งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ER 3409 ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ผู้สอน อ.ไพรศิลป์ ปินทะนา สาขาวิชาการประเมินและการวิจัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ER 3409 ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ผู้สอน อ.ไพรศิลป์ ปินทะนา สาขาวิชาการประเมินและการวิจัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ER 3409 ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ผู้สอน อ.ไพรศิลป์ ปินทะนา สาขาวิชาการประเมินและการวิจัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

2 เอกสารประกอบการสอน ER 2104 หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 3(3- 0) การติดต่อผู้สอน อ.ไพรศิลป์ ปินทะนา อาคาร 29  ห้องพักอาจารย์ อาคาร 29 สาขาวิชาการประเมินและการวิจัย  & MSN & facebook :  HomePage :  โทรศัพท์ (กรุณาใช้เบอร์โทรที่ให้ไว้กับผู้สอนโทรถึงผู้สอน)

3 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) คำอธิบายรายวิชา ER 3409การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน3(3-0) Research for Teaching and Learning Development ความหมายและลักษณะของการวิจัย วิวัฒนาการของการ แสวงหาความรู้ ประโยชน์ความสำคัญ และประเภทของการวิจัย ขั้นตอน การวิจัย จรรยาบรรณของนักวิจัย ฝึกปฏิบัติ การวางแผนการวิจัยเพื่อ พัฒนาการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้นให้สามารถทำวิจัยในชั้นเรียน การเขียน รายงานการวิจัย การนำเสนอผลการวิจัย การประเมินผลงานวิจัยและการ นำผลการวิจัยไปใช้พัฒนาการเรียนการสอน

4 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) แนวการสอน  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐาน การวิจัยทางการศึกษา  เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการวิจัย  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางแผนการวิจัยและฝึก ปฏิบัติการวิจัยทางการศึกษา เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแสดงความคิดเห็น เพื่อ วิจารณ์ผลงานวิจัย อย่าง สร้างสรรค์  เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาแนวทางการ ใช้ผลงานวิจัย เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา

5 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิจัย  ความหมายของการวิจัย  จุดมุ่งหมายของการวิจัย  ประโยชน์ของการวิจัย  พัฒนาการของวิธีแสวงหา ความรู้  คุณสมบัติของนักวิจัย  จรรยาบรรณของ นักวิจัย  ประเภทของการวิจัย  ขั้นตอนของการวิจัย

6 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0)  ความหมายตามพจนานุกรมของคำว่า “วิจัย” หรือ “การวิจัย”หมายถึง การสะสม การรวบรวม การค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ ถ้วนตามหลักวิชา ( พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525, 2531 : 754 )  พจนานุกรมภาษาอังกฤษ (WebSter 1977 : ) : การศึกษาค้นคว้าอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ อย่างมีระบบ และอย่าง เพียรพยายามในแขนงวิชาความรู้แขนงใดแขนงหนึ่ง เพื่อ ค้นพบและสร้างสรรค์ความจริงหรือหลักการต่าง ๆ

7 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0)  พจน์ สะเพียรชัย ( 2528 : 17 ) กล่าวว่าการวิจัยเป็นการเสาะแสวงหาความรู้ ความจริงเพื่อเสริมสร้างกฏเกณฑ์และทฤษฎี เพื่อประโยชน์ในการอธิบาย ทำนาย และควบคุมปรากฏการณ์  ประคองกรรณสูตร ( 2528 : 1 ) อธิบายว่าการวิจัยเป็นขบวนการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้และข้อเท็จจริง โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการ วิเคราะห์ปัญหาอย่างมีระบบยึคหลักการสรุปที่ใช้ข้อเท็จจริงและตรรกวิทยา เป็นแนวทางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความคิดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้คำตอบที่ ถูกต้องมากที่สุด  นิภา ศรีไพโรจน์ (2531: 3 ) ให้ความหมายการวิจัยว่าเป็นกระบวนการ แสวงหาความรู้อย่างมีระบบและมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน ภายในขอบเขตที่ กำหนดไว้ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ความจริงในสิง ที่วิจัยนั้น

8 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0)  บุญชม ศรีสะอาด ( 2532 : 1 ) ให้ความหมายไว้ว่าการวิจัยคือกระบวนการค้นคว้าหา ความรู้ที่เชี่อถือได้ โดยมีลักษณะดังนี้ เป็นกระบวนการที่มีระบบแบบแผน มีจุดมุ่งหมาย ที่แน่นอนชัดเจน ดำเนินการศึกษาค้นคว้าอย่างรอบคอบ ไม่ลำเอียง มีหลักเหตุผล บันทึก และรายงานออกมาอย่างระมัดระวัง  บุญเรียง ขจรศิลป์ ( 2533 : 5 ) ก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ถ้าแปลตามตำราแล้วการ วิจัยหมายถึงการค้นหาซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ความหมายทางวิชาการ การวิจัยหมายถึง กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ หรือกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้เพื่อตอบ ปัญหาที่มีอยู่ อย่างมีระบบและมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน โดยอาศัยวิธีการทาง วิทยาศาสตร์  พวงรัตน์ ทวีรัตน์ ( 2531:12 ) ให้นิยามของการวิจัยว่าเป็นการค้นคว้าหาความรู้ความ จริงที่เชื่อถือไค้ โดยวิธีการที่มีระบบแบบแผนที่เชื่อถือได้ เพื่อนำความรู้ที่ไดันั้นไปสร้าง กฎเกณฑ์ทฤษฎีต่างๆ เพื่อไว้ใช้ในการอ้างอิงอธิบายปรากฏการณ์เฉพาะเรื่อง และ ปรากฏการณ์ทั่วไป และเป็นการทำให้สามารถทำนายและควบคุมการเกิดปรากฎการณ์ ต่างๆ ได้

9 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0)  เครือวัลย์ ลิ้มปิยะศรีสกุล ( 2530 : 18 ) อธิบายเกี่ยวกับการวิจัยว่าหมายถึง กระบวนการแสวงหาความจริงหรีอพิสูจน์ความจริง เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ที่ถูกต้อง และเชื่อถือได้กระบวนการแสวงหาความจริงจะต้องมีลักษณะสำคัญดังนี้คือ น้อง เป็นการแสวงหาหรือพิสูจน์ความจริงที่เป็นข้อเท็จจริง ต้องเป็นการกระทำโดยมี จุดมุ่งหมายที่แน่นอน แล้วต้องดำเนินไปอย่างมีระเบียบแบบแผนที่เเน่นอนตาม วิธีการทางวิทยาศาสตร์  บญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ ( 2532 : 96 ) ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดในลักษณะ เดียวกันว่าการวิจัย เป็นกระบวนการค้นคว้าหาข้อเท็จจริง หรือปรากฏการณ์ตาม ธรรมชาติอย่างมีระบบระเบียบ แล้วมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนเพื่อให้ได้ความรู้ที่ เชื่อถือได้ ตามความหมายนี้การวิจัยหรืองานที่เป็นการวิจัยจะค้องประกอบด้วย ลักษณะ 3 ประการเป็นกระบวนการค้นหาข้อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ตาม ธรรมชาติ เป็นกระบวนการหรือการกระทำที่มีระบบระเบียบ เป็นการกระทำที่มี จุดมุ่งหมายที่แน่นอน การศึกษาค้นคว้าใด ๆที่ขาดลักษณะ 3 ประการนี้ไม่ถืว่าเป็่น การวิจัย

10 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ที่ประชุม Pan Pacific Scince Congress 1961 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา  R = Recruitment & Relationships  E = Education & Efficieancy  S= Science & Simulation  E = Evaluation & Environment  A = Aim & Attitude  R = Result  C = Curiosity  H = Horizin

11 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ที่ประชุม Pan Pacific Scince Congress ปี 1961 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา  Wiersma ( 1986 : 10 ) ได้สรุปลักษณะสำคัญูของการ วิจัยไว้อย่างสั้นๆว่า เป็นกระบวนการเเสวงหา ความรู้ที่เป็นระบบ ( Systematic ) และดำเนินการ ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์

12 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ความหมายของการวิจัย กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ที่ถูกต้อง และเชื่อถือได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ความรู้ใหม่และเพื่อนำความรู้ไป ประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์

13 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) จุดมุ่งหมายของการวิจัย จุดมุ่งหมายหลักของการวิจัย มี 2 ประการ 1.เพื่อให้ใด้ความรู้ใหม่หรือเพื่อสร้างสรรค์ ความรู้ใหม่ 2.เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เป็น ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน

14 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ 2.1 ใช้สำหรับบรรยายสภาพของปัญหา หรืออธิบายสาเหตุของปัญหาของสถานการ์ณ หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เราเข้าใจในสิ่งเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้น 2.2 ใช้สำหรับพยากรณ์หรือทำนายเหตุการณ์ สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ หรือ แนวโน้มของปัญหาทีอาจเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เราสามารถเตรียมป้องกันรับ สถานการณ์นั้นๆ ได้ 2.3 ใช้สำหรับปรับปรุงและพัฒนาสภาพการ สถานการ์ณหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้ดให้ ดียิ่งขึ้น 2.4 ใช้สำหรับควบคุมปัญหา สถานการณ์หรือปรากฎการณ์ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ช่วยในการวางแผนเตรียมการควบคุมได้อย่างรัดกุม 2.5 ใช้สำหรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด ทำให้การ แก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและช่วยขจัดปัญหาให้ หมดไปได้

15 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ประโยชน์ของการวิจัย 1.ประโยชน์ต่อสังคม 2.ประโยชน์ต่อผู้วิจัย

16 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) พัฒนาการของวิธีแสวงหาความรู้ แบ่งเป็น 3 ระยะ 1.การแสวงหาความรู้อย่างไม่มีระบบแบบแผน 2.การแสวงหาความรู้ด้วยระบบเหตุผล 3.การแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

17 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) การแสวงหาความรู้อย่างไม่มีระบบแบบแผน ใช้กันมาตั้งเเต่สมัยโบราณจนถึงราว 400 ปีก่อนคริสตศักราช ( 40O B.C. ) 1.1 การได้รับความรู้โดยบังเอิญ ( By chancc ) 1.2 การได้รับความรู้โดยการลองผิดลองถูก ( Trial and Error ) 1.3 การได้รับความรู้จากผู้รู้ ( Authority ) 1.4 การได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญูหรือ นักปราชญ์ ( Expert or wiseman ) 1.5 การได้รับความรู้จากประเพณีและวัฒนธรรม (Tradition and culture ) 1.6 การได้รับความรู้จากประสบการณ์ของตนเอง ( personaI Experience)

18 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) การแสวงหาความรู้ด้วยระบบเหตุผล 2.1 วิธีอนุมานหรือนิรนัย ( Deductive Method หรือ syllogistic Resoning ) อริสโตเติล ( Aristotle ) นักปราชญ์ชาวกรีกผู้ได้ชื้อว่าเป็นบิดาของ ตรรกศาสตร์ ตัวอย่าง Major Premise พรีไมส์ ข้ออ้างหลัก : ทุกคนต้องตาย Minor Premise : นายสมชายเป็นคน Conclusion : นายสมชายต้องตาย

19 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) 2.2 วิธีอุปมานหรืออุปนัย (Inductive Method) เป็นการแสวงหาความรู้ด้วยเหตุผลที่เริ่มขึ้น เมื่อประมาณคริสตศควรรษที่ 17 ผู้ริเริ่มคิด วิธีนี้คือ เซอร์ ฟรานซิส เบคอน(Sir Francis Bacon ) ตัวอย่างของ การตั้ง Major Premise ที่ไม่ใช่ความจริงแน่นอนซึ่งจะ นำสู่การลงสรุปที่ผิดได้ด้วยวิธีอนุมาน เช่น Major Premise : นกบินได้ Minor Premise : นกกระจอกเทศเป็นนกชนิดหนึ่ง Conclusion : นกกระจอกเทศบินได้( แต่ความจริงนกกระจอกเทศ บินไม่ได้)

20 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) วิธีการอุปมานแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ 1. เก็บรวบรวมข้อมูลหรือข้อเท็จจริงย่อย ๆที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการทราบ( collecting Data ) 2. นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และ สังเคราะห์ ( Analyzing and synthesizing ) 3. สรุปเป็นข้อเท็จจริงใหญ่ หรือความรุ้ ใหม่ ( Drawing conclusion )

21 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ตัวอย่าง รวบรวมข้อมูล : จากการศึกษาสังเกตสิ่งที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ พบว่า วัว กินหญ้าเป็นอาหาร ควายกินหญ้าเป็นอาหาร แพะกินหญ้าเป็นอาหาร แกะกินหญ้าเป็นอาหาร กวางกินหญ้าเป็น อาหาร เก้งกินหญ้าเป็นอาหาร ช้างกินหญ้าเป็นอาหาร ม้ากินหญู้าเป็น อาหาร ลากินหญ้าเป็นอาหาร วิเคราะห์/สังเคราะห์ : วัว ควาย แพะ แกะ กวาง เก้ง ช้าง ม้า และ ลาที่ เป็นสัตว์กินหญ้าเป็นอาหารเหล่านี้มี 4 ขา สรุป : สัตว์สี่ขากินหญ้าเป็นอาหารหรือสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารมีสี่ขา

22 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) 2.3 วิธีอนุมาน - อุปมาน ( Deductive - Inductive Method ) วิธีการนี้เริ่มใช้ตั้งแต่คริสตศตวรรษ ที่ 19 ผู้เริ่มคิดวิธีนี้คือนักวิทยาศาสตร์ชาว อังกฤษ ชื่อชาร์ลส์ ดาร์วิน(charles Darwin ) การ แสวงหาความรู้ด้วยวิธีอนุมาน - อุปมาน มี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ใช้วิธีอนุมานในการตั้งเป็นสมมุติฐาน ( Hypothesis Stting ) 2.ใช้วิธีอุปมานในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์/ สังเคราะห์และยืนยันหรือคัดค้านสมมุติฐานที่ตั้งไว้ (Data Collecting and Hypothesis Testing ) 3. สรุปเป็นความรู้ใหม่ ( Drawing conclusion )

23 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ตัวอย่าง ตั้งสมมุติฐูาน : ผู้ชายมีความสามารถในการเเก้ปัญหาได้ดีกว่าผู้หญิง รวบรวมข้อมูล : ใช้การสังเกตจากสถานการณ์ที่เป็นปัญหาหลายๆสถานการณ์ และ ดูว่าผู้ชายหรือผู้หญิงจะแก้ปัญหาได้ดีกว่ากัน สรุป : ลงสรุปตามข้อมูลที่ได้จากการสังเกต เช่น ในสถานการณ์ปัญหา ถ้า ผู้ชายแก้ปัญหาได้เร็วกว่า ใช้วิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่า และแก้ปัญหาได้เป็นผลสำเร็จ มากกว่าผู้หญิง ก็สามารถสรุปยืนยันได้ว่าผู้ชายมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้ ดีกว่าผู้หญิง แต่ในทางกลับกัน ถ้าในสลานการณ์ปัญหาดังกล่าวผู้หญิงสามารถทำ ได้ดีกว่าผู้ชาย ก็สรุปว่าสมมุติฐานที่ตั้งไว้นั้นไม่จริง ที่จริงแล้วผู้หญิงมีความสามารถ ในการแก้ปัญหาได้ดีกว่าผู้ชาย เป็นต้น

24 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) การแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ จอห์น ดิวอี้ (John Dewey ) นักจิตวิทยาชาวอเมริกันซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างปี คศ ได้ดัดแปลง แนวคิดแบบอนุมาน-อุปมาน ของชาร์ลส์ ดาร์วิน มาเป็นกระบวนการคิดแบบ Reflective Thinking หรือแบบใคร่ครวญ คิดทบทวนกลับไปกลับมา 3.1 ขั้นระบุปัญหาหรือกำหนดปัญหา ( Identifying the problem ) เป็นการ ตระหนักว่ามีปัญหา และมีความต้องการที่จะแก้ปัญหา เป็นการบอกให้ทราบ อย่างชัดเจนว่าปัญหาหรือสิ่งที่คนสงสัย อยากทราบ อยากหาคำตอบหรือสิ่งที่ ต้องการศึกษานั้นคืออะไร 3.2 ขั้นตั้งสมมุติฐาน ( Formulating Hypotheses ) เป็นการคาดคะเนความน่าจะ เป็นหรือความเป็นได้ของคำคอบของปัญหาที่ศึกษา เป็นการเดาหรือคาดหมาย คำตอบของปัญหาไว้ล่วงหน้า ส่วนมากการตั้งสมมุติฐานจะได้มาจากการใช้ เหตุผล ประสบการณ์ แนวคิคหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานวิจัยที่ได้มีผู้ทำไว้ มาเป็นข้อสนับสนุน 3.3 ขั้นเก็บรวบรวมข้อมูล ( Collecting Data ) เป็นการเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงที เกียวข้องกับปัญหาทีศึกษาค้วยวิธีการต่างๆ เช่นนี้การสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกตการทดลอง การทดสอบการศึกษาหรือดรวจสอบเอกสาร เป็นต้น 3.4 ขั้นวิเคราะห์และตีความข้อมูล ( Analyzing Data ) เป็นการแยกแยะและ แปลผลข้อมูล นำข้อมูลมาพิจารณาตรวจสอบหรือทดสอบสมมุติฐานที่ตั้งไว้ว่า เป็นไปตามนั้นหรือไม่จะยอมรับหรือปฎิเสธสมมุติฐานนั้น 3.5 ขั้นสรุปผล ( Drawing conclusion ) เป็นการลงสรุปผลที่ได้จากการวิเคราะห์ และการตีความข้อมูล ซึ่งจะทำให้ได้คำตอบของปัญหาที่ศึกษา อันถือเป็น ความรู้หรือความจริงที่เชื่อถือได้ และเพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป

25 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ประเภทของการวิจัย 1. การจำเเนกประเภทตามลักษณะของ ข้อมูล ได้แก่ 1.1 การวิจัยเชิงคุณภาพ หรือการวิจัยเชิง คุณลักษณะ (Qualitative Research ) 1.2 การวิจัยเชิงปริมาณ ( Quantitive Research ) 2.การจำแนกประเภทตามจุดมุ่งหมายของ การวิจัย ได้แก่ 2.1 การวิจัยพื้ฐานหรือการวิจัยบริสุทธิ์ (Basic Research or Pure Research ) 2.2 การวิจัยประยุกต์ ( Applied Research )

26 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) 3. การจำแนกประเภทตามระเบียบวิธีวิจัย 3.1 การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ ( HistoricaI Research ) เป็นการวิจัยเพื่อบีบคั้นหรือสืบสวนปัญหาทางด้านประวัติความ เป็นมา เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและผ่านพ้นมาแล้ว โดยอาศัยความสัมพันธ์หรือปรากฏการณ์ต่างๆที่เกี่ยข้องมาอธิ บาบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง 3.2 การวิจัยเชิงบรรยายหรือเชิง พรรณา ( Dcscriptive Research )

27 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) การวิจัยเชิงบรรยายหรือเชิง พรรณนา ( Dcscriptive Research ) การวิจัยเชิงบรรยายแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ( สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ 2527 : ) คือ 1. การศึกษาสำรวจ ( Survay studies ) 2. การศึกษาสัมพันธภาพ ( Interrelationship studies ) 2.1 การศึกษาเฉพาะกรณี ( case studies ) 2.2 การติดตามผล ( Fol11ow-Up studies ) 2.3 การศึกษาเชิงเปรียบเทียบเหตุผล ( Causal - Comparative studies ) หรือการวิจัยย้อนรอย หรือการวิจัย ย้อนหลัง ( Ex Post Facto Research ) 2.4 การศึกษาสหสัมพันธ์ ( Correlation studies ) 2.5 การวิเคราะห์เอกสาร ( Documentary Analysis )

28 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) การวิจัยเชิงบรรยายหรือเชิง พรรณนา ( Dcscriptive Research ) 3. การศึกษาพัฒนาการ (Development studies) 3.1 การศึกษาความเจริญเติบโต ( Growth studies ) 3.2 การศีกษาแนวโน้ม ( Trend studies ) 3.3 การวิจัยเชิงทดลอง ( ExperimentaI Research ) 1. การวิจัยเชิงทดลองแท้ ( True Experimental Research ) 2. การวิจัยกึ่งทดลอง ( Quasi ExperimentaI Research )

29 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ขั้นตอนของการวิจัย ( wiersma.1986 : ) 6.1 การเลือกและกำหนดปัญหา (Identifying the Problem) 6.2 การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ( Reviewing Information ) 6.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล (Collecting Data) 6.4 การวิเคราะห์ข้อมล ( Analyzing Data ) 6.5 การสรุปผลการวิจัย (Drawing Conclusion)

30 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) กรณีศึกษาที่ เรื่อง จากกรณีศึกษาที่ได้ศึกษาให้สรุปสาระสำคัญตามขั้นตอนการวิจัยในชั้นเรียน ดังนี้  ขั้นตอนที่ 1 สำรวจและวิเคราะห์ปัญหา  ขั้นตอนที่ 2 วางแผนแก้ไขปัญหา / พัฒนา  ขั้นตอนที่ 3 พัฒนานวัตกรรม (สร้างและหาประสิทธิภาพ)  ขั้นตอนที่ 4 นำนวัตกรรมไปใช้  ขั้นตอนที่ 5 สรุปผลการแก้ปัญหา/พัฒนา  ขั้นตอนที่ 6 นำผลการวิจัยไปใช้ / เผยแพร่ กิจกรรมฝึกปฏิบัติที่ 1 การวิเคราะห์ขั้นตอนการวิจัยในชั้นเรียน กิจกรรมฝึกปฏิบัติที่ 1 การวิเคราะห์ขั้นตอนการวิจัยในชั้นเรียน

31 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) คุณสมบัติของนักวิจัย ด้านความรู้หรือพุทธิพิสัย (C: Cognitive) ด้านเจตคติหรือจิตพิสัย (A: Affective) ด้านความสามารถหรือทักษะพิสัย (P: Psychomotor)

32 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ใบงานที่ 1 การวิเคราะห์กระบวนการวิจัย ให้นักศึกษาเลือกรายงานการวิจัยทางการศึกษาคน ละ 1 เรื่อง ที่ไม่ซ้ำกัน แล้วศึกษา สรุป กระบวนการวิจัย ลักษณะที่ดี และข้อบกพร่องของ งานวิจัย ลงในแบบที่กำหนดให้

33 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ใบงานที่ 2 การนิยามปัญหา 1.ชื่อปัญหาการวิจัย (ควรตั้งชื่อให้กะทัดรัด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ให้ ความหมายที่ชัดเจนว่าจะทำอะไรกับใครที่ไหนโดยมุ่งหาคำตอบอะไร) การพัฒนา ของนักเรียนชั้น ปีการศึกษา 2553 โรงเรียน อำเภอ จังหวัด ผลการใช้ เพื่อพัฒนา เรื่อง ของนักเรียนชั้น ปีการศึกษา 2553 โรงเรียน อำเภอ จังหวัด ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา (เป็นความนำที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่ ต้องทำวิจัยเรื่องนั้นๆ โดยกล่าวนำด้วยแนวคิด ทฤษฎีหรือ หลักการที่น่าชื่อถือและมีเนื้อความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะวิจัย (ย่อหน้าที่ 1) ตามด้วยปัญหาที่พบ(ย่อหน้าที่ 2) วิเคราะห์ปัญหา ให้ผู้อ่านตระหนักในปัญหาร่วมกับผู้วิจัย (ย่อหน้าที่ 3) ประโยชน์ และคุณค่าของงานวิจัย(ย่อหน้าสุดท้าย))

34 เอกสารประกอบการสอนรายวิชา ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ศักดิ์ศรี ขยันดี(2553:2) ได้อธิบายว่า (ศักดิ์ชาย มุ่งดี,2552:33) อ้างอิงในเนื้อความ/ท้ายเนื้อความ อ้างอิงต้นเนื้อความ


ดาวน์โหลด ppt ER 3409 ER 3409 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน 3(3-0) ผู้สอน อ.ไพรศิลป์ ปินทะนา สาขาวิชาการประเมินและการวิจัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google