งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 ปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญ และแนวทางแก้ไข บทที่ 10. 2 ภาวะเงินเฟ้อ ( Inflation ) หมายถึงภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการ โดยเฉลี่ยทั่วไปสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 ปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญ และแนวทางแก้ไข บทที่ 10. 2 ภาวะเงินเฟ้อ ( Inflation ) หมายถึงภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการ โดยเฉลี่ยทั่วไปสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 ปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญ และแนวทางแก้ไข บทที่ 10

2 2 ภาวะเงินเฟ้อ ( Inflation ) หมายถึงภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการ โดยเฉลี่ยทั่วไปสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง วัดจาก 1.Consumer Price Index : CPI (ดัชนีราคาขายปลีกหรือดัชนีราคาผู้บริโภค) 2. Wholesale Price Index : WPI (ดัชนีราคาขายส่ง) 3.GDP deflator

3 3 สูตรคำนวณ อัตราเงินเฟ้อ = ระดับราคาปีนี้ – ระดับราคาปีก่อน ระดับราคาปีก่อน X 100 เช่นถ้าปี 2552 มีอัตราเงินเฟ้อ 3 % แสดงว่าปี 2552 มีดัชนีราคาผู้บริโภคสูงกว่าปี 2551 อยู่ 3%

4 4 ขนาด ( ระดับ ) ของภาวะเงินเฟ้อ 1. เงินเฟ้ออย่างอ่อน * ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆ * จูงใจให้ผู้ผลิตขยายการผลิต * โดยทั่วไปถือว่าเป็นสถานการณ์ปกติ เป็นบรรยากาศที่ดี 2. เงินเฟ้ออย่างรุนแรง *ระดับราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว *ประชาชนเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น *เกิดผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ

5 5 ชนิดของเงินเฟ้อ(แยกตามสาเหตุ) 1.เงินเฟ้อที่เกิดจากด้านอุปสงค์ เรียกอุปสงค์ฉุด (Demand Pull Inflation) 2.เงินเฟ้อที่เกิดจากด้านอุปทาน เรียกต้นทุนผลัก (Cost push Inflation)

6 6 1. เงินเฟ้อจากอุปสงค์ฉุด สาเหตุ อุปสงค์มวลรวม(AD)เพิ่มขึ้น แต่อุปทานมวลรวม(AS)คงที่ คือเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน 1.การเพิ่มขึ้นของปริมาณเงิน 2.การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายรัฐบาล 3.การเพิ่มขึ้นของการส่งออก เพราะ

7 7 M   คนมีอำนาจซื้อ,ใช้จ่าย   AD   P  ส่งผลโดยตรง M   r   I   AD   P  AD = C + I + G + ( X-M)      ส่งผลทางอ้อม

8 8 P 0 Y AS P1P1 P3P3 1. เงินเฟ้อที่เกิดจากด้านอุปสงค์ AD 0 AD 1 P2P2 P4P4 AD 2 AD 3 AD 4 เงินเฟ้อ แบบอ่อนๆ เงินเฟ้อรุนแรง Yf ก. เงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์ ฉุด

9 9 1. เงินเฟ้อจากอุปสงค์ฉุด ผลจากรูป ราคาสินค้าสูงขึ้น จนเกิดภาวะเงินเฟ้อ 2 ช่วงคือ 1.ถ้าการผลิตอยู่ต่ำกว่าระดับการจ้างงานเต็มที่ จะทำให้ ราคาสินค้าเพิ่มไม่มากนักเพราะปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย เรียกเงินเฟ้อแบบอ่อนๆ 2.ถ้าอยู่ภาวะระดับการจ้างงานเต็มที่ จะทำให้ราคาสินค้า เพิ่มมากเพราะมีการใช้ปัจจัยการผลิตเต็มที่แล้ว การผลิต สินค้าจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้สินค้าขาดแคลนเรียกเงิน เฟ้อที่แท้จริงหรือเงินเฟ้อรุนแรง

10 10 2. เงินเฟ้อจากต้นทุนผลัก สาเหตุ อุปทานมวลรวม(AS)ลดลง แต่อุปสงค์มวลรวม(AD)คงที่ คือเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน หลักการ ผู้ผลิตมีต้นทุน  ลดการผลิต  AS  P  เงินเฟ้อ

11 11 สาเหตุที่ต้นทุนสูงขึ้น ก.เงินเฟ้อเพราะค่าจ้างที่เป็นตัวเงินสูงขึ้น หรือราคาปัจจัยการผลิตสูงขึ้น การที่ค่าครองชีพ  แรงงานขอขึ้นค่าจ้าง  ต้นทุน  ข. เงินเฟ้อเพราะผู้ผลิตต้องการกำไรมากขึ้น ผู้ผลิตต้องการกำไร   ตั้งราคาไว้สูงขึ้น 

12 12 2. เงินเฟ้อจากต้นทุนเพิ่ม ราคา 0 ผลผลิต AD QfQf P1P1 P2P2 P3P3 AS 1 AS 2 AS 3 E1E1 E2E2 E3E3 Q2Q2 Q3Q3 AS

13 13 ผลกระทบของเงินเฟ้อ 1. ผลกระทบต่อการกระจายรายได้ ผู้ได้รับประโยชน์ - พ่อค้านักธุรกิจ - ลูกหนี้ - นักเก็งกำไร ผู้เสียประโยชน์ - ผู้มีรายได้ประจำ เช่นข้าราชการ - เจ้าหนี้ ไม่เป็นธรรม - ผู้มีค่าจ้างรายวัน

14 14 ผลกระทบของเงินเฟ้อ 2. ผลทางด้านดุลการชำระเงิน ผลคือ -การส่งออกน้อยลง -การนำเข้าสูงขึ้น -ดุลการค้ามีแนวโน้มขาดดุล - ดุลการชำระเงินอาจขาดดุล -ค่าเงินในประเทศอ่อนตัวลง การที่ราคาในประเทศสูง  ราคาส่งออกสูง  แข่งขันในตลาดโลกไม่ได้  สนใจซื้อสินค้านำเข้าที่มีราคาถูกกว่ามากขึ้น

15 15 ผลกระทบของเงินเฟ้อ 3. ผลกระทบต่อการผลิตและการลงทุน เงินเฟ้ออย่างอ่อน(ภาวะต่ำกว่าการจ้างงานเต็มที่) ถือว่าดีเพราะผู้ผลิตจะเกิดแรงจูงใจในการขยาย การผลิต เงินเฟ้อรุนแรง (ภาวะการจ้างงานเต็มที่) - ค่าเงินลดลง(รายได้ที่แท้จริงหรืออำนาจซื้อลดลง) -เงินไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และอาจเข้าสู่ระบบใช้ของแลกของ -ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการถือเงินสด สะสมสินทรัพย์อื่น -เงินออมของประเทศลดลง -การลงทุนจะลดลง,การจ้างงานลดลง ส่งผลเสีย ต่อระบบ เศรษฐกิจ

16 16 ผลกระทบของเงินเฟ้อ 4. ผลกระทบต่อรายได้และรายจ่ายของรัฐบาล -การเก็บภาษีมีแนวโน้มเก็บได้มากขึ้น (รายได้ประชาชนสูงขึ้นจากการขยายการ ผลิตและจ้างงาน) (กรณีเงินเฟ้ออย่างอ่อน) -รัฐมีรายจ่ายน้อยลง -ได้ประโยชน์ในฐานะที่รัฐบาลเป็น ลูกหนี้

17 17 การแก้ไขภาวะเงินเฟ้อ 1. นโยบายการเงินแบบเข้มงวด * เพื่อลดปริมาณเงิน * โดย : ขายพันธบัตร, เพิ่มอัตราเงินสด สำรองตามกฎหมาย เพิ่มอัตราดอกเบี้ย, เพิ่มอัตราซื้อ ลด (Restrictive Monetary Policy) 2. นโยบายการคลังแบบเกินดุลหรือหดตัว (contractionary fiscal policy) 2.1 ลดการใช้จ่ายของรัฐ 2.2 เพิ่มภาษี ต้องทำ ให้ AD 

18 18 ภาวะเงินฝืด ( Deflation) หมายถึง ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไป ลดลงเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง สาเหตุ - การขาดกำลังซื้อที่เพียงพอ - การผลิตสินค้าและบริการที่มากเกินความต้องการ เกิดอุปทานส่วนเกิน คือ AD < AS AD ต่ำ  ผู้ผลิตลดราคา  ลดการผลิต  เกิดการว่างงาน  ภาวะการค้าและธุรกิจฝืดเคือง จนต้อง เลิกกิจการ

19 19 การแก้ไขภาวะเงินฝืด 1. ใช้นโยบายการเงิน แบบขยายตัว (expansionary monetary policy ) เช่น - ซื้อพันธบัตร - ลดอัตราเงินสด สำรอง - ลดอัตรา ดอกเบี้ย - ลดอัตราซื้อลด - ธ. พ. ปล่อย สินเชื่อมากขึ้น 2. ใช้นโยบายการ คลังแบบขาดดุล ( deficit budget ) เช่นเพิ่มการใช้ จ่ายของ รัฐและลดเก็บภาษี ผลกระทบ ( ตรงข้ามกับกรณีภาวะเงินเฟ้อ ) ต้องทำให้ AD  เพิ่มปริมาณเงิน

20 20 ปัญหาการว่างงาน ( Unemployment ) การว่างงาน หมายถึง ภาวะที่บุคคลที่อยู่ในวัยแรงงาน ( อายุ13 ปีขึ้นไป ) มีความสามารถและมีความเต็มใจทำงาน แต่กลับไม่สามารถที่จะหางานทำได้ เราเรียกการว่างงานในกรณี นี้ว่า การว่างงานโดยไม่สมัครใจ (Involuntary unemployment) ส่วนการว่างงานในกรณีที่สมัครใจไม่ทำงาน หรือรองานที่ ต้องการ ปฏิเสธการทำงานที่ต่ำกว่าความรู้ความสามารถ เรียกว่า การว่างงานโดยสมัครใจ (Voluntary unemployment)

21 21 ประเภทของการว่างงาน การว่างงานโดยเปิดเผย (open unemployment) การว่างงานแอบแฝง ( Disguised unemployment)

22 22 ประเภทของการว่างงาน 2. การว่างงานตามฤดูกาล ( Seasonal unemployment) เช่น เกษตรกร, คนงานก่อสร้าง การว่างงานโดยเปิดเผย (open employment) 1. การว่างงานชั่วคราวด้วยเหตุต่างๆ (Frictional unemployment) เช่น รอบรรจุงาน, รอเปลี่ยนงาน, โยกย้ายภูมิลำเนา รวมถึงการขาดข้อมูลข่าวสาร 3. การว่างงานเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ( Structural unemployment) เช่น เปลี่ยนกรรมวิธีการผลิต, เปลี่ยนรสนิยม

23 23 ประเภทของการว่างงาน 4. การว่างงานเนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ( Technological unemployment) เช่น ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มีการนำเครื่องจักรมา ใช้แทนคน 5. การว่างงานเนื่องจากวัฏจักรเศรษฐกิจ ( Cyclical unemployment) เช่นภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตกต่ำ ( การลงทุนลด, ว่างงานมาก )

24 24 การว่างงานแอบแฝง หมายถึงภาวะที่บุคคลนั้นทำงานอยู่ แต่ทำงานต่ำกว่าระดับความรู้ความสามารถ หรือมีชั่วโมงการทำงานน้อยเกินไป

25 25 ผลกระทบของการว่างงาน 1. รายได้ประชาชาติ การออม การบริโภคและ การลงทุน     2. การกระจายรายได้  ไม่ทั่วถึง, มีหนี้สินมาก, เหลื่อมล้ำของรายได้ 3. งบประมาณของรัฐ  รายได้จากการ เก็บภาษี   รัฐช่วยเหลือคนว่างงาน  T  G   ขาดดุล งบประมาณมากขึ้น 4. สังคมและการเมือง  เกิดปัญหา สังคม, การเมืองผันผวน

26 26 การแก้ไขปัญหาการว่างงาน 1. ลดการว่างงานชั่วคราว โดย : ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดนัดพบแรงงาน 3. ลดการว่างงานที่เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดย : อบรม พัฒนาทักษะแรงงานให้สามารถรองรับ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้ 2. ลดการว่างงานตามฤดูกาล โดย : จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้สามารถประกอบ อาชีพได้ตลอดปี ส่งเสริมอาชีพ 4. ลดการว่างงานที่เกิดจากอุปสงค์รวมน้อยเกินไป เช่นช่วงเศรษฐกิจซบเซา โดย :ใช้นโยบายเงินและคลังขยายตัว กระตุ้นเศรษฐกิจ


ดาวน์โหลด ppt 1 ปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญ และแนวทางแก้ไข บทที่ 10. 2 ภาวะเงินเฟ้อ ( Inflation ) หมายถึงภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการ โดยเฉลี่ยทั่วไปสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google