งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย 4. READABLE GOLDEN Rule

3 1. เพื่อรายงานผลการ สอบสวนทางระบาดวิทยา 2. เพื่อเสนอข้อคิดเห็น แก่ผู้บริหารและ ผู้เกี่ยวข้อง 3. เพื่อเป็นองค์ความรู้ และแนวทางในการ สอบสวนโรคในครั้งต่อไป 4. เพื่อบันทึก เหตุการณ์ระบาด ของโรคหรือปัญหา สาธารณสุขที่เกิดขึ้น วัตถุประสงค์ของการเขียนรายงานสอบสวนโรค WHY?

4 1. 1. ชื่อเรื่อง (Title) ชื่อผู้แต่งและที่อยู่ (Authors and Address) บทคัดย่อ (Abstract or Summary) บทนำหรือความเป็นมา (Introduction or Background) วัตถุประสงค์ (Objectives) วิธีการศึกษา (Materials and Methods) ผลการสอบสวน (Results) อภิปรายผล และ สรุปผล (Discussion & Conclusion) มาตรการควบคุมป้องกันโรค (Prevention & Control Measures) ปัญหาและข้อจำกัดในการสอบสวน (Limitations) ข้อเสนอแนะ (Recommendations) กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgments) เอกสารอ้างอิง (References) องค์ประกอบหลัก

5 รายงานการสอบสวนโรค เกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร ชื่อเรื่อง นาย/นาง/น.ส สำนักงาน บทคัดย่อ

6 1. ชื่อเรื่อง ไม่ยาวเกินไป หรือสั้นเกินไปจนผู้อ่านไม่ เข้าใจ สื่อว่าการสอบสวนโรคอะไร ที่ไหน เมื่อไร ชื่อเรื่องจะน่าสนใจมากขึ้นหากมีประเด็น จำเพาะ เช่น การสอบสวนการระบาด ไข้หวัดนกในครอบครัว การระบาดของ โรคหัดจากวัคซีนที่มีประสิทธิผลต่ำ ข้อแนะนำ ให้ตั้งชื่อเรื่องภายหลังเขียนส่วนอื่น ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว

7 2. ชื่อผู้แต่ง และที่อยู่ เรียงตามปริมาณงาน ชื่อแรกเป็นผู้มีส่วน ร่วมในการศึกษามากที่สุด ชื่อถัดไปก็มี ส่วนร่วมน้อยรองลงไปจากชื่อแรก ไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อผู้ร่วมงานทุกคน ระบุที่ทำงานของผู้แต่งทุกคน ถ้ามีการย้ายที่ทำงานให้เพิ่ม “ ที่อยู่ปัจจุบัน (Present address) ” ของผู้แต่ง รายนั้นด้วย

8 บทนำ (และวัตถุประสงค์) สรุปและข้อเสนอแนะ ผลการศึกษาที่สำคัญ วิธีการศึกษา คำสำคัญ 3. บทคัดย่อ สั้น ไม่ควรเกิน คำ หรือ 1 หน้า A4 สรุปย่อรายงาน หัวข้อหลัก  บทคัดย่อจะเป็นเครื่องตัดสินใจให้ผู้อ่านว่าจะอ่านต่อไปหรือไม่  ควรเขียนสุดท้าย ภายหลังเขียนส่วนอื่น ๆ เสร็จสิ้นแล้ว

9 บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง ชื่อเรื่อง ผู้รายงานและคณะสอบสวน ผู้รายงานและคณะสอบสวน หน่วยงาน หน่วยงาน บทนำ (และวัตถุประสงค์): กล่าวถึงที่มาของเรื่อง และวัตถุประสงค์ของ การสอบสวน อย่างสั้น รัดกุม และได้ใจความ

10 วิธีการศึกษา : ระบุองค์ประกอบที่สำคัญของระเบียบวิธีการศึกษา 1.รูปแบบการศึกษาทางระบาดวิทยา (Study Design) 2.กลุ่มตัวอย่าง และประชากรศึกษา 3.ตัวแปรที่ใช้วัดผล เช่น นิยามผู้ป่วย 4.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล บทคัดย่อ (ต่อ)

11 ผลการศึกษา : ระบุผลการศึกษาที่สอดคล้องกับวิธีการศึกษา โดยย่อ และมีความเป็นนัย สรุปและข้อเสนอแนะ : สรุปผลการศึกษาอย่างสั้น รัดกุม และชัดเจน โดยเน้นประเด็นสำคัญ และผลกระทบของการ ศึกษา รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อดำเนินการต่อไป บทคัดย่อ (ต่อ) คำสำคัญ (Key word): 3-5 คำ

12 ความถูกต้อง - ความถูกต้อง - เนื้อหาถูกต้อง สอดคล้องตามที่ปรากฏ ในรายงานการสอบสวนโรค ความสมบูรณ์- ความสมบูรณ์- ทำให้ผู้อ่านได้รับทราบกระบวนการที่ทำ การสอบสวนโรคตั้งแต่ต้นจนจบอย่างย่อ ความกระชับ - ความกระชับ - ไม่อธิบายรายละเอียดมากจนเกินไป ให้ข้อเท็จจริง - ให้ข้อเท็จจริง - จากผลลัพธ์ตามการวิเคราะห์ที่ได้ ไม่ใช่ เป็นการสรุปโดยใช้ความคิดเห็นของตนเอง หรือการวิจารณ์ ที่คาดเดา หรือสรุปผลเอาเอง ความน่าอ่าน - ภาษาสละสลวย ใช้คำที่ถูกต้องตามหลัก วิชาการ ควรแบ่งเนื้อหาออกเป็นย่อหน้าตามความเหมาะสม ความน่าอ่าน - ภาษาสละสลวย ใช้คำที่ถูกต้องตามหลัก วิชาการ ควรแบ่งเนื้อหาออกเป็นย่อหน้าตามความเหมาะสม 12 ลักษณะบทคัดย่อที่ดี

13 หลีกเลี่ยง ตัวย่อ เช่น รร. เป็นต้น ระบุเอกสารอ้างอิง ตาราง หรือรูปภาพใน บทคัดย่อ การเขียนผลการศึกษา หรือข้อสรุป ซึ่งไม่ ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องเลย การเขียนบอกให้ไปอ่านผล หรือการ อภิปรายในเนื้อเรื่อง

14 เกิดอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แหล่งข่าวใด ผู้ให้ข่าวเป็นใคร ข้อมูลเบื้องต้นของ Index case ขนาดของปัญหาที่ได้รับแจ้ง เริ่มสอบสวนและเสร็จสิ้นเมื่อไร บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ ผิดปกติที่นำไปสู่การ สอบสวนโรค/การระบาด 4. บทนำหรือ ความเป็นมา คณะสอบสวนประกอบด้วยหน่วยใด

15 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 เวลา น. ได้รับแจ้งทาง โทรศัพท์จากงานอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ว่า ได้รับรักษาผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 ราย เป็น เด็กหญิง อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ถนนประชาวิวัฒน์ ซอย 19 ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส แพทย์ ได้เก็บตัวอย่าง Throat Swab ส่งตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดสงขลา และให้ยากลับไป รับประทานที่บ้าน ทีมสอบสวนโรคจาก โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ร่วมกับกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมือง และ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก ได้ออกดำเนินการ สอบสวนโรค ระหว่างวันที่ 17 – 20 กรกฎาคม 2552 ตัวอย่าง บทนำหรือความเป็นมา

16 ให้ระบุวัตถุประสงค์เฉพาะของการสอบสวนโรค :- เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาดของโรค เพื่อศึกษาลักษณะทางระบาดวิทยาของโรคตาม บุคคล เวลา สถานที่ เพื่อค้นหาแหล่งโรค วิธีการถ่ายทอดโรค และผู้ สัมผัสโรค เพื่อหามาตรการในการป้องกันควบคุมโรค อื่นๆ ตามแต่กรณี เช่น ศึกษาประสิทธิภาพวัคซีน 5. วัตถุประสงค์ในการสอบสวนโรค

17 1. ยืนยันการวินิจฉัยโรคและการระบาด 2. ศึกษาลักษณะการกระจายของโรคตาม ลักษณะของบุคคล เวลา และ สถานที่ 3.หาแหล่งรับเชื้อ และปัจจัยการแพร่ระบาด 4. ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ตัวอย่าง วัตถุประสงค์ของการสอบสวน

18 6. วิธีการศึกษา หลักการ อธิบายให้ชัดเจน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีรายละเอียดเพียงพอที่ผู้อ่านจะสามารถ ประเมินได้ว่าการสอบสวนนี้ดี /น่าเชื่อถือ เพียงใด

19 ศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา: วิธีการได้ข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้ป่วย รวมนิยามผู้ป่วย ศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ (ในกรณีที่มี): รูปแบบ การศึกษาเพื่อพิสูจน์สมมติฐาน การศึกษาทางสิ่งแวดล้อม: ให้รายละเอียดของแหล่งโรค/ ปัจจัยเสี่ยงที่สงสัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: บอกวิธีเก็บ วิธีส่ง ชนิดของ การตรวจ สถานที่ตรวจ ไม่จำเป็นต้องเขียนหัวข้อชัดๆแบบนี้ โดยสามารถเขียนเป็นข้อย่อยๆของ วิธีการในแต่ละส่วน แต่ควรครอบคลุมทุกส่วน อาจเพิ่มหัวข้อการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะกรณีที่ทำการศึกษาระบาด วิทยาเชิงวิเคราะห์ ไม่ต้องเขียนวิธีการในส่วนของการบริหารจัดการ เช่น ประสานงาน จัด ประชุม หรือเขียนรายงาน เป็นต้น 19 ส่วนประกอบของวิธีการศึกษา

20 ศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา 1. 1.ศึกษารายละเอียดผู้ป่วย จากเวชระเบียน ที่ รพ.สุไหงโก-ลก รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติเพิ่มเติม 2. 2.ค้นหาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เพิ่มเติมในชุมชน ตามนิยาม ดังนี้ ผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่ หมายถึง เด็กนักเรียนชั้น ป. 4 – 6 และ ครู ของ รร.บ้านสุไหงโก-ลก รวมทั้งประชาชนในชุมชน อริศรา ที่มีอาการอย่างน้อย 2 อย่าง:- ไข้ ≥ 38 ๐ C (หรือให้ ประวัติว่ามีไข้) ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ตั้งแต่วันที่ 5-20 ก.ค.2552 ผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่ หมายถึง ผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่ ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ด้วยวิธี RT-PCR พบสาร ใหม่ชนิด A พันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) (H1N1) 20 ตัวอย่าง-วิธีการศึกษา (1)

21 การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทำการเก็บตัวอย่าง Throat Swab จากกลุ่มผู้ป่วยสงสัย ไข้หวัดใหญ่ ส่งตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ที่ศูนย์ วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดสงขลา การศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชน และโรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก การศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชน และโรงเรียน บ้านสุไหงโก-ลก รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลและเสนอแนะมาตรการควบคุม ป้องกันโรค รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลและเสนอแนะมาตรการควบคุม ป้องกันโรค 21 ตัวอย่าง-วิธีการศึกษา (2)

22 7. ผลการสอบสวน เสนอผลตามลำดับเหตุการณ์ในวิธีการศึกษา เสนอเฉพาะผลที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมี รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่าง ในกรณีที่ผลการศึกษาค่อนข้างยาวหรือซับซ้อน ควรมีหัวข้อย่อย ถ้ามีตาราง กราฟ หรือรูปภาพ ต้องใส่หมายเลข กำกับ และเรียงตามเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง  จำนวนตาราง กราฟ และ รูปภาพ ตามความ เหมาะสม / ขึ้นกับวารสารแต่ละฉบับ  ถ้าเสนอตารางแล้ว ไม่จำเป็นต้องลอกข้อมูลใน ตารางลงไป ในเนื้อเรื่องอีก

23 มักเริ่มต้นด้วยภาพกว้างของการระบาด มักเริ่มต้นด้วยภาพกว้างของการระบาด จำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต อัตราป่วย จำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต อัตราป่วย กรณีที่มีนิยามผู้ป่วยหลายระดับ บอกจำนวนผู้ป่วย ในแต่ละกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยสงสัย ผู้ป่วยยืนยัน กรณีที่มีนิยามผู้ป่วยหลายระดับ บอกจำนวนผู้ป่วย ในแต่ละกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยสงสัย ผู้ป่วยยืนยัน ความรุนแรงของการป่วย (จำนวนผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน จำนวนผู้เสียชีวิต) ความรุนแรงของการป่วย (จำนวนผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน จำนวนผู้เสียชีวิต) อาการ อาการ บางครั้งอาจมีหัวข้ออื่นนำมาก่อน เช่น ข้อมูลทั่วไป ของพื้นที่ จำนวนผู้ป่วยย้อนหลัง 5 ปี เป็นต้น บางครั้งอาจมีหัวข้ออื่นนำมาก่อน เช่น ข้อมูลทั่วไป ของพื้นที่ จำนวนผู้ป่วยย้อนหลัง 5 ปี เป็นต้น

24  ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา อธิบายการกระจาย ตามบุคคล เวลา สถานที่ อธิบายกิจกรรม/พฤติกรรม ก่อนเริ่มป่วย ของกลุ่มผู้ป่วย เพื่อนำไปสู่   การตั้งสมมุติฐาน :- สัดส่วนของการรับประทานอาหารที่สงสัย   การค้นหาแหล่งโรค ( Source of infection, Reservoir)   วิธีการถ่ายทอดโรค ต่อ  ผู้ป่วยรายแรก เนื่องจากข้อมูลจากผู้ป่วยรายแรกจะ สามารถเชื่อมโยงไปถึงแหล่งโรคได้ บุคคล:- อายุ (ค่าเฉลี่ย ค่าน้อยที่สุด-มากที่สุด อัตราป่วยตามกลุ่มอายุ) - เพศ (มักแสดงค่าเป็นอัตราส่วน อัตราป่วยในแต่ละเพศ) - เชื้อชาติ เวลา:- Epidemic curve สถานที่:- จำนวนผู้ป่วยและอัตราป่วยรายพื้นที่ (Mapping)

25 ต่อ  ผลการศึกษาเชิงวิเคราะห์ เพื่อพิสูจน์สมมุติฐาน Case-control study, Cohort study  การสำรวจสิ่งแวดล้อม ควรเขียนเป็นแผนผัง แผนที่ แสดงสถานที่ใกล้เคียง ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง อธิบายเหตุการณ์แวดล้อมที่มีความสำคัญต่อการระบาด ของโรค สภาพโรคครัว แหล่งน้ำ ส้วม  การสำรวจ/ศึกษาอื่น การวิเคราะห์ผลการตรวจสิ่งแวดล้อม บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่นผู้ปรุงอาหาร กรรมวิธีการปรุงประกอบอาหาร การวิเคราะห์ผลการศึกษา สัตว์นำโรค พาหะแมลง ฯลฯ

26 ต่อ  การเก็บวัตถุตัวอย่างส่งตรวจ และการวิเคราะห์ ผลทางห้องปฏิบัติการ   ผลการเก็บสิ่งส่งตรวจทั้งจากผู้ป่วย และตัวอย่างทาง สิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ อาหาร ประเภทวัตถุตัวอย่างที่เก็บ เก็บจากใครบ้าง ที่ใด เวลาที่เก็บตัวอย่างเมื่อใด ใส่ media อะไร วิธีการส่งอย่างไร ตรวจหาเชื้ออะไร สถานที่ส่งตรวจ วัน เวลาที่ส่ง ได้รับทราบผลการตรวจเมื่อไร ระบุวิธีการตรวจและผลการ ตรวจตามที่ห้องปฏิบัติการรายงาน   ในกรณีที่ทีมสอบสวนโรคไม่ได้เก็บตัวอย่างเอง สามารถ ทบทวนจากข้อมูลที่มีผู้อื่นทำไว้แล้ว เช่น ที่แพทย์ส่งตรวจ แต่ต้องเขียนให้ชัดเจนว่าเราไม่ได้ทำเอง

27 1. การศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณา จากการค้นหาผู้ป่วย พบผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่รวม 168 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) 4 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต เข้ารับการรักษาใน รพ.สุไหงโก-ลก 6 ราย (ผู้ป่วยใน 2 ราย ผู้ป่วยนอก 4 ราย) และค้นพบในชุมชน 162 ราย ลักษณะอาการ อาการแสดง ตามรูปที่ 1 27 ตัวอย่างผลการสอบสวน รูปที่ 1 ร้อยละผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่ ตามอาการและอาการแสดง อ.สุไหงโก-ลก จ. นราธิวาส วันที่ 5 – 20 ก.ค.ม 2552 (168 ราย)

28 ตัวอย่างผลการศึกษา – ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา (บุคคล) 28 ผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่ 168 ราย เพศ ชาย 83 ราย หญิง 85 ราย อายุ ต่ำสุด 9 ปี สูงสุด 43 ปี  ร้อยละ 98 เป็นนักเรียนชั้น ป. 4 – 6 รร.บ้านสุไหงโก-ลก อายุระหว่าง ปี จำนวน 164 ราย คิดเป็นอัตราป่วย ร้อยละ  ร้อยละ 98 เป็นนักเรียนชั้น ป. 4 – 6 รร.บ้านสุไหงโก-ลก อายุระหว่าง ปี จำนวน 164 ราย คิดเป็นอัตราป่วย ร้อยละ (จำนวน นร. ชั้น ป. 4 – 6 ทั้งหมด 798 คน)  นักศึกษาระดับอุดมศึกษา อายุ 19 ปี จำนวน 3 ราย  มารดาของเด็กนักเรียน ป่วยอีก 1 ราย

29 ตัวอย่างผลการศึกษา – ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา (เวลา) 29 ผู้ป่วยรายแรก เป็นนักศึกษา ใน กทม. เนื่องจากมหาวิทยาลัย ประกาศหยุดเรียน จากการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ ชนิด A (H1N1) จึงนัดกับเพื่อนอีก 2 คนซึ่งเรียนอยู่ต่าง มหาวิทยาลัย เพื่อเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ทักษิณ (ชั้น 3 แอร์) ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง วันที่ 3 ก.ค.2552 ถึง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วันที่ 4 ก.ค ใช้ เวลาเดินทาง 20 ชั่วโมง เมื่อถึงได้แยกย้ายกันกลับบ้าน ผู้ป่วย รายแรก พักอยู่กับบิดา มารดา และน้องชาย ที่บ้านเลขที่ 87 ถนนชลธารเขต ซอย 1 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก เริ่มป่วย วันที่ 5 ก.ค.2552 ต่อมาวันที่ 7 ก.ค.2552 น้องชายผู้ป่วยราย แรก ซึ่งเป็นนักเรียน ชั้น ป. 5/5 รร.บ้านสุไหงโก-ลก เริ่มมี อาการ แต่ก็ยังไปเรียนตามปกติ และมารดาซึ่งดูแลผู้ป่วยขณะ อยู่โรงพยาบาล เริ่มมีอาการในวันที่ 8 ก.ค.2552 จากนั้น นักเรียนใน รร.บ้านสุไหงโก-ลก ป่วยเพิ่มอีก 5 รายในวันที่ 10 ก.ค.2552 และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสูงสุดในวันที่ 17 ก.ค.2552 จำนวน 30 ราย หลังจากนั้นเริ่มลดลง (รูปที่ 2)

30 รูปที่ 2 จำนวนผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่และยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) ตามวันเริ่มป่วย อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วันที่ 5 – 20 ก.ค นักศึกษา 3 คน อายุ 19 ปี เรียน มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร เดินทางกลับจากกรุงเทพด้วย รถไฟ ขบวนด่วนพิเศษทักษิณ (ชั้น 3 แอร์) วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ถึงอำเภอสุไหงโก-ลกวันที่ 4 กรกฎาคม 2552 น้องชาย ผู้ป่วยรายแรก Index Case แม่ผู้ป่วย รายแรก รับแจ้งผู้ป่วย เริ่มต้น สอบสวนโรค

31 ตัวอย่างผลการศึกษา – ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา (สถานที่) 31 ผู้ป่วย กระจายอยู่ใน 3 อำเภอ   อ.สุไหงโก-ลก 155 ราย (อยู่ใน ต.สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็น เขตเทศบาล มากที่สุด 134 ราย ต.ปาเสมัส 20 ราย และ ต.มูโนะ 1 ราย)   อำเภอ แว้ง 9 ราย   สุไหงปาดี 4 ราย (รูปที่ 3 )

32 รูปที่ 3 จำนวนผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่ และยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) รายอำเภอ จังหวัดนราธิวาส วันที่ 5 – 20 กรกฎาคม 2552 โรงเรียนบ้านสุ ไหงโก - ลก ผู้ป่วยยืนยัน ผู้ป่วยสงสัย ต. สุไหงโก - ลก ต. ปาเสมัส ต. ปูโยะ ต. มูโนะ อ.แว้ง อ.สุไหงปาดี อ.ตากใบ N ประเทศมาเลเซีย อ.สุไหงโก-ลก

33 ตัวอย่างผลการศึกษา การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 ทีมสอบสวนได้ทำการสุ่มเก็บ ตัวอย่าง Throat swab จากผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่ที่เริ่ม ป่วยในช่วงวันที่ 15 – 19 กรกฎาคม 2552 จำนวน 7 ราย ส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดสงขลา ผล การตรวจด้วยวิธี RT-PCR พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่เริ่มป่วยวันที่ 19 กรกฎาคม

34 8. การอภิปราย/วิจารณ์ ผล เป็นส่วนที่ยากที่สุดสำหรับการเขียน อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วิเคราะห์หาเหตุผล และสมมติฐาน ในเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่าง หรือความคล้ายคลึง กับการระบาดในอดีตหรือไม่ อย่างไร วิจารณ์ความสำเร็จหรือล้มเหลวในการควบคุมโรค ควรอภิปรายข้อจำกัดของการศึกษาครั้งนี้

35 เนื้อหาของการวิจารณ์ สิ่งที่ค้นพบหลักๆในการศึกษานี้ สิ่งที่ค้นพบหลักๆในการศึกษานี้ สิ่งค้นพบที่มีความสำคัญรองลงมา สิ่งค้นพบที่มีความสำคัญรองลงมา ข้อจำกัดของการศึกษา ข้อจำกัดของการศึกษา สรุป และข้อแนะนำ หรือการควบคุมโรคที่ได้ทำ ไปแล้ว สรุป และข้อแนะนำ หรือการควบคุมโรคที่ได้ทำ ไปแล้ว กรณีที่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ใช้หลักว่าพยายามตอบวัตถุประสงค์ของการศึกษา เช่น สรุปว่าเป็นโรคอะไร แหล่งโรคมาจากไหน อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยง/ ประชากรกลุ่มเสียง เป็นต้น 35

36 จากการสอบสวน แสดงให้เห็นว่าการเกิดโรคครั้งนี้ เป็นการระบาดของ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) โดยมีข้อมูลสนับสนุนดังนี้ ลักษณะอาการและอาการแสดงของกลุ่มผู้ป่วย เข้าได้กับลักษณะอาการที่ WHO ระบุไว้ว่าอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) คล้ายกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ได้แก่ ไข้ ไอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อและ ข้อ เจ็บคอ น้ำมูกไหล บางครั้งอาจจะมีอาเจียนและท้องร่วงร่วมด้วย [3] ผลทางห้องปฏิบัติการ จาก ศวก.จังหวัดสงขลา ซึ่งมีผลการตรวจยืนยันพบ สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) 4 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล 3 ราย และอีก 1 ราย ตรวจพบ จากการสุ่มเก็บตัวอย่าง Throat swab ในชุมชนจำนวน 7 ราย สำหรับ 6 ราย ที่ผลการตรวจเป็นลบ อาจเป็นไปได้ว่าช่วงระยะเวลาที่เก็บตัวอย่างเกิน 3 วัน นับจากเริ่มป่วย จึงทำให้มีโอกาสตรวจพบเชื้อลดลง อย่างไรก็ตามแม้ว่า จำนวนตัวอย่างที่ได้รับการตรวจยืนยันค่อนข้างน้อย แต่จากการสอบสวนก็ พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยสงสัยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน จึงอาจสรุปได้ ว่าการระบาดครั้งนี้ น่าจะมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ตัวอย่างการอภิปรายผล

37 ข้อควรระวังในการเขียนวิจารณ์ ไม่ใช่การเอาผลการศึกษามาพูดซ้ำ ไม่ใช่การเอาผลการศึกษามาพูดซ้ำ เนื้อหาที่จะนำมาวิจารณ์ต้องมีในผลการศึกษา อยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามีผลการศึกษาเพิ่มขึ้นใหม่ ตรงส่วนนี้ เนื้อหาที่จะนำมาวิจารณ์ต้องมีในผลการศึกษา อยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามีผลการศึกษาเพิ่มขึ้นใหม่ ตรงส่วนนี้ 37

38 การสรุปผล เขียนข้อสรุปที่ได้จากการ สอบสวน ไม่ควรเสนอผลการสอบสวน ที่เป็นตัวเลขซ้ำอีก ข้อสรุป ควรเชื่อมโยงเข้ากับ วัตถุประสงค์ของการสอบสวน ควรหลีกเลี่ยงการประกาศว่า เป็นผู้ริเริ่มการศึกษาเป็นคน แรก  ยืนยันการเกิดโรค และการระบาด  แหล่งรังโรค  วิธีถ่ายทอดโรค  กลุ่มเสี่ยง  ปัจจัยเสี่ยง  สถานการณ์ล่าสุด

39 เพื่อควบคุมการระบาดที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่ Agent Agent HostEnvironment 9. มาตรการควบคุมและป้องกันโรค

40 ระบุปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ข้อจำกัดที่พบในขณะสอบสวนโรค บอกแนวทางการแก้ไขปัญหา สำหรับการสอบสวนครั้งต่อไป 10. ปัญหาและข้อจำกัดในการสอบสวนโรค

41  ข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการควบคุมป้องกันโรค  ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงการสอบสวนในครั้งหน้า ให้สอดคล้องและจำเพาะ กับผลการศึกษา 11. ข้อเสนอแนะ

42 12. กิตติกรรมประกาศ ตำแหน่ง - ต่อท้ายคำอภิปรายผล หรือ หมายเหตุ หน้าแรก แล้วแต่วารสาร เนื้อหา - มีส่วนร่วม แต่ไม่ต้องการสิทธิความเป็น ผู้แต่ง - ช่วยเหลือในด้านเทคนิค - ช่วยเหลือในด้านการเงิน และวัสดุ

43 13. เอกสารอ้างอิง / บรรณานุกรม การอ้างอิงบทความในวารสาร มี 2 ระบบ 1. เรียงเลขตามลำดับของเอกสารอ้างอิงที่ ปรากฏ (ระบบ Vancouver ) 2. เรียงตามชื่อผู้แต่ง จะใช้ระบบไหน ให้ดูคำแนะนำของวารสารนั้น ๆ ตัวอย่างใน “ คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ ” วารสารวิชาการสาธารณสุข

44 ระบบแวนคูเวอร์ (The Vancouver style) เป็นแบบแผนการเขียนเอกสารอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ที่คล้ายกับแบบการเขียนใน Index Medicus จัดทำโดย หอสมุดแพทย์แห่งชาติอเมริกัน (National Library of Medicine; NLM) ผสานกับแบบ American National Standard for Bibliographic References Z (ANSI standard style) ล่าสุด ให้เขียนตามรูปแบบของหอสมุดแพทย์แห่งชาติ อเมริกัน (National Library of Medicine) ได้รับความนิยมสูงมาก ในการนำไปใช้ประโยชน์ในกรณี ที่จะเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในวารสารต่างๆ ทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ

45 ระบบแวนคูเวอร์ (The Vancouver style) หลักการทั่วไป 1) 1)การอ้างอิงในส่วนเนื้อหา :- ควรอยู่ในรูปตัวเลขอาระบิก ที่ อยู่ในวงเล็บ และเรียงลำดับก่อนหลัง ตามลำดับที่อ้างถึง ทั้งในส่วนเนื้อเรื่อง และในส่วนท้ายบทความ ไม่ใช่เรียงตาม ตัวอักษรของชื่อผู้เขียน 2) 2)ไม่ควรใช้บทคัดย่อ เป็นเอกสารอ้างอิง โดยถ้าเป็นเอกสาร ที่ได้รับการยอมรับแล้ว แต่รอการตีพิมพ์ ควรระบุด้วยคำว่า "in press" หรือ "forthcoming" ส่วนเอกสารต้นฉบับ ที่ไม่ได้ตีพิมพ์ แม้บรรณาธิการจะรับไว้พิจารณาก็ตาม ก็ควรเขียนระบุด้วยคำว่า "unpublished observations" 3) 3)หลีกเลี่ยงการอ้างอิงเอกสารติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล เว้น แต่ว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญที่หาไม่ได้จากสิ่งตีพิมพ์สาธารณะ ต่างๆ ซึ่งกรณีนี้ควรอ้างอิงชื่อบุคคล และวันที่ที่ติดต่อสื่อสาร ภายในวงเล็บด้วย

46 ระบบแวนคูเวอร์ (The Vancouver style) รูปแบบพื้นฐาน: นามสกุลของผู้เขียน อักษรย่อชื่อผู้เขียน. ชื่อเรื่อง. ชื่อย่อของ วารสาร. ปี เดือน วันที่พิมพ์;ปีที่พิมพ์(ฉบับที่พิมพ์):เลขหน้า แรก-หน้าสุดท้ายของเรื่อง. 1. บทความในวารสาร 2. ธีรยุทธ สุขมี. โรค Visceral leishmaniasis ในประเทศไทย ปี รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์. 2549;37: ตัวอย่าง 1. Halpern SD, Ubel PA, Caplan AL. Solid-organ transplantation in HIV-infected patients. N Engl J Med Jul 25;347(4):284-7.

47 ระบบแวนคูเวอร์ (The Vancouver style) 2. หนังสือและเอกสารอื่นๆ รูปแบบพื้นฐาน: นามสกุลของผู้เขียน อักษรย่อชื่อผู้เขียน. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์. ตัวอย่าง 1.Murray PR, Rosenthal KS, Kobayashi GS, Pfaller MA. Medical microbiology. 4th ed. St. Louis: Mosby; สุมมนา จิตติเดชารักษ์. หลักเบื้องต้นสำหรับการบูรณะฟันโดยใช้วัสดุ อมัลกัม. เชียงใหม่: หน่วยวิชาทันตกรรมหัตถการ ภาควิชาทันตกรรมบูรณะ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; รายละเอียดอื่น ๆ ที่เหลือ กรุณาศึกษาด้วยตนเองต่อไปค่ะ

48 ประกอบด้วย 6 หัวข้อหลัก ความเป็นมา ผลการสอบสวนโรค แนวโน้มของการระบาด กิจกรรมควบคุมโรคที่ทำไปแล้ว สรุปความสำคัญ และเร่งด่วน ข้อเสนอเพื่อพิจารณาดำเนินการ รายงานการสอบสวนเบื้องต้นเสนอผู้บริหาร ความยาว 1-2 หน้ากระดาษ A4

49

50 ผู้เขียนได้รับความรู้เพิ่มเติมจากขบวนการเขียน เรียบเรียงข้อมูล ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำไปใช้ประโยชน์ วางแผนควบคุมและป้องกันโรคต่อไป ผู้อ่านได้รับความรู้ในเรื่องการสอบสวนทางระบาดวิทยา พัฒนาคุณภาพของการสอบสวนทางระบาดวิทยา ประโยชน์ที่ได้รับจากการเขียนรายงาน

51


ดาวน์โหลด ppt GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google