งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 Lecture 2 Number Representations. 2  Decimal 8547 = 8*10 3 + 5*10 2 + 4*10 1 + 7*10 0  Common form V(D) = d n-1 *10 n-1 + d n-2 *10 n-2 + … + d 0.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 Lecture 2 Number Representations. 2  Decimal 8547 = 8*10 3 + 5*10 2 + 4*10 1 + 7*10 0  Common form V(D) = d n-1 *10 n-1 + d n-2 *10 n-2 + … + d 0."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 Lecture 2 Number Representations

2 2  Decimal 8547 = 8* * * *10 0  Common form V(D) = d n-1 *10 n-1 + d n-2 *10 n-2 + … + d 0 *10 0  Binary V(B) = b n-1 *2 n-1 + b n-2 *2 n-2 + … + b 0 *2 0

3 3 Number Representations  Binary to Decimal (1101) 2 =1* * * *2 0 = =13  Decimal to Binary = (1101) 2 MSB LSB MSB

4 4 Number Representations  Octal ( เลขฐาน 8) มีตัวเลขที่มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 7 มีตัวเลขที่มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 7 กลุ่มของ Octal digit จะแสดงโดยใช้จำนวนบิต 3 bits กลุ่มของ Octal digit จะแสดงโดยใช้จำนวนบิต 3 bits การแปลง Binary number ให้เป็น Octal number ทำโดยการแบ่งกลุ่มของ Binary number ทีละ 3 บิต โดยให้เริ่มที่ฝั่ง LSB (least significant bit) การแปลง Binary number ให้เป็น Octal number ทำโดยการแบ่งกลุ่มของ Binary number ทีละ 3 บิต โดยให้เริ่มที่ฝั่ง LSB (least significant bit)  Example ( )2 = = (5327) 8 = (5327) 8

5 5 Number Representations  Hexadecimal ( เลขฐาน 16) ตัวเลขมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 9 และ ตัวอักษรตั้งแต่ A ถึง F ตัวเลขมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 9 และ ตัวอักษรตั้งแต่ A ถึง F กลุ่มของ Hexadecimal จะแสดงโดยใช้จำนวนบิต 4 bits กลุ่มของ Hexadecimal จะแสดงโดยใช้จำนวนบิต 4 bits การแปลง Binary number ให้เป็น Hexadecimal ทำโดยการแบ่งกลุ่มของ Binary number ทีละ 4 บิต โดยให้เริ่มที่ฝั่ง LSB (least significant bit) การแปลง Binary number ให้เป็น Hexadecimal ทำโดยการแบ่งกลุ่มของ Binary number ทีละ 4 บิต โดยให้เริ่มที่ฝั่ง LSB (least significant bit) Example Example (AF25) 16 =( ) 2 ทำไมต้องใช้ Octal และ Hexadecimal เนื่องจาก เป็นทางลัดในการอ้างถึง Binary (shorthand notation) ทำไมต้องใช้ Octal และ Hexadecimal เนื่องจาก เป็นทางลัดในการอ้างถึง Binary (shorthand notation)

6 6 Sign-and-magnitude  Sign-and-magnitude คือ Binary number ที่มีลักษณะในการบ่งบอกค่า บวกและลบเหมือนกับ Decimal number คือ Binary number ที่มีลักษณะในการบ่งบอกค่า บวกและลบเหมือนกับ Decimal number ใช้ extra bit สำหรับการบ่งบอกว่าเป็นค่าบวกหรือ ลบ ใช้ extra bit สำหรับการบ่งบอกว่าเป็นค่าบวกหรือ ลบ Extra bit จะอยู่ที่ตำแหน่ง MSB เพื่อเป็นตัวบ่งบอก ว่าเป็นบวกหรือลบ Extra bit จะอยู่ที่ตำแหน่ง MSB เพื่อเป็นตัวบ่งบอก ว่าเป็นบวกหรือลบ  MSB = 0 ; number is positive  MSB = 1 ; number is negative  Example 0101 = = = = -5 Extra bit

7 7 1’s complement  1’s complement ค่าที่เป็น negative หรือค่าลบสามารถทำได้โดย complement แต่ละบิตรวมทั้ง bit ที่เป็น MSB ด้วย ค่าที่เป็น negative หรือค่าลบสามารถทำได้โดย complement แต่ละบิตรวมทั้ง bit ที่เป็น MSB ด้วย Example Example 0101 = = -5

8 8 2’s complement  2’s complement ค่าที่เป็น negative หรือค่าลบสามารถแสดงได้โดย การบวก 1 ให้กับ 1’s complement ค่าที่เป็น negative หรือค่าลบสามารถแสดงได้โดย การบวก 1 ให้กับ 1’s complement Example Example 0101 = +5 1’s complement = ’s complement = ’s complement = = = -5

9 9 Sign-and-magnitude  เป็นการแสดงตัวเลขแบบง่าย แต่ไม่ได้ใช้ใน ระบบคอมพิวเตอร์ปัจจุบันเนื่องจาก เช่นเมื่อเรา ต้องการบวกตัวเลข 2 ตัวที่มีค่าเป็น opposite sign เช่น +5 กับ -2 จะต้องทำการหาก่อนว่าตัว ไหนเป็นตัวที่มากกว่า และตัวไหนมีค่าน้อยกว่า  จำเป็นต้องมี extra logic circuit เพื่อที่จะหา การเปรียบเทียบค่าระหว่างตัวเลข 2 ตัวก่อน

10 10 1’s complement  1’s complement สามารถคำนวณตัวเลขสอง ตัวได้โดยไม่ต้องผ่าน comparing circuit  Example  ต้องนำ carry bit บวกเข้าไปกับผลลัพธ์อีกครั้ง หนึ่ง 1’s complement Carry bit

11 11 2’s complement  ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ 2’s complement ไม่ ต้องมี comparing circuit และไม่ต้องมีการนำ carry bit มาบวกเข้าอีกทีหนึ่ง  Example ignore ดังนั้น 0011 = 3

12 12 Arithmetic Overflow  Arithmetic overflow จะเกิดขึ้นเมื่อมีการบวก หรือลบตัวเลข แล้วเกิดผลลัพธ์ขึ้นมาแล้วทำให้ มี bit เกินมาจากผลลัพธ์ เราเรียกว่า overflow  ภายใน Processor มีวงจรในการตรวจจับ Overflow โดย Overflow = C n-1  C n (C คือ carry bit ที่เกิดขึ้นจากการคำนวณ )

13 13 Arithmetic Overflow  Example c1c1 c2c2 c3c3 c4c4 C3 = 1 C4 = 0 C3  C4 = 1 Overflow occurs

14 14 Arithmetic Overflow  Example c1c1 c2c2 c3c3 c4c4 C3 = 0 C4 = 0 C3  C4 = 0 No Overflow

15 15 Memory locations & addresses  Memory ประกอบด้วย set ของ storage cell ซึ่งแต่ละ cell จะเก็บข้อมูลได้ 1 bit, กลุ่มของ bit เมื่อนำมารวมกันเพื่อทำการประมวลผลเราจะ เรียกว่า word ซึ่ง word เป็นหน่วยที่ใช้ในการ เข้าถึงและเก็บข้อมูล  การเข้าถึงข้อมูลที่เป็น word จำเป็นจะต้องอ้าง ถึง address( ที่อยู่ ) โดยปกติ Memory address จะมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 2 k-1, 2 k คือ Address size space  Example 32 bit address = 2 32 = 4,294,967,296 ประมาณ 4 gig

16 16 Memory locations & addresses 32 bit is 4 bytes

17 17 Memory locations & addresses (a) A signed integer (b) Four characters Example of encoded information in a 32-bit word

18 18 Memory locations & addresses  1 byte = 8 bits  1 word = 16 to 64 bits, โดยทั่วไปจะเป็น 32 bits  ส่วนใหญ่จะใช้ byte-addressable เข้าถึง address ใน Memory, ทุก ๆ byte ใน 1 word จะถูกเก็บต่อ ๆ กันใน Memory address space  ถ้าใน 1 word มี 4 byte การไล่ตำแหน่งของ word ลำดับต่อไปก็จะเป็น 0, 4, 8,16, ……

19 19 Big endian & Little endian (a) Big-endian assignment(b) Little-endian assignment

20 20 Big endian & Little endian  Big-endian : lower byte address จะอยู่ ทางซ้ายมือ หรือ most significant byte (left most of the word)  Little-endian : higher byte address จะอยู่ ทางซ้ายมือ หรือ most significant byte

21 21 Memory Operations  Load Read or fetch data from a memory to a processor Read or fetch data from a memory to a processor  Store Write data from processor back to a memory Write data from processor back to a memory


ดาวน์โหลด ppt 1 Lecture 2 Number Representations. 2  Decimal 8547 = 8*10 3 + 5*10 2 + 4*10 1 + 7*10 0  Common form V(D) = d n-1 *10 n-1 + d n-2 *10 n-2 + … + d 0.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google