งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

พันธะเคมี Chemical bonding. บทนำ กฎออกเตต พันธะเคมี พันธะเคมี หมายถึง แรงดึงดูด ระหวาง “ อะตอม ” “ โมเลกุล ” หรือ “ ไอออน ” เปนการให, รับ, หรือใช

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "พันธะเคมี Chemical bonding. บทนำ กฎออกเตต พันธะเคมี พันธะเคมี หมายถึง แรงดึงดูด ระหวาง “ อะตอม ” “ โมเลกุล ” หรือ “ ไอออน ” เปนการให, รับ, หรือใช"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 พันธะเคมี Chemical bonding

2 บทนำ

3 กฎออกเตต

4 พันธะเคมี พันธะเคมี หมายถึง แรงดึงดูด ระหวาง “ อะตอม ” “ โมเลกุล ” หรือ “ ไอออน ” เปนการให, รับ, หรือใช V.ē รวมกัน ทําใหอะตอมเสถียรกวาอยูเดี่ยว ๆ แรงทางเคมี

5 ชนิดของพันธะเคมี  พันธะไอออนิก  พันธะโควาเลนซ์  พันธะโลหะ  พันธะไฮโดรเจน  แรงแวนเดอร์วาลล์ ระหวาง อะตอม, ไอออน ( ภายใน โมเลกุล ) ระหวาง โมเลกุล

6 พันธะไอออนิก ( พันธะอิเล็กโทรเว เลนต )

7

8 สารประกอบที่เกิดพันธะไอออนิกเรียกวา “ สารประกอบไอออนิก ” Lewis Structure

9 สูตรแบบจุด (Lewis Structure)

10

11

12

13

14

15 การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก  ผลบวกของไอออนิก เวเลนซมีคาเปนศูนย์  cation  ให ē  anion  รับ ē V.ē ครบ 8 ( กฏ ชุด 8) “octet rule” ประจุบนไอออน = ไอออนิกเวเลนซ หรือ อิเล็กโทรเวเลนซ์ คือ ประจุที่เกิดจาก การให / รับ อิเล็กตรอนจริงๆ  สูตร  NaCl, MgCl 2, CaO

16  ธาตุแทรนซิชันมีไอออนิกเวเลนซได หลายคา เนื่องจาก ē ใน d-orbital อาจหลุดไปหนึ่ง ē หรือมากกวา เชน การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก  มี ionic valence หลายคา

17 พันธะไอออนิก ( พันธะอิเล็กโทรเว เลนต )

18 สมบัติของสารประกอบไอออนิก  ไมเปนโมเลกุล แตเปนกลุม cation กับ anion มาอยูรวมกัน เชน Na + Cl - ( ผลึก )  เมื่อเปนของแข็งไมนําไฟฟา  นําไฟฟาเมื่อเปนของเหลว หรือสารละลาย  จุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูงความ ดันไอต่ำ  ไอออนมีแรงดึงดูดกันอยางแรง ตองใชพลังงานมากใน การคลายไอออนออกจากกัน

19 สมบัติของสารประกอบไอออนิก  ละลายไดดีใน solvent ที่มีคาคงตัว ไดอิเล็กทริก (dielectric constant) สูง ไดแกสาร มีขั้ว เชน H2O ( ความสามารถในการทําใหแรงดึงดูด ของไอออน +, - ลดลง )  สวนมากแข็งแตเปราะ  ปฏิกิริยามักเกิดเร็ว (  เกิดระหวาง ion)

20

21

22

23

24 พันธะโควาเลนซ์ พันธะโควาเลนซ์ คือ พันธะที่เกิด จากการที่อะตอมใชอิเล็กตรอนรวมกัน  เกิดจากการรวมกันของธาตุที่เป็นอโลหะ + อโลหะ  มี 2 แบบ คือ  พันธะโคเวเลนต ธรรมดา  พันธะโคเวเลนต แบบโคออรดิเนต ทั้ง 2 แบบมีสมบัติเหมือนกัน แตการเกิดตางกัน

25 พันธะโควาเลนซ์แบบธรรมดา  อะตอมใชคู ē รวมกัน แตละ อะตอมมี V.ē ครบ 8 ( ยกเวน H )  อิเล็กตรอนที่ใชในการเกิด 1 พันธะ (2 อิเล็กตรอน )

26 พันธะโควาเลนซ์แบบธรรมดา พันธะโคเวเลนซ มี 3 ชนิด คือ 1. พันธะเดี่ยว  ใช้ e ร่วมกัน 1 คู่

27 2. พันธะคู่  ใช้ e ร่วมกัน 2 คู่ พันธะโควาเลนซ์แบบธรรมดา

28 3. พันธะสาม  ใช้ e ร่วมกัน 3 คู่

29 การเขียนสูตรลิวอิส ( โควาเลนซ์ ) 1. เขียนอะตอมทั้งหมดใหอะตอมที่เกิด พันธะกันอยูใกลกัน ( ถามี 3 อะตอม อะตอมที่ E.N. ต่ำาอยู กลาง ) ยกเวน H ใชเปนอะตอมกลางไมได้ 2. หาจํานวน V.ē ทั้งหมดซึ่ง = V.ē ของ อะตอมทุกอะตอม รวมกัน Cation  ลด ē ลงเทาประจุ Anion  เพิ่ม ē เทาประจุ  นํา ē ที่มีอยูไปเขียนรอบอะตอมต างๆ 

30 การเขียนสูตรลิวอิส ( โควาเลนซ์ ) 3. ใช V.e เขียน รอบอะตอมที่อยูติดกัน คูละ 2 e 4. ใช e ที่เหลือเขียนรอบอะตอม ที่ไม ใชอะตอมกลางใหครบ 8 แลว จึงเขียนรอบ อะตอมกลาง 5. ถาใชเวเลนซอิเล็กตรอนหมดแลวอะ ตอมกลางยังไมครบ 8 ē แสดงวาอาจมีพันธะคู หรือ พันธะ สามดวย

31 การเขียนสูตรลิวอิส ( โควาเลนซ์ )

32

33 พันธะโคเวเลนตแบบโคออรดิเนต พันธะโคเวเลนตชนิดหนึ่งที่มี อะตอมหนึ่งให Lone paired electron กับอะตอมที่รับคูอิเล็กตรอนนั้นเพื่อสร างพันธะ  หลังจากเกิดพันธะแลว อะตอมทั้ง สองจะใชอิเล็กตรอน รวมกัน เชน H + + :NH 3  NH4 +

34 พันธะโคเวเลนตแบบโคออรดิเนต N เป็นฝ่ายให้คู่อิเล็กตรอนกับ H ในการสร้างพันธะ

35 การขยายกฎออกเทต (Expanded Octet) หรือ ขอยกเวนของกฎออกเทต 1. สารประกอบของ Be, B  Be, B มี ē รอบอะตอม กลางนอยกวา 8 เชน BeCl 2, BF 3

36 การขยายกฎออกเทต (Expanded Octet) 2. ธาตุคาบ 3 ขึ้นไป ( เชน s, p) เมื่อเป นอะตอมกลางอาจ มี ē > 8 ได ( อะตอมที่ไมใชอะตอมกลาง ē ตอง = 8 เสมอ ) หมู 5 เชน P (PCl 3 ē รอบ P = 8, PCl 5 ē รอบ P = 10) หมู 6 เชน S (SCl 3 + ē รอบ S = 8, SF6 ē รอบ S = 12)

37  อิเล็คตรอนที่ใชในการเกิดพันธะ 1 พันธะ (2ē) เรียกวา คูพันธะ (bonded pair)  คูอิเล็คตรอน (2ē) ที่ไมไดใชในการ เกิดพันธะ เรียกวา คูโดดเดี่ยว (lone pair)  แตอิเล็คตรอนเดี่ยว (single electron) คือ อิเล็คตรอนที่ไม่มีคู่

38

39 การขยายกฎออกเทต (Expanded Octet)

40

41 3. มีโมเลกุล ที่เสถียร ที่มี V.ē เปนเลข คี่ ( มี ē เดี่ยว ) เชน  NO (5 + 6 = 11 ē) การขยายกฎออกเทต (Expanded Octet)

42

43

44 Transitional Page

45 elements

46


ดาวน์โหลด ppt พันธะเคมี Chemical bonding. บทนำ กฎออกเตต พันธะเคมี พันธะเคมี หมายถึง แรงดึงดูด ระหวาง “ อะตอม ” “ โมเลกุล ” หรือ “ ไอออน ” เปนการให, รับ, หรือใช

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google