งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การรับมือกับความเปลื่ยนแปลงด้าน สุขภาพกายและจิตในวัยสูงอายุ น.พ.สุรชัย วิจารณ์กัยกิจ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การรับมือกับความเปลื่ยนแปลงด้าน สุขภาพกายและจิตในวัยสูงอายุ น.พ.สุรชัย วิจารณ์กัยกิจ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การรับมือกับความเปลื่ยนแปลงด้าน สุขภาพกายและจิตในวัยสูงอายุ น.พ.สุรชัย วิจารณ์กัยกิจ

2 องค์การสหประชาชาติได้ให้ความหมายของผู้สูงอายุว่า หมายถึงบุคคลที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปทั้งชายหญิง การแบ่งช่วงของความสูงอายุแบ่งได้เป็น 3 ช่วง  วัยสูงอายุตอนต้น (young-old) อายุ ปี  วัยสูงอายุตอนกลาง (medium-old) อายุ ปี  วัยสูงอายุตอนปลาย (old-old) อายุ 80 ปีหรือมากกว่า

3 ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า - พ.ศ.2503 มีประชากรสูงอายุ 1.5ล้านคนหรือ 5.4% ของประชากรทั้งหมด - พ.ศ.2552 ประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 7.6 ล้านคนหรือ 11.5% บ่งชี้ว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (aging society) อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากมีประชากร สูงอายุมากกว่า 10%ของประชากรทั้งหมด - คาดว่าในอีก 30 ปี หรือปีพ.ศ ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วน 30% ของประชากรทั้งประเทศ

4 สถิติขององค์การอนามัยโลก ปีพ.ศ อายุเฉลี่ยของชายไทยอยู่ที่ 64 ปี ส่วนหญิงไทยอยู่ที่ 67 ปี อายุคาดหมายเฉลี่ยเมื่ออายุ 60 ปี (Life expectancy at 60) ชายไทย 15 ปี (75 ปี) หญิงไทย 18 ปี (78 ปี)

5 ปีของชีวิตที่หายไป (Years of Life Lost)  การเสียชีวิตก่อนตัวเลขประมาณการนี้ ถือว่าเป็นการ เสียชีวิตก่อนเวลาอันสมควร  ทางการแพทย์เรียก Years of Life Lost หรือ ปีของ ชีวิตที่หายไป

6 การเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุ วัยสูงอายุมีการเปลี่ยนแปลง 3 อย่างใหญ่ๆคือ การ เปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ทางสังคม และทางจิตใจ (อารมณ์)

7 การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย - เป็นความเสื่อมทางชีววิทยาที่เกิดขึ้นช้าๆเป็นเวลานาน - เป็นผลให้การทำหน้าที่ของระบบต่างๆในร่างกายและ ความสามารถในการต่อต้านโรคลดลง - โรคเรื้อรังยังเป็นตัวเร่ง ทำให้ความเสื่อมของร่างกาย เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

8 สูงวัยอย่างมีความสุข - เกิดได้จากการปฎิบัติตัวเพื่อชลอความเสื่อมของร่างกาย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมีอายุยืน - โดยให้มีช่วงเวลาที่ปราศจากโรคยาวนานที่สุด คนที่อายุยืนที่สุดอยู่ที่ 122 ปี

9 สูงวัยอย่างมีความสุข  เกิดขึ้นได้จากการป้องกันโรค ที่ประกอบด้วย 1. ป้องกันก่อนการเกิดโรค (การป้องกันแบบปฐมภูมิ) 2. ป้องกันหลังจากเกิดโรค (การป้องกันแบบทุติยภูมิ)

10 การป้องกันก่อนการเกิดโรค 1.ออกกำลังกายโดยสม่ำเสมอ 2.รักษาน้ำหนักตัว 3.รับประทานผัก ผลไม้ ถั่ว และแป้งไม่ขัดขาว 4.งดสูบบุหรี่ 5.ได้รับวิตามินและสารอาหารครบถ้วน 6.ฉีดวัคซีนป้องกันโรค

11 การป้องกันหลังจากเกิดโรค  1. ควบคุมความดันเลือด  2. ควบคุมเบาหวาน  3. ลดระดับไขมันในเลือด  4. ตรวจร่างกายประจำปีโดยสม่ำเสมอ

12 การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย - การออกกำลังกายควรเป็นแบบแอโรบิก หรือทำกิจกรรม ต่างๆติดต่อกันให้ได้ 30 นาที - หัวใจเพิ่มการทำงานช้ามาก กว่าจะทำงานเต็มที่ต้องใช้ เวลา นาที - หัวใจจะทำงานเต็มที่ 10 นาที แต่ก็พอเพียงที่จะทำให้ ระดับน้ำตาล และ LDL ไขมันชนิดเลวลดลง ส่วนไขมันดี HDL เพิ่มขึ้น - ผลนี้จะอยู่ได้นาน 48 ช.ม. ดังนั้นการออกกำลังกายวัน เว้นวันจึงเพียงพอ

13 การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย  ยืนแกว่งแขน  เดิน  ขี่จักรยาน  ว่ายน้ำ  วิ่ง  เต้นแอโรบิก

14 การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย - รำมวยจีน  มีการศึกษาพบว่า การออกกำลังด้วยการรำมวย จีน สามารถเพิ่มความอดทน  เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ  เพิ่มความสัมพันธ์ของการทำงานของกล้ามเนื้อ  เพิ่มสมาธิได้

15 การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย Tai Chi Chuan - เป็นการออกกำลังกายตามมโนภาพ -มีการศึกษาที่ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะ แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: -ใช้การออกกำลังด้วยมโนภาพ วันละ 5 นาที 3 วันต่อ สัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ -พบว่าสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นแขน ได้ 30-40%

16 การควบคุมน้ำหนักตัว - สูตรคำนวณหาน้ำหนักตัวที่เหมาะสมอย่างง่าย  ชาย (กก) = ความสูง (ซม)  หญิง (กก) = 90% ของความสูง (ซม) ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนัก (กก) / ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง  แนะนำให้ควบคุมน้ำหนักโดยดัชนีมวลกาย =

17 การควบคุมน้ำหนักตัว -เส้นรอบเอว (พุง)  การศึกษาเพื่อหาคำตอบว่าดัชนีมวลกาย ความ ยาวรอบเอวและอัตราส่วนรอบเอวกับความสูง ตัวใดที่จะบอกโอกาสเสี่ยงโรคได้ดีที่สุด  ประชากร >300,000 คน ใน 18 ประเทศ มีการ ติดตาม ตั้งแต่ ปี

18 การควบคุมน้ำหนักตัว  พบว่าในประชากรชายและหญิง อัตราส่วนความ ยาวรอบเอวต่อความสูง เป็นตัวชี้โอกาสเสี่ยง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันไตรกลีเซอ ไรด์สูง และโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดีที่สุด จุดตัดที่แบ่งโอกาสเสี่ยงอยู่ที่ 0.5  'เส้นรอบพุงไม่ควรเกินครึ่งหนึ่งของส่วนสูง'  เส้นรอบพุงเพิ่มจากปกติทุก 5 ซม เสี่ยงต่อการเป็น เบาหวานและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 5 เท่า

19 วิธีวัดเส้นรอบพุง

20 แกว่งแขนลดพุง

21 การออกกำลังเพื่อลดน้ำหนัก  การออกกำลังกายเพื่อกำจัดพลังงานออกได้ ยากกว่าที่ คิด  เล่นเทนนิส 1 ชั่วโมง ใช้พลังงาน 425 กิโลแคลอรี  แอโรบิคปานกลาง 1 ชั่วโมง ใช้พลังงาน 350 กิโล แคลอรี  ว่ายน้ำ 1 ชั่วโมง ใช้พลังงาน 450 กิโลแคลอรี  ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยใส่ไข่ ให้พลังงาน 484 กิโลแคลอรี่  ผัดซีอิ๊วใส่ไข่ ให้พลังงาน 679 กิโลแคลอรี่

22 รับประทานผัก ผลไม้ ถั่ว และแป้งไม่ขัดขาว

23 งดสูบบุหรี่  คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ 2-4 เท่า  หยุดสูบบุหรี่ 1 ปี ลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจ ได้ 50%  ถ้าหยุดได้ถึง 2 ปี อัตราเสี่ยงจะกลายเป็น เท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย

24 ศูนย์บริการการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์ แห่งชาติ - ดำเนินการโดย มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดย ความตกลงกับ  กระทรวงสาธารณสุข  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

25 วิตามินและสารอาหาร  ความเชื่อ: ผู้สูงวัยทุกคนควรกินวิตามินเสริมทุก วัน  ความจริง: ผู้สูงวัยที่ขาดอาหารหรือรับประทาน อาหารแบบมังสวิรัติเท่านั้น จะได้ประโยชน์จาก การกินวิตามินเสริม

26 วิตามินและสารอาหาร  ความจริง: การกินอาหารที่มีวิตามิน B และสาร ต้านอนุมูลอิสระ สามารถชลอความเสื่อมของ ร่างกาย และลดอัตราเสียชีวิตจากโรคต่างๆ  ความเชื่อ: การกินวิตามิน B และสารต้านอนุมูล อิสระ ให้ผลดีเช่นเดียวกับการกินอาหารที่ได้ จากธรรมชาติ

27 สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)  ในกระบวนการเผาผลาญอาหารเพื่อสร้าง พลังงานที่ทำให้ร่างกายเราทำงานได้อย่างที่ เป็นอยู่ จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้น  อนุมูลอิสระจะทำปฎิกิริยากับดีเอ็นเอ ที่อยู่ใน เซลล์ เป็นเหตุให้เซลล์เสียหาย ทำให้เกิดโรค หลายชนิด รวมทั้งมีทฤษฎีที่เชื่อว่า อาการแก่ ชราเป็นผลของอนุมูลอิสระด้วย

28 สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)  อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงตามธรรมชาติ เช่นผักและผลไม้ มีความสัมพันธ์กับสุขภาพที่ ดีและอายุที่ยืนยาว  การศึกษาในคนพบว่า การกินสารต้านอนุมูล อิสระไม่ได้ให้ผลดีแก่สุขภาพเหมือนการกิน อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงตามธรรมชาติ

29 Omega-3 fatty acid  มีการศึกษาพบว่า การกินปลาและอาหารที่มี Omega-3 สามารถลดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้  American Heart Association แนะนำให้คนทั่วไปกิน ปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่วนคนไข้โรคหัวใจ ขาดเลือดควรได้รับ Omega-3 วันละ 1 กรัม

30 Omega-3 fatty acid  พบมาก ในปลาแซลมอน ซาร์ดีน  น้ำมันวอลนัตและคาโนล่ามีมากกว่า 1 กรัมต่อ หนึ่งช้อนโต๊ะ  น้ำมันแฟล็กซ์ (Flax seed) มี 7 กรัมต่อหนึ่ง ช้อนโต๊ะ

31 แคลเซียม  สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน ได้  แนะนำให้กินวันละ มก  อาหารไทยมีปริมาณแคลเซียม มก  นมพร่องมันเนย 1 แก้ว (200 ซีซี) ได้แคลเซียม 253 มก  โยเกิร์ต 1 ถ้วย ได้แคลเซียม 252 มก  ปลาซาร์ดีนกระป๋อง 2 ชิ้น ได้แคลเซียม 429 มก  ปลาตัวเล็ก 2 ช้อนกินข้าว ได้แคลเซียม 226 มก

32 การฉีดวัคซีนป้องกันโรค  วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่  สามารถที่จะลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อใน ผู้สูงอายุได้ประมาณ 50%  ประเทศไทยเรามีการฉีดวัคซีนนี้ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคมของทุกปี  ผู้สูงอายุทุกคนควรได้วัคซีนนี้เป็นประจำทุกปี

33 การฉีดวัคซีนป้องกันโรค  วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัล (Pneumococcal)  เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบและโลหิต เป็นพิษได้ โดยผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ มากกว่าผู้ป่วยอายุน้อย  ผู้ที่อายุตั้งแต่ 65ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีนชนิดนี้หนึ่งครั้ง  ผู้ที่อายุยังไม่ครบ 65ปีแต่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ มีโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน ควรได้รับวัคซีนนี้ทันทีและควรได้รับการฉีดกระตุ้น อีกครั้งห่างจากเข็มแรกเป็นเวลา 5ปี

34 การป้องกันหลังจากเกิดโรค -ควบคุมความดันเลือด  เป้าหมายคือคุมความดันเลือดอยู่ในระดับ ไม่เกิน 140/90

35 การควบคุมเบาหวาน  พลาสมากลูโคสขณะอดอาหาร มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มก/ดล - การประเมินการควบคุมเบาหวาน  ระดับน้ำตาลในเลือดที่ถือว่าควบคุมได้ดี  ระดับน้ำตาลก่อนอาหารเช้า มก/ดล (ค่าปกติ )  การวัดฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี หรือเรียกว่าน้ำตาลเฉลี่ยหรือน้ำตาลสะสม  ควรตรวจทุก 3 เดือน ควรควบคุมให้ต่ำกว่า 6.5% (ค่าปกติ 4-6%)

36 ลดระดับไขมันในเลือด  การควบคุมระดับไขมันเลือดให้อยู่ในระดับที่ ปลอดภัย โดยการควบคุมอาหารและการให้ยาลด ไขมัน โดยใช้ระดับ LDL เป็นเป้าหมาย  ความเสี่ยงต่ำ (มี 0-1 ปัจจัยเสี่ยง) เป้าหมาย <160 มก/ดล  ความเสี่ยงปานกลาง(มีตั้งแต่ 2 ปัจจัยเสี่ยง) เป้าหมาย <130 มก/ดล  ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจหรือความเสี่ยงสูง (5 ปัจจัยเสี่ยง + เบาหวาน) เป้าหมาย <100 มก/ดล

37 ลดระดับไขมันในเลือด ปัจจัยเสี่ยง (Major risk factors) ได้แก่ - สูบบุหรี่ - ความดันเลือด สูงกว่า 140/90 หรือกินยาลดความดันอยู่ - พันธุกรรม ชายที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นก่อนอายุ 55 ปี และฝ่ายหญิงก่อนอายุ 65 ปี - HDL <40 - เพศและอายุ ชายอายุมากกว่า 45 ปี หญิงอายุมากกว่า 55 ปี

38 ตรวจร่างกายประจำปี “ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง โรคหลายโรคอาการจะ ไม่ปรากฏชัดในระยะแรก ถ้าได้ตรวจพบใน ระยะแรก การรักษาจะใด้ผลดี “

39 อัตราตายของคนไทยจากโรคต่างๆ (2550)  1. มะเร็งและเนื้องอกทุกชนิด  2. อุบัติเหตุ  3. โรคหัวใจ  4. ความดันเลือดสูงและโรคหลอดเลือดใน สมอง

40 ตรวจร่างกายประจำปี  ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ของการตรวจสุขภาพประจำปีของผู้สูงอายุ  การตรวจจะเน้นการคัดกรองโรคมะเร็งซึ่งหาก วินิจฉัยได้ในระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษา อย่างถูกต้อง ผลการรักษาจะมีประสิทธิภาพ ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญการ

41 1.มะเร็งลำไส้ใหญ่  ส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงมาจากติ่งเนื้อธรรมดา (Adenomatous polyp) ซึ่งติ่งเนื้อนี้จะพบได้มากขึ้น ตามอายุ  การตรวจและตัดติ่งเนื้อที่พบโดยการส่องกล้องผ่าน ทางทวารหนักจึงเป็นวิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดี ที่สุด  การตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีส่องกล้องที่เรียกว่า Colonoscope นี้ แนะนำให้ทำอย่างน้อยทุกๆ 10ปี ระหว่างอายุ 50 ถึง 75ปี

42 2. มะเร็งต่อมลูกหมาก  คัดกรองโดยการเจาะเลือดหาระดับของ PSA (prostate-specific antigen)  ชายตั้งแต่อายุ 50ปี ควรตรวจ PSA ทุก 2ปี ถ้าค่า PSA ที่ตรวจได้ ต่ำกว่า 2.5ng/ml  หากพบว่าค่า PSA สูงกว่า 2.5 ควรได้รับการตรวจซ้ำทุกปี  ผู้มีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัว ควรเริ่มการตรวจตั้งแต่ อายุ 40ปี

43 3. มะเร็งปากมดลูก  การตรวจเซลล์ที่ขูดมาจากปากมดลูกที่เรียก Pap smear  การตรวจหาไวรัส Human Papilloma (HPV test) พร้อมไปกับ การตรวจ Pap smear  สตรีอายุระหว่าง 30 ถึง 65ปี ควรตรวจ Pap smear ทุก 3ปี  หากตรวจ Pap smear ร่วมกับการตรวจหา HPV สามารถตรวจซ้ำ ทุก 5ปี หากผลการตรวจเป็นปกติ

44 4. มะเร็งเต้านม  การแนะนำให้สตรีที่มีอายุตั้งแต่ 40 ถึง 74ปี ทำการตรวจ mammogram ทุก 2ปี

45 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอารมณ์ 3 D = การเปลี่ยนแปลง 3 มิติ

46 3 Ds  Deprivation - ความสูญเสีย  Denial - ทำใจไม่ได้  Depression/ Anxiety – ซึมเศร้า/กังวล

47 Deprivation - ความสูญเสีย  ตำแหน่งหน้าที่การงาน  อำนาจให้คุณให้โทษ  สภาพที่เคยมีคนห้อมล้อม  รายได้บางส่วน  สิทธิพิเศษต่างๆ

48 Denial - ทำใจไม่ได้  การเกษียณอายุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  เตรียมตัวล่วงหน้าเป็นระยะเวลาพอสมควร  มองว่าการเกษียณอายุเป็นเสมือนรางวัลที่ได้มาจาก การทำงานมาทั้งชีวิต  วางแผนที่จะทำในสิ่งที่รักที่จะทำ ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องทำ

49 Depression/ Anxiety – ซึมเศร้า/กังวล  Stress Scale (Holmes & Rahe) - สูญเสียคู่สมรส100 - เกษียณอายุ 45

50 แบบวัดความเศร้าในผู้สูงอายุของไทย  1. คุณพอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ตอนนี้  2. คุณไม่อยากทำสิ่งที่เคยสนใจหรือเคยทำเป็นประจำ  3. คุณรู้สึกชีวิตของคุณช่วงนี้ว่างเปล่าไม่รู้จะทำอะไร  4. คุณรู้สึกเบื่อหน่ายบ่อยๆ  5. คุณหวังว่าจะมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นในวันหน้า

51 แบบวัดความเศร้าในผู้สูงอายุของไทย  6. คุณมีเรื่องกังวลอยู่ตลอดเวลา และเลิกคิดไม่ได้  7. ส่วนใหญ่แล้วคุณรู้สึกอารมณ์ดี  8. คุณรู้สึกกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับคุณ  9. ส่วนใหญ่คุณรู้สึกมีความสุข  10. บ่อยครั้งที่คุณรู้สึกไม่มีที่พึ่ง

52 แบบวัดความเศร้าในผู้สูงอายุของไทย  11. คุณรู้สึกกระวนกระวาย กระสับกระส่ายบ่อย  12. คุณชอบอยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกนอกบ้าน  13. บ่อยครั้งที่คุณรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับชีวิตข้างหน้า  14. คุณคิดว่าความจำของคุณไม่ดีเท่าคนอื่น  15. การที่มีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี

53 แบบวัดความเศร้าในผู้สูงอายุของไทย  16. คุณรู้สึกหมดกำลังใจ หรือเศร้าใจบ่อยๆ  17. คุณรู้สึกว่าชีวิตคุณค่อนข้างไม่มีคุณค่า  18. คุณรู้สึกกังวลมากกับชีวิตที่ผ่านมา  19. คุณรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีเรื่องน่าสนุกอีกมากมาย  20. คุณรู้สึกลำบากที่จะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ

54 แบบวัดความเศร้าในผู้สูงอายุของไทย  21. คุณรู้สึกกระตือรือร้น  22. คุณรู้สึกสิ้นหวัง  23. คุณคิดว่าคนอื่นดีกว่าคุณ  24. คุณอารมณ์เสียง่ายกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอยู่เสมอ  25. คุณรู้สึกอยากร้องไห้บ่อยๆ

55 แบบวัดความเศร้าในผู้สูงอายุของไทย  26. คุณมีความตั้งใจในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ไม่นาน  27. คุณรู้สึกสดชื่นในเวลาตื่นนอนตอนเช้า  28. คุณไม่อยากพบปะพูดคุยกับคนอื่น  29. คุณตัดสินใจอะไรได้เร็ว  30. คุณมีจิตใจสบาย แจ่มใสเหมือนก่อน

56 แบบวัดความเศร้าในผู้สูงอายุของไทย  คนสูงอายุปกติคะแนน0-12  ผู้มีอาการเศร้าเล็กน้อยคะแนน13-18  ผู้มีความเศร้าปานกลางคะแนน19-24  ผู้ที่มีความเศร้ารุนแรงคะแนน25-30

57 ผู้สูงวัยกับสุขภาพจิตที่ดี  ปรับตัวให้เข้ากับบทบาททางสังคมที่เปลี่ยนไป  ผู้สูงวัยที่มีสังคมที่ดี มีสุขภาพกายและจิตดีกว่าผู้ที่ไม่มี สังคม  ผู้สูงวัยที่ให้มากกว่ารับ มีสุขภาพจิตดีกว่าผู้ที่รับ มากกว่าให้  ความเรียบง่ายสู่ความปิติสุข (Happiness in simplicity)

58 ชีวิตคือปาฏิหาริย์ จงเป็นอิสระดังสายลมที่กระทบยอดไม้ อบอุ่นดุจแสงแดดที่อาบสรรพสิ่ง เปิดความคิดเปิดใจกว้างราวโลกทั้งใบ วินทร์ เลียววาริณ

59 หนังสือควรอ่าน

60 หนังสือน่าอ่าน

61

62 หนังสือสำหรับนักวิชาการ

63 ขอบคุณครับ


ดาวน์โหลด ppt การรับมือกับความเปลื่ยนแปลงด้าน สุขภาพกายและจิตในวัยสูงอายุ น.พ.สุรชัย วิจารณ์กัยกิจ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google