งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

รูปแบบการวิจัย Research Design ผศ.(พิเศษ)น.พ.นภดล สุชาติ พ.บ. M.P.H.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "รูปแบบการวิจัย Research Design ผศ.(พิเศษ)น.พ.นภดล สุชาติ พ.บ. M.P.H."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 รูปแบบการวิจัย Research Design ผศ.(พิเศษ)น.พ.นภดล สุชาติ พ.บ. M.P.H.

2 การวิจัย เป็นการค้นคว้า อย่างเป็นระบบ มีเหตุมีผล เพื่อผลิตความรู้ใหม่ ซึ่งความรู้ใหม่ อาจเป็น ความรู้ใหม่ เชิงทฤษฏี หรือการประยุกต์ ปฏิบัติก็ได้ แต่ต้องอยู่บนรากฐาน ของ ความถูกต้อง โดยต้องพยายาม หลีกเลี่ยง ความแปรปรวน และอคติต่าง ๆ ที่อาจจะ เกิดขึ้น โดยใช้รูปแบบการวิจัย วิธีการวิจัย และสถิติที่เหมาะสม

3 ขั้นตอนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การกำหนดปัญหา การตั้งสมมติฐาน รวบรวมข้อมูลและ พิสูจน์สมมติฐาน ข้อสรุปจากการศึกษา รับรองสมมติฐาน ได้สมมติฐานใหม่ สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว่ ไม่สอดคล้องกับสมมติฐาน ที่ตั้งไว่

4 โลกความจริงโลกสมมติ กำหนดปัญหา พิสูจน์สมมติฐาน ผลที่ได้จากการวิจัยการวิเคราะห์ข้อมูล การแปลผล ข้อสรุป การตั้งสมมติฐาน

5 เกณฑ์พิจารณาว่าเรื่องใดเป็น งานวิจัย 1. ความสมบูรณ์ของกระบวนการ 2. ความลึกซึ้งของการค้นคว้า 3. ได้ความรู้ใหม่ 4. ความถูกต้องและความเชื่อถือได้

6 การวิจัย 2 แบบ การวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณ

7 การวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงคุณภาพ ( เชิงคุณลักษณะ ) เครื่องมือคือนักวิจัย ถามเฉพาะคนที่รู้เรื่องดี การสังเกต (Observation) Participant Observation Non-Participant Observation Focus Group, in-depth Interview, Life history collection

8 การวิจัยเชิงคุณภาพ 1. Observation - Structured Observation - Unstructured Observation 2. สัมภาษณ์ทางลึก (In-depth Interview) คำถาม ปลายเปิด (Open ended questions) 3. การสนทนากลุ่ม (Focus group) ผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ มีความรู้ (Key Informants) มีนักวิจัย ผู้จดบันทึก ใช้เทปบันทึก ถอดเทปสรุปวิเคราะห์ข้อมูล 4. การศึกษาเฉพาะราย (Case study, Life history collection)

9 การวิจัยเชิงปริมาณ ต้องมีกลุ่มตัวอย่างจำนวนที่กำหนด มี เครื่องมือ เช่น แบบสอบถาม ใช้หลักวิชาสถิติวิเคราะห์ จำแนกตามวิธีการ วิจัย แบ่งเป็น Observational Study และ Experimental study

10 ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) ตัวแปรตาม (Dependent Variables) เป็นต้นเหตุ เป็นปัจจัยเสี่ยง เป็นตัวกำหนด มีอิทธิพล

11 ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม โดยที่ตัวแปรอิสระ เป็นตัวแปรที่อาจเป็น ต้นเหตุ หรือปัจจัยเสี่ยง (Risk Factor) หรือ เป็นตัวที่กำหนด (Determines) หรือเป็นตัว ที่มีอิทธิพล (Influences) ต่อตัวแปรตาม (Andrew Fisher, John Laing, John Stoeckel, 1984)

12 ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม เช่น ถ้าตัวแปรอิสระ คือการสูบบุหรี่ ตัวแปร ตาม คือโรคมะเร็งปอด ถ้าตัวแปรอิสระ คือระดับการศึกษา ตัวแปร ตาม คือระดับรายได้ หรือระดับตำแหน่ง หน้าที่ ถ้าตัวแปรอิสระ คือระดับรายได้ ตัวแปรตาม คือระดับการมีคุณภาพชีวิต และการมีสุขภาพ อนามัยดี เป็นต้น

13 กลุ่มควบคุม กลุ่มควบคุม (Control Group) หรือ กลุ่ม เปรียบเทียบ (Comparison Group) อายุ เพศ เชื้อชาติ อาชีพ คล้ายๆกัน จำนวนกลุ่มควบคุมเท่าๆกัน หรืออาจเป็น 2 เท่าของกลุ่มทดลอง

14 รูปแบบการวิจัย การวิจัยโดยการสังเกต (Observation Research) การวิจัยโดยการทดลอง (Experimental Research) Risk Factor เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือว่า ผู้ทดลองเป็นผู้กำหนดให้ตัวอย่างได้รับ Risk Factor

15 จำแนกรูปแบบการวิจัย จำแนกตามเป้าหมาย จำแนกตามลักษณะสิ่งที่ศึกษา จำแนกตามเวลา จำแนกตามวิธีดำเนินงานวิจัย

16 จำแนกตามเป้าหมาย การวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) การวิจัยประยุกต์ (Applied Research)

17 จำแนกตามลักษณะสิ่งที่ศึกษา วิจัยเอกสาร (Documentary Research) วิจัยทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Research) วิจัยในสัตว์ทดลอง (Animal Research) วิจัยทางคลินิก (Clinical Research) วิจัยชุมชน (Community Research) วิจัยปฏิบัติการ (Operational Research) วิจัยระบบบริการสาธารณสุข (Health Service Research)

18 จำแนกตามเวลา การวิจัยย้อนหลัง (Retrospective) การวิจัยไปข้างหน้า (Prospective)

19 จำแนกตามวิธีดำเนินงานวิจัย การวิจัยโดยการสังเกต (Observation Research) วิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) วิจัยเชิงวิเคราะห์ (Analytical Research) การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research)

20 การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) ผู้วิจัยกำหนด Exposure การวิจัยโดยการสังเกต (Observational Research) การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Study) การวิจัยเชิงวิเคราะห์ (Analytic Study) ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง (Cross-sectional) ชนิดไปข้างหน้า (Cohort or Prospective) ชนิดย้อนหลัง (Case control or Retrospective) มีกลุ่มเปรียบเทียบ ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ Longitudinal (Incidence) Cross-sectional (Prevalence) Exposure เกิดตามธรรมชาติ

21 Descriptive Study Cross-sectional study ศึกษาความชุก (Prevalence) Longitudinal study ศึกษาอุบัติการณ์ (Incidence)

22 Analytic Study Cohort or prospective Case Control or retrospective study Cross-sectional พบเหตุและผลได้พร้อมๆ กัน

23 เลือกรูปแบบการวิจัย ประเมินขนาดของปัญหา ใช้การวิจัยเชิงพรรณนา ศึกษาธรรมชาติของโรค ใช้การวิจัยเชิงพรรณนา ค้นหาสาเหตุปัจจัยเสี่ยงของโรค เช่น พิสูจน์ สมมติฐานความสัมพันธ์บุหรี่กับมะเร็งปอด การวิจัย เชิงวิเคราะห์หรือการวิจัยเชิงทดลอง การวิจัยเชิงทดลองให้ผลวิจัยเชื่อถือได้มากที่สุด เพราะออกแบบให้หลีกเลี่ยง Bias ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่มีปัญหาด้านจริยธรรมได้ ประเมินผลระบบบริการ ใช้การวิจัยเชิงทดลอง

24 การวิจัยแบบไปข้างหน้า Cohort หรือ Prospective study ข้อดี ไม่มีปัญหาจริยธรรรมเพราะ เป็นการสังเกตตาม ธรรมชาติ มีอคติน้อยกว่าเพราะ กำหนดกฎเกณฑ์การ คัดเลือกเข้าได้ (Eligibility) หา Incidence ของโรคได้ ข้อเสีย ใช้ เงิน คน เวลา มากกว่า ถ้าโรคนั้นพบน้อยหรือต้อง ใช้เวลานานกว่าจะเกิดโรค ก็ต้องติดตามนานมาก ไม่สามารถควบคุมปัจจัย กวนให้กระจายเท่ากัน

25 การวิจัยแบบไปข้างหลัง Case-Control หรือ Retrospective study ข้อดี เหมาะสำหรับศึกษา โรคที่มีอุบัติการณ์ต่ำ ประหยัด ง่ายและ รวดเร็ว วัดปัจจัยเสี่ยงได้หลาย อย่าง ไม่มีปัญหาด้าน จริยธรรม ข้อเสีย เลือกกลุ่มควบคุมได้ ยาก Recall Bias ซัก ย้อนหลังไปนานจึงจำ ไม่ได้ Exposure Suspicion Bias ผู้สัมผัสสี่งคุกคาม จะถูกซักถามมากกว่า

26 Experimental Study Researcher assign exposure status to population Population Random New Treatment Control or Standard Treatment Success Fail Success Fail

27 Phase 1 ประมาณ 10 คน พิสูจน์ว่าปลอดภัย Phase 2 ประมาณ 50 คน เรื่องขนาดยาและ พิสูจน์ว่าได้ผล Phase 3 Standard RCT Safety & Efficacy Phase 4 Post-marketing surveillance

28 Experimental study Quasi Experimental study No randomization


ดาวน์โหลด ppt รูปแบบการวิจัย Research Design ผศ.(พิเศษ)น.พ.นภดล สุชาติ พ.บ. M.P.H.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google