งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

2. นักศึกษาสามารถจำแนกแนวคิด ของทฤษฎีแรงจูงใจได้ 1. นักศึกษาสามารถอธิบายความหมาย และประเภทของ “แรงจูงใจ” ได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3. นักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็น.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "2. นักศึกษาสามารถจำแนกแนวคิด ของทฤษฎีแรงจูงใจได้ 1. นักศึกษาสามารถอธิบายความหมาย และประเภทของ “แรงจูงใจ” ได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3. นักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็น."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 2. นักศึกษาสามารถจำแนกแนวคิด ของทฤษฎีแรงจูงใจได้ 1. นักศึกษาสามารถอธิบายความหมาย และประเภทของ “แรงจูงใจ” ได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3. นักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการนำทฤษฎีแรงจูงใจไปใช้ ในการทำความเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ได้ บทที่ 3: แรงจูงใจ (อ.ชมพูนุท ศรีจันทร์นิล)

2 บทนำ ในการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ นักจิตวิทยาเชื่อว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นทุกอย่างจะต้องมี สาเหตุ ด้วยเหตุนี้จึงมักจะมีคำถามอยู่เสมอว่า ทำไมคนนั้นถึง ทำแบบนี้ ทำไมคนนี้จึงทำเช่นนั้น เช่น ทำไมสมชายจึงตั้งใจเรียน ทำไมสมใจจึงขยัน ทำงาน เป็นต้น เนื่องด้วยเหตุนี้นักจิตวิทยาจึงพยายามศึกษา ว่าอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นให้บุคคลแสดงพฤติกรรมต่างๆ ซึ่ง จากการศึกษาของนักจิตวิทยาพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ บุคคลแสดงพฤติกรรมก็เนื่องมาจากแรงจูงใจ (Motivation) ของบุคคลนั่นเอง

3 บทนำ(ต่อ) ดังนั้นการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับแรงจูงใจ จะทำให้ นักศึกษาเข้าใจถึงสาเหตุของพฤติกรรมได้ชัดเจนมากขึ้น อัน จะเป็นประโยชน์ต่อการเข้าใจตนเอง และการดำเนินชีวิตอยู่ ร่วมกับผู้อื่นในสังคมต่อไป

4 ความหมาย “แรงจูงใจ” แรงจูงใจ หมายถึง แรงผลักดันที่กระตุ้นให้บุคคล แสดงพฤติกรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ จากความหมายดังกล่าว พฤติกรรมที่เกิดจาก แรงจูงใจจะมีลักษณะที่สำคัญ 3 ประการ คือ

5 ความหมาย “แรงจูงใจ” 2. พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะมีพลัง กล่าวคือ แรงจูงใจ จะเป็นตัวกระตุ้นให้บุคคลเกิดพลังและมีความ กระตือรือร้นเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย 1. พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะมีทิศทางที่ชัดเจน กล่าวคือ แรงจูงใจจะเป็นสิ่งที่กำหนดทิศทางของพฤติกรรม บุคลคลจะรู้ว่าเป้าหมายของตนคืออะไร และจะบรรลุ เป้าหมายนั้นได้อย่างไร 3. พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะมีความต่อเนื่อง กล่าวคือ แรงจูงใจจะเป็นตัวกระตุ้นให้บุคคลมีความพยายาม และยืนหยัดเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย

6 ลักษณะของแรงจูงใจ นักจิตวิทยาแบ่งแรงจูงใจแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) เป็นแรงจูงใจที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคล ทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมต่างๆ เนื่องด้วย ความชอบ หรือความรักที่อยากจะทำสิ่งนั้น จากใจจริง โดยมิได้หวังรางวัลหรือสิ่งล่อใจ ภายนอก ซึ่งจะทำให้ผลงานที่ออกมามีภาพสูง ตัวอย่างเช่น การที่นายแดงมักจะ ฝึกซ้อมร้องเพลงเสมอ เพราะว่าเขามีความสุข กับการที่ได้ร้องเพลง

7 ลักษณะของแรงจูงใจ นักจิตวิทยาแบ่งแรงจูงใจแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 2. แรงจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากสิ่งจูงใจ ภายนอกทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ส่วนที่ เป็นรูปธรรม เช่น ทรัพย์สินเงินทอง ตำแหน่ง รางวัล เป็นต้น และส่วนที่เป็นนามธรรม เช่น ชื่อเสียง คำชมเชย การได้รับการยอมรับ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น การที่นายดำฝึกเล่น ดนตรีอยู่เสมอ เพราะเขาต้องการให้เพื่อนๆ ชื่นชมและยอมรับในตัวเขา

8 ประเภทของแรงจูงใจ นักจิตวิทยาแบ่งแรงจูงใจออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. แรงจูงใจปฐมภูมิ (Primary Motivation) 2. แรงจูงใจทุติยภูมิ (Secondary Motivation)

9 ประเภทของแรงจูงใจ(ต่อ) 1. แรงจูงใจปฐมภูมิ (Primary Motivation) เป็นแรงขับขั้นพื้นฐานที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการ เรียนรู้ ซึ่งมีที่มาจากความต้องการทางด้าน ร่างกาย แบ่งได้เป็น 2 ประเภท

10 ประเภทของแรงจูงใจ(ต่อ) 1.1 แรงจูงใจทางกายภาพ (Physiological Motivation) เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการทางด้าน ร่างกาย เช่น ความหิว ความกระหาย ความต้องการทางเพศ เป็นต้น ซึ่งความต้องการเหล่านี้จะเป็นแรงขับให้ร่างกาย แสดงพฤติกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการที่เกิดขึ้น 1.2 แรงจูงใจทั่วไป (General Motivation) ได้แก่ ความต้องการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกาย ความอยากรู้อยากเห็น ความต้องการหลีกหนีจากความกลัว

11 ประเภทของแรงจูงใจ(ต่อ) 2. แรงจูงใจทุติยภูมิ (Secondary Motivation) หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แรงจูงใจ ทางสังคม เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากการเรียนรู้ จากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สังคม และ สภาพแวดล้อมรอบตัว ได้แก่

12 ประเภทของแรงจูงใจ(ต่อ) 2.1 แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการที่จะประสบ ความสำเร็จ รวมทั้งต้องการที่จะได้รับความภาคภูมิใจจากการที่ ตนสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์นี้จะ ผลักดันให้บุคคลมีความพยายามและยืนหยัดในการที่จะบรรลุ เป้าหมายของตน 2.2 แรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์ (Affiliation Motivation) เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการที่จะสร้าง มิตรภาพและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เพื่อให้ตนเองเป็นที่ ยอมรับ รักใคร่และนิยมชมชอบจากผู้อื่น แรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์นี้ เป็นตัวผลักดันให้บุคคลแสดงพฤติต่างๆเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ

13 ประเภทของแรงจูงใจ(ต่อ) 2.3 แรงจูงใจใฝ่อำนาจ (Power Motivation) เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากความต้องการที่จะมีอิทธิพล เหนือผู้อื่น บุคคลที่มีแรงจูงใจใฝ่อำนาจสูงมักจะยึดถือตนเอง เป็นศูนย์กลางและจะหาหนทางใช้อำนาจเอาชนะผู้อื่นเพื่อให้ ผู้อื่นคล้อยตามตน

14 ทฤษฎีแรงจูงใจ นักจิตวิทยาพยายามศึกษาและอธิบายถึงสาเหตุ ที่มาของแรงจูงใจว่ามีกระบวนการและขั้นตอนอย่างไร อันจะ เป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจในพฤติกรรมต่างๆที่มนุษย์ แสดงต่อกันในสังคม ซึ่งทฤษฎีแรงจูงใจที่จะกล่าวถึงในบทนี้ แบ่งออกเป็น 3 ทฤษฎี ได้แก่ 1. ทฤษฎีกลุ่มสัญชาตญาณ 2. ทฤษฎีกลุ่มพฤติกรรมนิยม 3. ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม

15 ทฤษฎีกลุ่มสัญชาตญาณ ซิกมัน ฟรอยด์ (Sigmund Freud: )

16 ทฤษฎีกลุ่มสัญชาตญาณ(ต่อ) ทฤษฎีนี้เป็นแนวคิดของซิกมัน ฟรอยด์ (Sigmund Freud: ) จิตแพทย์ชาวออสเตรียผู้มีชื่อเสียง โดยฟรอยด์เชื่อว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณ (Instincts) 2 ชนิด คือ ก. สัญชาตญาณแห่งชีวิต (Life Instinct) เป็น สัญชาตญาณที่ทำให้เกิดแรงขับที่ผลักดันให้เกิดพฤติกรรมที่ แสวงหาความสุขความพึงพอใจให้แก่ตนเอง เช่น การกินเพื่อ ดับความหิว การดื่มเพื่อดับกระหาย การไปท่องเที่ยว รวมไป ถึงการตอบสนองความต้องการทางเพศ เป็นต้น

17 ทฤษฎีกลุ่มสัญชาตญาณ(ต่อ) ข. สัญชาตญาณแห่งความตาย (Death Instinct) เป็นสัญชาตญาณที่ผลักดันให้บุคคลแสดง พฤติกรรมในรูปของความก้าวร้าวทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง การต่อสู้ การแย่งชิง การก่อสงคราม รวมไปถึงการฆ่าตัวตาย เป็นต้น

18 ทฤษฎีกลุ่มสัญชาตญาณ(ต่อ) ฟรอยด์เชื่อว่า พฤติกรรมต่างๆที่บุคคลแสดงออกมา ส่วนใหญ่เป็นอิทธิพลมาจากสัญชาตญาณแห่งการมีชีวิต มากกว่าสัญชาตญาณแห่งความตาย แต่ทั้งสองสัญชาตญาณ ก็มักจะเกิดควบคู่กันตลอดเวลา เช่น พฤติกรรมการกินอาหาร เรากินอาหารเพื่อให้มีชีวิตรอด ซึ่งเป็นการตอบสนอง สัญชาตญาณแห่งชีวิต แต่การฉีก กัด หรือเคี้ยวอาหาร นั้นเป็นลักษณะ ของการตอบสนองสัญชาตญาณ แห่งความตาย

19 ทฤษฎีกลุ่มพฤติกรรมนิยม นักจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรมนิยม คือ ดอลลาร์ด มิลเลอร์ และ ฮัลล์ (Dollard, Miller and Hull) ได้อธิบาย สาเหตุที่มาของแรงจูงใจ โดยพิจารณาจากพื้นฐานการเกิด พฤติกรรมที่ว่าโดยธรรมชาติแล้วเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะขาด สมดุล อันเนื่องมาจากความต้องการทางด้านร่างกาย เช่น ความหิว ความกระหาย ความต้องการนอนหลับ พักผ่อน เป็นต้น

20 ทฤษฎีกลุ่มพฤติกรรมนิยม(ต่อ) ความต้องการทางด้านร่างกายเหล่านี้จะสร้างแรงขับ กระตุ้นให้ร่างกายแสดงพฤติกรรมตอบสนองความต้องการที่ เกิดขึ้น และเมื่อร่างกายได้รับการตอบสนองความต้องการ ดังกล่าวแล้ว ความต้องการที่เกิดขึ้นก็จะลดลง และหมดไป ด้วย นั่นก็คือร่างกายได้กลับสู่สภาวะสมดุลอีกครั้ง ซึ่งแนวคิดนี้อยู่ในทฤษฎีที่ชื่อว่า“ทฤษฎีลดแรงขับ” (Drive Reduction Theory)

21 ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Harold Malow; ) คือผู้ที่เสนอ ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ (Maslow's hierarchy of needs )

22 ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม(ต่อ) โดยมาสโลว์ได้อธิบายไว้ว่าแรงจูงใจเกิดจากความ ต้องการของมนุษย์ซึ่งจะเป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งมี 5 ขั้น ดังแผนภาพต่อไปนี้ ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ (Maslow's hierarchy of needs)

23 ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม(ต่อ) จากแผนภาพดังกล่าวสามารถอธิบายลำดับขั้นของแรงจูงใจของมนุษย์ได้ดังนี้ 1 ความต้องการทางด้านร่างกาย (Physiological Needs) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อ การดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ เช่น ความต้องการอาหาร ความต้องการ อากาศ ความต้องการการนอนหลับพักผ่อน ความต้องการเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

24 2 ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม(ต่อ) 2 ความต้องการความมั่นคงและปลอดภัย (Safety Needs) คือ ความต้องการที่จะแสวงหาหลักประกัน และความมั่นคงปลอดภัยให้กับชีวิต ซึ่งความ ต้องการ นี้จะผลักดันให้บุคคลกระตือรือร้นที่จะ แสวงหางานทำที่มั่นคง เก็บออมเงินที่หามาได้ รวมไปถึงการทำประกันชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น

25 3 ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม(ต่อ) 2 3 ความต้องการความรักและการเป็นส่วนหนึ่ง ของหมู่คณะ (Love and Belonging Needs) เป็นความต้องการที่จะมีสัมพันธภาพที่ดี กับผู้อื่น ปรารถนาที่จะได้รับความรักจากผู้อื่น และ ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

26 ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม(ต่อ) 4 ความต้องการที่จะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า (Esteem Needs) เป็นความต้องการที่จะได้รับการยกย่อง และการให้เกียรติจากผู้อื่น ปรารถนาจะให้ผู้อื่น เห็นว่าตนเองมีความสามารถ มีความสำคัญ และมี คุณค่า

27 2 ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม(ต่อ) 5 ความต้องการที่จะรู้จักตนเองอย่างแท้จริงและ และพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ตามศักยภาพ ของตน (Self-actualization Needs) เป็นความต้องการที่จะรู้จักตนเองตาม ความเป็นจริง และต้องการจะพัฒนาตนเองอย่าง เต็มที่ตามศักยภาพสูงสุดของตน

28 %B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B 8%B9%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8% 88 Link ค้นคว้าเพิ่มเติม #Maslow_hierarchy


ดาวน์โหลด ppt 2. นักศึกษาสามารถจำแนกแนวคิด ของทฤษฎีแรงจูงใจได้ 1. นักศึกษาสามารถอธิบายความหมาย และประเภทของ “แรงจูงใจ” ได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 3. นักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็น.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google