งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

สมองและพฤติกรรม Brain and Behavior ศ. มานิต ศรีสุรภานนท์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "สมองและพฤติกรรม Brain and Behavior ศ. มานิต ศรีสุรภานนท์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 สมองและพฤติกรรม Brain and Behavior ศ. มานิต ศรีสุรภานนท์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2 เนื้อหา (Contents) การศึกษาโครงสร้างสมอง เซลล์ประสาท (Neuron) ประสาทกายวิภาค (Neuroanatomy) Cerebral Hemispheres อารมณ์

3 บทนำ (1) สมัยโบราณ:สภาพจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ เป็นผลมาจากหัวใจและอวัยวะภายใน โดยเฉพาะ กระบังลม (diaphragm) โรค schizophrenia ซึ่ง มีรากศัพท์มาจากคำว่า schism + diaphragm = ความแตกแยกของจิตใจ Galen (ค.ศ ) บิดาแห่งประสาท จิตวิทยาสมัยใหม่ (modern neuropsychology): สภาพจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์เป็นผลมา จากสมอง

4 บทนำ (2) ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสมองกับ พฤติกรรมเพิ่มขึ้นมากในช่วง 2-3 ทศวรรษ ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการนำเทคโนโลยี สมัยใหม่ เช่น computed tomography (CT) scan, magnetic resonance imaging (MRI) มาใช้ศึกษาโครงสร้างของ สมอง

5 การศึกษาโครงสร้างสมอง (1) 1. Computed Tomography (CT) Scans เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ และมี การนำมาใช้แพร่ลายมากในปัจจุบัน ภาพของ CT scans เกิดจากการฉายรังสี เป็นมุม 360 องศาจากด้านหนึ่งของศีรษะ  เครื่องอ่านปริมาณกัมมันตรังสีที่ผ่าน ออกมาอีกด้านหนึ่ง  การสร้างภาพของ สมองตามความเข้มข้นของรังสีที่ตรวจรับได้

6 การศึกษาโครงสร้างสมอง (2) เนื้อเยื่อที่มีความเข้มข้นสูง เช่น กระดูก จะดูดซับ รังสีมาก  รังสีผ่านออกมาน้อย  บริเวณสีขาว เนื้อเยื่อที่มีความเข้มข้นต่ำ เช่น ช่องว่างในสมอง จะดูดซับรังสีน้อย  รังสีผ่านออกมามาก  บริเวณสีดำ เนื่องจากกระดูกเป็นเนื้อเยื่อที่ดูดซับรังสีมาก ทำ ให้ภาพของ CT scans ของสมองไม่ชัดเจนนัก

7 การศึกษาโครงสร้างสมอง (3)

8 การศึกษาโครงสร้างสมอง (4) 2. Magnetic Resonance Imaging (MRI) Scans MRI scans เริ่มนำมาใช้ในปี ค.ศ และได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน MRI scans ต่างจาก CT scans คือ MRI scans ไม่มีการส่งผ่านกัมมันตภาพรังสี

9 การศึกษาโครงสร้างสมอง (5) การหมุนของ nucleus ของแต่ละ atom  พลังงานไฟฟ้า  สนามแม่เหล็ก  ทำปฏิกิริยา กับสนามแม่เหล็กของเครื่อง  เครื่องทำการ สร้างภาพ เนื่องจาก nucleus ของเนื้อเยื่อแต่ละชนิดจะมี ลักษณะการหมุนที่แตกต่างกัน ความเข้มหรือจาง ของสีขาวดำที่เกิดจากเนื้อเยื่อแต่ละชนิดจึง แตกต่างกัน ภาพที่เกิดจาก MRI scans จึงมีความชัดเจนสูง

10 การศึกษาโครงสร้างสมอง (6)

11 เซลล์ประสาท (1) เซลล์ประสาทเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่รับ, บันทึก และ ส่งผ่านข้อมูลต่างๆ ในร่างกาย เซลล์ประสาทมีขนาดและโครงสร้างแตกต่างกัน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้ คือ 1. Soma (cell body): ส่วนที่มี cell nucleus และโครงสร้างอื่นที่ทำให้เซลล์ทำงานได้ตามปกติ 2. Dendrite: ส่วนที่รับกระแสประสาทจากเซลล์ อื่น

12 เซลล์ประสาท (2) 3. Axon: ส่วนที่ส่งกระแสประสาทไปสู่เซลล์ตัว อื่น

13 เซลล์ประสาท (3) การสื่อสารภายในเซลล์ประสาท: ทำโดยการส่ง คลื่นไฟฟ้าไปตาม dendrite หรือ axon ซึ่ง คลื่นไฟฟ้าเหล่านี้เกิดจากการผ่านเข้าออกของ สารหลายตัว โดยเฉพาะ sodium (Na) และ potassium (K) การสื่อสารระหว่าง neuron: ทำโดยการส่งผ่าน สารเคมีระหว่างกัน เช่น neurotransmitters

14 เซลล์ประสาท (4)

15 เซลล์ประสาท (5)

16 ประสาทกายวิภาค (1) ระบบประสาทของมนุษย์แบ่งออกได้เป็น 2 ระบบ ใหญ่ๆ คือ 1. Central nervous system: สมอง (brain) และไขสันหลัง (spinal cord) 2. Peripheral nervous system: somatic division (เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ตั้งใจ) และ autonomic division (เกี่ยวกับการทำงานแบบ อัตโนมัติ)

17 ประสาทกายวิภาค (2) สมองเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนที่สุดของร่างกายมนุษย์ มีน้ำหนักราว 1,400 กรัม (ประมาณ 2% ของ น้ำหนักตัว) สมองแบ่งออกได้เป็น 6 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. Telencephalon: cerebral cortices และ basal ganglia 2. Diencephalon: thalamus, limbic system และ hypothalamus

18 ประสาทกายวิภาค (3) 3. Midbrain: substantia nigra, ventral tegmental area (VTA), raphe nuclei และ reticular formation 4. Pons 5. Medulla oblongata 6. Cerebellum

19 A young woman brain

20 A young man brain

21 Telencephalon Diencephalon Corpus callosum Midbrain Pons Medulla oblongata Cerebellum

22

23 ประสาทกายวิภาค (4) 1. Telencephalon 1.1 Cerebral cortices a. Frontal lobes: การเคลื่อนไหวโดยตั้งใจ, การ แก้ปัญหา, การวางแผน และความจำทันที b. Temporal lobes: การได้ยิน, การเข้าใจภาษาที่ ได้ยิน, การเรียนรู้, ความจำ, แรงจูงใจ (motivation) และอารมณ์ c. Parietal lobes: การรับสัมผัสทางกาย และการ แยกการรับสัมผัส d. Occipital lobes: การมอง และการแปลผลจาก ข้อมูลที่เห็น

24 ประสาทกายวิภาค (5) 1.2 Basal ganglia: กลุ่มของศูนย์กลางเซลล์ ประสาท (nuclei) ที่อยู่ใต้ cortex - กลุ่มที่สำคัญ คือ caudate nucleus, putamen และ globus pallidus ทำหน้าที่ควบคุมความตึง ตัวของกล้ามเนื้อและประสานการเคลื่อนไหว (ผิดปกติ  สั่นและแข็งทื่อได้) นอกจากนี้ยัง เกี่ยวข้องกับความจำด้านหัตถการด้วย (ผิดปกติ  ผูกเชือกร้องเท้าหรือติดกระดุมไม่ได้)

25 ประสาทกายวิภาค (6) 2. Diencephalon 2.1 Thalamus: เป็น nuclei ที่อยู่ด้านในของสมอง มีหน้าที่รับข้อมูลด้านการรับสัมผัส (ยกเว้นการได้ กลิ่น) จากส่วนต่างๆ ของร่างกายและส่งผ่าน ข้อมูลดังกล่าวไปที่ cerebral cortex (บางส่วน ของ thalamus เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความจำ ด้วยเช่นกัน)

26 ประสาทกายวิภาค (7) Limbic system

27 ประสาทกายวิภาค (8) 2.2 Limbic system: เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความ ผิดปกติที่ระบบนี้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอารมณ์ การโกรธรุนแรง, ความวิตกกังวล, ความต้องการ ทางเพศมากขึ้นหรือน้อยลง 2.3 Hypothalamus: เป็นส่วนหนึ่งของ limbic system มีหน้าที่เกี่ยวกับวงจรหลับ-ตื่น (sleep- wake cycle), ควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ/การ ทำงานของ pituitary gland, ความหิว และความ ก้าวร้าว

28 ประสาทกายวิภาค (9) 3. Midbrain 3.1 Substantia nigra: เป็น nuclei ที่มีแขนงยื่น ไปสู่บริเวณ caudate nucleus และ putamen ทำ หน้าที่ควบคุมความตึงของกล้ามเนื้อและประสาน การเคลื่อนไหว (ผิดปกติ  สั่นและแข็งทื่อได้) 3.2 Ventral tegmental area (VTA): เป็น nuclei ที่มีแขนงยื่นไปสู่บริเวณ frontal lobes (mesocortical tract) และ limbic system (mesolimbic tract) (ผิดปกติ  โรคจิตเภท หรือ schizophrenia)

29 ประสาทกายวิภาค (10) 3.3 Raphe nuclei: เป็น nuclei ที่อยู่กึ่งกลางของ midbrain, pons และ medulla (ผิดปกติ  ความผิดปกติของการนอน, อารมณ์ และ พฤติกรรมก้าวร้าว) 3.4 Reticular formation: เป็น nuclei ที่กระจายอยู่ ใน midbrain, pons และ medulla มีหน้าที่ เกี่ยวกับการรู้สึกตัว (consciousness) (ผิดปกติ  อาการสับสน (confusion), ไม่รู้ตัว หรือ coma ได้)

30 ประสาทกายวิภาค (11) 4. Pons: มีหน้าที่เกี่ยวกับการนอน, การตอบสนอง ทางกายและทางอารมณ์ต่อความเครียด (physical and emotional responses to stress) และระบบรับสัมผัส 5. Medulla oblongata: มีหน้าที่ควบคุมอัตราการ หายใจและการเต้นของหัวใจ 6. Cerebellum: มีหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว, ท่า เดิน และการควบคุมการเคลื่อนไหว

31 Cerebral Hemisphere (1) Cerebral Hemisphere (CH) ทำงานในลักษณะ การจัดการ (รับสัมผัสหรือสั่งการเคลื่อนไหว) ด้าน ตรงข้าม Lt และ Rt CHs สื่อสารกันผ่าน corpus callosum คนส่วนใหญ่จะมี Lt หรือ Rt CH เป็นข้างที่เด่น (dominant) ผู้ที่ถนัดขวาเกือบทั้งหมดจะมี Lt dominant CH

32 Cerebral Hemisphere (2) 2/3 ของผู้ที่ถนัดซ้ายจะมี Lt dominant CH เช่นกัน ที่เหลือประมาณ 1/3 จะมี Rt dominant CH Dominant CH (ซึ่งก็คือ Lt CH ในคนส่วนใหญ่) มีหน้าที่ด้านภาษา, ความคิดที่เป็นตรรกะ และการ วิเคราะห์ข้อมูล Nondominant CH (ซึ่งก็คือ Rt CH ในคนส่วน ใหญ่) มีหน้าที่ด้านการเคลื่อนไหว, การ สังเคราะห์ (synthesis), ความเข้าใจ และการ สื่อสารด้านอารมณ์


ดาวน์โหลด ppt สมองและพฤติกรรม Brain and Behavior ศ. มานิต ศรีสุรภานนท์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google