งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ส่วนที่ 4 System Design การออกแบบระบบ. Chapter 13 Physical Database Design การออกแบบฐานข้อมูลในระดับ กายภาพ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ส่วนที่ 4 System Design การออกแบบระบบ. Chapter 13 Physical Database Design การออกแบบฐานข้อมูลในระดับ กายภาพ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ส่วนที่ 4 System Design การออกแบบระบบ

2 Chapter 13 Physical Database Design การออกแบบฐานข้อมูลในระดับ กายภาพ

3 System Development Life Cycle : SDLC 13.2 กิจกรรมในขั้นตอนนี้ได้แก่ 1. การออกแบบฐานข้อมูลใน ระดับกายภาพ 2. การออกแบบ Application

4 Learning Objectives 13.3  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและอธิบายการออกแบบฐานข้อมูลใน ระดับกายภาพ (Physical Database Design)  เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจโครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ โดย แปลง Logical Schema ให้เป็น Table  เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบและสร้างฐานข้อมูลในระดับกายภาพ โดย ใช้ Microsoft Access

5 Topics 13.4  ขั้นตอนการออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ  โครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล  การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ โดยแปลง Logical Schema ให้เป็น Table  การออกแบบและสร้างฐานข้อมูลในระดับกายภาพ โดยใช้ Microsoft Access

6 การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ 13.5  การออกแบบฐานข้อมูลในระดับ Conceptual และ Logical เป็นการวาง โครงสร้างของฐานข้อมูลที่ยังไม่มีการกำหนดหรือระบุรายละเอียดลงไปว่า ข้อมูลต่าง ๆ จะจัดเก็บลงในหน่วยความจำสำรองด้วยวิธีใด ใช้ซอฟต์แวร์ อะไร  การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ จึงเป็นการออกแบบเพื่อกำหนด โครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล จากโครงสร้างที่ได้รับการออกแบบ มาแล้วในระดับตรรกะ 1.ด้วยการนำ Relation ที่ได้มาสร้างเป็น Table 2.และกำหนดโครงสร้างทางกายภาพให้กับ Table นั้น 3.กำหนดกฎของความถูกต้อง (Integrity Rules) 4.การกำหนดโครงสร้างแฟ้มข้อมูล (File Organization)

7 โครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล 13.6 โครงสร้างแฟ้มข้อมูล โครงสร้างแฟ้มข้อมูลจะประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ลำดับจากหน่วยที่ เล็กที่สุดไปยังหน่วยที่ใหญ่ที่สุด ตามลำดับต่อไปนี้ 1.บิต (Bit) 2.ไบต์ (Byte) 3.ฟิลด์ (Field) 4.เรคอร์ด (Record) 5.ไฟล์ (File) 6.ฐานข้อมูล (Database)

8 โครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล 13.7 บิต (Bit) จะประกอบด้วยเลขฐานสอง (Binary Digit) ที่ใช้แทนค่าหน่วยที่เล็กที่สุดของ ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ โดยบิตจะมีอยู่เพียงหนึ่งในสองสถานะเท่านั้นคือ 0 หรือ 1 ไบต์ (Byte) จะประกอบด้วยจำนวนบิต (Bit) หลาย ๆ บิตมาเรียงต่อกัน เนื่องจากว่าเพียง บิตเดียวจะสามารถใช้แทนรหัสได้เพียงหนึ่งในสองสถานะเท่านั้น คือ 0 กับ 1 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำบิตหลาย ๆ บิตมารวมกันเป็นไบต์ เช่น 1 ไบต์ มี 8 บิต ก็คือการนำเลข 0 กับ 1 มาเรียงต่อกันจนครบ 1 ไบต์จึงทำให้สามารถสร้าง รหัสแทนข้อมูลขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับแทนตัวอักษรหรืออักขระที่แตกต่างกันได้ ถึง 256 ตัวด้วยกัน ฟิลด์ (Field) คือการนำอักขระตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปมารวมกันเพื่อให้เกิดความหมาย เช่น ฟิลด์ Cust_Id เป็นฟิลด์ที่ใช้เก็บข้อมูลรหัสลูกค้า,ฟิลด์ Cust_name เป็นฟิลด์ที่ใช้ เก็บข้อมูลชื่อลูกค้า เป็นต้น

9 โครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล 13.8 เรคอร์ด (Record) คือของฟิลด์ที่สัมพันธ์กัน เช่นในหนึ่งเรคอร์ดประกอบฟิลด์ต่างๆ ที่ข้องเกี่ยวกัน รวมกันเป็นชุด เรคอร์ดของลูกค้า ประกอบด้วยฟิลด์ รหัสลูกค้า ชื่อ-สกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น ดังนั้นในหนึ่งเรคอร์ดก็จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งฟิลด์เพื่อ ใช้ในการอ้างอิงข้อมูลในเรคอร์ด นั้น ๆ ไฟล์ (File) คือกลุ่มของเรคอร์ดสัมพันธ์กัน เช่นในแฟ้มข้อมูลลูกค้าประกอบด้วยเรคอร์ด ของลูกค้าทั้งหมดของบริษัท ดังนั้นในหนึ่งไฟล์ก็จะต้องมีอย่างน้อย หนึ่งเรคอร์ดเพื่อใช้ในการอ่านข้อมูลขึ้นมาใช้งาน ฐานข้อมูล (Database) เกิดจากการนำไฟล์ที่เกี่ยวข้องกันมาจัดเก็บไว้ที่เดียวกันอย่างมีระบบ เพื่อให้ สามารถเรียกใช้และจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ไฟล์ข้อมูล พนักงาน สินค้าคลังคลัง พนักงานขาย และลูกค้า

10 โครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล 13.9

11 โครงสร้างทางกายภาพของฐานข้อมูล FILE RECORD FILED BYTE BIT...

12 การกำหนดชนิดข้อมูล การเลือกชนิดของข้อมูลต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้  ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บมากที่สุด  สามารถแทนค่าที่เป็นไปได้ทั้งหมดของ fields  คงคุณสมบัติความถูกต้องของข้อมูล  รองรับความเติบโตในอนาคตของข้อมูล

13 การกำหนดชนิดข้อมูล 13.12

14 การกำหนดชนิดข้อมูล Create Table factory ( fac_idint not null, fac_namevarchar(25) not null, zonevarchar(10), Constraint pk_fac_id primary key (fac_id)); Create table car (car_idint not null, car_namevarchar(25)not null, seriesvarchar(25)not null, colorvarchar(10), pricereal, car_datedatetime, fac_idint, Constraintpk_car_id primary key (car_id), Constraintak_car_name unique(car_name), Constraintak_series unique(series), Constraintch_color check(color in('red','black','blue','green')), Constraintch_price check(price between and ), Constraintch_date check(car_date < getdate()), Constraintfk_fac_id foreign key (fac_id) references factory);

15 การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ โดยแปลง Logical Schema เป็น Table ขั้นตอนการออกแบบฐานข้อมูลในระดับ Physical มีดังต่อไปนี้  การแปลง Logical Schema ให้อยู่ในรูปแบบของ Table  กำหนดโครงสร้างทางกายภาพให้กับฐานข้อมูล  กำหนดวิธีการรักษาความปลอดภัยให้กับฐานข้อมูล  ตรวจสอบและปรับเปลี่ยนระบบ

16 การแปลง Logical Schema ให้อยู่ใน รูปแบบของ Table สำหรับการดำเนินงานของขั้นตอนนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้  การออกแบบโครงสร้างทางกายภาพให้กับ Table  การกำหนด Integrity Rules

17 การออกแบบโครงสร้างทางกายภาพให้กับ Table การออกแบบโครงสร้างทางกายภาพให้กับ Table ได้แก่การนำ Relation ต่าง ๆ ที่กำหนดอยู่ใน Relational Schema ที่ได้จากการออกแบบฐานข้อมูลในระดับ Logical มาสร้างเป็น Table ซึ่งจะต้องมีการกำหนดรายละเอียดให้กับ Table ก่อน ดังนี้  ชื่อของ Table  รายชื่อ Attribute ต่างๆ ของแต่ละ Table  ประเภทของข้อมูล (Data Type) ของแต่ละ Attribute  ขนาดของแต่ละ Attribute  รายชื่อของ Attribute ที่ทำหน้าที่เป็น Primary Key,Foreign Key หรือ Alternate Key  Integrity Rule ที่ใช้ควบคุม Primary Key และ Foreign Key

18 การออกแบบโครงสร้างทางกายภาพให้กับ Table จากโครงสร้างต่อไปนี้สามารถนำมากำหนดโครงสร้างทางกายภาพได้ดังนี้ Employee(Emp-No,Name,Address,Sex,Salary,DeptNo)

19 การออกแบบโครงสร้างทางกายภาพให้กับ Table ชื่อ Attribute ประเภทข้อมูลขนาดDomain ของ ข้อมูล ประเภท KeyAttributeที่ อ้างถึง Emp-NoCharแบบ Fixed-Length5-Primary Key- NameCharแบบ Fixed-Length25-Alternate Key- AddressCharแบบ Fixed-Length30--- SexCharแบบ Fixed-Length1“M” หรือ”F”-- SalaryCurrency DeptNoCharแบบ Fixed-Length3-Foreign KeyDeptNo ของ Table”Dept”

20 การออกแบบโครงสร้างทางกายภาพให้กับ Table อาจใช้ภาษา SQL ในการสร้าง Table ขึ้นใช้งานแทนเช่น CREATE TABLE Employee (EmpNo Char(5), NameVARCHAR (25), Address VARCHAR (30), SexCHAR(1), SalaryCURRENCY, DeptNoCHAR(3)) PRIMARY KEY (EmpNo);

21 การกำหนด Integrity Rules สามารถแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้  การกำหนด Entity Integrity Rule เป็นการกำหนด Integrity Rule ขึ้นเพื่อ ควบคุมค่าของ Attribute ต่างๆ ให้มีค่าเป็นไปตามที่กำหนด ดังเช่น ตัวอย่าง คำสั่ง SQL  การกำหนด Referential Integrity Rule เป็นการกำหนด Integrity Rule ขึ้น เพื่อควบคุมความถูกต้องในการอ้างถึงข้อมูลระหว่าง Table ต่างๆ ดังเช่น ตัวอย่างคำสั่ง SQL

22 การกำหนด Entity Integrity Rule CREATE DOMAIN Sex as CHAR(1) CHECK (VALUE IN (“M”, “F”)): CREATE TABLE Employee (EmpNo CHAR(5) Not Null, NameVARCHR(25)Not Null, AddressVARCHAR(30)Not Null, SexCHAR(1)Not Null, SalaryCURRENCYNot Null, DeptNoCHAR(3)Not Null, PRIMARY KEY (EmpNo);

23 การกำหนด Referential Integrity Rule CREATE DOMAIN Sex as CHAR(1) CHECK (VALUE IN (“M”, “F”)): CREATE TABLE Employee (EmpNo CHAR(5) Not Null, NameVARCHR(25)Not Null, AddressVARCHAR(30)Not Null, SexCHAR(1)Not Null, SalaryCURRENCYNot Null, DeptNoCHAR(3)Not Null, PRIMARY KEY (EmpNo); FOREIGN KEY (DeptNo) REFERENCES Department ON DELETE NO ACTION ON UPDATE CASCADE;

24 กำหนดโครงสร้างทางกายภาพให้กับ ฐานข้อมูล จุดประสงค์ในการกำหนดโครงสร้างทางกายภาพให้กับฐานข้อมูล เพื่อให้สามารถ ใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งถ่ายข้อมูลได้อย่าง รวดเร็ว สำหรับขั้นตอนในการกำหนดโครงสร้างทางกายภาพให้กับฐานข้อมูลนั้น มีดังนี้  วิเคราะห์ปริมาณข้อมูล  กำหนดโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล (File organization)  กำหนด Index ให้กับ Table  กำหนดโครงสร้างให้กับ Table เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล  คำนวณเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล

25 วิเคราะห์ปริมาณข้อมูล เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับงานต่าง ๆ อย่างไร เช่นความถี่ในการเพิ่ม ลบ แก้ไข หรือเรียกใช้งาน เป็นต้น เพื่อใช้ตัดสินใจเลือกโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล ที่เหมาะสมกับฐานข้อมูลต่อไป

26 การกำหนดโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล (File Organization) เป็นขั้นตอนที่ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ จะต้องมีการเลือกโครงสร้างของ แฟ้มข้อมูลที่เหมาะสมให้กับฐานข้อมูล เช่น Heap,Hash,Idexed Sequential Access Method (ISAM)

27 กำหนด Index ให้กับ Table เป็นขั้นตอนที่ผู้ออกแบบฐานข้อมูล จะต้องกำหนด Primary Index และ Secondary Index ให้กับ Table เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล โดยมี หลักในการพิจารณาดังนี้  เลือก Primary key มาสร้างเป็น Primary index  Index ควรสร้างขึ้นบน Table ที่มีจำนวนข้อมูลอยู่มาก  หลีกเลี่ยงการใช้ Attribute ที่มีการเปลี่ยนแปลงค่าบ่อย  หลีกเลี่ยงการใช้ Attribute ที่มีขนาดใหญ่มาสร้างเป็น Index

28 กำหนดโครงสร้างให้กับ Table เพื่อลด ความซ้ำซ้อนของข้อมูล เป็นขั้นตอนที่นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ จะต้องพิจารณาเลือก Attribute ประเภท Derived Data ว่า Attribute ใดควรกำหนดไว้ในโครงสร้างของ Table รวมทั้งทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแต่ละ Table โดยใช้กฏของการทำ Normalization เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลใน Table ต่าง ๆ

29 คำนวณหาเนื้อที่ที่จะต้องใช้ในการจัดเก็บ ข้อมูล เนื้อที่ของ Table = (จำนวน Tuple * ขนาดของ Tuble) + ขนาดของ Index + เนื่อที่ที่ระบบใช้เพื่อกำหนดรายละเอียดของแต่ละ Table ขนาดของ Tuple = ผลรวมของขนาดของ Attribute ขนาดของ Attribute = ขนาดของ Attribute นั้น + เนื้อที่ที่ระบบใช้ตามประเภท ของข้อมูลของ Attribute นั้น

30 กำหนดวิธีการรักษาความปลอดภัย ในการกำหนดความปลอดภัยให้กับฐานข้อมูล จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้  การกำหนดขอบเขตของข้อมูล (View) ให้กับผู้ใช้  การกำหนดสิทธิ์การใช้งานให้กับผู้ใช้

31 กำหนดวิธีการรักษาความปลอดภัย  การกำหนดขอบเขตของข้อมูล (View) ให้กับผู้ใช้เพื่อกำหนดขอบเขตของ ข้อมูล ที่สามารถถูกกระทำโดยผู้ใช้ที่เรียกใช้ View เช่น CREATE VIEW Staff3 AS SELECT sno,fname,address,tel_no,position,sex FORM staff WHERE bno = “B3”;

32 กำหนดวิธีการรักษาความปลอดภัย การกำหนดสิทธิ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ จะส่งผลให้แต่ละคน สามารถเข้าถึงข้อมูล เฉพาะที่ตนเองมีสิทธิ์เท่านั้น เช่น GRANT SELECT, UPDATE,DELETE ON staff TO manager; เป็นคำสั่งที่ใช้กำหนดสิทธิ์การใช้งาน Table “staff” ซึ่งประกอบด้วย การเรียก ดูข้อมูล (SELECT) การแก้ไขข้อมูล (UPDATE) และการลบข้อมูล (DELETE) ให้กับผู้ใช้ที่ชื่อ “manager”

33 การตรวจสอบและปรับเปลี่ยนระบบ ขั้นตอนสุดท้ายของการออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ ได้แก่  การตรวจสอบ  การปรับเปลี่ยนระบบ ซึ่งขั้นตอนที่เกิดขึ้น เมื่อฐานข้อมูลถูกใช้งานไปแล้ว เนื่องจากฐานข้อมูลที่ ออกแบบไว้ อาจมีข้อผิดพลาดหรือ มีการเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงความต้องการ ของผู้ใช้

34 การออกแบบและสร้างฐานข้อมูลในระดับ กายภาพ โดยใช้ Microsoft Access 13.33

35 Reference Book and Text Book ตำราอ้างอิง  การวิเคราะห์และออกแบบระบบ กิตติ ภักดีวัฒนกุล และพนิดา พานิชกุล  Modern Systems Analysis & Design : Jeffrey A. Hoffer, Joey F.George, Joseph S. Valacich 13.34

36 Q & A 13.35


ดาวน์โหลด ppt ส่วนที่ 4 System Design การออกแบบระบบ. Chapter 13 Physical Database Design การออกแบบฐานข้อมูลในระดับ กายภาพ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google