งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ทำไม (อาจารย์/นักวิจัย/นิสิต นักศึกษา) ถึงถูกว่าทำโจรกรรมทางวิชาการ

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ทำไม (อาจารย์/นักวิจัย/นิสิต นักศึกษา) ถึงถูกว่าทำโจรกรรมทางวิชาการ"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Faculty of ENGINEERING C H U L A L O N G K O R N U n i v e r s i t y Bangkok, Thailand Founded 1913

2 ทำไม (อาจารย์/นักวิจัย/นิสิต นักศึกษา) ถึงถูกว่าทำโจรกรรมทางวิชาการ
ทำไม (อาจารย์/นักวิจัย/นิสิต นักศึกษา) ถึงถูกว่าทำโจรกรรมทางวิชาการ

3 สาเหตุที่เกิด Plagiarism
ไม่รู้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้แต่สถานการณ์บังคับ ตั้งใจ

4 1. สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยไม่รู้
เช่น นักเรียน ถูกสั่งให้ทำรายงาน จึงลอกจากหนังสือ เอกสาร Web มาส่ง โดยไม่มีการอ้างอิง

5 1. สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยไม่รู้ จึงไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา
1. "The Ghost Writer“ นักเขียนปีศาจ นำงานของผู้อื่น คำต่อคำ มาใช้ราวกับเป็นของตนเอง 2. "The Photocopy“ ถ่ายสำเนา คัดลอกเนื้อหาส่วนสำคัญ ส่วนหลัก จาก 1 แหล่ง มาใช้โดยไม่มีการปรับเปลี่ยน 3. "The Potluck Paper“ ยำใหญ่ ดัดแปลง โดยการคัดลอกจากหลายแหล่ง แล้วเปลี่ยนรูปประโยคเพื่อให้เข้ากัน แต่ยังคงมีเนื้อหาส่วนใหญ่ของแหล่งที่มา Sources Not Cited 1. "The Ghost Writer" The writer turns in another's work, word-for-word, as his or her own. 2. "The Photocopy" The writer copies significant portions of text straight from a single source, without alteration. 3. "The Potluck Paper" The writer tries to disguise plagiarism by copying from several different sources, tweaking the sentences to make them fit together while retaining most of the original phrasing. 4. "The Poor Disguise" Although the writer has retained the essential content of the source, he or she has altered the paper's appearance slightly by changing key words and phrases. 5. "The Labor of Laziness" The writer takes the time to paraphrase most of the paper from other sources and make it all fit together, instead of spending the same effort on original work. 6. "The Self-Stealer" The writer "borrows" generously from his or her previous work, violating policies concerning the expectation of originality adopted by most academic institutions. Ref: Types of plagiarism (n.d.) Retrieved November 27, 2010 from

6 1. สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยไม่รู้ จึงไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา
4. "The Poor Disguise” แปลงกาย ปรับรูปแบบเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนคำสำคัญ วลี ฯ แต่ยังคงเนื้อหาสำคัญของแหล่งที่มาเดิมอยู่ 5. "The Labor of Laziness“ กรรมกรขี้เกียจ ถ่ายความจากแหล่งที่มาอื่นๆ แล้วนำมารวมกันให้เข้ากัน แทนที่จะพยายามถ่ายความจากแหล่งต้นฉบับตั้งต้น Sources Not Cited 1. "The Ghost Writer" The writer turns in another's work, word-for-word, as his or her own. 2. "The Photocopy" The writer copies significant portions of text straight from a single source, without alteration. 3. "The Potluck Paper" The writer tries to disguise plagiarism by copying from several different sources, tweaking the sentences to make them fit together while retaining most of the original phrasing. 4. "The Poor Disguise" Although the writer has retained the essential content of the source, he or she has altered the paper's appearance slightly by changing key words and phrases. 5. "The Labor of Laziness" The writer takes the time to paraphrase most of the paper from other sources and make it all fit together, instead of spending the same effort on original work. 6. "The Self-Stealer" The writer "borrows" generously from his or her previous work, violating policies concerning the expectation of originality adopted by most academic institutions. Ref: Types of plagiarism (n.d.) Retrieved November 27, 2010 from

7 1. การแก้ปัญหา Plagiarism โดยไม่รู้
ต้องสอนให้รู้ว่าไม่ใช่ลอกส่ง แต่ต้องสรุปใจความ และสอนให้รู้จักการอ้างอิง

8 2. สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เช่น นักเรียน ถูกสั่งให้ทำรายงาน จึงสรุปจากหนังสือ เอกสาร Web มีการอ้างอิง แต่อ้างอิงไม่ถูกต้อง

9 ให้ข้อมูลของแหล่งที่มาไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถสืบค้นได้
2. สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึง อ้างอิงแหล่งที่มา ไม่สมบูรณ์ 1. “The Forgotten Footnote” มีการระบุชื่อผู้เขียนของแหล่งอ้างอิง แต่ไม่ได้ระบุแหล่งที่มา ทำให้ไม่สามารถสืบค้นได้ 2. "The Misinformer" ให้ข้อมูลของแหล่งที่มาไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถสืบค้นได้ Sources Cited (But Still Plagiarized) 1. "The Forgotten Footnote" The writer mentions an author's name for a source, but neglects to include specific information on the location of the material referenced. This often masks other forms of plagiarism by obscuring source locations. 2. "The Misinformer" The writer provides inaccurate information regarding the sources, making it impossible to find them. Ref: Types of plagiarism (n.d.) Retrieved November 27, 2010 from

10 2. สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
3. "The Too-Perfect Paraphrase" ระบุแหล่งอ้างอิงถูกต้อง แต่ไม่ได้ใส่เครื่องหมายคำพูด(“ ”) ในส่วนของเนื้อความที่นำมาคำต่อคำ หรือใกล้เคียง ทำให้แยกไม่ออกว่าส่วนใดคือของต้นฉบับและส่วนใดที่เป็นส่วนที่วิเคราะห์ตีความ 4. "The Resourceful Citer" มีการระบุแหล่งอ้างอิงอย่างถูกต้อง แต่เกือบไม่มีเนื้องานที่เป็นของตนเอง ทำให้แยกไม่ออกว่าเป็นเป็นการลอกเลียน หรือเป็นงานวิจัยที่ดี 3. "The Too-Perfect Paraphrase" The writer properly cites a source, but neglects to put in quotation marks text that has been copied word-for-word, or close to it. Although attributing the basic ideas to the source, the writer is falsely claiming original presentation and interpretation of the information. 4. "The Resourceful Citer" The writer properly cites all sources, paraphrasing and using quotations appropriately. The catch? The paper contains almost no original work! It is sometimes difficult to spot this form of plagiarism because it looks like any other well-researched document. Ref: Types of plagiarism (n.d.) Retrieved November 27, 2010 from

11 2. การแก้ปัญหา Plagiarism โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ต้องสอนให้รู้วิธีการเขียนสรุปด้วยตนเอง ต้องสอนการวิเคราะห์ข้อมูลให้เป็น ต้องสอนการอ้างอิงให้ถูกต้อง

12 3. สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยสถานการณ์บังคับ หรือ ตั้งใจ
เช่น นักเรียน ต้องเร่งส่งงาน และทำไม่ทัน แต่ต้องการคะแนน  จึงคัดลอก อ้างอิงไม่สมบูรณ์ รู้ว่าPlagiarism คือ อะไร แต่ตั้งใจทำ เช่น นักวิจัย อาจารย์ ต้องการผลงานทางวิชาการเพิ่ม  จึงคัดลอก ปรับแต่ง โดย อ้างอิงไม่สมบูรณ์  จึงสร้างข้อมูลเท็จ

13 3.สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยสถานการณ์บังคับ หรือ ตั้งใจ
1. “The Perfect Crime” โจรกรรมสมบูรณ์แบบ มีการระบุแหล่งอ้างอิง และการใส่เครื่องหมายคำพูดที่นำมาในหลายๆ ตำแหน่ง แต่ยังคงมีการถ่ายความจากแหล่งอ้างอิงนั้นมาอีกหลายส่วนโดยไม่มีการอ้างอิงหรือใส่เครื่องหมายคำพูด ทำให้เข้าใจว่าเป็นส่วนที่ตนคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม Ref: Types of plagiarism (n.d.) Retrieved November 27, 2010 from

14 3.สาเหตุที่เกิด Plagiarism โดยสถานการณ์บังคับ หรือ ตั้งใจ
2. "The Self-Stealer / Self Plagiarism“ โจรกรรมตนเอง นำงานก่อนหน้าของตนเองมาใช้อีก เสมือนเป็นงานใหม่ 3. “Fabrication“ สร้างข้อมูลเท็จ ขึ้นมาเอง Ref: Types of plagiarism (n.d.) Retrieved November 27, 2010 from

15 3.การแก้ปัญหา Plagiarism โดยสถานการณ์บังคับ หรือ ตั้งใจ
ต้องสอนให้รู้จัก จริยธรรม จรรยาบรรณ หิริโอตะปะ ต้องสอนให้เน้น คุณภาพ มากกว่า ปริมาณ

16 You are not allowed to publish the same data more than once
กรณี ล่าสุด You are not allowed to publish the same data more than once Ref: Retrieved Aug 17, 2011

17

18

19

20 เป้าประสงค์ของหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
ปริญญาตรี No Plagiarism ปริญญาโท Critical Thinking ปริญญาเอก Innovation


ดาวน์โหลด ppt ทำไม (อาจารย์/นักวิจัย/นิสิต นักศึกษา) ถึงถูกว่าทำโจรกรรมทางวิชาการ

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google