งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

310322 C Programming Department of Computer Science C Programming Lecture no. 4: Structure Programming.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "310322 C Programming Department of Computer Science C Programming Lecture no. 4: Structure Programming."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 C Programming Department of Computer Science C Programming Lecture no. 4: Structure Programming

2 2/45 ตัวแปร (variables) คือ การจองเนื้อที่ใน หน่วยความจำและตั้งชื่อไว้ เพื่อเรียกใช้งานในขณะ ปฏิบัติงาน  ค่า (contents) ของตัวแปรเปลี่ยนแปลงได้  ทั้งตัวแปรที่มีชนิดของข้อมูลแบบพื้นฐานและตัวแปร ที่มีชนิดของข้อมูลแบบกำหนดโดยผู้ใช้ (user defined variables ) ต้องประกาศก่อนใช้  ควรสร้างนิสัยตั้งชื่อตัวแปรด้วยตัวอักษรตัวเล็ก  ตัวอักษรตัวใหญ่ตัวเล็กมีผลแตกต่างกันในภาษา C  การประกาศค่าตัวแปรจะเริ่มหลังจากสิ้นประโยค main( ) ( แต่สามารถประกาศที่ไหนก็ได้ ) Department of Computer Science ตัวแปรในภาษาซี C Programming

3 3/45 ตัวแปรในภาษาซี (2)  การกำหนดชื่อตัวแปร มีหลักการดังนี้ 1. ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษร 2. ห้ามใช้เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ในชื่อ ตัวแปร 3. สามารถใช้เครื่องหมาย underline ‘_’ ได้ 4. ห้ามใช้ reserved words เช่น int, float,etc. Department of Computer Science C Programming

4 4/45 คำสงวนในภาษาซี (C’s reserved words) autobreakcasechar constcontinuedefaultdo doubleelseenumextern floatforgotoif intlongregisterreturn shortsignedsizeofstatic structswitchtypedefunion unsignedvoidvolatilewhile

5 5/45 การประกาศชื่อตัวแปรในภาษาซีสามารถทำได้ดังนี้ C Programming Department of Computer Science การประกาศตัวแปรในภาษาซี ; ตัวอย่างเช่น char ch; int num; float width; double height; unsigned int a; long int b; ซึ่งชนิดข้อมูล ก็คือ integer, character, float และ double

6 6/45 Expressions (นิพจน์)  คือ องค์ประกอบของประโยคที่มีความหมาย อาจ เปรียบได้เหมือนคำหนึ่งคำในประโยคที่เราใช้ โดยทั่วไป  แบ่งออกเป็น 4 พวก  นิพจน์ที่เป็นค่าคงที่ (Constant Expressions)  12, , ‘A’, “Hello World”  นิพจน์ที่เป็นตัวแปร (Variable Expressions)  x, y, sum, radius

7 7/45 Expressions (นิพจน์) [2]  นิพจน์ที่ประกอบจากนิพจน์สองแบบแรก (Complex Expressions) โดยการใช้ตัวดำเนินการ (operator) หรือ เครื่องหมายอื่นๆ เช่น วงเล็บ เป็นตัวเชื่อม  sum = x + y, x = (y-5) * 2  นิพจน์ที่เกิดจากการเรียกใช้ฟังก์ชั่น (Function Calls)  add (543, 1991), add(x, 101) ข้อสังเกต : 1. เครื่องหมาย “=“ ในภาษาซีไม่ได้หมายถึงความเป็นสมการดังเช่นที่ ใช้กันในคณิตศาสตร์โดยทั่วๆ ไป แต่เป็นการมอบหมายค่า ( ผ่านค่า ) ให้กับนิพจน์ประเภทตัวแปรที่ปรากฎ อยู่ทางด้านซ้ายมือของเครื่องหมาย “=“ ให้มีค่าเท่ากับค่าหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับนิพจน์ทางขวามือของ เครื่องหมาย 2. นิพจน์ที่อยู่ทางซ้ายมือต้องเป็นนิพจน์ประเภทตัวแปรเท่านั้น ( ซึ่งเป็น สาเหตุที่ทำให้มีการผ่านค่าให้ได้ )

8 8/45 Expressions(นิพจน์) and Statements(คำสั่ง)  นิพจน์ (expression) ในภาษา C คือ การผสมผสานของ ค่าคงที่ (constants) ตัวแปร (variables) ตัวดำเนินการ (operators) และ การเรียกใช้ฟังก์ชั่น (function calls) ตัวอย่างได้แก่: a + b 3.0*x tan(angle)  นิพจน์ส่วนใหญ่จะมีค่าตามสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นนิพจน์นั้น  ประโยคคำสั่งในภาษา C เป็นเพียงนิพจน์(expression) ที่มี การกำหนดการสิ้นสุดด้วยเครื่องหมาย ; (terminated with a semicolon) ตัวอย่างได้แก่: sum = x + y + z; printf("Go Buckeyes!"); Department of Computer Science C Programming

9 9/45  การเขียนประโยคคำสั่ง (statements) ในภาษาซี แต่ ละคำสั่งจะประกอบด้วย ตัวระบุ (identifier) คำสงวน ตัวแปรชื่อฟังก์ชั่น และตัวดำเนินการ (operator) ต่างๆ แต่ละคำสั่งจบลงด้วยเครื่องหมายอัฒภาค (;) เช่น C Programming Department of Computer Science การเขียนประโยคคำสั่ง printf ( “Hello” ); printf ( “ C \n” );  อาจเขียนในบรรทัดเดียวกันก็ได้ เช่น printf ( “Hello” );printf ( “ C \n” ); ทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์เหมือนกัน

10 10/45 ชนิดของข้อมูล (Data Types)  มีตั้งแต่แบบพื้นฐานไปจนถึงแบบมีโครงสร้างซับซ้อน  ต้องเลือกให้เหมาะสมเพื่อความมีประสิทธิภาพและความถูกต้อง ของการทำงานของโปรแกรม  ตัวอย่างปัญหา  การแสดงผลลัพธ์  การหารเลขจำนวนเต็ม 2 จำนวน ซึ่งผลรับอาจไม่ใช่จำนวนเต็ม ซึ่ง ในกรณีถ้ามีการเลือกชนิดของข้อมูลเพื่อเก็บค่าตัวแปรที่เกิดจากการ หารเลขจำนวนเต็ม ดังกล่าวเป็นชนิด int ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ ถูกต้อง  ดังนั้นตัวแปรที่ควรเลือกใช้ในกรณีนี้คือ... หรือ...  ขอบเขต  เช่น printf (“%d %d %d\n”, 32767, , ); ผลลัพธ์ที่ได้คือ แทนที่จะเป็น Department of Computer Science C Programming

11 11/45  ทำได้โดยระบุชนิดที่ต้องการเปลี่ยนภายใน เครื่องหมาย ( ) แล้ววางหน้าตัวแปรหรือข้อมูล ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชนิด  ตัวอย่าง ถ้าในโปรแกรมภาษาซีมีการประกาศ ตัวแปรเป็น ต้องการเปลี่ยนตัวแปร float ไปเป็น integer สามารถทำได้ดังนี้ C Programming Department of Computer Science การเปลี่ยนชนิดของข้อมูล float money; (int) money;

12 12/45 ตัวอย่างการเปลี่ยนชนิดของข้อมูล int cost; cost = ; ได้ผลรับเท่ากับ... int cost; cost = (int) 2.7+(int) 4.5; ได้ผลรับเท่ากับ... Department of Computer Science C Programming

13 13/45 ตัวดำเนินการกำหนดค่า (The Assignment Operator)  ในภาษาซี ตัวดำเนินการในการกำหนดค่า คือ การใช้เครื่องหมายเท่ากับ (equal sign) “ = “ และเป็นการใช้เพื่อกำหนดค่าให้ตัวแปรในนิพจน์นั้นๆ ตัวอย่างได้แก่: i=0; x=34.8; sum=a+b; slope=tan(rise/run); midinit='J'; j=j+3;  เมื่อใช้ในลักษณะนี้ เครื่องหมายเท่ากับ จะถูกอ่านว่า “ได้รับค่า” (“gets”)  ให้สังเกตว่าเมื่อกำหนดค่าเป็นค่าข้อมูลประเภทตัวอักขระ (character) ตัว อักขระนั้นๆต้องอยู่ภายใต้เครื่องหมาย ‘...‘ (enclosed in single quotes) Department of Computer Science C Programming

14 14/45 การประเมินค่าของตัวดำเนินการกำหนดค่า The Assignment Operator Evaluation  ในประโยคกำหนดค่า (assignment statement) a=7;  มีสองสิ่งที่เกิดขึ้น คือ  The integer variable ‘a’ gets the value of 7, and  the expression a=7 evaluates to 7.  ลักษณะเช่นนี้ทำให้สามารถดำเนินการกำหนดค่า แบบ multiple assignments of the same value to several variables in a single statement ได้ โดยสะดวก เช่น x=y=z=13.0; Department of Computer Science C Programming

15 15/45  สามารถใช้เครื่องหมายต่อไปนี้แทนการเพิ่มหรือ ลดค่าของตัวแปร ++ เป็นการเพิ่มค่าให้กับตัวแปรทีละหนึ่ง -- เป็นการลดค่าตัวแปรทีละหนึ่ง  ตัวอย่างเช่น ++n เป็นการเพิ่มค่า n อีก 1 จากค่าปัจจุบัน --n เป็นการลดค่า n ลง 1 จากค่าปัจจุบัน C Programming Department of Computer Science การเพิ่มค่าและลดค่าตัวแปร

16 16/45 การเพิ่มค่าและลดค่าตัวแปร [2]  ความแตกต่างระหว่าง y++ และ ++y เช่น สมมุติค่า y = 5; ถ้าในกรณี x = y++; จะมีการกระทำดังต่อไปนี้ คือ มีการ ผ่านค่าเดิมของ y ซึ่งเท่ากับ 5 ให้กับ X ก่อน ซึ่งจะได้ค่า x เท่ากับ 5 แล้วจึงเพิ่มค่าของ y ขึ้นอีกหนึ่งในภายหลัง ซึ่งจะ ได้ค่า y เท่ากับ 6 ทำให้ค่า x มีค่าเท่ากับ 6 ในการ ดำเนินการครั้งถัดไป หรือ เปรียบได้กับมีการกระทำ { x = y; y = y+1) แต่ถ้า x = ++y; หมายถึงจะมีเพิ่มค่าให้กับ y ขึ้นอีกหนึ่ง ทำให้ได้ค่า x เท่ากับ 6 ในการดำเนินการในรอบแรก หรือ เปรียบได้กับมีการกระทำ { y = y+1; x = y)

17 17/45 ตัวอย่างการเพิ่มค่าและลดค่าตัวแปร ความแตกต่างระหว่าง count++ และ ++count เช่น count = 5; x = count++; ในการดำเนินการรอบแรก ค่า count จะยังคงมีค่าเท่ากับ 5 ซึ่งจะทำให้ได้ค่า x เท่ากับ 5 แล้วค่า count จึงจะเพิ่มค่าเป็น 6 count = 5; x = ++count; ในการดำเนินการรอบแรก ค่า count จะถูกเพิ่มค่าเป็น 6 ซึ่งจะทำให้ได้ค่า x เท่ากับ 6 Department of Computer Science C Programming

18 18/45 #include int main(void) { int count,x; printf(“**Example of n++ **\n"); count = 5; printf("%d\n",count); x = count++; printf("%d\n",x); printf("%d\n",count); printf(“**Example of ++n **\n"); count = 5; printf("%d\n",count); x = ++count; printf("%d\n",x); printf("%d\n",count); return (0); } ตัวอย่างโปรแกรมการเพิ่มค่าและลดค่าตัวแปร

19 19/45 การกำหนดค่าเริ่มต้นให้ตัวแปร (Initializing Variables)  ตัวแปรภาษาซี (C Variables) สามารถถูก กำหนดค่าเริ่มต้น (initialized with a value) เมื่อมี การประกาศตัวแปรนั้นๆ ได้ เช่น int count = 10;  โดยทั่วไป ผู้เขียนโปรแกรมไม่ควรคิดเอาเองว่าตัว แปรจะถูกกำหนดค่าเริ่มต้นให้โดยปริยายอย่าง อัตโนมัติโดยตัวคอมไพเลอร์  นักเขียนโปรแกรมต้องทำให้มั่นใจได้ว่าตัวแปรมี ค่าที่เหมาะสมก่อนที่มันจะถูกใช้ในนิพจน์ต่างๆ Department of Computer Science C Programming

20 20/45 ตัวอย่างการกำหนดค่าเริ่มต้น  ตัวอย่าง 2 วิธี ในการกำหนดค่าเริ่มต้น: #include main () { int sum=33; float money=44.12; char letter; double pressure; letter='E'; /* assign character value */ pressure=2.01e-10; /*assign double value */ C Programming Department of Computer Science

21 21/45 ตัวอย่างการกำหนดค่าเริ่มต้น [2] printf("value of sum is %d\n",sum); printf("value of money is %f\n",money); printf("value of letter is %c\n",letter); printf("value of pressure is %e\n",pressure); } value of sum is 33 value of money is value of letter is E value of pressure is e C Programming Department of Computer Science

22 22/45 ข้อสังเกตุเกี่ยวกับตัวโอเปอร์เรเตอร์ทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operators)  When the divider operator / is used to perform integer division the resulting integer is obtained by discarding (or truncating) the fractional part of the actual floating point value.  For example: 1/2  0 3/2  C Programming Department of Computer Science

23 23/45 ข้อสังเกตุเกี่ยวกับตัวโอเปอร์เรเตอร์ทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operators) [2]  The modulus operator % only works with integer operands.  The expression a%b is read as “a modulus b” and evaluates to the remainder obtained after dividing a by b.  For example 7 % 2  1 12 % 3  C Programming Department of Computer Science

24 24/45 Operator Precedence and Associativity Operator Precedence (ลำดับการทำงานของโอเปอร์เรเตอร์) Associativity (การจัดหมู่) () ++(postfix) --(postfix)left to right +(unary) –(unary) ++(prefix) --(prefix)right to left * / %left to right + -left to right = += -= *= /= etc.right to left C Programming Department of Computer Science

25 25/ C Programming Department of Computer Science นิพจน์กำหนดเงื่อนไข นิพจน์กำหนดเงื่อนไข  ใช้เพื่อการตรวจสอบเงื่อนไขในภาษาซี สามารถ ทำได้โดยใช้ คำสั่ง if ซึ่งการตรวจสอบเงื่อนไขจะ แบ่งเป็น 3 รูปแบบดังนี้

26 26/45 การตรวจสอบเงื่อนไข if แบบเงื่อนไขเดียว  เงื่อนไขเดียว การใช้คำสั่ง if ใน เงื่อนไขประเภทนี้มีรูปแบบดังนี้ เงื่อนไข คือ เงื่อนไขที่ต้องการตรวจสอบ ข้อความคำสั่ง หมายถึง ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง จะ สั่งให้โปรแกรมดำเนินการอย่างไร เช่น … if (marks <= 25) printf (“you fail the C Programming test”); if ( เงื่อนไข ) ข้อความสั่ง ; Department of Computer Science C Programming

27 27/ C Programming Department of Computer Science  ในส่วนของประโยคคำสั่ง หากมีมากกว่า 1 ประโยคำสั่ง จะต้องอยู่ภายในเครื่องหมาย { } รูปแบบของการใช้ if จึงเปลี่ยนเป็น if ( เงื่อนไข ) { ข้อความสั่งที่ 1; ข้อความสั่งที่ 2; … ; ข้อความสั่งที่ n; } การตรวจสอบเงื่อนไข if แบบเงื่อนไขเดียว [2]

28 28/ C Programming Department of Computer Science การตรวจสอบเงื่อนไข if แบบ 2 เงื่อนไข  สองเงื่อนไข การตรวจสอบเงื่อนไขสองเงื่อนไขโดยใช้ if มีรูปแบบดังนี้ if ( เงื่อนไข ) ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นจริง ; else ข้อความสั่งกรณีที่เงื่อนไขเป็นเท็จ ;

29 29/ C Programming Department of Computer Science  ในส่วนของประโยคคำสั่ง หากมีมากกว่า 1 ประโยคำสั่งจะ ใช้ต้องอยู่ภายในเครื่องหมาย { } รูปแบบของการใช้ if จึง เปลี่ยนเป็น if ( เงื่อนไข ) { ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นจริง 1; ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นจริง 2; …; } else { ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นเท็จ 1; ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นเท็จ 2; …; } การตรวจสอบเงื่อนไข if แบบ 2 เงื่อนไข [2]

30 30/ C Programming Department of Computer Science  หลายเงื่อนไข การตรวจสอบเงื่อนไขหลายเงื่อนไขโดยใช้ if มีรูปแบบดังนี้ if ( เงื่อนไขที่ 1 ) ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขที่ 1 เป็นจริง ; else if ( เงื่อนไขที่ 2 ) ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขที่ 2 เป็นจริง ; else if ( เงื่อนไขที่ 3 ) ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขที่ 3 เป็นจริง ; … else ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขสุดท้ายเป็นจริง ; การตรวจสอบเงื่อนไข if แบบหลายเงื่อนไข

31 31/ C Programming Department of Computer Science การตรวจสอบเงื่อนไข if แบบหลายเงื่อนไข (2)  ในส่วนของประโยคคำสั่ง หากมีมากกว่า 1 ประโยคำสั่งจะใช้ต้องอยู่ภายในเครื่องหมาย { } รูปแบบของการใช้ if จึงเปลี่ยนเป็น if ( เงื่อนไขที่ 1 ) { ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นจริง 1; ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นจริง 2; …; } else if ( เงื่อนไขที่ 2 ) { ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นเท็จ 1; ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นเท็จ 2; …; } …

32 32/ C Programming Department of Computer Science การตรวจสอบเงื่อนไขแบบซ้อน  ในการตรวจสอบเงื่อนไขโดยใช้ if นั้น อาจใช้ if ซ้อน if เพื่อให้การตรวจสอบเงื่อนไข เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น มีรูปแบบดังนี้ if ( เงื่อนไขที่ 1 ) if ( เงื่อนไขที่ 2 ) ข้อความสั่งในกรณีที่เงื่อนไขเป็นจริง 1;  หากมีหลายข้อความสั่ง ข้อความสั่งนั้นจะอยู่ใน { } เหมือนกับการใช้ if ทั่วไป

33 33/ C Programming Department of Computer Science ผังงานแทนคำสั่ง if เงื่อนไข ประโยคคำสั่ง 1 ประโยคคำสั่ง 2 … จริง เท็จ

34 34/ C Programming Department of Computer Science ผังงานแทนคำสั่ง if-else เงื่อนไข ประโยคคำสั่งกรณีเป็นจริง 1 ประโยคคำสั่งกรณีเป็นจริง 2 … จริงเท็จ ประโยคคำสั่งกรณีเป็นเท็จ 1 ประโยคคำสั่งกรณีเป็นเท็จ 2 …

35 35/45 ตัวดำเนินการตรรกะในการตรวจสอบเงื่อนไข C Programming Department of Computer Science ตัวดำเนินการตรรกะความหมาย > มากกว่า < น้อยกว่า >= มากกว่าหรือเท่ากับ <= น้อยกว่าหรือเท่ากับ == เท่ากับ != ไม่เท่ากับ

36 36/ C Programming Department of Computer Science ตัวอย่างการใช้คำสั่งเงื่อนไขกับนิพจน์คณิตศาสตร์ X > 5A > BX + Y <= a + b 2.0 * x > 5.0 * y + 7.0B == 5  ตัวอย่างการใช้ if กับนิพจน์คณิศาสตร์ if ( score >= 80 ) grade = ‘A’; if ( totalsale == 1000 ) discount = totalsale * 20/100

37 37/45 ตัวดำเนินการเชื่อมตรรกะ C Programming Department of Computer Science ตัวดำเนินการเชื่อมตรรกะความหมาย && ตัวเชื่อม “ และ ” (and) || ตัวเชื่อม “ หรือ ” (or) ! ตัวนิเสธ (Not)  ตัวดำเนินการเชื่อมตรรกะช่วยให้เราสามารถเชื่อม นิพจน์ทางตรรกะ ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์ดังนี้

38 38/45 ตัวอย่างการใช้ตัวดำเนินการเชื่อมตรรกะ C Programming Department of Computer Science PQP && QP || Q TTTT TFFT FTFT FFFF  ตัวดำเนินการเชื่อมตรรกะช่วยให้เราสามารถเชื่อม นิพจน์ทางตรรกะ ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์ดังนี้

39 39/ C Programming Department of Computer Science ตัวอย่างนิพจน์เงื่อนไขที่ใช้ตัวดำเนินการเชื่อมตรรกะ  ตัวอย่างการใช้ if ร่วมกับตัวดำเนินการเชื่อม ตรรกะกับนิพจน์คณิศาสตร์ if ( ( score >= 80 ) || ( score <= 100 ) ) grade = ‘A’; if ( ( total > 2000 ) || ( total < 5000 ) ) discount = totalsale * 20/100

40 40/ C Programming Department of Computer Science ตัวดำเนินการเงื่อนไขแบบย่อ ( ? : )  ตัวดำเนินการเงื่อนไข (?:) เป็นการเขียนอย่าง ย่อของคำสั่ง if-else ซึ่งมีรูปแบบดังนี้ นิพจน์ 1 ? นิพจน์ 2 : นิพจน์ 3  ความหมายของตัวดำเนินการเงื่อนไขข้างต้น หมายถึง หากนิพจน์ 1 เป็นจริงแล้วให้ดำเนินการตาม นิพจน์ 2 แต่ถ้าหากนิพจน์ 1 เป็นเท็จให้ ดำเนินการตามนิพจน์ 3

41 41/ C Programming Department of Computer Science ตัวอย่างการใช้ตัวดำเนินการเงื่อนไขแบบย่อ discount = (total > 2000) ? total * 10/100 : 0.0;  ความหมายของนิพจน์ข้างต้นเทียบได้กับ if ( total > 2000 ) discount = total * 10/100; else discount = 0.0;

42 42/ C Programming Department of Computer Science การตรวจสอบเงื่อนไขโดยใช้ switch switch ( ตัวแปรที่ต้องการตรวจสอบ ) { case เงื่อนไขที่ 1 : คำสั่งที่ 1; คำสั่งที่ 2; break; case เงื่อนไขที่ 2 : คำสั่งที่ 1; คำสั่งที่ 2; break; … default : คำสั่งที่ 1; คำสั่งที่ 2; }  คำสั่ง switch เป็นคำสั่งเงื่อนไขที่เหมาะสำหรับ เงื่อนไขที่มีตัวเลือกมากกว่าหนึ่งตัวเลือก รูปแบบ ของคำสั่ง switch เป็นดังนี้

43 43/ C Programming Department of Computer Science ตัวอย่างการใช้ switch switch ( ch ) { case 1 : printf( “ Red\n ” ); case 2 : printf( “ Blue\n ” ); case 3 : printf( “ Yellow\n ” ); default : printf( “ White\n ” ); }

44 44/ C Programming Department of Computer Science ผังงานแทนคำสั่ง switch เงื่อนไขที่ 1 จริง เท็จ ประโยคคำสั่ง break; เงื่อนไขที่ 2 ประโยคคำสั่ง break; เงื่อนไขที่ n ประโยคคำสั่ง break; เท็จ จริง

45 END C Programming Department of Computer Science


ดาวน์โหลด ppt 310322 C Programming Department of Computer Science C Programming Lecture no. 4: Structure Programming.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google