งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

สารที่มีค่าลดทอนเหมือนกัน จากหลักของสภาวะที่สอดคล้อง และค่าวิกฤตต่างๆ จะสามารถหา ค่า P, V และ T ได้ 34 จัดว่าอยู่ในสภาวะที่สอดคล้องกัน มีแนวโน้มที่จะมีสมบัติคล้ายคลึงกัน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "สารที่มีค่าลดทอนเหมือนกัน จากหลักของสภาวะที่สอดคล้อง และค่าวิกฤตต่างๆ จะสามารถหา ค่า P, V และ T ได้ 34 จัดว่าอยู่ในสภาวะที่สอดคล้องกัน มีแนวโน้มที่จะมีสมบัติคล้ายคลึงกัน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 สารที่มีค่าลดทอนเหมือนกัน จากหลักของสภาวะที่สอดคล้อง และค่าวิกฤตต่างๆ จะสามารถหา ค่า P, V และ T ได้ 34 จัดว่าอยู่ในสภาวะที่สอดคล้องกัน มีแนวโน้มที่จะมีสมบัติคล้ายคลึงกัน

2 35 ความสัมพันธ์ระหว่าง compressibility factor กับตัวแปรลดทอนสำหรับแก๊สต่าง ๆ Reduced pressure, P r Compressibility factor, Z

3 อุณหภูมิสัมบูรณ์ (ABSOLUTE TEMPERATURE) ใช้สมการของแก๊สอุดมคติ PV = RT เพื่อ กำหนดอุณหภูมิ 36 ที่ P ต่ำ แก๊สจะมี PV 0 เมื่อ T ต่ำกว่า -273 o C เล็กน้อย มาตราอุณหภูมิของแก๊ส อุดมคติ ( Ideal Gas Temperature Scale)

4 เนื่องจากไม่สามารถทำให้ แก๊สมีอุณหภูมิลดลง ถึงศูนย์องศาสัมบูรณ์ได้ จึงใช้ อุณหภูมิที่จุด ร่วมสาม (triple point temperature, T t ) ของน้ำ ในการหาอุณหภูมิศูนย์สัมบูรณ์ อุณหภูมินี้เป็นขีดจำกัดล่างของมาตราอุณหภูมิ เรียกว่า อุณหภูมิศูนย์สัมบูรณ์ (absolute zero temperature) 37

5 T(K) = t ( o C) แผนภาพวัฏภาค ของน้ำ T t = o C ( o C) E Temperature ( o C) C Pressure (atm) B A 38

6 สมการของสถานะสำหรับแก๊สจริง (EQUATION OF STATE FOR REAL GAS) (EQUATION OF STATE FOR REAL GAS) Van der Waals เสนอว่า 1. ความดันของแก๊ส เกิดจากการที่ โมเลกุลของแก๊ส เคลื่อนที่ชนผนังภาชนะ ถ้า แก๊สมีแรงดึงดูด ระหว่างโมเลกุล ความดันแก๊สที่ วัดได้จะน้อยกว่า ความดันของแก๊สอุดมคติ เนื่องจาก 39

7 (1) แรงที่ชนผนังภาชนะลดลง (2) จำนวนครั้งของการชนลดลง ความดันที่ลดลง ต  n 2 V 2 P ideal = P real + a n 2 V 2 a = ค่าคงที่ ขึ้นกับแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล  ต  ความเข้มข้นของโมเลกุล (n / V) ต  ความเข้มข้นของโมเลกุล (n / V) 40

8 2. แก๊สอุดมคติไม่มีปริมาตรโมเลกุล แต่แก๊สจริง มีปริมาตรโมเลกุล ปริมาตรส่วน หนึ่งของภาชนะ จะมีโมเลกุลของแก๊สอยู่ ถ้าใส่ โมเลกุลใหม่เข้าไป จะเคลื่อนที่ได้เฉพาะช่องว่างที่ เหลือ ปริมาตรที่โมเลกุลใหม่ไม่สามารถ เคลื่อนที่เข้าไปได้ เรียกว่า ปริมาตรที่ถูกกีดกัน (excluded volume, b ) V ideal = V real - nb 41

9 IDEAL GAS EQUATION : PV = nRT (P + a n 2 )( V - nb ) = nRT V 2 VAN DER WAALS EQUATION: 42

10 ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดม คติ (KINETIC THEORY OF IDEAL GASES) ทฤษฎีนี้อาศัยข้อสมมุติดังนี้ 2. โมเลกุลของแก๊สเคลื่อนที่ ตลอดเวลา ทุกทิศทาง อย่างไม่เป็นระเบียบ โดยการ เคลื่อนที่แบบเลื่อนที่ (translation motion) ของ โมเลกุลเท่านั้นที่มีผลต่อ ความสัมพันธ์ของ P, V, T, n 1. แก๊สอุดมคติประกอบด้วยโมเลกุล ที่มีมวล แต่ไม่มี ปริมาตร 43

11 3. ไม่มีแรงดึงดูด / แรงผลัก ระหว่างโมเลกุล ดังนั้น การชนกันของโมเลกุล จึงไม่มี การรับ / สูญเสีย พลังงาน เรียกว่า การชนแบบ ยืดหยุ่น (elastic collision) Translation kinetic energy = 1 mv

12 KINETIC TEMPERATURE EQUATION : T = mv 2 = 2 E trans 3k 3 R 45 KINETIC PRESSURE EQUATION : P = 1 N o mv 2 = 2 E trans 3 V 3 V

13 m = มวลของ 1 โมเลกุล k = ค่าคงที่ของ Boltzmann = R / N 0 = x J K -1 molecule -1 R = ค่าคงที่ของแก๊ส = J K -1 mol -1 N o = เลขอาโวกาโดร  v = ความเร็วในการเคลื่อนที่ ของโมเลกุล V = ปริมาตรต่อโม ลของแก๊ส 46 E trans = พลังงานจลน์ในการเลื่อนที่ ของโมเลกุลใน 1 โมล

14 l = V 2 1/2  Nd 2 ระยะเสรีเฉลี่ย (Mean Free Path, l ) คือ ระยะทางเฉลี่ยระหว่างการชน กันของโมเลกุล d = เส้นผ่านศูนย์กลางของโมเลกุล 47

15 นิยามที่สมบูรณ์ของแก๊สอุดมคติ แก๊สอุดมคติไม่มีแรงดึงดูดระหว่าง โมเลกุล ดังนั้น พลังงานภายในจะไม่ขึ้นกับ ระยะทางระหว่างโมเลกุล IDEAL GAS EQUATION : IDEAL GAS EQUATION : PV = nRT แก๊สใดๆ ที่เป็นไปตามสมการทั้ง สองนี้ จัดเป็น แก๊สอุดมคติ 48 ถEถ VถEถ V = 0

16 พลังงานภายใน (Internal energy, E) คือ พลังงานที่มีอยู่ในสารนั้นๆ ได้แก่ 1. พลังงานทางไฟฟ้าที่เกิดจาก แรงดึงดูดของ e - กับ นิวเคลียส และแรงผลักระหว่าง e - กับ e - ( E elect ) 2. พลังงานจลน์ที่เกิดจากการ เคลื่อนที่ของอนุภาค ( E trans + E rot + E vib ) 3. พลังงานนิวเคลียร์ของ นิวเคลียส ( E nuclear ) E = E elect + E trans + E rot + E vib + E nuclear 49

17 พลังงานภายใน ไม่สามารถวัดได้โดยตรง จะวัดได้แต่  E 50

18 การแพร่ของแก๊ส (DIFFUSION OF GASES) (DIFFUSION OF GASES) การแพร่ของแก๊สเกิดขึ้นได้เร็ว โดยเกิดขึ้นที่ V, P, T, n คงที่ d d M M r r == 51

19 เกิดจากความแตกต่างของ ศักย์เคมี (chemical potential) ทำให้โมเลกุล ของแก๊สเคลื่อนที่โดย อิสระในทิศทางต่างๆ กัน จนศักย์ เคมีเท่ากันหมด ระบบที่เกิดการแพร่ ซึ่งถือว่าเป็น ระบบโดดเดี่ยว ที่ V คงที่ จะเปลี่ยนไปอยู่ในภาวะ สมดุล (S สูงสุด ) ถ้าระบบถูกรบกวน และทำให้เกิด การแยกตัวของ แก๊ส ระบบจะกลับสู่ภาวะสมดุลซึ่ง มีการกระจายตัว อย่างสม่ำเสมอได้เอง 52

20 สูตรทางบารอเมตริก (The Barometric Formula) (The Barometric Formula) ความดันบรรยากาศจะแปรผัน กับความสูง ถ้าจำนวนโมเลกุลแปรผันกับ ความสูง RT E gMh P P p  -= - = 0 ln สมมุติว่าในแนวตั้งของบรรยากาศ มีอุณหภูมิ T คงที่ 53

21 RTRT RT gMh P P EpEp -=-= 0 ln P 0,P = ความดันที่ความสูง h = 0 และ h g = ค่าคงที่ของแรงโน้มถ่วง (gravitational constant) M = มวลโมเลกุล 54  E p = การเปลี่ยนแปลงพลังงานศักย์ ของโมเลกุล 1 โมล จาก h = 0 ถึง h โดยความ ดันเปลี่ยนจาก P 0 P

22 P0P0 P =ln RTRT EpEp -  = พลังงานศักย์เฉลี่ยของหนึ่ง โมเลกุลที่ความสูง 55 k = ค่าคงที่ของ โบลต์ซมันน์ = 0 N R P = P o e -  E / RT p = P 0 e -(  -  0 ) / kT h = E p / N 0

23 T ที่คงที่ P ต  จำนวนโมเลกุลใน 1 หน่วยปริมาตร ถ้าหน่วย ปริมาตรคงที่ 56 V N = e - (  -  ) / kT V N V N 0 0 = 0 BOLTZMANN EQUATION : NN 0 = e - (  -  ) / kT 0

24 การหาน้ำหนักโมเลกุลที่ถูกต้อง (Determination of Accurate Molecular Weights) RT m w PV = 1 PV wRT M= 57 เมื่อ P 0 ; Z = PV = 1 nRT

25 PV wRT M = ถ้าเขียนกราฟระหว่าง apparent molecular weight M = wRT / PV กับ P ที่ P ต่ำๆ จะได้ เส้นตรง ซึ่งเมื่อ ต่อไปยัง P = 0 จะได้น้ำหนัก โมเลกุลที่ถูกต้อง ภาย ใต้สภาวะของแก๊สอุดมคติ 58

26 กรดแอซีติกในสถานะแก๊ส ที่ความ ดันปานกลาง ประกอบด้วย โมเลกุลไดเมอร์ ( HOAc) 2 59 น้ำหนักโมเลกุลของไอของกรดแอซีติกใน สถานะแก๊ส เป็นฟังก์ชันกับความดันแก๊ส


ดาวน์โหลด ppt สารที่มีค่าลดทอนเหมือนกัน จากหลักของสภาวะที่สอดคล้อง และค่าวิกฤตต่างๆ จะสามารถหา ค่า P, V และ T ได้ 34 จัดว่าอยู่ในสภาวะที่สอดคล้องกัน มีแนวโน้มที่จะมีสมบัติคล้ายคลึงกัน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google