งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 บทที่ 12 การทดสอบความต้านแรง กระแทก (Impact test) 1302 423 Industrial Materials Testing Dr. Sukangkana Lee.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 บทที่ 12 การทดสอบความต้านแรง กระแทก (Impact test) 1302 423 Industrial Materials Testing Dr. Sukangkana Lee."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 บทที่ 12 การทดสอบความต้านแรง กระแทก (Impact test) Industrial Materials Testing Dr. Sukangkana Lee

2 2

3 3 an Audi TT and a side impact test for LSD wing doors

4 4 Introduction  Impact Testing, ASTM E23 and IS/ BS Standard  The impact test is a method for evaluating the toughness and notch sensitivity of engineering materials.  It is usually used to test the toughness of metals, but similar tests are used for polymers, ceramics and composites.

5 5  Toughness =?  Notch sensitivity = ?

6 6 Low yield strength Large plastic energy = Ductile ( เหนียว ) High yield strength Elastic energy = Brittle ( เปราะ ) Toughness =? Brittle Ductile

7 7 Notch sensitivity = ?  The extent to which the sensitivity of a material to fracture is increased by the presence of a surface defect, such as a notch, a crack, or a scratch.  Low notch sensitivity is usually associated with ductile materials.  High notch sensitivity is usually associated with brittle materials.

8 8  แรงกระแทกที่เกิดระหว่างใช้งานซึ่งจะ กระทำอย่างรวดเร็ว (A suddenly applied stress) เรียกว่า Dynamic load อาทิ การกระแทกของเสาเข็ม, ปั้นจั่น, ใบพัด, รอยเชื่อม  Metal industry sectors include Oil and Gas, Aerospace, Power Generation, Automotive, and Nuclear.

9 9 Effects of the notch  effects:  Stress concentration around the notch causes plastic deformation to occur in this area. The decrease in area caused by the notch increases the stress to a value above the yield stress for the material, while the rest of the specimen may still be at a stress below the yield stress. This plastic hinge which develops at the notch reduces the total amount of plastic deformation in the test specimen.  The plastic deformation at the notch is constrained by the surrounding material and this increases the tensile stress in the plastic zone. The degree of constraint depends on the severity of the notch (depth and sharpness). The increased tensile stress encourages fracture and reduces the work done by plastic deformation before fracture occurs.

10 10  The Charpy Impact Test was invented by Georges Augustin Albert Charpy ( ).  The Charpy impact test continues to be used as an economical quality control method to determine the notch sensitivity and impact toughness of engineering materials.

11 11 วัตถุประสงค์  เพื่อทราบค่า absorb energy ( พลังงานที่ วัสดุดูดซับ ) ก่อนการแตกหักด้วยแรง กระแทก  เพื่อวิเคราะห์ความเหนียวของวัสดุที่ อุณหภูมิต่างๆ  เพื่อศึกษาลักษณะรอยแตกแบบเหนียว และแบบเปราะ

12 12 Definitions  Charpy Impact test (JIS Z2242, JIS Z2202)  ชิ้นงานทดสอบจะต้องเตรียมให้ได้ขนาด ตามมาตรฐาน มีรอยบากตรงกึ่งกลาง ชิ้นงาน  รอยบากมักทำเป็นรูปตัว V หรือ U  วางชิ้นงานบนแท่นวางในแนวนอน และจะใช้ค้อนตีด้านตรงข้ามรอยบากนั้น

13 13 JIS Standard

14 14 JIS Standard

15 15 รูปแสดงการทดสอบแรงกระแทก   Energy held at lifted angle  E1= WR(1-cos  ) Energy held at swing angle  E2= WR(1-cos  )

16 16 The notched test specimen is broken by the impact of a heavy pendulum or hammer, falling at a predetermined velocity through a fixed distance. The test measures the energy absorbed by the fractured specimen.

17 17 specimen

18 18 เพื่อให้ทราบข้อมูลต่อไปนี้ 1.Charpy Absorbed energy แทนด้วย E (kgf  m หรือ J) เป็นค่า พลังงานที่ต้องใช้ ในการทำให้ ชิ้นส่วนนั้นๆ แตกหักเนื่องจาก แรงกระแทก 2.Charpy Impact value (kgf  m/cm 2 หรือ J/cm 2 ) เป็นค่า พลังงานต่อหน่วย พื้นที่บริเวณรอย บาก

19 19 3.Transition curve เป็นกราฟระหว่าง อุณหภูมิทดสอบ กับ พลังงาน หรือ อุณหภูมิกับร้อยละแตกเปราะ 4.Transition temperature เป็นช่วง อุณหภูมิที่ทำให้ชิ้นส่วนเกิดการ เปลี่ยนแปลงจากแตกแบบเหนียวไปเป็น แตกแบบเปราะ ซึ่งจะเป็นช่วงที่ค่า พลังงานลดลง

20 20 5.Percent Brittle Fracture เป็นร้อยละ ของบริเวณรอยแตกแบบเปราะต่อบริเวณ รอยแตกทั้งหมด บริเวณที่แตกเปราะ สังเกตได้โดยจะมีความวาว และผิว ค่อนข้างเรียบ 6.Percent Ductile Fracture เป็นร้อยละ ของบริเวณรอยแตกแบบเหนียวต่อ บริเวณรอยแตกทั้งหมด บริเวณที่แตก เหนียวสังเกตได้โดยจะมีความทึบ และผิว ค่อนข้างหยาบ

21 21

22 22  ปัจจัยที่มีผลต่อค่าความต้านทานแรง กระแทกของวัสดุ ได้แก่ วัสดุเหนียวจะมีความต้านทานแรง กระแทกสูงกว่าวัสดุเปราะ อุณหภูมิการใช้งานวัสดุที่มีโครงสร้าง ผลึกแบบ BCC จะมีค่าความต้านทานแรง กระแทกไม้คงที่เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป ส่วนวัสดุที่มีโครงสร้างแบบ FCC ความ ต้านแรงกระแทกจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ตามอุณหภูมิ โครงสร้างเกรนที่เกิดจากกรรมวิธีผลิต

23 23

24 24 √3a√3a√3a√3a a √2a√2a√2a√2a FCC BCC

25 25 www-materials.eng.cam.ac.uk


ดาวน์โหลด ppt 1 บทที่ 12 การทดสอบความต้านแรง กระแทก (Impact test) 1302 423 Industrial Materials Testing Dr. Sukangkana Lee.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google