งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

พัฒนาการของการวัดและ ประเมินผลการศึกษา  ประเทศจีนสมัยโบราณมีการสอบเพื่อคัดเลือก บุคคลเข้าดำรงตำแหน่งข้าราชการและขุนนาง ระดับต่างๆ  นักปราชญ์กรีกโบราณ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "พัฒนาการของการวัดและ ประเมินผลการศึกษา  ประเทศจีนสมัยโบราณมีการสอบเพื่อคัดเลือก บุคคลเข้าดำรงตำแหน่งข้าราชการและขุนนาง ระดับต่างๆ  นักปราชญ์กรีกโบราณ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 พัฒนาการของการวัดและ ประเมินผลการศึกษา  ประเทศจีนสมัยโบราณมีการสอบเพื่อคัดเลือก บุคคลเข้าดำรงตำแหน่งข้าราชการและขุนนาง ระดับต่างๆ  นักปราชญ์กรีกโบราณ เช่น โซกราตีส (Socrates) มีการทดสอบความรู้ของนักเรียน โดยการสอบปากเปล่า  ในเมืองไทยสมัยก่อนการเรียนการสอนจะเป็น การเรียนกับครูตัวต่อต่อ มีการสอบปากเปล่าและ ภาคปฏิบัติทีละคน เพื่อวัดและประเมินผลการ เรียนว่าใครควรจะสำเร็จการศึกษา

2 จุดเริ่มต้นของการวัดผลด้าน จิตวิทยา  เนื้อหาวิชาสาขาจิตวิทยาเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ประมาณ พ.ศ นั้นมีส่วนที่จัดว่าเป็นปรัชญา มากกว่าทางด้านวิทยาศาสตร์เช่นปัจจุบัน การศึกษา เกี่ยวกับมนุษย์และพฤติกรรมของมนุษย์นั้น เรียกว่า วิชา ปรัชญาจริยธรรม (Moral Philosophy) ส่วนใหญ่ จะเรียนเกี่ยวกับ จิต (mind) และวิญญาณ (soul) การเรียนวิชาจิตวิทยาในยุคนั้นไม่มีการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ เพื่อตั้งทฤษฎีทางจิตวิทยาเลย ความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า คนเราสามารถวัดผล เกี่ยวกับ ความจำ การลืม สติปัญญาและความเร็วของ ปฏิกริยาตอบสนองของมนุษย์นั้นถือว่าเป็นเรื่องไร้ สาระ และไม่ได้รับความสนใจเลย

3  ต่อมานักฟิสิกส์และนักสรีรวิทยาได้ร่วมกันทำการ ทดลองเกี่ยวกับการวัดความสามารถในการจำแนก แยกแยะของประสาทสัมผัสและความเร็วของปฏิกริยา ตอบสนองของมนุษย์ในหลายๆ แหล่ง ผลจากการ ค้นคว้าทดลองดังกล่าวแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นให้ นักวิชาการในสาขาวิชาจิตวิทยาได้สนใจการวัดผล ทางด้านจิตวิทยาของมนุษย์ และได้ตระหนักถึง อิทธิพลของวิชาชีววิทยาและวิชากายวิภาคที่มีต่อ สาขาวิชาของตนมากขึ้น

4  ประมาณ พ.ศ นักจิตวิทยาได้พยายามผลักดัน ให้วิชาจิตวิทยาเป็น แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์ โดย ได้แยกตัวออกจากสาขาปรัชญา และมีความเกี่ยวพัน กับสาขาวิชาชีววิทยามากขึ้น โดยได้เริ่มมีการทำการ ทดลอง มีการวัดผลสิ่งที่ทำการทดลอง เช่น การวัด พฤติกรรมของมนุษย์ ในช่วงระยะเวลานี้เป็นช่วงเวลา ที่นักจิตวิทยาได้เริ่มพัฒนาเทคนิคการวัดผลชนิด ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการทดลองทางด้านจิตวิทยา

5 จุดเริ่มต้นของจิตวิทยาการ ทดลอง  ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 ได้เริ่มมีการใช้วิธีการทาง วิทยาศาสตร์ในการทดลองทางจิตวิทยา วิชา สรีรวิทยาเชิงการทดลองได้เป็นจุดสนใจในการทำ วิจัยของนักวิจัยในห้องทดลองของประเทศเยอรมัน และประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป นักสรีรวิทยาเชิง ทดลองในช่วงแรกนั้นสนใจการทำงานของประสาท สัมผัสในร่างกายของมนุษย์ เช่น ประสาทสัมผัสทาง ตา ประสาทสัมผัสทางหู ประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ และ ความเร็วของการตอบสนองต่อสิ่งเร้า

6  ในปี พ.ศ เมื่อเริ่มมีห้องปฏิบัติการครั้งแรกที่ เมือง Leipzig ในประเทศเยอรมัน โดย Wilhelm Wudnt เป็นผู้จัดตั้งขึ้นนั้น นักจิตวิทยาการทดลองใน ระยะแรกๆ ส่วนมากจะมุ่งทำการทดลองเกี่ยวกับ ทางด้านสรีรวิทยา เช่น การวัดประสาทสัมผัสทางตา ทางหู ความเร็วของปฏิกริยาตอบสนอง ต่อมาการ ทดลองได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวกับทางด้าน จิตวิทยาโดยเฉพาะ เช่น การวัดการับรู้ ความเร็วใน การเรียนรู้ การวัดความสามารถทางสมอง

7  นับตั้งแต่นั้นมามีการริเริ่มและวิธีการใหม่ๆ ใน การทดลองและวิจัย เช่น การคิดสร้างรูปแบบ ของการวิจัยเชิงทดลอง พัฒนาวิธีการวัดผล และประเมินผลให้ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง และพัฒนาวิธีการทางด้านสถิติ เพื่อเป็น เครื่องมือที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการวัดผลและ แปลผลการทดลองต่างๆ

8 การศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่าง ระหว่างบุคคลในยุคแรก  ในปี พ.ศ Charles Darwin ได้เขียนหนังสือ ชื่อ Origin of Spicies จุดประสงค์ในการเขียนหนังสือ เล่มนี้ก็คือ ต้องการชี้ให้เห็นความแตกต่างและความ แปรผันของลักษณะสิ่งมีชีวิตในแต่ละ species ผลงานของ Darwin ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว ที่มี ส่วนสำคัญในการพัฒนาการวัดผลทางด้านจิตวิทยา กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ Sir Francis Galton ได้นำความรู้เกี่ยวกับชีววิทยาตามหลักการ ของ Darwin (Darwinian Biology) มาประยุกต์เข้า กับเรื่องราวของมนุษย์

9  Galton พยายามศึกษาหาความแตกต่างระหว่าง บุคคล และค้นคว้าเกี่ยวกับลักษณะนิสัยที่ถ่ายทอด ทางกรรมพันธุ์ เขาได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ คุณลักษณะของมนุษย์ทั้งทางด้านกายภาพและด้าน จิตวิทยา แล้วใช้วิธีการทางสถิติวิเคราะห์ข้อมูลโดยมี Karl Pearson ได้คิดค้นพัฒนาวิธีการทางสถิติ คือ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson Product Moment Correlation) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและ อธิบายเกี่ยวกับรูปแบบความแตกต่างระหว่างบุคคล

10 การศึกษาเกี่ยวกับบุคคลที่ เบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์ปกติ  ในช่วงระยะเวลาเดียวกันกับที่นักวิทยาศาสตร์ชาว อังกฤษสนใจเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างระหว่าง บุคคลนั้น นักจิตวิทยาก็เริ่มหันมาสนใจเกี่ยวกับบุคคล ที่เบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์ปกติ ในยุคก่อนนั้น คนที่เป็น โรคประสาทหรือคนที่เป็นโรคจิตจะถูกคุมขังและ ลงโทษในข้อหาที่ว่าเป็นแม่มดหรือหมอผี ต่อมาได้มี การศึกษาและวิจัยเพื่อที่จะทำความเข้าใจสภาพของ คนปัญญาอ่อน คนที่จิตไม่สมประกอบ เพื่อที่จะช่วย พัฒนาความเป็นอยู่และชีวิตของคนเหล่านี้ให้ดีขึ้น

11  ประเทศฝรั่งเศสเป็นแหล่งที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ มากที่สุด การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องบุคคลที่ เบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์ปรกตินี้เองทำให้ Alfred Binet นักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสและผู้ร่วมงานได้เริ่มสร้าง แบบทดสอบวัดสติปัญญา (Intelligence Test) ขึ้นมาเพื่อใช้วัดพฤติกรรมของบุคคลที่ไม่สมประกอบ เช่น ทางด้านปฏิกริยาตอบสนอง ความสามารถทาง สมอง เพื่อที่จะลงสรุปเกี่ยวกับสถานภาพของบุคคล เหล่านั้นว่าเหตุใดเขาจึงไม่สามารถที่จะเข้าเรียนใน โรงเรียนธรรมดากับเพื่อนๆ ได้ การศึกษาวิจัยของ Binet นี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของวิชาการวัดและ ประเมินผลการศึกษา

12 การสร้างเสริมวิชาการวัดและ ประเมินผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกา  นักจิตวิทยาในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เริ่มมีความสนใจและ สร้างแบบทดสอบวัดสติปัญญาขึ้นมาเช่นกัน James McKeen Cattell นักจิตวิทยาชาวอเมริกันแต่ได้ไปศึกษาวิชาจิตวิทยา ระดับบัณฑิตศึกษากับ Wilhelm Wudnt ที่ประเทศเยอรมัน เป็นบุคคลที่มีความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ จิตวิทยาเชิงทดลอง และนอกจากนี้ยังได้ศึกษาเกี่ยวกับผลงานของ Francis Galton เรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลและวิธีการทางสถิติ เป็นอย่างดี ได้เริ่มสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดเกี่ยวกับประสาท สัมผัส และการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของบุคคล และนอกจากนี้ เขาได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผลสัมฤทธิ์ใน การเรียนและงานภาคปฏิบัติของนักเรียนอีกด้วย

13  บุคคลที่ได้ช่วยสร้างเสริมเกี่ยวกับวิชาการ วัดผลและประเมินผลการศึกษาอีกผู้หนึ่งคือลูก ศิษย์ของ Cattell ชื่อ E.L. Thorndike เมื่อ สำเร็จการศึกษาแล้ว Thorndike มีความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนา แบบทดสอบมาตรฐาน ทางการศึกษา ผลงานของ Thorndike และ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยโคลัมเบียมีส่วนทำให้ การวัดผลทางการศึกษาที่เป็นปรนัยแพร่หลาย ในอเมริกา

14  ผลงานของ Alfred Binet ก็ได้รับความสนใจ อย่างมากในอเมริกา ใน พ.ศ Lewis Terman ได้แปลแบบทดสอบสติปัญญาของ Binet เป็นภาษาอังกฤษ และได้ดัดแปลงให้ เข้ากับสภาพของคนอเมริกัน โดยให้ชื่อ แบบทดสอบว่า Stanford-Binet Intelligence Test

15 พัฒนาการเกี่ยวกับวิชาการวัดและ ประเมินผลการศึกษาในประเทศไทย  การวัดและประเมินผลการศึกษาของเมืองไทยใน สมัยก่อนนั้น มักจะเป็นการสอบปากเปล่า เช่น ในยุค ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีการสอบพระภิกษุเป็นเปรียญ โดยให้แปลภาษาบาลี เป็นภาษาไทย ต่อมาในสมัย รัชกาลที่ 5-6 การวัดและประเมินผลการศึกษา เปลี่ยนแปลงจากการสอบปากเปล่า เป็นการสอบ ข้อเขียนให้นักเรียนเขียนตอบลงในกระดาษ ลักษณะ ข้อสอบในสมัยนั้นเป็นอัตนัย หรือแบบความเรียง

16  ในสมัยรัชกาลที่ 7 เริ่มมีการพัฒนาระบบการศึกษารวมทั้งการ วัดและประเมินผลในประเทศไทยให้ทันสมัยอย่างจริงจัง จาก หลักฐานที่ค้นพบแบบทดสอบเชาวน์ ของพระยาเมธาธิบดี โดยนายยุทธ เดชคำรณ ปรากฏว่าแบบทดสอบฉบับที่ค้นพบนี้ ลักษณะข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ มีคำอธิบายชี้แจงวิธีตอบ เช่นเดียวกับแบบทดสอบมาตรฐานในปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร.ชวาล แพรัตกุล ผู้ซึ่งได้ศึกษาแบบทดสอบเชาวน์ ของพระ ยาเมธาธิบดีอย่างละเอียด ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า แบบทดสอบ ฉบับนี้อาจจะเป็นแบบทดสอบประเภทปรนัยฉบับแรกของ เมืองไทย และประมาณว่าสร้างขึ้นในระหว่าง พ.ศ

17  สำหรับการเคลื่อนไหวในด้านการวัดผล การศึกษาของเมืองไทยนั้น จุดเริ่มต้นที่ สาขาวิชานี้ได้รับความสนใจจากนักการศึกษา เริ่มขึ้นในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สำนักงาน USOM ของสหรัฐอเมริกาได้ส่ง นักวิชาการมาช่วยเมืองไทยทางด้านการศึกษา มีการอบรมวิธีการเขียนข้อสอบปรนัยแบบ เลือกตอบ

18  ต่อมาในช่วงปี พ.ศ มหาวิทยาลัย อินเดียนาได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ คือ W.H.Fox มา ก่อตั้งคณะวิจัยเพื่อทำการวิจัย และสร้างแบบท สอบที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสาน มิตร หลังจากนั้นได้มีการส่งนักการศึกษาคน ไทยไปเรียนวิชาการวัดและประเมินผล การศึกษาในระดับปริญญาเอก ที่สหรัฐอเมริกา คือ ศาสตราจารย์ ดร.ชวาล แพรัตกุล

19  ในปี พ.ศ หลังจากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว และ นับว่าเป็นคนไทยคนแรกที่จบวิชาการวัดและ ประเมินผลการศึกษา ดร.ชวาล ได้ร่วมงานกับ ดร. มล.ตุ้ย ชุมสาย จัดตั้งสำนักงานทดสอบทาง การศึกษาและจิตวิทยาขึ้นในมหาวิทยาลัยศรีนครินท รวิโรฒ ประสานมิตร และต่อมา ในปี พ.ศ ได้ ทำการเปิดสอนวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา ในระดับปริญญาโทและประกาศนียบัตรชั้นสูงวิชา เฉพาะ เป็นแห่งแรกของเมืองไทย ในปัจจุบันสถาบัน ที่ทำการสอนวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษาใน ระดับปริญญาโทอีกแห่งหนึ่งคือ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ดาวน์โหลด ppt พัฒนาการของการวัดและ ประเมินผลการศึกษา  ประเทศจีนสมัยโบราณมีการสอบเพื่อคัดเลือก บุคคลเข้าดำรงตำแหน่งข้าราชการและขุนนาง ระดับต่างๆ  นักปราชญ์กรีกโบราณ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google