งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูล Introduction to Database.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูล Introduction to Database."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูล Introduction to Database

2 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล

3 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล บิต (bit) ย่อมาจาก Binary Digit ข้อมูลใน คอมพิวเตอร์ 1 บิต จะแสดงได้ 2 สถานะคือ 0 หรือ 1

4 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล ไบต์(byte) คือ นำ บิต หลายๆ บิต มาเรียงต่อกัน จำนวน 8 บิต มาเรียงเป็น 1 ชุด เรียกว่า 1 ไบต์ เช่น หมายถึง ก หมายถึง ข

5 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล เขตข้อมูล(Field) คือ การนำ ไบต์ (byte) หลายๆ ไบต์ มาเรียงต่อกัน เช่น เขตข้อมูล Name ใช้เก็บชื่อ เช่น เขตข้อมูล LastName ใช้เก็บนามสกุล เป็นต้น

6 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล ระเบียน(Record) คือ การนำเขตข้อมูล หลายๆ เขต ข้อมูล มาเรียงต่อกัน เรียกว่า ระเบียน (record) เช่น ระเบียน ที่ 1 เก็บ ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของ นักเรียนคนที่ 1 เป็นต้น

7 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล แฟ้มข้อมูล(File) คือ การเก็บระเบียนหลายๆ ระเบียน รวมกัน เช่น แฟ้มข้อมูล นักเรียน จะเก็บ ชื่อ นามสกุล วัน เดือนปีเกิด ของนักเรียน จำนวน 500 คน เป็นต้น

8 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล ฐานข้อมูล(Database) คือ การจัดเก็บ แฟ้มข้อมูล หลายๆ แฟ้มข้อมูล ไว้ภายใต้ระบบเดียวกัน เช่น เก็บ แฟ้มข้อมูล นักเรียน อาจารย์ วิชาที่เปิด สอน เป็นต้น

9 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล Database Files Records Fields Characters (Byte) Bit Recordประกอบด้วย รหัส, นามสกุลและชื่อ,วันที่จ้างงาน Personnel file Department file Payroll file (Project database) Fiske, Steven Buckley, Bill Johns, Francine (Personnel file) Fiske, Steven Fiske Field นามสกุล ตัวอักษร F ใน ASCII 0,1

10 “ รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ”

11 ระบบแฟ้มข้อมูล (File-based System) ระบบแฟ้มข้อมูล(File-based system) คือ ชุดของ โปรแกรมประยุกต์ที่ให้ผู้ใช้ใช้เพื่อประมวลผลงานที่ ต้องการ โดยแต่ละโปรแกรมก็จะกำหนดและจัดการ แฟ้มข้อมูลของตนเอง แฟ้มข้อมูลที่ใช้ในระบบไฟล์จะแยกจากกันเป็นเอกเทศ และอาจไม่มีความสัมพันธ์กัน โดยส่วนใหญ่ข้อมูลและโปรแกรมมักรวมอยู่ด้วยกันเป็น แฟ้มข้อมูล

12 ระบบแฟ้มข้อมูล (File-based System) ฝ่ายบัญชี โปรแกรมบัญชี การขายลูกค้า ฝ่ายขาย โปรแกรมการขาย การขายลูกค้าสินค้า ฝ่ายบุคคล โปรแกรมฝ่ายบุคคล พนักงาน

13 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล ข้อมูลถูกแบ่งและเก็บแยกจากกัน ข้อมูลมีความซ้ำซ้อนกัน มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โปรแกรมที่ใช้งานมีความคงที่ไม่ยืดหยุ่น

14 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หาก ต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file)ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มา รวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน

15 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุม ความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล มากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่  ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)  ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)  ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)

16 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการ เขียนโปรแกรมประยุกต์(Application program) ดังนั้นหากต้องการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้ 1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล 2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของ ชื่อพนักงาน จาก 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร 3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่ง ครบทุกรายการ 4. ลบไฟล์หลักทิ้ง 5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วคราวให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก

17 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ใน การเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการ เขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้

18 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวใน โปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้ โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ ทำให้เสีย ค่าใช้จ่าย

19 “ ระบบฐานข้อมูล ”

20 ความหมายของฐานข้อมูล ฐานข้อมูล (Database) ฐานข้อมูล (Database) หมายถึง โครงสร้างของการ จัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประมวลเพื่อช่วยในการ ตัดสินใจ และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ในการจัดการข้อมูลในฐานข้อมูลจะใช้ซอฟต์แวร์ประเภท ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System : DBMS)

21 ฐานข้ ) ฐานข้อมูล (Database) ฐานข้อมูลมีส่วนที่ทำหน้าที่ในการอธิบาย ความหมายของรายการข้อมูลที่เก็บอยู่ในฐานข้อมูล ด้วย เรียกส่วนนี้ว่า  บัญชีระบบ (System catalog) หรือ  พจนานุกรมของข้อมูล (Data Dictionary) หรือ  เมตาดาต้า (Meta - data) 1

22 ฐานข้อมูล (Database) โครงสร้างของข้อมูลจะถูกแยกออกจาก โปรแกรมประยุกต์และเก็บเอาไว้ในส่วนที่ เรียกว่า “ ฐานข้อมูล ” ถ้ามีการเพิ่มหรือปรับปรุงโครงสร้างของข้อมูล ก็จะไม่มีผลกระทบกับโปรแกรมประยุกต์

23 ระบบฐานข้อมูล (Database System) ฝ่ายบัญชี โปรแกรมบัญชี ลูกค้า พนักงาน การขาย สินค้า ฝ่ายขาย โปรแกรมการขาย ฝ่ายบุคคล โปรแกรมฝ่ายบุคคล DBMS Database

24 ระบบแฟ้มข้อมูล (File-based System) ฝ่ายบัญชี โปรแกรมบัญชี การขายลูกค้า ฝ่ายขาย โปรแกรมการขาย การขายลูกค้าสินค้า ฝ่ายบุคคล โปรแกรมฝ่ายบุคคล พนักงาน

25 ระบบจัดการฐานข้อมูล ( Database Management System : DBMS ) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการข้อมูลในฐานข้อมูล DBMS จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฐานข้อมูลกับโปรแกรม ที่มาใช้งานฐานข้อมูลและผู้ใช้งานฐานข้อมูล ที่ติดต่อไปยัง ฐานข้อมูลเพื่อทำงานที่ผู้ใช้ต้องการให้สำเร็จ เช่น การจัดเก็บข้อมูลลงในฐานข้อมูล, การค้นหาข้อมูลที่ ต้องการออกมาแสดง หรือ การลบข้อมูล เป็นต้น

26 หน้าที่ของ DBMS จัดการพจนานุกรมของข้อมูล (Data dictionary management) จัดการการจัดเก็บข้อมูล (Data storage management) การแปลงข้อมูลและการนำเสนอข้อมูล (Data transformation and presentation) การจัดการด้านความปลอดภัย (Security management) ควบคุมการเข้าใช้งานของผู้ใช้พร้อมกัน (Multiuser accesss control)

27 การจัดการเรื่องการสำรองและกู้คืนข้อมูล (Backup and recovery management) การจัดการความคงสภาพของข้อมูล (Data integrity management) 1 ภาษาในการเข้าถึงข้อมูลและส่วนประสานผู้ใช้ใน โปรแกรมประยุกต์ (Database access languages and application programming interfaces) หน้าที่ของ DBMS

28 การประยุกต์ใช้ระบบงานฐานข้อมูล การซื้อของจากซูเปอร์มาเก็ต การซื้อของโดยใช้บัตรเครดิต การจองตั๋วเครื่องบินผ่านตัวแทนจำหน่าย การใช้บริการห้องสมุด การใช้งานอินเทอร์เน็ต การเรียนในมหาวิทยาลัย การบริหารในองค์กร ฯลฯ อีกมากมาย

29 องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล ฮาร์ดแวร์ Hardware ซอฟต์แวร์ Software ข้อมูล Data กระบวนการ Procedure บุคลากร People เครื่องมนุษย์ สะพาน

30 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้างซึ่ง เกี่ยวข้องกับการใช้งานฐานข้อมูล

31 ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง ระบบปฏิบัติการ, ระบบจัดการ ฐานข้อมูล, โปรแกรมประยุกต์ และโปรแกรม ยูทิลิตี้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานใน ระบบงานฐานข้อมูล

32 ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูล เพื่อ นำไปใช้ในการประมวลต่อไป ใน DBMS จะส่วนที่ใช้อธิบายข้อมูล ซึ่งจะเป็น ข้อมูลที่บรรยายคุณลักษณะของข้อมูล (meta data)

33 โพรซีเยอร์ (Procedure) หมายถึง คำสั่งและกฎต่าง ๆ ในขั้นตอนการ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับชุดคำสั่ง กฏเกณฑ์ใน การออกแบบและการใช้งานฐานข้อมูล

34 บุคลากร (People) หมายถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบงานฐานข้อมูล ทั้งส่วนที่เป็นการออกแบบและการใช้งาน เช่น ผู้ใช้ทั่วไป, นักออกแบบฐานข้อมูล, นัก ออกแบบระบบ

35 ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้งานฐานข้อมูล ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database Administrator :DBA) นักออกแบบฐานข้อมูล (Database Designer) นักพัฒนาโปรแกรม (Application Developers) ผู้ใช้ (End User)

36 ข้อดีของการใช้งานฐานข้อมูล มีความเป็นอิสระต่อกันระหว่างโปรแกรมและข้อมูล ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เพิ่มความตรงกันของข้อมูล สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ บังคับให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้ ป้องกันและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาในการบำรุงรักษาโปรแกรม

37 ข้อจำกัดของระบบการจัดการฐานข้อมูล ซับซ้อน (Complexity) ขนาดใหญ่ (Size) ราคาของ DBMS แพง (Cost of DBMS) ราคาของฮาร์ดแวร์แพงตามไปด้วย (Additional hardware cost) ค่าใช้จ่ายในการแปลงระบบ (Cost of conversion) ผลกระทบจากความเสียหายสูง (Higher impact of a failure)

38 ชนิดของระบบฐานข้อมูล ในการจำแนกชนิดของระบบฐานข้อมูลมีเกณฑ์ใน การแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ  แบ่งตามลักษณะการใช้งาน  แบ่งตามสถานที่ตั้ง

39 ชนิดของฐานข้อมูล : ลักษณะการใช้งาน ฐานข้อมูลที่มีผู้ใช้คนเดียว (Single-User)  บางครั้งเรียกว่า Stand alone database หรือ Desktop database

40 ชนิดของฐานข้อมูล : ลักษณะการใช้งาน  ฐานข้อมูลที่มีผู้ใช้ครั้งละหลายคน (Multi-User)  ระบบฐานข้อมูลแบบนี้จะสนับสนุนการใช้งานของผู้ใช้ หลายคนในเวลาเดียวกัน

41 ชนิดของฐานข้อมูล : สถานที่ตั้งของฐานข้อมูล ฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Database System) Client Server

42 ระบบฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Database System) ประกอบด้วย ฐานข้อมูลซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล และหน่วยความจำที่ใช้ ในการจัดเก็บฐานข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นจานบันทึก (Disk) สำหรับการจัดเก็บแบบ เชื่อมตรง (on-line) หรืออาจจะเป็นแถบบันทึก (Tape) สำหรับการจัดเก็บ แบบไม่เชื่อมตรง (off-line) เพื่อใช้เป็นหน่วยเก็บสำรอง ระบบฐานข้อมูลแบบนี้ สามารถถูกเรียกใช้งานได้จากจุดอื่นๆ ที่มีเครื่องปลายทาง (Terminal) ประจำ อยู่ แต่ละฐานข้อมูลและ ซอฟต์แวร์จะอยู่รวมกันที่จุดเดียวเท่านั้น ซึ่งเมื่อ ระบบ คอมพิวเตอร์เจริญมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาการในเรื่องเครือข่ายสำหรับการติดต่อดีมาก ขึ้น ทำให้มีการศึกษาและพัฒนาระบบฐานข้อมูลแบบกระจายขึ้น

43 ชนิดของฐานข้อมูล : สถานที่ตั้งของฐานข้อมูล ฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Database System)

44 เหตุผลในการใช้ฐานข้อมูลแบบกระจาย 1. ความสามารถในการดึงข้อมูล งานฐานข้อมูลบางอย่างมีข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามแหล่งต่างๆ หน่วยงานบางแห่งอาจจะมีสาขาอยู่ตาม จังหวัด ตัวอย่างเช่น ธนาคารจะมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ข้อมูลของแต่ละสาขาก็จะถูกเก็บไว้ที่สาขานั้นๆ แต่ในบางครั้ง ผู้บริหาร หน่วยงานที่ส่วนกลางอาจต้องการข้อมูลสรุป ซึ่งต้องใช้ข้อมูลจากหลายๆ สาขาทั่วประเทศ ซึ่งในกรณีนี้ ระบบ จัดการฐานข้อมูลควรจะมีความสามารถในการดึงข้อมูลจากสาขาต่างๆ ได้ด้วย 2. เพิ่มความน่าเชื่อถือและความทันสมัยของข้อมูล เพิ่มความน่าเชื่อถือและความทันสมัยของข้อมูล สำหรับข้อมูลที่กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าของ ข้อมูล ณ จุดนั้นข้อมูลใหม่จะถูกบันทึกแทนข้อมูลเก่าทันที และสามารถนำมาใช้งานได้ ณ เวลานั้น เนื่องจาก ซอฟต์แวร์ สำหรับจัดการฐานข้อมูลกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ นอกจากนี้ ถ้าระบบในบางจุดย่อยเสียหายและไม่สามารถทำงานได้ ระบบ ณ จุดอื่นๆ ก็ยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ แต่ถ้าเป็นแบบ

45 เหตุผลในการใช้ฐานข้อมูลแบบกระจาย 3. เพื่อควบคุมการเข้าใช้ข้อมูล เพื่อควบคุมการเข้าใช้ข้อมูล ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดได้ ว่า ผู้ใช้จากจุดใดสามารถเข้าใช้ข้อมูลจากจุดใดได้บ้าง และได้มากระดับใดด้วย 4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เมื่อมีการกระจายข้อมูลตามจุดต่างๆ จะส่งผลให้ฐานข้อมูลย่อยแต่ละจุดมีขนาดเล็กลง ซึ่ง ทำให้เมื่อมีการสอบถามข้อมูลในแต่ละฐานข้อมูลย่อย การค้นหาข้อมูลย่อมทำได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้ก็กระจายอยู่ตาม จุดต่างๆ แต่ละจุด จึงสามารถทำงานขนานกันได้เลย ซึ่งไม่เหมือนกับระบบรวมศูนย์ที่จะต้องส่งทุกๆ คำสั่งไปที่เดียวกัน หมด และทำให้ต้องรอลำดับในการทำงาน เพราะไม่สามารถทำงานพร้อม ๆ กันได้


ดาวน์โหลด ppt ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูล Introduction to Database.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google