งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การจัดแบ่งสสาร สสาร (Matter) สารเนื้อเดียว (Homogenous substance) สารเนื้อผสม (Heterogenous substance) สารบริสุทธิ์ (Pure substance) สารละลาย (Solution)

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การจัดแบ่งสสาร สสาร (Matter) สารเนื้อเดียว (Homogenous substance) สารเนื้อผสม (Heterogenous substance) สารบริสุทธิ์ (Pure substance) สารละลาย (Solution)"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 การจัดแบ่งสสาร สสาร (Matter) สารเนื้อเดียว (Homogenous substance) สารเนื้อผสม (Heterogenous substance) สารบริสุทธิ์ (Pure substance) สารละลาย (Solution) ธาตุ (Element) สารประกอบ (Compound) ของผสม (Mixture)

3 ธาตุและสารประกอบ ธาตุ (Element) คือสารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่ประกอบด้วยอะตอมเพียง ชนิดเดียว ไม่สามารถแยกออกเป็น ส่วนประกอบย่อยๆ สารประกอบ (Compound) คือสารบริสุทธิ์เนื้อเดียวที่เกิดจากการนำ ธาตุหรือสารประกอบมาทำปฏิกิริยากันใน ตอนเริ่มต้น

4 ประเภทของธาตุ โลหะ (Metal) เช่น K, Na, Mg, Ca, Al, Fe, Cu, Mn อโลหะ(Non-metal) เช่น H, C, P, S, N, O, F, Cl, I กึ่งโลหะ(Methalloid) ได้แก่ B, Si, Ge, As, Sb, Te, At

5 ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นของแข็งที่ อุณหภูมิห้อง ยกเว้น Hg เป็นมันวาว สามารถใช้ฆ้อนตีเพื่อเปลี่ยน รูปร่างได้ เป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อน มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดจะสูง ยกเว้น Hg ส่วนใหญ่มีความหนาแน่นสูง ยกเว้นหมู่ IA และ IIA มีความแข็งและเหนียว จะสูญเสีย e เมื่อเกิดปฏิกิริยากับอโลหะ โลหะ (Metals)

6 มีทั้ง 3 สถานะที่อุณหภูมิห้อง เช่น Cl 2 เป็น แก๊ส Br 2 เป็นของเหลว และ I 2 เป็นของแข็ง เป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้าที่ไม่ดี ไม่มีความมันวาว จุดหลอมเหลวและจุดเดือดต่ำ ยกเว้น คาร์บอนในรูปของแกรไฟต์ ความหนาแน่นต่ำ มีความแข็งแต่เปราะ ยกเว้นคาร์บอนในรูป ของเพชรและแกรไฟต์ หลายธาตุปรากฏเป็น Diatomic molecule จะรับ e เมื่อ เกิดปฏิกิริยากับโลหะ แต่จะร่วมกันใช้ (Share) e เมื่อทำปฏิกิริยากับอโลหะ อโลหะ (Non-metal)

7 มีสมบัติทางเคมีที่หลากหลาย ทำตัวเป็นโลหะ เมื่อทำปฏิกิริยากับ อโลหะ ทำตัวเป็นอโลหะ เมื่อทำปฏิกิริยากับ โลหะ มีสมบัติเป็นสารกึ่งตัวนำ (semiconductor) กึ่งโลหะ (Metalloid)

8 กรด (Acid) คือสารประกอบที่ละลายน้ำแล้วแตกตัวให้ไฮโดรเจน ไอออน และอนุมูลกรด เบส (Base) คือ สารประกอบที่ละลายน้ำแล้วแตกตัวให้ไฮดรอกไซด์ ไอออน เกลือ (Salt) คือสารประกอบที่เกิดจากการรวมตัวระหว่างไอออน ของโลหะกับอนุมูลกรด สารประกอบกรด เบส เกลือ

9 1. กรดอินทรีย์ หมายถึงกรดที่มีหมู่คาร์บอกซิล (- HCOOH) หรือ หมู่ ซัลโฟนิก (-SO 3 H) เป็นหมู่ ฟังก์ชัน เป็นกรดที่มีอยู่ในธรรมชาติหรือได้จาก สิ่งมีชีวิต เช่น กรดฟอร์มิก (HCOOH) กรดแอซิติก (CH 3 COOH) กรดเบนโซอิก (C 6 H 5 COOH) กรดเบน ซีนซัลโฟนิก (C 6 H 5 SO 3 H) เป็นต้น 2. กรดอนินทรีย์ หมายถึงกรดที่เกิดจาก สิ่งไม่มีชีวิต 2.1 กรดไฮโดร (Hydro acid) คือกรดที่ ประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจนและ อโลหะอื่นโดยไม่มีธาตุออกซิเจนรวมอยู่ ด้วย เช่น HF, HCI, HBr, HI, HCN, H 2 S 2.2 กรดออกซิ (Oxy acid ) คือกรดที่ประกอบด้วย ธาตุ ไฮโดรเจน ออกซิเจนและอโลหะอื่น เช่น H 2 CO 3, H 2 SO 4, HNO 3, H 3 PO 4 ประเภทของกรด

10 ตัวอย่างกรด

11 1. เบสอินทรีย์ หมายถึงเบสที่อยู่ในธรรมชาติ หรือได้จากสิ่งมีชีวิตได้แก่ สารประกอบประเภท เอมีน เช่น CH 3 –NH 2 C 6 H 5 NH 2 (CH 3 ) 2 NH เป็นต้น 2. เบสอนินทรีย์ หมายถึง เบสที่เกิดจาก สิ่งไม่มีชีวิต เบสพวกนี้ได้แก่ สารประกอบไฮดร อกไซด์ เช่น NaOH, KOH, Ca(OH) 2 สารประกอบ ออกไซด์ เช่น Na 2 O, CaO เป็นต้น ประเภทของเบส

12 ตัวอย่างเบส

13 1. เกลือที่ละลายน้ำได้ ได้แก่ เกลือไนเตรต (NO 3 - ) เกลือคลอเรต (ClO 3 - ) เกลืออะซิเตต (CH 3 COO - ) เกลือคลอไรด์ (Cl - ) 2. เกลือที่ไม่ละลายน้ำ ได้แก่ เกลือคาร์บอเนต(CO3- ยกเว้นเกลือ คาร์บอเนตของโลหะหมู่ IA และเกลือแอมโมเนีย) ประเภทของเกลือ

14 ชื่อสามัญ สูตรเคมี ประโยชน์ เกลือแกง NaCl ปรุงอาหาร ทำสารละลายน้ำเกลือ เป็นวัตถุดิบในการ ผลิต โซเดียมไฮดรอกไซด์ ดีเกลือ MgSO 4.7H 2 O เป็นส่วนผสมยาถ่ายบางชนิด แบเรียม BaSO 4 รับประทานเพื่อเคลือบกระเพาะก่อนฉายรังสีเอกซ์ ปาสเตอร์ของปารีส CaSO 4. H 2 O ทำเฝือก ดินประสิว KNO 3 เป็นส่วนผสมของยาขับปัสสาวะ ดินปืน จุนสี CuSO 4 ใช้เตรียม Reagent ต่างๆ หินปูน CaCO 3 เป็นส่วนผสมยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ โซดาปิ้งขนมปัง NaHCO 3 เป็นยาลดกรด โซดาซักผ้า Na 2 CO 3.10H 2 Oวัตถุดิบทำแก้ว สบู่ กระดาษ ผงซักฟอก ด่างทับทิม KMnO 4 ใช้ทำน้ำยาฆ่าเชื้อภายนอก ตัวอย่างเกลือ

15 การทดสอบกรดและเบส

16 ช่วง pH ของกรด เบส เกลือ

17 การจำแนกสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) อะลิฟาติกไฮโดรคาร์บอน (Aliphatic hydrocarbon) อะลิไซคลิกไฮโดรคาร์บอน (Alicyclic hydrocarbon) อัลเคน (Alkane) อัลคีน (Alkene) อัลไคน์ (Alkyne) ไซโคลอัลเคน (Cycloalkane) ไซโคลอัลคีน (Cycloalkene) อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Aromatic hydrocarbon) เบนซีนและอนุพันธ์ของเบนซีน (Benzene and its derivative พอลินิวเคลียร์ อะโรมาติก (Polynuclear aromatic)

18 หรือพาราฟีน (Parafine) หรือ Methane series of hydrocarbon เป็นไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว เนื่องจากอะตอมของคาร์บอนจับกันด้วยพันธะ เดี่ยวทั้งหมด มีสูตรโมเลกุลทั่วไปเป็น C n H 2n+2 (n = 1, 2, 3,4…) เรียกชื่อตามจำนวนอะตอมของคาร์บอน แต่จะลงท้ายด้วยเอน (-ane) ที่พบโดยทั่วไปและใช้เป็นเชื้อเพลิงส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์ของการ กลั่นปิโตรเลียม อัลเคน (Alkane)

19 หรือ The olefins เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว เนื่องจากอะตอมของคาร์บอนคู่ หนึ่งจับกันด้วยพันธะคู่ มีสูตรโมเลกุลทั่วไปเป็น C n H 2n (n = 2, 3, 4, 5.) เรียกชื่อตามอะตอมของคาร์บอน แต่จะลงท้ายด้วยอีน (-ene) อัลคีน (Alkene)

20 เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว เนื่องจากอะตอมของ คาร์บอนคู่หนึ่งจับกันด้วยพันธะสาม มีสูตรโมเลกุลทั่วไปเป็น C n H 2n-2 เรียกชื่อตามจำนวนอะตอมของคาร์บอน แต่ท้ายด้วยไอน์ (-yne) อัลไคน์ (Alkyne)

21 แอลกอฮอล์ (Alcohol) อีเทอร์ (Ether) อัลดีไฮด์ (Aldehyde) คีโตน(Ketone) กรดคาร์บอกซิลิก (Carboxylic acid) เอสเทอร์ (Ester) อนุพันธ์ของไฮโดรคาร์บอน

22 ชื่อ สูตรเคมี ประโยชน์/โทษ เมทานอล CH 3 OH เข้าสู่ร่างกายทำให้ตาบอดหรือตายได้ (Methanol) เป็นตัวทำละลาย เอทานอล C 2 H 5 OH เข้าสู่ร่างกายจำนวนน้อย ทำให้เส้นเลือดขยายตัว (Ethanol) โลหิตต่ำ ลดความตึงเครียด ถ้าเข้าสู่ร่างกายมาก เกินไปทำให้ตายได้ กลีเซอรอล เป็นส่วนผสมของโลชั่น ผสมกับกรดไนตริกที่ อุณหภูมิต่ำได้สารไตรไนโตรกลีเซอรีน ซึ่งใช้ทำวัตถุระเบิด ตัวอย่างแอลกอฮอล์ CH 2 -CH-CH 2 OH OH OH

23 ชื่อ สูตรเคมี ประโยชน์/โทษ ไดเอทิลอีเทอร์ CH 3 CH 2 OCH 2 CH 3 -ใช้เป็นยาสลบ (Diethyl ether) -ใช้เป็นตัวทำละลายสารอินทรีย์ - ใช้เตรียมเอธิลีนไกลคอล ตัวอย่าง อีเทอร์

24 ชื่อ สูตรเคมี ประโยชน์/โทษ เมทานาไมด์ HCOH - มีกลิ่นฉุน กัดเยื่อบุของร่างกาย (Methanamide) - ใช้ฆ่าเชื้อโรค หรือ ฟอร์มัลดีไฮด์ - สารละลายใช้ดองสัตว์ (Formaldehyde) - เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมสารอินทรีย์ หลายชนิด เช่น เรซิน ตัวอย่างอัลดีไฮด์

25 ชื่อ สูตรเคมี ประโยชน์/โทษ โพรพาโนน CH 3 COCH 3 - ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมวัตถุระเบิด (Propanone) คลอโรฟอร์ม ไอโอโดฟอร์ม เป็นต้น หรือ อะซีโตน - เป็นตัวทำละลายสารอินทรีย์ (Acetone) ตัวอย่างคีโตน

26 ชื่อ สูตรเคมี ประโยชน์/โทษ เอทาโนอิก แอซิด CH 3 COOH - ใช้ในการปรุงอาหาร (Ethanoic acid) - ใช้ในการแยกเนื้อยางออกจากน้ำยางพารา กรดอะซีติก (Acetic acid) กรดมด HCOOH - กัดผิวหนังทำให้เกิดการปวดแสบปวด ร้อน - ใช้แยกเนื้อยาง ออกจากน้ำยางพารา ตัวอย่างกรดคาร์บอกซิลิก

27 ชื่อ สูตรเคมี ประโยชน์/โทษ เอทิล ฟอร์เมต HCOOCH 2 CH 3 - เป็นตัวทำละลายไนโตรเซลลูโลส เอทิล อะซีเตต CH 3 COOCH 2 CH 3 - ใช้ล้างเล็บ (Ethyl acetate) ตัวอย่างเอสเทอร์

28 น้ำตาล (Sugar) - มอนอแซคคาไรด์ (Monosaccharides) หรือน้ำตาลอย่างง่าย - ไดแซคคาไรด์ (Disaccharides) - ไตรแซคคาไรด์ (Trisaccharides) พอลิแซคคาไรด์ (Polysaccharides) - พอลิแซคคาไรด์สะสม (Storage polysaccharide) - พอลิแซคคาไรด์โครงสร้าง (Structural polysaccharide) การจำแนกคาร์โบไฮเดรท

29 มอนอแซคคาไรด์ (Monosaccharides) หรือน้ำตาลอย่างง่าย - ไตรโอส (Triose) เช่น Glyceraldehyde, Dihydroxyacetone - เตโตส (Tetrose) เช่น Erythrose, Erythrulose - เพนโตส (Pentose) เช่น Ribose, Ribulose - เฮกโซส (Hexose) เช่น Glucose, Fructose ไดแซคคาไรด์ (Disaccharides) เช่น Sucrose ประกอบด้วย Glucose รวม กับ Glucose ไตรแซคคาไรด์ (Trisaccharides) เช่น Rafinose ประกอบด้วย Glucose, Fructose และ Galactose ประเภทของน้ำตาล

30 เกือบทั้งหมดมีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ดี มักมีรสหวาน เกิดปฏิกิริยาเคมีได้หลายปฏิกิริยา เช่น - ดีไฮเดรชัน (Dehydration) - ปฏิกิริยารีดอกซ์ - การหมักแอลกอฮอล์ คุณสมบัติของน้ำตาล

31 ประเภทของพอลิแซคคาไรด์ พอลิแซคคาไรด์สะสม (Storage polysaccharides) - แป้ง (Strach) - ไกลโคเจน (Glycogen) - เดกซ์แทรนส์ (Dextrans) พอลิแซคคาไรด์โครงสร้าง (Structural polysaccharides) - เซลลูโลส (Cellulose) - ไคทิน (Chitin) - แอซิด มิวโคพอลิแซคคาไรด์ (Acid mucopolysaccharides)

32 น้ำหนักโมเลกุลมาก ไม่ละลายน้ำ ไม่มีรสหวาน คุณสมบัติของพอลิแซคคาไรด์

33 ร่างกายนำไปใช้พลังงาน ร่างกายนำไปสังเคราะห์เป็นไขมัน ช่วยให้ร่างกายประหยัด ไขมัน โปรตีน ร่างกายนำไปสร้างสารบางชนิด เช่น - เพนโตสนำไปสร้าง DNA, RNA, ATP - กาแลคโตสนำไปสร้างการแลคโตสไลปิด สำหรับเซลล์ระบบประสาท - กลูโคสเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโนไม่จำเป็นบางชนิด ความสำคัญของคาร์โบไฮเดรต

34 โปรตีน (Protein) ประกอบด้วยกรดอะมิโน - กรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential amino acid) มี 10 ชนิด คือ Met, Arg, Thr, Trp, Val, Ile, Leu, Phe, His และ Lys (Arg และ His จำ เป็นเฉพาะในเด็ก) - กรดอะมิโนกึ่งจำเป็น (Semi-essential amino acid) มี 4 ชนิด คือ Gly, Tyr, Ser, และ Cys-Cys - กรดอะมิโนไม่จำเป็น (Non-essential amino acid) ได้แก่ Asp, Asn, Glu, Gln, Ala และ Pro

35 เอนไซม์ (Enzyme) เช่น Pepsin, Trypsin โปรตีนสะสม (Storage protein) เช่น Casein, Ferritin โปรตีนขนส่ง (Transport protein) เช่น Hemoglobin โปรตีนเคลื่อนไหว (Contractile protein) เช่น Myosin, Actin โปรตีนป้องกัน (Protective protein) เช่น Antibodies สารพิษ (Toxins) เช่น Snaka venoms, Clostridium hotulinum toxin ฮอร์โมน (Hormones) เช่น Insulin โ ปรตีนโครงสร้าง (Structural protein) เช่น Collagen, Keratin โปรตีนต้อนรับ (Receptor protein) เช่น Neurotransmitter ประเภทของโปรตีน

36 โครงสร้างปฐมภูมิ (Primary structure) กรดอะมิโนจับกันเป็นสายยาว เรียกว่า สายพอลิเป็บไทด์ (Polypeptide) โครงสร้างทุติยภูมิ (Secondary structure) สายพอลิเป็บไทด์บางส่วนหรือ ต่างเส้น เกิดการเชื่อมโยงกันด้วยพันธะไฮโดรเจนเป็นเกลียว (Helix) แผ่น จีบ (Pleated sheet) โครงสร้างตติยภูมิ (Tertiary structure) เกิดการม้วน ขดเป็นวง (Looping) หมุนรอบ (Coil) ก้อนกลม (Globular) แท่งยาว (Rod) เส้น (Fibrous) โครงสร้างจตุรภูมิ (Quaternary structure) สายพอลิเป็บไทดืหลายสายเข้า รวมตัวกัน แต่ละสายเรียกว่า หน่วยย่อย โครงสร้างของโปรตีน

37 ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อโรค ช่วยทำลายพิษของสารมีพิษต่างๆ ในร่างกาย ให้ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ควบคุมการทำงานของร่างกาย ความสำคัญของโปรตีน

38 1. ไขมันธรรมดา (Simple lipids) คือเอสเทอร์ (ไขมัน+แอลกอออล์) 2. ไขมันประกอบ (Compound lipids) - Phospholipid - Glycolipid - Lipoprotein 3. อนุพันธ์ไขมัน (Derived lipid) 4. ไขมันเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous lipid) - Steroid - Terpene ประเภทของไขมัน

39 คุณสมบัติของไขมัน จุดเดือดขึ้นอยู่กับจำนวนคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบของไขมัน และจำนวนพันธะคู่ ความสามารถในการละลาย ส่วนใหญ่ละลายได้ดีในตัวทำละลาย อินทรีย์ เกิดปฏิกิริยากับด่างได้สบู่ เกิดการเหม็นหืน (Rancidity)เนื่องจาก - ออกซิเดชัน (Oxidation) - ไฮโดรไลซิส (Hydrolysis)

40 เป็นโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ เป็นสารที่ใช้ในการสะสมพลังงานของร่างกาย (แหล่งพลังงานของร่างกาย) เป็นตัวป้องกันอวัยวะต่างๆ ภายในไม่ให้ได้รับการกระทบกระเทือน เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์แบคทีเรียและพืชชั้นสูง ความสำคัญของไขมัน


ดาวน์โหลด ppt การจัดแบ่งสสาร สสาร (Matter) สารเนื้อเดียว (Homogenous substance) สารเนื้อผสม (Heterogenous substance) สารบริสุทธิ์ (Pure substance) สารละลาย (Solution)

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google