืองหรือใช้หมดไป การ บริโภคลักษณะนี้เรียกว่า destruction เช่น การบริโภค น้ำ อาหาร ยารักษาโรค น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ การบริโภคสินค้าไม่คงทน (nondurable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของชนิดใดชนิดหนึ่ง แล้วสิ่งของชนิดนั้นจะสิ้นเปลืองหรือใช้หมดไป การ บริโภคลักษณะนี้เรียกว่า destruction เช่น การบริโภค น้ำ อาหาร ยารักษาโรค น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของอย่างใด อย่างหนึ่ง โดยสิ่งของนั้นยังคงใช้ได้อีก การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า diminution เช่น การอาศัยบ้านเรือน การใช้รถยนต์ พัด ลม โทรทัศน์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสินค้าคงทน เหล่านี้จะใช้แล้วไม่หมดไปในทีเดียว แต่ก็จะค่อยๆสึกหรอ ไป จนในที่สุดจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของอย่างใด อย่างหนึ่ง โดยสิ่งของนั้นยังคงใช้ได้อีก การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า diminution เช่น การอาศัยบ้านเรือน การใช้รถยนต์ พัด ลม โทรทัศน์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสินค้าคงทน เหล่านี้จะใช้แล้วไม่หมดไปในทีเดียว แต่ก็จะค่อยๆสึกหรอ ไป จนในที่สุดจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก

4 ปัจจัยที่ใช้กำหนดการบริโภค รายได้ของผู้บริโภค รายได้ของผู้บริโภค ราคาของสินค้าและบริการ ราคาของสินค้าและบริการ ปริมาณเงินหมุนเวียนที่อยู่ในมือ ปริมาณเงินหมุนเวียนที่อยู่ในมือ ปริมาณของสินค้าในตลาด ปริมาณของสินค้าในตลาด การคาดคะเนราคาของสินค้าหรือบริการในอนาคต การคาดคะเนราคาของสินค้าหรือบริการในอนาคต ระบบการค้าและการชำระเงิน ระบบการค้าและการชำระเงิน

5 การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นการศึกษา พฤติกรรมในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า และบริการต่างๆ เพื่อให้ได้รับความพอใจ สูงสุดจากงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด

6 ทฤษฎีอรรถประโยชน์ (Theory of Utility) อรรถประโยชน์ (Utility) : ความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภค สินค้าและบริการในขณะหนึ่ง : สามารถวัดค่าได้ : หน่วย “ ยูทิล ” (Util)

7 ความพอใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อ ได้รับข้าวซอยเพิ่มขึ้น จาก 0 เป็น 1 ชาม ความพอใจ ส่วนเพิ่ม (ยูทิล) ข้าวซอย (ชาม) ความพอใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อ ได้รับข้าวซอยเพิ่มขึ้น จาก 2 เป็น 3 ชาม

8 ความพอใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้ข้าวซอยเพิ่มขึ้น 1 ชาม Marginal Utility อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม หรือ อรรถประโยชน์หน่วย สุดท้าย (Marginal Utility : MU) ความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับเพิ่มขึ้น จากการบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น 1 หน่วย

9 TU (ยูทิล) MU (ยูทิล) ข้าวซอย (ชาม) ข้าวซอยทั้งหมด 2 ชาม ให้ความพอใจรวมเท่าใด = 18 ยูทิล TU : Total Utility (ความพอใจรวม)

10 ความพอใจรวม (Total Utility : TU) TU n = MU 1 + MU 2 + MU MU n : ผลรวมของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (MU) ที่ได้ จากการบริโภคสินค้าตั้งแต่หน่วยแรกถึงหน่วยที่ กำลังพิจารณาอยู่ n TU n =  MU i i = 1

11 MU (ยูทิล) TU (ยูทิล) ข้าวซอย (ชาม) = - 2 ยูทิล = 10 ยูทิล = 8 ยูทิล

12 Marginal Utility : MU MU n = TU n - TU n – 1 MU n =  TU QQ

13 MU (ยูทิล) TU (ยูทิล) ข้าวซอย (ชาม) MU มีค่าลดลงเมื่อได้ บริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น กฎการลดน้อยถอยลงของ อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม

14 กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (Law of Diminishing Marginal Utility) : เมื่อผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ทีละหน่วยแล้ว อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม (MU) ของสินค้านั้นจะลดลงตามลำดับ

15 TU Q MU Q TU MU

16 1.สินค้าที่บริโภคหน่วยแรกๆ จะให้ความพอใจ ส่วนเพิ่ม ( MU ) สูงกว่าหน่วยหลัง 2.TU มีค่าสูงสุด เมื่อ MU เท่ากับ “ศูนย์” และ TU จะลดลง เมื่อ MU มีค่าติดลบ ความสัมพันธ์ของ TU และ MU

17 ดุลยภาพของผู้บริโภค เมื่อผู้บริโภคได้รับความพอใจหรืออรรถประโยชน์ รวมสูงสุดแล้ว ผู้บริโภคย่อมไม่คิดเปลี่ยนแปลง หรือปรับเปลี่ยนการบริโภคไปจากเดิม ผู้บริโภคอยู่ในภาวะดุลยภาพ

18 ดุลยภาพของผู้บริโภค 1. กรณีผู้บริโภคมีรายได้ไม่จำกัด 2. กรณีผู้บริโภคมีรายได้จำกัด 2.1 กรณีมีการซื้อสินค้าชนิดเดียว 2.2 กรณีมีการซื้อสินค้าหลายชนิด และราคาสินค้าไม่เท่ากัน

19 กรณีผู้บริโภคมีรายได้ไม่จำกัด จำนวน ซื้อ MU (Util) สินค้า A สินค้า B สินค้า C TU สูงสุด เมื่อ MU = 0 บริโภค A = 5 ชิ้น, B = 4 ชิ้น, C = 3 ชิ้น TU t = = 30 ยูทิล TU

20 กรณีผู้บริโภคมีรายได้ไม่จำกัด TU t มีค่าสูงสุดเมื่อ MU A = MU B =... = 0

21 กรณีผู้บริโภคมีรายได้จำกัด : กรณีมีการซื้อสินค้าชนิดเดียว เปรียบเทียบค่าอรรถประโยชน์ที่เขาได้รับจาก สินค้าหน่วยนั้นๆ กับอรรถประโยชน์ที่จะต้อง สูญเสียไปจากการจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหน่วยนั้น TU สูงสุดเมื่อ MU ของสินค้านั้น = MU ของเงินที่ใช้ซื้อสินค้า

22 MU ของเงินที่ใช้ซื้อสินค้า เงินที่ใช้ซื้อสินค้า เงินที่จ่ายซื้อสินค้าแต่ละหน่วย ราคาสินค้า

23 ถ้า MU m คือ MU ของเงิน 1 หน่วย P A คือ ราคาของสินค้า A MU ของเงินที่ใช้ซื้อสินค้า A MU m x P A

24 TU สูงสุดเมื่อ MU ของสินค้านั้น = MU ของเงินที่ใช้ซื้อสินค้า MU A = MU m x P A (MU m = 1)MU A = P A TU สูงสุดเมื่อ MU A = P A

25 กรณีซื้อสินค้าชนิดเดียว MU, P QAQA TU สูงสุดเมื่อ MU A = P A MU A P = 15 P = 10

26 กรณีผู้บริโภคมีรายได้จำกัด : กรณีมีการซื้อสินค้าหลายชนิดและราคาสินค้า ไม่เท่ากัน เลือกสินค้าที่ให้ค่า MU สูงสุดก่อน แล้วจึงเลือก สินค้าที่ให้ค่า MU ต่ำลงมาจนกว่างบประมาณ จะหมด MU ต่ำลง TU สูงขึ้น

27 สินค้า A ราคา P A บาท ให้อรรถประโยชน์ = MU A สินค้า A ราคา 1 บาท ให้อรรถประโยชน์ = ราคา 1 บาท PAPA MU A สินค้า A ราคา P A สินค้า B ราคา P B (P A  P B )

28 ดุลยภาพของผู้บริโภค ( TU สูงสุด) เกิดขึ้นเมื่อ PAPA MU A ==... = PBPB MU B PnPn MU n

29 MU / P TUTU ดินสอ (แท่ง) ปากกา (ด้าม) จำนวน ซื้อ สมมติปากการาคาด้ามละ 2 บาทและดินสอราคาแท่งละ 1 บาท และผู้บริโภคมีเงิน 8 บาท 10 24

30 ซื้อปากกา 2 ด้าม และดินสอ 4 แท่ง ( ด้วยเงิน 8 บาท ) TU t = = 34 Util PAPA MU A == 2 PBPB MU B

31 จุดอ่อนของทฤษฎีอรรถประโยชน์ 1. อรรถประโยชน์ที่มีหน่วยวัดเป็นยูทิลนั้น เป็นเรื่องของความรู้สึกนึกคิด ไม่มีตัวตน ไม่สามารถวัดค่าได้แน่นอน เป็นเพียงการ ประมาณตัวเลข ซึ่งอาจผิดพลาดได้ 2. ผู้บริโภคมักไม่ได้คำนึงถึงการเปรียบเทียบ อรรถประโยชน์เพิ่มอย่างแท้จริง เพียงแต่อาศัย ความเคยชินในการซื้อสินค้าเท่านั้น

32 3. ผู้บริโภคไม่สามารถวางแผนที่จะซื้อสินค้าอะไร จำนวนเท่าใด จึงจะได้รับอรรถประโยชน์สูงสุด เนื่องจากภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จุดอ่อนของทฤษฎีอรรถประโยชน์

33 ทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference curve Theory) เส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference Curve : IC) หมายถึง เส้นที่แสดงการบริโภคสินค้า 2 ชนิดในสัดส่วนที่แตกต่างกันแต่ได้รับความ พอใจที่เท่ากันตลอดทั้งเส้น ไม่ว่าจะเลือก บริโภคที่จุดใดของเส้น มีแผนการบริโภค สินค้าอย่างไร ผู้บริโภคก็จะได้รับความพอใจที่ เท่ากันทั้งเส้น

34 เส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference curve Theory) Quantity of Pizza Quantity of Pepsi 0 C B A Indifference curve, I 1

35 เส้น IC ของผู้บริโภคคนหนึ่งๆ มีได้หลายเส้น เนื่องจากความพอใจของผู้บริโภคมีได้หลาย ระดับ แต่ละเส้นแทนความพอใจหนึ่งระดับ เส้น IC ที่แสดงความพอใจในระดับที่สูงกว่าจะอยู่ด้าน ขวามือของเส้นที่แสดงความพอใจในระดับที่ต่ำ กว่า เส้น IC ของผู้บริโภคคนหนึ่งๆ มีได้หลายเส้น เนื่องจากความพอใจของผู้บริโภคมีได้หลาย ระดับ แต่ละเส้นแทนความพอใจหนึ่งระดับ เส้น IC ที่แสดงความพอใจในระดับที่สูงกว่าจะอยู่ด้าน ขวามือของเส้นที่แสดงความพอใจในระดับที่ต่ำ กว่า

36 เส้นความพอใจเท่ากันหลายระดับ Quantity of Pizza Quantity of Pepsi 0 C B A D Indifference curve, I 1 I2I2

37 คุณสมบัติของเส้นความพอใจเท่ากัน 1. เป็นเส้นโค้งหรือเส้นตรงที่ทอดลงจาก ซ้ายมาขวา ค่าความชันเป็นลบซึ่งแสดงถึง เมื่อผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าอย่างหนึ่ง เพิ่มขึ้นจะต้องลดการบริโภคสินค้าอีก อย่างหนึ่งชดเชยเพื่อให้ได้รับความพอใจ ในระดับเท่าเดิม

38 Indifference curves are downward sloping. Quantity of Pizza Quantity of Pepsi 0 Indifference curve, I 1

39 คุณสมบัติของเส้นความพอใจเท่ากัน 2. เส้นความพอใจเท่ากันส่วนใหญ่จะ เว้าเข้าหาจุดกำเนิด แสดงถึง อัตรา การทดแทนกันของสินค้า 2 ชนิดที่ใช้ ทดแทนกันได้แต่ไม่สมบูรณ์

40 Indifference curves are bowed inward. Quantity of Pizza Quantity of Pepsi Indifference curve 1 A B MRS = 6

41 คุณสมบัติของเส้นความพอใจเท่ากัน 3. เส้นความพอใจเท่ากันแต่ละเส้นจะ ไม่ตัดกัน

42 Indifference curves do not cross. Quantity of Pizza Quantity of Pepsi 0 C A B

43 คุณสมบัติของเส้นความพอใจเท่ากัน 4.เส้นความพอใจเท่ากันมีลักษณะ เป็นเส้นติดต่อกันโดยไม่ขาดช่วง

44 อัตราส่วนเพิ่มของการทดแทนกันของสินค้า 2 ชนิด (Marginal Rate of Substitution : MRS) อัตราส่วนเพิ่มของการทดแทนกันของสินค้า 2 ชนิด (Marginal Rate of Substitution : MRS) หมายถึง การบริโภคสินค้าชนิดหนึ่ง ลดลงเมื่อบริโภคสินค้าอีกชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้น 1 หน่วย เพื่อรักษาระดับความพอใจของ ผู้บริโภคให้คงเดิมหรือ ดังนั้น MRSYX คือ slope ของเส้น IC นั่นเอง อัตราส่วนเพิ่มของการทดแทนกันของสินค้า 2 ชนิด (Marginal Rate of Substitution : MRS) หมายถึง การบริโภคสินค้าชนิดหนึ่ง ลดลงเมื่อบริโภคสินค้าอีกชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้น 1 หน่วย เพื่อรักษาระดับความพอใจของ ผู้บริโภคให้คงเดิมหรือ ดังนั้น MRSYX คือ slope ของเส้น IC นั่นเอง

45 The Marginal Rate of Substitution Quantity of Pizza Quantity of Pepsi 0 1 Indifference curve, I 1 MRS

46 เส้นงบประมาณหรือเส้นราคา (Budget Line or Price Line) เส้นงบประมาณหรือเส้นราคา (Budget Line or Price Line) หมายถึง เส้นที่แสดงถึง จำนวนต่างๆ ของสินค้า 2 ชนิด ที่สามารถซื้อ ได้ด้วยเงินจำนวนหนึ่งที่เท่ากันตลอดทั้งเส้น พิจารณา ณ ราคาตลาดในขณะนั้น เส้น งบประมาณจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง ความชัน เป็นลบเสมอ เส้นงบประมาณหรือเส้นราคา (Budget Line or Price Line) หมายถึง เส้นที่แสดงถึง จำนวนต่างๆ ของสินค้า 2 ชนิด ที่สามารถซื้อ ได้ด้วยเงินจำนวนหนึ่งที่เท่ากันตลอดทั้งเส้น พิจารณา ณ ราคาตลาดในขณะนั้น เส้น งบประมาณจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง ความชัน เป็นลบเสมอ

47 The Budget Constraint Line Quantity of Pizza Quantity of Pepsi B C A Consumer’s budget constraint

48 ดุลยภาพของผู้บริโภค (Consumers’ Equilibrium) ดุลยภาพของผู้บริโภคจะเกิดขึ้น ณ จุดที่เส้น ความพอใจเท่ากันสัมผัสกับเส้นงบประมาณ ซึ่งจะแสดงถึง จุดที่ผู้บริโภคทำการบริโภค สินค้า 2 ชนิด และได้รับความพอใจสูงสุดจาก งบประมาณที่มีอยู่จำกัด ดุลยภาพของผู้บริโภคจะเกิดขึ้น ณ จุดที่เส้น ความพอใจเท่ากันสัมผัสกับเส้นงบประมาณ ซึ่งจะแสดงถึง จุดที่ผู้บริโภคทำการบริโภค สินค้า 2 ชนิด และได้รับความพอใจสูงสุดจาก งบประมาณที่มีอยู่จำกัด

49 The Consumer’s Optimal Choice Quantity of Pizza Quantity of Pepsi 0 Optimum I1I1 I2I2 I3I3 Budget constraint


ดาวน์โหลด ppt พฤติกรรมผู้บริโภค. ความหมายของการบริโภค การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงการ ใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนอง ความต้องการของมนุษย์ รวมถึงการนำสินค้า.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google