งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การเขียนคู่มือ ปฏิบัติงาน จากงานประจำ เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรเชี่ยวชาญ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การเขียนคู่มือ ปฏิบัติงาน จากงานประจำ เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรเชี่ยวชาญ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การเขียนคู่มือ ปฏิบัติงาน จากงานประจำ เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรเชี่ยวชาญ

2 คู่มือปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่บุคคลชำนาญการ 18 มีนาคม 2537 เจ้าหน้าที่บุคคลชำนาญการพิเศษ 9มีนาคม 2541 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 11 มกราคม 2543

3 คู่มือปฏิบัติงาน การเขียนคู่มือการปฏิบัติงา ตุลาคม 2549 คู่มือการทำงาน (Work Instruction) เอกสารที่กำหนด รายละเอียดของงานเฉพาะอย่าง แบบที่ละขั้นตอน (set by step) เพื่อควบคุมให้ผู้ปฏิบัติทำตามได้อย่างถูกต้องทุกครั้ง ตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อป้องกันหรือลดโอกาสการเกิดปัญหา ต่าง ๆ (ระบบของISO-คู่มือการเปิด-ปิดเครื่องอุปกรณ์ ไฟฟ้า)

4 คู่มือปฏิบัติงาน คู่มือการปฏิบัติงาน (Work Manual) เปรียบเสมือน แผนที่บอกเส้นทางการทำงานที่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของ กระบวนการ ระบุถึงขั้นตอน และรายละเอียดของ กระบวนการต่าง ๆ ขององค์กร และวิธีการควบคุม กระบวนการนั้น จัดทำขึ้นสำหรับลักษณะงานที่ซ้ำซ้อน มีหลายขั้นตอน และเกี่ยวข้องกับหลายคน สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเมื่อ มีการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน (ก.พ.ร.2552)

5 ก.พ.อ คู่มือปฏิบัติงานหลัก คือ เอกสารแสดงเส้นทางการ ทำงานในงานหลักของตำแหน่ง ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนสิ้นสุดกระบวนการ โดยระบุขั้นตอนและ รายละเอียดของกระบวนการต่าง ๆ ในการ ปฏิบัติงาน กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องในการ ปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหาและ ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานดังกล่าว ซึ่งต้อง ใช้ประกอบการปฏิบัติงานมาแล้ว

6 คู่มือปฏิบัติงานมี 3 ลักษณะ 1.คู่มือที่เขียนให้ผู้เขียนเองถือเป็น แนวปฏิบัติ 2.คู่มือที่เขียนให้ผู้อื่นถือเป็นแนว ปฏิบัติ 3.คู่มือที่เขียนให้ผู้รับบริการถือเป็น แนวปฏิบัติ

7 คู่มือปฏิบัติงานมี 3 ระดับ 1.Manual Book เป็นคู่มือที่นำเอา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หนังสือเวียน มติ หนังสือตอบข้อหารือที่เกี่ยวข้อง มารวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ แล้วทำ เป็นรูปเล่ม

8 2.Cook Book เป็นคู่มือที่มีลักษณะ เหมือน ระดับที่ 1 แต่เพิ่มขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงานเข้าไป เหมือนกับ การปรุงอาหารจะมีวิธีการ ผสมผสาน จะใส่อะไรก่อนหลัง

9 3. Tip Book เป็นคู่มือที่ลักษณะ เหมือนระดับ 1 ระดับ 2 แต่เพิ่ม เทคนิค ประสบการณ์ในสาขาวิชีพ เข้าไปเป็นการต่อยอด เหมือนการ ปรุงอาหารให้อร่อยจนลูกค้าติดใจ เข้าร้านมากมาย

10 แนวทางการเขียนคู่มือ ปฏิบัติงาน ขั้นที่ 1 วิเคราะห์งานที่ปฏิบัติ ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ ขั้นที่ 3 วิเคราะห์แนวทางแก้ไข ขั้นที่ 4 ขั้นวางแผนกำหนดโครงร่าง (Outline)

11 ขั้นที่ 1 วิเคราะห์งาน 1.1 งานอะไรบ้างที่ทำ 1.2 ขั้นตอน (Flow Chart) 1.3 ปัจจัยที่ใช้ (Input) ระบบ /IT 1.4 หลักเกณฑ์ 1.5 วิธีการ 1.6 เงื่อนไข

12 ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ปัญหา/สาเหตุ 2.1 ปัญหาในการปฏิบัติ มีอะไรบ้าง 2.2 แยกปัญหา 1.2(ขั้นตอน) 1.3(ปัจจัย) 1.4(หลักเกณฑ์) 1.5(วิธีการ) 1.6(เงื่อนไข)

13 ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ปัญหา/สาเหตุ 2.3 แยกปัญหา - คน -กฎระเบียบ คน –ผู้ปฏิบัติ /ผู้รับบริการ/ผู้บริหาร/ องค์คณะ กฎ ระเบียบ หนังสือเวียน มติ -หน่วยงานภายใน -ภายนอกที่ควบคุมไม่ได้

14 ขั้นที่ 3 วิเคราะห์แนวแก้ไข แนวทางแก้ไข -1.2 ขั้นตอน -1.3 ปัจจัย -1.4 หลักเกณฑ์ -1.5 วิธีการ -1.6 เงื่อนไข -เสนอแนวทางแก้ไข – คน - กฎระเบียบ

15 ขั้นที่ 4 ขั้นวางแผน กำหนดโครงร่าง 4.1 จัดทำโครงร่างกำหนดสารบัญ

16 โครงร่างคู่มือการปฏิบัติงาน สารบัญบทที่ 1 บทนำ - ความเป็นมา ความจำเป็น ( ภูมิหลัง ) - ความมุ่งหมาย / วัตถุประสงค์ของ การศึกษา - ประโยชน์ของการศึกษา - ขอบเขตของการศึกษา

17 บทที่ 2 บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ - ลักษณะงานที่ปฏิบัติ - หน้าที่ความรับผิดชอบ / บทบาทของ ตำแหน่ง - โครงสร้างการบริหารจัดการ

18 บทที่ 3 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา - กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หนังสือเวียน มติ ที่เกี่ยวข้อง งานวิจัย และแนวคิดที่ เกี่ยวข้อง ( หลักเกณฑ์การปฏิบัติงาน / วิธีการปฏิบัติงานและหรือดำเนินงาน ) - สิ่งที่ควรคำนึงในการปฏิบัติงาน / ข้อ ควรระวัง / ข้อสังเกต

19 บทที่ 4 เทคนิคในการปฏิบัติงาน - แผนกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน - ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Flow Chart) - วิธีการให้บริการกับผู้รับบริการมี ความพึงพอใจ - การติดตามและประเมินผลการ ปฏิบัติงาน - จรรยาบรรณ / จิตสำนึกในการ ปฏิบัติงาน

20 บทที่ 5 ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข - ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน - แนวทางแก้ไขในการปฏิบัติงาน - ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม ภาคผนวก

21 หลักแนวคิดในการเขียน 1.จะเอาเรื่องมาจากไหน/บทที่ 1 จะเขียน อย่างไร 2.จะเขียนสั้นยาวมากน้อยแค่ไหน 3.ไม่มีเวลาจำทำอย่างไร 4.ไม่มีความรู้ที่จะเขียน 5.ไม่รู้จะวางแผนการาเขียนอย่างไร 6.การหาเอกสารสนับสนุนและอ้างอิง 7.จะจัดเรียงลำดับเนื้อหาอย่างไร

22 8.จะสร้างรูปแบบในการเขียนอย่างไร 9.จะสร้างความสมดุลทางวิชาการอย่างไร 10.จะสร้างความเชื่อมั่นในตนเองได้อย่างไร 11.จะดึงดูดความสนใจผู้อ่านอย่างไร 12.จะสร้างคุณค่าของคู่มืออย่างไร 13.จะสร้างคุณธรรม จรรยาบรรณอย่างไร 14.จะเรียบเรียงต้นฉบับอย่างไร 15. ต้นฉบับฉบับสมบูรณ์

23 จะเอาเรื่องมาจากไหน 1.การฟัง –ประชุม-สัมมนา-กลุ่มเพื่อน 2.การอ่าน-ศึกษาค้นคว้า-รายงานการประชุม-กฏ 3.การสังเกต-เหตุการณ์ในการปฏิบัติงาน 4.หนังสือข้อหารือ 5.หนังสือร้องเรียน 6.แบบสอบถามความพึงพอใจ 7.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

24 8.งานที่ทำ-ที่มีความรู้ความเข้าใจ จะหาข้อมูลประกอบการเขียนได้ง่าย มีแหล่งค้นคว้าง่าย ตนเชี่ยวชาญ ในงานนั้น ๆ 9.หัวเรื่องที่เป็นปัญหาอันควรคิด เป็นประโยชน์ ทันสมัย ไม่สิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย ไม่เสี่ยงต่ออันตราย มุมมองในแนวลึก – ไม่มีขอบเขตกว้างเกินไป/เจาะลึก- การโอน หลีกเลี่ยงแนวกว้าง- หลักการบริหารงานทั่วไป/ ความรู้ เบื้องต้น หรือซ้ำกับผู้อื่น (มีคุณภาพ/ทันสมัย)

25 สรุปจะตั้งชื่อคู่มือการปฏิบัติงาน อย่างไรดี? 1.ต้องเป็นงานหลักของตำแหน่ง 2.ต้องเป็นงานที่ปฏิบัติจริง 3.ผู้เขียนมีความรู้ มีความสนใจ 4.ไม่ควรตั้งชื่อว่า ความรู้เบื้องต้น หรือ หลักการบริหารทั่วไป เพราะกว้างเกินไป

26 5. ต้องกระซับ ชัดเจน เพื่อให้เขียนได้ใน แนวลึก เจาะลึกอย่างละเอียดลึกซึ้ง 6. หลีกเลี่ยงซ้ำกับผู้อื่น

27 ตัวอย่างชื่อคู่มือการปฏิบัติงาน 1.คู่มือการขอเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ ของคณาจารย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2.คู่มือการขอเลื่อนเป็นระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญและ เชี่ยวชาญพิเศษ ของข้าราชการและ พนักงานมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

28 ตัวอย่างชื่อคู่มือการปฏิบัติงาน 3.คู่มือการปฏิบัติงานทุนการศึกษา คณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4.คู่มือการรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษา เพื่อรับเงินช่วยเหลือพิเศษและ ทุนการศึกษาของคณะกรรมการส่งเสริม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 5.คู่มือการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

29 ตัวอย่างชื่อคู่มือการปฏิบัติงาน 6.คู่มือการปฏิบัติงานงบประมาณและการ จัดทำงบประมาณ เงินรายได้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 7. คู่มือการจัดซื้อจัดจ้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 8.คู่มือการจัดหาพัสดุโดยการประมูลด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

30 9.คู่มือการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการของข้าราชการและ ลูกจ้างประจำ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 10.คู่มือการปฏิบัติงานทางการเงินและ บัญชี ตามระบบงบประมาณพัสดุ การเงินและบัญชีกองทุน โดยเกณฑ์พึง รับ-พึงจ่ายลักษณะ 3 มิติ กองคลัง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

31 บทที่ 1 บทนำ จะเขียนอย่างไรดี? - ความเป็นมา ความจำเป็น (ภูมิหลัง) - ความมุ่งหมาย/วัตถุประสงค์ของ การศึกษา - ประโยชน์ของการศึกษา - ขอบเขตของการศึกษา - นิยามศัพท์เฉพาะ หรือคำจำกัดความ

32 ความเป็นมา /ภูมิหลัง/ความจำเป็น 1.ชื่อเรื่อง จะเป็นคำ keyword นำไป อธิบายความเป็นมาและความสำคัญใน บทที่ 1 2.who-what-where-why-how 3.ย่อหน้าแรกทำไมเลือกเรื่องนี้ ย่อหน้าที่สอง ทำแล้วได้อะไร ย่อหน้าที่สาม สรุปปมที่ต้องทำเรื่องนี้/ อยากรู้

33 ความมุ่งหมาย/วัตถุประสงค์ 1.เขียนเพื่ออะไร 2.ไม่จำเป็นต้องเขียนหลายข้อ เพราะต้อง เขียนให้ครบเนื้อหาตามวัตถุประสงค์นั้น 3.ยกเอาประโยชน์ของการจัดทำคู่มือ 27 ข้อ

34 ตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์ 1.เพื่อยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงาน และผู้ร่วมงานที่ทำงานทดแทน 2.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีไว้ใช้อ้างอิงมิให้เกิดความผิดพลาดใน การปฏิบัติงาน 3.เพื่อเป็นคู่มือในการกำกับตรวจสอบกรปฏิบัติงาน 4.เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการ ที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอและสอดคล้อง กับนโยบายและวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน

35 ประโยชน์ของการศึกษา 1.คู่มือนี้มีประโยชน์อย่างไร 2.เขียนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุกข้อ ที่กำหนด

36 ตัวอย่างการเขียนประโยชน์ของการศึกษา 1.ได้แนวทางในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ร่วมงาน ที่ทำงานทดแทน 2.เป็นแห่งอ้างอิงในการปฏิบัติงาน 3.เป็นคู่มือในการกำกับตรวจสอบการปฏิบัติงาน 4.เป็นคู่มือในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการ ที่กำหนดไว้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและ วัตถุประสงค์ของหน่วยงาน

37 จะเขียนสั้นยาวมากน้อยแค่ไหน -หลักการไม่ได้กำหนดจำนวนหน้า สั้น-ยาว แต่การ จำกัดขอบเตของเรื่อง จะเป็นตัวบอก 1.โดยชื่อเรื่อง-การบริหารงานบุคคล-การโอน 2.โดยระบุหน่วยงาน-กระทรวงศึกษา/ก.พ.อ 3.โดยระยะเวลา-ในปีพ.ศ./ระหว่างพ.ศ. – พ.ศ.

38 การกำหนดขอบเขตของการศึกษา 1.ผู้ใช้และผู้ศึกษา ได้ทราบข้อตกลง เบื้องต้นว่าคู่มือมีขอบเขตจากไหนถึง ไหน มีความทันสมัย มีความลึกซึ้ง 2.ป้องกันการนำไปใช้หรืออ้างอิง ที่อาจเกิด การผิดพลาด

39 ตัวอย่างการกำหนดขอบเขตของการศึกษา 1.คู่มือการทำงานวิเคราะห์ “ข้อตกลงเบื้องต้นของคู่มือการ ทำงานวิเคราะห์ฉบับนี้ จะเป็นการนำเสนอเฉพาะวิธีการ วิเคราะห์เอกสาร(Document Analysis)และวิธีการวิเคราะห์ ภาระงาน ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งภาระงานที่ได้รับ มอบหมาย(Job Description Analysis) เท่านั้น” 2.การเขียนคู่มือการปฏิบัติงาน”ผู้เขียนขอทำความตกลง เบื้องต้นกับท่านผู้อ่านก่อนว่า เอกสารการเขียนคู่มือการ ปฏิบัติงาน มีเนื้อหาสาระเป็นแนวคิดเบื้องต้น ในการเขียนคู่มือ การปฏิบัติงาน ไม่ได้เจาะลึกไปในแต่ละหัวข้อ ท่านผู้ศึกษา ต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป แต่ท่านจะได้แนวทาง แนวคิด และรูปแบบลักษณะโครงร่างของการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน ซึ่งสามารถจะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกกลุ่มงานวิชาชีพ”

40 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.เป็นศัพท์เฉพาะที่อาจเป็นภาษาไทย หรือ ภาษาต่างประเทศ คำย่อ 2.กฎ พ.ร.บ. ข้อบังคับ ระเบียบ หนังสือเวียน หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติ 4.หมายรวมถึงอะไรบ้าง 5. เพื่อให้เข้าใจตรงกัน

41 ตัวอย่างการเขียนนิยามศัพท์เฉพาะ “ก.พ.อ.” หมายถึง คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษา “ก.บ.บ.” หมายถึง คณะกรรมการบริหารงานบุคคล “มหาวิทยาลัย” หมายถึง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ “ผู้บริหาร” หมายถึง ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าสาขาวิชา ผู้อำนวยการ สำนักงานอธิการบดี ผู้อำนวยการกอง เลขานุการคณะ/ สำนัก/สถาบัน/ศูนย์ หรือเทียบเท่า หัวหน้าฝ่าย หน้ากลุ่ม และ ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยของตำแหน่งดังกล่าว

42 ไม่มีเวลาจะทำอย่างไร -บริหารเวลาให้เป็น เวลาใช้หมดหรือไม่ได้ใช้ หาทดแทนไม่ได้ -ต้องแบ่งเวลาในการเขียน -ตั้งมั่นต้องเขียนทุกวันให้ได้อย่างน้อยที่สุด 1 หน้า

43 การบริหารเวลา 10 ข้อที่ต้องทำ 1.เกิดเป็นคน จึงต้องทำ 2. ทำไม่เป็น ต้องหัดทำ 3.หัดเป็นแล้ว ต้องทำเอง 4. ทำไม่คล่อง หมั่นหัดทำ 5. คิดจะทำ ทำทันที 6. สมควรทำ รีบทำ

44 7. ยามจน ยิ่งต้องทำ 8. ยามรวยย้ำ ทำต่อไป 9. ทำไม่ดี รีบแก้ไข 10. ทำจนตาย ไม่ต้องทำ

45 ไม่มีความรู้ที่จะเขียน 1.ศึกษาผลงานของคนอื่น 2.เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนา 3.ต้องเป็นนักอ่าน ฟัง คิด ถาม เขียน 4.ศึกษาการเขียนคู่มือปฏิบัติงาน-เสถียร คามีศักดิ์ /ก.พ.ร./เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์

46 ไม่รู้จะวางแผนในการเขียนอย่างไร “หัวข้อใหญ่แต่ละบทเป็นประโยชน์ต่อการจัด เสนอกระบวนการคิด /ผลจากการศึกษาจึง กำหนด 5 บทและง่ายต่อการเขียน”

47 “การวางโครงร่างเป็นการจัดลำดับความรู้ ความคิดให้เป็นระเบียบ เขียนได้ง่ายไม่วกวน มีขั้นตอนที่ชัดเจน” “โครงร่างเปรียบเสมือนแปลนบ้าน งานแต่ละ ชิ้นต้องแก้ไขพิจารณาดูตั้งแต่ไม่เริ่มก่อสร้าง จะตัด เติม เสริม แต่ง ก็ดูจากแปลน ช่างไม่มี แปลนก็ก่อสร้างไม่ได้ งานเขียนไม่มีโครง เรื่องก็จะมีปัญหาในการเขียนฉันนั้น”

48 1.หาข้อมูลนำมาปะติดปะต่อ ตามหัวข้อ สารบัญ 2.อย่างวิตกกังวลเรื่องภาษา ความสละสลวย ความเชื่อมโยง 3.เขียนไปก่อน ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ บทที่ 1 ให้แล้วเสร็จก่อน “จะทำให้มีกำลังใจในการเขียนเห็น ความก้าวหน้าของผลงาน”

49 การหาเอกสารสนับสนุน และอ้างอิง -อ่านจดบันทึก ถ่ายสำเนา จดบันทึกว่าหนังสืออะไร ใครเขียน เมื่อไร ปี พ.ศ ใด (นำมาอ้างอิงในเนื้อหา และบรรณานุกรม เพื่อให้เกิดความเชื่อถือ)

50 การอ้างอิง นิยมอ้างอิงในตัวเนื้อหา และตอนต้นข้อความ หรือท้ายข้อความ แล้วดึงไปอ้างเป็น บรรณานุกรม เชิงอรรถ(footnote) ไม่นิยม ตัวอย่าง ทวีศักดิ์ ญาณประทีป(2525:31) -ต้น/ ระหว่างข้อความ (วันรัตน์ จันทกิจ.2547: ) -ท้าย ข้อความ

51 บรรณานุกรม บอกว่าผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้ามาจากที่ใด ของใคร เมื่อไร ปัจจุบันอ้างแบบนามปี (name-Year System) ไม่ควรเกิน 30 รายการ แยกไทย-ต่างประเทศ โดยไทย ขึ้นก่อน ต้องเรียงตามลำดับอักษร ทวีศักดิ์ ญาณประทีป.(2531) พจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ วัฒนา พานิช จำกัด วันรัตน์ จันทกิจ.(2547).17 เครื่องมือนักคิด Problem Solving Devices. พิมพ์ครั้งที่ 4 กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.

52 อัญประกาศ ข้อความที่ตัดมาจากคำพูดหรือข้อเขียนผู้อื่น โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อยู่ใน เครื่องหมาย “ ”

53 จะจัดเรียงลำดับเนื้อหาอย่างไร -บท เรื่อง หัวข้อหลัก หัวข้อรอง ตาม สารบัญ ที่วางโครงร่าง -มีการอธิบายเพื่อขยายหลักการ/วิธี ปฏิบัติ/เงื่อนไขในการปฏิบัติงาน/ข้อคิด ข้อเขียนของผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ -มีการยกตัวอย่าง(สมมติ) -ลำดับเรื่องเข้าใจง่าย ราบรื่น กลมกลืน

54 จะสร้างความสมดุลทางวิชาการอย่างไร -ทุกบท ทุกตอน ทุกหัวข้อ มีความสมบูรณ์ ลึกซึ้ง มีน้ำหนักพอ ๆ กัน ไม่สั้น-ยาว -ผสมผสานสิ่งที่ค้นคว้ากับประสบการณ์ -หนึ่งย่อหน้าควรมีเรื่องเดียว ไม่เกิน 20 บรรทัด -ระวังประโยคแรกและประโยคสุดท้ายคนอ่าน ให้ความสนใจมาก

55 จะสร้างรูปแบบในการเขียนอย่างไร -การกั้นหน้า กั้นหลัง ด้านบน ด้านล่าง ตัวอักษร หัวข้อหลัก หัวข้อรอง - แบบแผนการเขียน คำนำ สารบัญ ภาพประกอบ -การอ้างอิง -บรรณานุกรม-ภาคผนวก ต้องเป็นรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเล่ม

56 ภาษาและเนื้อหาสาระ -คำนึงถึงคนอ่าน มีแบบแผนในการเขียน -ใช้ภาษาง่าย เข้าใจง่าย สื่อความได้ดี -ไม่ใช้การเขียนภาษาไทยสำนวนฝรั่ง(แปล) -ใช้ศัพท์เฉพาะ /ราชบัญฑิตยสถาน ต้องคง เส้นคงวาตลอดทั้งเล่ม -เนื้อหาสาระ ทันสมัย ถูกหลักวิชา ครอบคลุมทุกประเด็น

57 ภาษาและเนื้อหาสาระ -ตรงไปตรงมา -ไม่ควรใช้ภาษถิ่น -ใช้ประโยคสั้น ๆ -ไม่ควรใช้อักษรย่อ เว้นใช้กันแพร่หลายแล้ว

58 จะสร้างความเชื่อมั่นในตนเองได้ อย่างไร -ตนเองเป็นที่พึ่งแห่งตน -นับถือตัวเองให้ได้ -มีความคิดเป็นของตัวเอง ตั้งมั่นว่าเขียนได้ -ลองทำดูก่อน อย่าคิดว่าทำไม่ได้ -ปลูกความคิดที่ไม่ท้อแท้ หมดหวัง

59 มีความเชื่อมั่นในตนเอง -ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ สงสัยถาม -ทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ มากน้อยไม่ สำคัญ -หยุดเขียน ต้องจดแนวคิดที่จะนำเสนอย่อ ๆ ไว้ เพื่อการเขียนครั้งต่อไปจะได้เชื่อมติด

60 จะดึงดูดความสนใจผู้อ่านอย่างไร -การใช้แบบฟอร์ม -การใช้ภาพการ์ตูน -การใช้ภาพถ่าย -การใช้ Multi Media

61 จะสร้างคุณค่าของคู่มืออย่างไร -ต้องสอดแทรกความคิดเห็นขอตนเอง วิพากษ์ วิจารณ์ วิเคราะห์ โดยการสรุป ทุกครั้ง -ต้องเขียนสรุปตอบปัญหาหรือวัตถุประสงค์ ในบทที่ 1 ว่าเอกสารคู่มือฉบับนี้มี ประโยชน์ในการนำไปใช้อย่างไร อาจ สรุปไว้ท้ายบทที่ 5 หรือเอาไว้ที่คำนำก็ได้

62 6. การเสนอแนวคิดของตนเอง -สอดแทรกความคิดของตนเอง -ข้อวิพากษ์ วิจารณ์ วิเคราะห์ -ข้อเสนอแนะ

63 จะสร้างคุณธรรม/จรรยาบรรณ อย่างไร -อย่าลอกผลงานผู้อื่น โดยไม่อ้างอิง (โจรกรรมทางวิชาการ) -อย่าอำพราง แบบอ้างว่าเป็นแหล่งข้อมูลแรก -การอ้างอิงจะทำให้ผู้อ่านเกิดความศรัทธาใน ข้อเขียน เป็นข้อยืนยันว่าได้เขียนจากการ อ่านอย่างแตกฉาน ปลูกฝังนิสัยสุจริตทาง วิชาการ ไม่ประพฤติตัวเยี่ยงขโมยที่คัดลอกฯ

64 จะเรียบเรียงต้นฉบับอย่างไร -ได้ต้นฉบับ ต้องทดลองใช้ปฏิบัติ -เพิ่ม ลด แก้ไข ทดลองใช้ซ้ำ -ปรับแก้ อ่านทบทวน -ผสมผสานเชื่อมโยงให้เกิดความกลมกลืน -ปรับแก้ความซ้ำซ้อน -เพิ่มสิ่งที่ขาดให้สมบูรณ์

65 ส่วนประกอบตอนต้น 1.ปกนอก 2.ปกใน 3.คำนิยม(ถ้ามี) 4.คำนำ 5.สารบัญ 6.บัญชีตาราง/บัญชีภาพประกอบ

66 ส่วนเนื้อหา จะปรากฏตามสารบัญเรื่อง ส่วนประกอบท้าย 1.บรรณานุกรม 2.ภาคผนวก 3.ประวัติผู้เขียน

67 ต้นฉบับที่สมบูรณ์ -ให้ผู้ร่วมงาน/ผู้มีประสบการณ์ ช่วยอ่าน -นำข้อเสนอแนะ เพิ่ม ลด สลับตอน/ หัวข้อ -ตรวจแก้ไขความถูกต้อง ตัวสะกด การันต์ รูปแบบ อีกครั้ง -ส่งพิมพ์หรือพิมพ์เอง เพื่อทบทวนไปในตัว -ทำสำเนา 2-3 ฉบับ เก็บไว้หลายๆแห่ง

68 บทที่ 2 บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ - ลักษณะงานที่ปฏิบัติ - หน้าที่ความรับผิดชอบ / บทบาทของ ตำแหน่ง - โครงสร้างการบริหารจัดการ

69 ลักษณะงานที่ปฏิบัติ 1.ศึกษามาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ว่าลักษณะงานเป็นอย่างไร 2.คำสั่งมอบหมายงาน หรือข้อตกลงTOR(Term of Reference) ให้ปฏิบัติอย่างไร

70 ตัวอย่างการเขียนลักษณะงานที่ปฏิบัติ ลักษณะงานที่ปฏิบัตินักวิชาการคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติงานวิทยาการคอมพิวเตอร์ซึ่งมีลักษณะงานที่ ปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ กำหนดคุณลักษณะของ เครื่อง จัดระบบติดตั้ง เชื่อมโยงระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบเกี่ยวกับชุดคำสั่งระบบ ชุดคำสั่ง ประยุกต์ รวมถึงการเขียนคู่มืออธิบายการใช้คำสั่งต่าง ๆ กำหนดคุณลักษณะ ติดตั้งและใช้เครื่องมือและชุดคำสั่ง สื่อสาร การจัดและบริหารระบบสารสนเทศ ให้คำปรึกษา แนะนำ อบรม เกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ด้านต่าง ๆ แก่ บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความกว้าหน้าของ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

71 หน้าที่ความรับผิดชอบ 1.เขียนอธิบายว่าตำแหน่งนี้ต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างไร 2.มีข้อตกลงให้ปฏิบัติงานให้มีผลสัมฤทธิ์ อย่างไร 3.มีคุณสมบัติเฉพาะที่จะเป็นสำหรับตำแหน่งอย่างไร 4.มีสมรรถนะ ของตำแหน่งอย่างไร (สภามหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานกำหนด)

72 ตัวอย่างการเขียนหน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่ต้องมีความเชี่ยวชาญ พิเศษในงานด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงมาก ปฏิบัติงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงานหรืองาน พัฒนาทฤษฎี หลักการ ความรู้ใหม่ ซึ่งต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับ งานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทางและนำมาประยุกต์ใช้ในการ ปฏิบัติ โดยต้องปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1.ด้านการปฏิบัติงาน2. ด้านการวางแผน 3.ด้านการประสานงาน4. ด้านการบริการ

73 ตัวอย่างการเขียนสมรรถนะ สมรรถนะตำแหน่งบุคลากร 1.การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 2.สั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ 3.บริการที่ดี 4.จริยธรรม 5.ร่วมแรงร่วมใจ 6.สืบเสาะหาข้อมูล 7.ความถูกต้องของงาน 8.ดำเนินการเชิงรุก

74 สมรรถนะการมุ่งผลสัมฤทธิ์ มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติราชการให้ดีหรือให้ได้มาตรฐาน หรือเกณฑ์วัดผลสัมฤทธิ์ของส่วนราชการ รวมถึงการ สร้างสรรค์พัฒนาผลงานหรือกระบวนการปฏิบัติงานตาม เป้าหมายที่ยากและท้าทายชนิดอาจไม่เคยมีผู้ใดสามาถกระ ทำได้มาก่อน สมรรถนะบริการที่ดี มีความตั้งใจและพยายามในการให้บริการเพื่อสนอง ความต้องการของผู้รับบริการ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

75 สมรรถนะการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ มีความขวนขวาย สนใจใฝ่รู้เพื่อสั่งสม พัฒนาศักยภาพ ความรู้ความสามารถของตนในการปฏิบัติงาน ด้วยการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรู้จัก พัฒนา ปรับปรุง ประยุกต์ใช้ความรู้เชิงวิชาการและเทคโนโลยี ต่าง ๆ เข้ากับการปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ สมรรถนะจริยธรรม มีการครองตนและประพฤติถูกต้องทั้งตามหลักกฎหมาย และคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนหลักแนวทางในวิชาชีพของ ตน โดยมุ่งประโยชน์ของหน่วยงานมากกว่าของตน อีกทั้งเพื่อ เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนผลักดันให้ภารกิจหลักของ หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

76 สมรรถนะความร่วมแรงร่วมใจ มีพฤติกรรมที่แสดงถึงความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับ ผู้อื่น เป็นส่วนสำคัญในทีมงาน หน่วยงาน หรือองค์กร โดยผู้ ปฏิบัติมีฐานะเป็นสมาชิกในทีม มีความสามารถในการสร้าง และดำรงรักษาสัมพันธภาพกับสมาชิกในทีม สมรรถนะการสืบเสาะหาข้อมูล มีความสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ ภูมิหลัง ประวัติ ความเป็นมา ประเด็น ปัญหา หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือจำเป็นต่องานในหน้าที่ การสืบเสาะเพื่อให้ได้ข้อมูล เฉพาะเจาะจง โดยการซักถาม การหาข่าวทั่วไปจาก สภาพแวดล้อมรอบตัวที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต

77 สมรรถนะการดำเนินงานเชิงรุก มีการเล็งเห็นปัญหาหรือโอกาสพร้อมทั้งลงมือจัดการกับ ปัญหานั้น ๆ หรือใช้โอกาสที่เกิดขึ้นให้เกิดประโยชน์ต่องาน ด้วยวิธีการสร้างสรรค์และแปลกใหม่ สมรรถนะความถูกต้องของงาน มีความพยายามที่จะปฏิบัติงานให้ถูกต้องครบถ้วน ตลอดจนลดข้อบกพร่องที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งความพยายาม ให้เกิดความชัดเจนขึ้นในบทบาทหน้าที่ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ขั้นตอนปฏิบัติงาน

78 โครงสร้างการบริหารจัดการ 1.เขียนอธิบายเป็นภาษาเขียนว่า งานที่ว่าสำคัญที่เป็น Keyword และจำเป็น(บทที่ 1) ตำแหน่งที่มอบหมายให้ ปฏิบัติงานนั้น(บทที่ 2) จะมีการบริหารจัดการอย่างไร 2.เขียนในลักษณะแผนผัง(Chart) สรุปอธิบายใต้ภาพ -โครงสร้างองค์กร(Organization chart)ชื่อหน่วยงาน -โครงสร้างการบริหาร(Administration chart)ชื่อตำแหน่ง -โครงสร้างการปฏิบัติงาน(Activity chart) ชื่อผู้ปฏิบัติงาน

79 ตัวอย่างการเขียนโครงสร้าง โครงสร้างองค์กร กองการเจ้าหน้าที่ งานบริหารงานบุคคล งานทะเบียนประวัติ งานพัฒนาและฝึกอบรม งานวินัยและนิติการ งานสวัสดิการ

80 เขียนอธิบายโครงสร้างองค์กร โครงสร้างของกองการเจ้าหน้าที่ แบ่งออกเป็น 4 งาน คืองานบริหารงานบุคคล งานทะเบียนประวัติ งาน พัฒนาและฝึกอบรม งานวินัยและนิติกร งานสวัสดิการ

81 ตัวอย่างการเขียนโครงสร้าง โครงสร้างการบริหาร ผู้อำนวยการกอง หัวหน้างาน หัวหน้างาน หัวหน้างาน หัวหน้างาน หัวหน้างาน งานบริหารงานบุคคล งานทะเบียนประวัติ งานพัฒนาและฝึกอบรม งานวินัยและนิติการ งานสวัสดิการ

82 เขียนอธิบายโครงสร้างการบริหาร การบริหารกองการเจ้าหน้าที่ จะมีผู้อำนวยการกอง การเจ้าหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชา ทำหน้าที่กำกับดูแล บังคับบัญชา หัวหน้างาน 4 งานคือหัวหน้างาน บริหารงานบุคล หัวหน้างานทะเบียนประวัติ หัวหน้า งานพัฒนาและฝึกอบรม หัวหน้างานวินัยและนิติกร หัวหน้างานสวัสดิการ โดยหัวหน้างาน เป็น ผู้บังคับบัญชาระดับต้น ควบคุมดูแลแต่ละงาน

83 ตัวอย่างการเขียนโครงสร้าง โครงสร้างการปฏิบัติงาน นายเถียร คามีศักดิ์ บุคลากรเชี่ยวชาญ ผอ.กอง นาง ง. นาย จ.น.ส. ฉ. บุคลากรชำนาญการพิเศษบุคลากรชำนาญการพิเศษ นิติกรกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานบริหารงานบุคคลหัวหน้างานทะเบียนประวัติ หัวหน้างานวินัยและนิติกร น.ส. กน.ส. บ.นาย ป. บุคลากรชำนาญการบุคลากรชำนาญการนิติกรชำนาญการ นาย ก.น.ส. ช.นาย ญ. บุคลากรบุคลกรนิติกร นาง ข.น.ส. ฐ.นาย ฒ. บุคลากรบุคลากรนิติกร

84 เขียนอธิบายการปฏิบัติงาน งานบริหารงานบุคคล หัวหน้างานอยู่ในระดับ เชี่ยวชาญ ควบคุมดูแล บุคลากร จำนวน 6 คน แต่ละ คนดำรงตำแหน่ง ระดับปฏิบัติงาน 1 คน ดับชำนาญ งานพิเศษ 1 คน ระดับชำนาญการ 1 คน ระดับชำนาญ การพิเศษ 3 คน งานโอน เป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารงานบุคคล โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติ หน้าที่และรับผิดชอบในการดำเนินการ

85 บทที่3เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา -กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หนังสือเวียน มติ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน - งานวิจัย และแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญ -สิ่งที่ควรคำนึง/ข้อควรระวัง/ข้อสังเกต ใน การปฏิบัติงาน “ต้องอ้างอิง-ต้องสรุปแนวคิดตนเอง”

86 การเขียนเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือ หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงาน 1.นำกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หนังสือเวียน มติ มา เขียนสรุปให้เป็นภาษาเขียน แยกเป็น หลักเกณฑ์ในการ ปฏิบัติงาน และวิธีการปฏิบัติงาน อาจจะแยกเป็น ข้อ ๆ เพื่อ ความชัดเจน 2.นำงานวิจัย และแนวคิดของนักการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ใน สาขานั้น ๆ มาสรุป นำเสนอ ที่เกี่ยวกับเรื่อง 3.จากประสบการณ์ในการทำงาน ต้องนำเสนอข้อควรระวัง/ สิ่งที่ควรคำนึงในการปฏิบัติงาน มีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันมิ ให้เกิดการผิดพลาดในการปฏิบัติงาน 4.ลักษณะเหมือนบทที่ 2 ในการทำวิจัย

87 ข้อควรระวังในการอ้างอิงในเนื้อหา ระหว่างเนื้อหา และ ท้ายสุดของเนื้อหา ต้องนำมาเป็นบรรณานุกรม คุณสมบัติและทักษะของผู้จัดทำคู่มือปฏิบัติงาน (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ 2549:25) ต.ย การอ้างอิงท้ายเนื้อหา บรรณานุกรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (2549)คู่มือการปฏิบัติงาน เอกสารประกอบการ ฝึกอบรมวิทยากรต้นแบบโครงการพัฒนา นวัตกรรมการเรียนรู้ กรกฎาคม-สิงหาคม 2549 โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพมหานคร

88 บทที่ 4 เทคนิคในการปฏิบัติงาน แผนกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน –ได้มาจากการทำ SWOT ประจำปี แยกเป็นงานประจำ –งานตามแผน โดยนำมาเขียนเป็นโครงการ/กิจกรรมที่ต้องทำ ทั้ง แผนเชิงรุก และแผนปฏิบัติงาน โครงการอะไร(ชื่อ)-ทำไมต้องทำ(หลักการเหตุผล)- ทำเพื่ออะไร(วัตถุประสงค์)-ทำอย่างไร (วิธีดำเนินการ)-ทำเมื่อไร(ระยะเวลา)-ต้องใช้อะไร (งปม) –ใครทำ(ผ็รับผิดชอบ)-ทำแล้วจะได้อะไร (เกณฑ์วัดความสำเร็จ)-อะไรเป็นตัวชี้วัด(ประเมิน โครงการ)-จะรู้ผลได้อย่างไร (ผลที่คาดว่าจะได้รับ)

89 การเขียน FLOW CHART จุดเริ่มต้น-สิ้นสุด กระบวนการ กิจกรรมและการปฏิบัติงาน การตัดสินใจ การตรวจสอบ อนุมัติ แสดงทิศทาง เคลื่อนไหว จุดเชื่อมต่อ จากหน้าไปยังอีกหน้า

90 ข้อสังเกตการเขียนFlow Chart “เป็นการไหลของงาน จะเริ่มต้นด้วยนำ กิจกรรมต่าง ๆที่จะเกิดขึ้นมาใส่ลงในกรอบ รูปทรงเรขาคณิต ตามประเภทของกิจกรรม นั้น แล้วนำมาเรียงต่อกันตามลำดับขั้นตอน เชื่อมด้วยลูกศร (ระบุเวลาการปฏิบัติ)เมื่อ ต่อกันจนครบก็จะได้แผนภูมิที่เป็นตัวแทน ของงาน โดยจะไม่ลงลึกในรายละเอียด ต้องนำไปเขียนคำอธิบายอีกครั้งหนึ่ง”

91 การเขียนคำอธิบายFlow Chart -เขียนอธิบายต่อท้าย Flow Chart ของแต่ ละกิจกรรมว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ แล้วต้อง ปฏิบัติอย่างไร เก็บบันทึกหรือไม่ อย่างไร มี เอกสารใดเกี่ยวข้องบ้าง สิ้นสุดงานจะเก็บ ไว้ที่ไหน

92 บทที่ 5 ปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไขและการพัฒนา 1.เสนอแต่ละขั้นตอนการปฏิบัติงาน 2.เสนอแต่ละด้าน –ด้านหลักเกณฑ์ –ด้านวิธีการ- ด้านการกำหนดเงื่อนไข –ด้านแบบฟอร์มต่าง 3.ด้านตัวบุคคล –ด้านองค์คณะบุคคล –ผู้รับบริการ-ผู้ ปฏิบัติ –ผู้บริหาร 4.มองในมุมของ SWOT 5.มองในด้านปัญหาที่ควบคุมได้ –ปัญหาที่ควบคุม ไม่ได้ 6.ถาม-ตอบ

93 ประโยชน์คู่มือปฏิบัติงานหลัก 1 เพื่อให้การปฏิบัติงานในปัจจุบันเป็น มาตรฐานเดียวกัน 2 เพื่อการปฏิบัติงานสอดคล้องกับ นโยบาย ภารกิจ เป้าหมายขององค์กร 3 เพื่อให้ผู้บริหารติดตามงานได้ทุก ขั้นตอน

94 13 ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการ ทำงาน 14 ช่วยให้เกิดความสม่ำเสมอในการ ปฏิบัติงาน 15 ช่วยลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น 16 ช่วยลดเวลาในการตอบคำถาม 17 ช่วยลดเวลาสอนงาน

95 18 ช่วยให้การทำงานเป็นมืออาชีพ 19 ช่วยในการออกแบบระบบงานใหม่ และปรับปรุงงาน 20 ผู้ปฏิบัติงานทราบรายละเอียด และ ทำงานได้อย่างถูกต้อง 21 ผู้ปฏิบัติทราบถึงตำแหน่งงานที่ รับผิดชอบ

96 22 ผู้ปฏิบัติทราบถึงเทคนิคในการ ทำงาน 23 ผู้ปฏิบัติทราบและเข้าใจว่าควรทำ อะไรก่อนหลัง 24 ผู้ปฏิบัติทราบว่าควรปฏิบัติอย่างไร กับใคร เมื่อใด 25 ผู้ปฏิบัติงานไม่สบสน

97 26 แสดงถึงความเป็นผู้มีประสบการณ์ สั่งสมงานในงานอาชีพ 27 ใช้ประกอบในการพิจารณาวัดและ ประเมินผลการปฏิบัติงาน

98 ข้อสังเกตในการเขียนทั่วไป 1.งานเขียน เป็นศิลปะ มุ่งที่ความงาม เหมือน คนจะสวยงามได้อย่างไร ศิลปะต้องอาศัย การฝึกฝนจนชำนาญ ต้องเขียนบ่อย ๆ

99 2. คนจะสวยงามได้อย่างไร งามที่รูป มีหัวตอนต้นคำนำ มีตัวตอนกลางตัวเรื่อง/ดำเนินเรื่อง ท่อนล่างตอนท้ายคำลงท้าย แต่ละส่วน เมื่อประกอบกันแล้ว ต้องเป็น สัดส่วนที่งดงาม จึง งามที่รูป

100 งามในความ ความสมบูรณ์ เน้นสาระสำคัญ อย่าออกนอก เรื่อง อย่างหลงไปกล่าวสิ่งที่หยุมหยิม เกินไป ความแจ่มแจ้ง ให้ความหมายให้ชัดเจน จัดลำดับเรื่อง เค้าโครงให้ชัด แต่ละย่อหน้า ต้องให้สัมพันธ์กัน

101 งามในความ ความถูกต้อง ความทันสมัย ข้อเท็จจริงต้อง ถูกต้องเสมอ หลักเกณฑ์ วิธีการ มติ กฎ ระเบียบ ท่วงทำนองการเขียน การใช้ภาษา ความใหม่ ความแปลกในกระบวนการคิด ข้อเสนอแนะ ของตัวเองในฐานะผู้มีประสบการณ์

102 3.ย่อหน้ามีความสำคัญอย่างไร -ทำให้รูปทรงงานเขียนสวยงาม -ทำให้ผู้อ่านมีเวลาพักสายตาและสมอง -ทำให้ผู้อ่านมีโอกาสคิดตามที่ผู้เขียนแสดง ผู้อ่านจับใจความและความคิดของผู้เขียน ได้ง่าย -แต่ละย่อหน้าต้องมีความสัมพันธ์กันของ ข้อความและส่งทอดเนื้อความไปย่อหน้า ต่อไป

103 4. คำนิยม-ยกย่อง-ให้เกียรติ-ชมเชย 4.1 หัวหน้า-ผู้บริหาร-ผู้ทรงคุณวุฒิ-ผู้มี ชื่อเสียงในแวดวงสาขานั้น ๆ 4.2 เขียนยกย่อง-ชมเชย-อนุญาต 4.3 รับประกันคุณภาพ

104 5. อย่า ให้ขาดส่วนประกอบการ เขียน เลขประจำหนังสือสากล (ISBN) Website : address :

105 6.ต้องตั้งคำถาม/ตอบคำถาม/สอดแทรก 6.1 เป็นผลงานที่ใช้เทคนิควิชาชีพเฉพาะ อย่างไร 6.2. เป็นผลงานที่ทำเพื่อแก้ปัญหาอะไร อย่างไร 6.3. เป็นผลงานที่ทำเชิงพัฒนาคุณภาพ/ พัฒนาระบบอย่างไร

106 6.4. เป็นผลงานที่ทำเพื่อพัฒนางานใน หน้าที่อย่างไร 6.5. เป็นผลงานที่ทำเชิงประยุกต์ นวัตกรรมอย่างไร 6.6. เป็นผลงานที่ทำเพื่อจะหาแนวทาง ใหม่ในการปฏิบัติงานอย่างไร

107 ตัวอย่างการเขียนคำนิยม คำนิยม ยุคสมัยปัจจุบันนี้ นับได้ว่าเป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก เข้ามาหาเราอย่างหลบเลี่ยงไม่พ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีวิธีคิดแยกแยะหาเหตุและผล เพื่อคัดเลือกข้อมูลที่เป็น ประโยชน์เท่านั้นมาใช้งาน ไม่ต้องหลงวนเวียนหรือติดกับดัก อยู่กับข้อมูลเหล่านั้น สายสนับสนุนวิชาการที่จะยืนหลัดอยู่ใน สถาบันอุดมศึกษานี้ได้อย่างเข็มแข็งและประสบความสำเร็จ ย่อมต้องมีความคิดความอ่านเชิงวิเคราะห์ ต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ปรับปรุงพัฒนางาน และคิดวิเคราะห์ในการปรับปรุง เอกสารที่ใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงาน ให้ทันยุคทันเหตุการณ์ และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และไม่เป็น อุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน รวมทั้งต้องตอบสนองความ ต้องการของผู้รับบริการเป็นหัวใจสำคัญ

108 ตัวอย่างการเขียนคำนิยม หนังสือ “คู่มือการทำงานวิเคราะห์” เล่มนี้ คุณเสถียร คามีศักดิ์ คุณชำนาญ แสงแก้ว ผู้เชี่ยวชาญ ของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเพื่อนผู้ร่วมเขียน ได้เรียบ เรียงขึ้นนี้จะเป็นประโยชน์กับบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการที่ ทำหน้าที่ปฏิบัติงาน และที่ทำหน้าที่ผู้บริหารทั่วทั้ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้อย่างดียิ่งในการจะนำไป เป็นแนวคิดประยุกต์ใช้เทคนิคในการวิเคราะห์งานหรือ วิเคราะห์เอกสารที่ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนางานและ ปรับปรุงการปฏิบัติงาน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป รองอธิการบดีฝ่ายบุคลากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

109 คำนิยม เป็นที่ยอมรับกันว่า “คน” เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการบริหาร เพราะคนเป็นผู้ใช้ปัจจัยใน การบริหารอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงิน วัสดุ สิ่งของและวิธีการจัดการ ดังนั้นหากองค์การหรือ หน่วยงานใด สามารถหาคนดี มีความรู้ความสามารถเข้าปฏิบัติงานสามารถดึงดูดผู้มี ความรู้ความสามารถนั้น ให้อยู่ปฏิบัติงานหรือหาบุคคลอื่นที่มีความรู้ความสามารถมา ช่วยงานในองค์การได้หน่วยงานนั้นก็จะต้องเจริญก้าวหน้า สามารถดำเนินการให้บรรลุ เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันการบริหารงานบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารองค์การ เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายขององค์การ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารงานบุคคลที่ดี และมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานบุคคล จำเป็นที่จะต้องศึกษากฎหมาย ระเบียบ ตามที่องค์การกำหนดไว้ ควบคู่กันไปด้วย ในระบบบริหารของ ก.ม. ได้มีการกำหนด ระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารงานบุคคลไว้เป็นอันมาก ซึ่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จำเป็นที่จะต้องทราบ การรวบรวมกฎหมาย ระเบียบหรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เข้าไว้ ด้วยกัน ในลักษณะที่เป็นรูปเล่มเช่นนี้มีอยู่น้อยมาก และมหาวิทยาลัยยังขาดเอกสารใน ลักษณะดังกล่าวอีกมาก ดังนั้นการที่คุณเสถียร คามีศักดิ์ ได้ใช้ความพยายามรวมรวม เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่อง”การโอนข้าราชการ” ไว้ตามเอกสารนี้ จึงนับว่าเป็นประโยชน์ ต่อผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานในกองการเจ้าหน้าที่ และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการบริหารงาน บุคคลในหน่วยงานอื่นของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างยิ่ง

110 จึงขอชมเชย คุณเสถียร คามีศักดิ์ หัวหน้างานบริหารงานบุคคล กองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ได้มีความวิริยะอุตสาหะในการเรียบเรียงเอกสารเล่มนี้ ทำให้เป็นแหล่งความรู้ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลโดยเฉพาะเรื่อง “การโอน ข้าราชการ” อันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการบริหารงาน บุคคล และผู้ที่สนใจศึกษาหาความรู้โดยทั่วไป (นายวรวุฒิ รอบรู้) ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่

111 5.ความสำคัญของคำนำ งานเขียนไม่มีคำนำ ก็ทำให้ขาดองค์ประกอบ แห่งศิลป์ เปรียบเหมือนคนคอขาด “คำนำ ต้องใช้อุบายที่ชักชวนให้ผู้อ่าน ๆ เรื่องของ เราให้ตลอดจนจบ ต้องก่อความสนใจให้ ผู้อ่านมากที่สุด ต้องเร้าความสนใจ ต้อง เป็นความคิดใหม่ คิดแปลก ลักษณะนำ เชิญ เหมือนโฆษณาสินค้า ต้องเรียกความ สนใจของผู้อ่านตั้งแต่ต้น”คู่มือ-วิเคราะห์

112 ตัวอย่างการเขียนคำนำ บอกขอบข่ายของเรื่อง-สาเหตุที่ผู้เขียน สนใจ มีจุดมุ่งหมายอย่างไร? การเขียนคู่มือปฏิบัติการ คู่มือการทำงานวิเคราะห์

113 ตัวอย่างการเขียนคำนำ การเปรียบเทียบการบริหารบุคคลระบบสัญญาจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย/ สถาบันของรัฐฉบับนี้ เป็นเรื่องสืบเนื่องจากการประชุมผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐทั่วประเทศ ในวันที่ 29 มกราคม 2547 ณ มหาวิทยาลัยศรี นครินทรวิโรฒ ผู้ศึกษาเปรียบเทียบในฐานะผู้ดำเนินการอภิปราย ปัญหาอุปสรรคและ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการบริหารงานบุคคลระบบสัญญาจ้างพนักงาน โดยมี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่และผู้แทนของมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐเข้าร่วม อภิปรายและให้ข้อมูล จึงได้ทำการเปรียบเทียบลักษณะการวิเคราะห์ในแนวกว้าง โดย การจำแนกแจกแจงความเหมือนและความแตกต่างในข้อเท็จจริงของระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หนังสือเวียนและมติของที่ประชุมต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ นำไปศึกษาค้นคว้าในแนวเจาะลึกเฉพาะเรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไข พัฒนา คงไว้ หรือ กำหนดเพิ่มเติมในกระบวนการบริหารบุคคลระบบสัญญาจ้างพนักงาน ตามสถานการณ์ และบริบทของแต่ละมหาวิทยาลัย/สถาบันแต่ละแห่งต่อไป คุณค่าและประโยชน์ที่พึงเกิดขึ้นจากการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะวิเคราะห์ เล่มนี้ ผู้ศึกษาขอมอบให้แก่ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานการ เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐทั่วประเทศทุกท่าน เสถียร คามีศักดิ์ มกราคม 2548

114 การทำสารบัญ เป็นบัญชีบอกแต่ละบท แต่ละหัวข้อที่สำคัญ ที่เรียงลำดับปรากฏในเอกสารที่เขียน ว่า ปรากฏอยู่หน้าใด

115 บัญชีตารางหรือภาพประกอบ เป็นการแยกบอกตารางหรือภาพประกอบ มี อะไรบ้างอยู่หน้าใด เหมือนสารบัญ ต้องมี คำว่า “ตาราง” และเลขกำกับ หรือ ”ภาพประกอบ” และเลขกำกับ แล้วจึงบอก ชื่อตารางหรือภาพนั้น ๆ

116 ตรงข้อเสนอแนะจะเขียนอะไร 1.มิใช่เกิดจากสามัญสำนึกของผู้เขียน ต้อง มาจากการวิเคราะห์หาสาเหตุ 2.จะต้องเป็นเรื่องใหม่ ถ้าเป็นเรื่องเก่าต้อง ชี้ให้เห็นความสำคัญเป็นพิเศษ 3.ต้องตระหนักถึงข้อจำกัด เงิน เวลา ความสามารถ ไม่ใช่เลื่อนลอยฝันหวาน 4.ข้อเสนอแนะต้องมีรายละเอียดที่สามารถ นำไปปฏิบัติได้

117 ภาคผนวก เป็นสิ่งที่นำมาเพิ่มเติมตอนท้ายต่อจาก บรรณานุกรม เพื่อบอกให้ผู้อ่านเข้าใจ ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ตัวกฎหมาย แบบฟอร์ม ประวัติผู้เขียน บอกประวัติของผู้เขียน ให้ผู้ศึกษาค้นคว้า ติดต่อสอบถามข้อสงสัย หรือแสดงให้เห็น ถึงการมีประสบการณ์ เพื่อให้ความเชื่อถือ ในเอกสารที่เขียน

118 การเผยแพร่ผลงาน คู่มือปฏิบัติงาน ตำรา หนังสือ ผลงานใน ลักษณะอื่นต้องบันทึกแจ้งว่าได้มีการ เผยแพร่แล้วอย่างไร เช่น ใช้ประกอบการ ปฏิบัติงานมาแล้วอย่างไร ส่งหอสมุด สำนัก วิทยบริการ หรือเผยแพร่ทางระบบ อินเทอร์เน็ต ได้หมายเลขสากลประจำ หนังสือเป็นต้น หากพิมพ์จากโรงพิมพ์ถือว่า เผยแพร่อย่างกว้างขวาง

119 หลักการอ้างอิง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ riclib.nrct.go.th คู่มือการทำปริญญานิพนธ์ของสถาบัน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 111 ตอนที่ 59 ก. ลง วันที่ 27 ธ.ค.37

120 การเขียนผลงานต้องเป็นผู้ที่พัฒนาตนเอง อยู่เสมอ มีความกระตือรือร้น มีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ มีจุดมุ่งหมายของชีวิต ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงาน มีความเป็นผู้นำ ใช้ เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่เป็นคน ผัดวันประกันพรุ่ง มีประสบการณ์ในการ ทำงาน อย่างสมบูรณ์ เมื่อมีสิ่งต่าง ๆ แล้ว พยายามเก็บสะสมประสบการณ์ ฝึกหัดใช้ ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ หาแนวทาง ปรับปรุงงาน อ่าน ฟัง คิด ถาม เขียน

121 ฉันทะพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น วิริยะเพียรประกอบสิ่งนั้น จิตตะเอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้น ไม่วางธุระ วิมังสา หมั่นตริตรองพิจารณา เหตุผลในสิ่งนั้น “หน้าที่ คือธรรมะ การปฏิบัติหน้าที่ คือ ปฏิบัติธรรม”

122 พระเทพโสภณ “เกิดเป็นคนต้องพยายามร่ำไป จนกว่าจะได้สิ่งที่ปรารถนา เกิดเป็นคนควรหวังอย่ายั้งหยุด มิรู้สุด มุ่งหวังตั้งมาดหมาย หวังไว้เถิด หวังยั่งยืน มิคืนคลาย ปราชญ์ทั้งหลาย สมหวังเพราะตั้งใจ”

123


ดาวน์โหลด ppt การเขียนคู่มือ ปฏิบัติงาน จากงานประจำ เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรเชี่ยวชาญ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google