งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การทำงานเชิง วิเคราะห์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การทำงานเชิง วิเคราะห์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การทำงานเชิง วิเคราะห์

2 นิยาม ก.พ.อ. งานเชิงวิเคราะห์ ผลงานที่แสดงการแยกแยะองค์ประกอบ ต่างของเรื่องอย่างมีระบบ มีการศึกษา ในแต่ละองค์ประกอบและ ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่อง นั้น ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่องานของ หน่วยงานหรือสถาบันอุดมศึกษา

3 การวิเคราะห์ การจำแนก แยกแยะองค์ประกอบของสิ่ง หนึ่งออกเป็นส่วน ๆเพื่อค้นหาว่ามา จากอะไร เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน อย่างไร เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ของสิ่งที่เกิดขึ้น

4 การวิเคราะห์ การแยกแยะหาต้นตอของสาเหตุ หาตัว แปรที่สำคัญ การใช้เครื่องมือทาง สถิติ ใช้เครื่องมืออุปกรณ์มาทำการ วิเคราะห์ หรือคิดแบบวิเคราะห์ ( ผัง ก้างปลา ผังรากไม้ กราฟ ฯลฯ ) การ สังเคราะห์ คือการรวม การสรุป คิด รวบยอด

5 การวิเคราะห์ การหาแนวโน้มและต้นตอของสาเหตุให้ พบ ไม่ใช่เป็นการอธิบายกราฟว่าขึ้น ลงอย่างไร หากเก็บข้อมูลผิด - ข้อมูล ไร้สาระ ก็ทำให้ผลการวิเคราะห์ผิด ควรใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ ผัง ก้างปลาฯลฯ ** อย่าเก็บข้อมูลนาน เกินไป – ล่าสมัย ** ถามผู้รู้ ** อ่าน ตำรา **

6 การวิเคราะห์ * การจำแนกแยกแยะ ออกมาใคร่ครวญ หาเหตุ ปัจจัยของสิ่งของหรือเรื่องราวต่าง ๆ สรุปการค้นหาความจริง ในทุกแง่ทุกมุมของสิ่งใด สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือหลายอย่างว่า ใคร อะไร ที่ ไหน เมื่อไร ทำไม และอย่างไร “ 5W1H ” WHAT WHO WHERE WHEN WHY WHICH HOW

7 วิทยาศาสตร์ Scientific Method ความรู้ความจริง Reliable Knowledge ความเชื่อถือได้ Reliable Method การคงสภาพ Stable ความน่าจะเป็น ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ Probabilistic Low of Nature งานวิเคราะห์/ส่วนหนึ่งงานวิจัยเชิงสำรวจ

8 การวิจัยเชิงสำรวจ เป็นการศึกษาเพื่อหาความรู้ความจริง ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้วิธีสำรวจและอธิบาย ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่ามีลักษณะอย่างไร เป็นลักษณะกว้าง ๆ ทำให้ทราบ ข้อเท็จจริงเป็นแนวทางในการ วางแผน การปรับปรุงแก้ไข สิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น แบ่งออกเป็น 5 ประเภท เป็นการศึกษาเพื่อหาความรู้ความจริง ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้วิธีสำรวจและอธิบาย ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่ามีลักษณะอย่างไร เป็นลักษณะกว้าง ๆ ทำให้ทราบ ข้อเท็จจริงเป็นแนวทางในการ วางแผน การปรับปรุงแก้ไข สิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น แบ่งออกเป็น 5 ประเภท

9 สำรวจโรงเรียน School Survey วิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์เอกสาร Documentary Analysis สำรวจประชามิติ Public Opinion Survey สำรวจชุมชน Community Survey วิจัยเชิงสำรวจ 5 ประเภท

10 ปรับปรุงงาน หาวิธีที่ดีที่สุดใน การปฏิบัติงาน □ การวิเคราะห์งาน Job Analysis ขจัดความ สูญเสียใน การ ปฏิบัติงาน

11 การวิเคราะห์เอกสาร Documentary Analysis เอกสาร หมายถึง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข แบบฟอร์ม พระราช กฤษฎีกา พระราชบัญญัติ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หนังสือเวียน มติที่ประชุม คำสั่ง ระบบไอที ระบบไอที

12 หลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมือที่ดี 2546 ผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่เป็นผู้ใช้ หรือเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ มติ หนังสือเวียน ต้องมีหน้าที่ สำรวจ ตรวจสอบ และทบทวน เพื่อดำเนินการปรับปรุง หรือจัดประกาศขึ้นใหม่ ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์ หรือ สอดคล้องกับความจำเป็นในปัจจุบัน โดยคำนึง ถึงความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระของ ผู้รับบริการ ( ลูกค้า ) เป็นสำคัญ

13 การวิเคราะห์งานหรือ วิเคราะห์เอกสาร เลือกงานที่มีปัญหาหรืองานที่ไม่ สำเร็จตามตัวชี้วัดหรืองานที่จะพัฒนา ตั้งเป็นชื่อเรื่องเลือกงานที่มีปัญหาหรืองานที่ไม่ สำเร็จตามตัวชี้วัดหรืองานที่จะพัฒนา ตั้งเป็นชื่อเรื่อง ทำโครงร่าง จัดทำสารบัญ ในการ ดำเนินการ แบ่งออกเป็น 5 บท ลักษณะเดียวกับทำงานวิจัย ทำโครงร่าง จัดทำสารบัญ ในการ ดำเนินการ แบ่งออกเป็น 5 บท ลักษณะเดียวกับทำงานวิจัย

14 สารบัญงานวิเคราะห์ 5 บท * บทที่ 1 บทนำ * บทที่ 2 เอกสารงานที่เกี่ยวข้อง * บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิเคราะห์ * บทที 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล * บทที่ 5 สรุปผลการวิเคราะห์ วิพากษ์ และข้อเสนอแนะ * บรรณานุกรม * ภาคผนวก

15 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ 1.ส่วนประกอบตอนต้น 1.1 ปกนอก 1.2 ปกใน 1.3 คำนิยม 1.4 คำนำ 1.5 สารบัญ 1.6 บัญชีตาราง 1.7 บัญชีภาพประกอบ

16 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ 2. ส่วนประกอบเนื้อหา เป็นส่วนที่จัดทำสารบัญ ที่แบ่ง ออกเป็นบท ๆ 3. ส่วนประกอบตอนท้าย 3.1 บรรณานุกรม 3.2 ภาคผนวก 3.3 ประวัติย่อผู้เขียน

17 การเลือกเรื่องทำงานเชิงสังเคราะห์ หลักเกณฑ์การเลือกเรื่อง 1.งานประจำที่ปฏิบัติ 2.ความสนใจและมีความเชี่ยวชาญ 3.เรื่องที่มีความสำคัญและเป็น ประโยชน์ 4.มีแหล่งข้อมูลให้ค้นคว้า

18 การเลือกเรื่องทำงานเชิงสังเคราะห์ หลักเกณฑ์การเลือกเรื่อง 5.ขอบเขตของเรื่อง 6.ไม่สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย เกินไป 7.เสี่ยงต่ออันตราย **รายงานประจำปี รายงานการ ประชุม ข้อร้องเรียน การ ประชุมสัมมนา การะดมสมอง ผลตรวจประกันคุณภาพ

19 บทที่ 1 บทนำ 1.ภูมิหลัง / ความสำคัญเรื่อที่จะวิเคราะห์ 2.วัตถุประสงค์เรื่องที่จะวิเคราะห์ 3.ประโยชน์ของเรื่องที่จะวิเคราะห์ 4.ของเขตของเรื่องที่จะวิเคราะห์ 5.นิยามศัพท์เฉพาะ 6.สมมติฐานการวิเคราะห์

20 ภูมิหลัง/ความสำคัญ *หา Keyword ของหัวเรื่องที่เลือก ดึงเอาคำนั้นมาอธิบายถึง ความสำคัญว่าเป็นอย่างไร ทำไม จึงสนใจจะวิเคราะห์ มีหลักฐาน อะไร *ทำแล้วได้อะไร อยากรู้คำตอบอะไร

21 ข้อสังเกต 1. ชื่อเรื่องเป็นงานประจำที่ปฏิบัติ ข้อมูล ก็มีอยู่แล้ว ขอบเขตไม่กว้าง ไม่แคบ ไม่สิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่ายมากนัก 2. Keyword ของเรื่องคือ พนักงาน มหาวิทยาลัยระบบสัญญาจ้าง อธิบาย ความเป็นมา ทำไมต้องจ้าง จ้างใคร ที่ ไหน ทำไม * ก. พ. คปร. ครม. งปม. กรมบัญชีกลาง สกอ มหาวิทยาลัย การปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยใน กำกับเป็นเหตุสำคัญ

22 ข้อสังเกต 3. ทำแล้วได้อะไร ทำให้มีความรู้ความ เข้าใจระบบการบริหารบุคลระบบ สัญญาจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยของ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ 4. อยากรู้เรื่องอะไร ระบบการบริหารงาน บุคคลด้วยระบบสัญญาจ้างพนักงาน ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ใน 17 ประเด็น 5. มีหลักฐานสนับสนุนอ้างอิงได้ทุก ขั้นตอนที่นำเสนอ

23 วัตถุประสงค์เรื่องที่จะวิเคราะห์ 1. ประเด็นที่เราอยากรู้หรือสงสัยในท้ายทบที่ 1 ต้องสัมพันธ์กันกับวัตถุประสงค์ 2. การเขียนวัตถุประสงค์ ต้องอธิบายได้ วัดได้ เป็นรูปธรรม * เพื่อศึกษากระบวนการบริหารงานบุคคลระบบ สัญญาจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐใน ประเด็นสำคัญ 17 ประเด็น *เพื่อเปรียบเทียบลักษณะการวิเคราะห์ จำแนกแจกแจงความเหมือและความ แตกต่างของกระบวนการบริหารบุคลฯ

24 ประโยชน์ของเรื่องที่จะวิเคราะห์ * เขียนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ หลักการ วัตถุประสงค์ทำไปทำไม ก็ได้รับ อย่างนั้น * ได้มีความรู้ความเข้าใจในระบบการบริหารงาน บุคคลระบบสัญญาจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ของรัฐใน 17 ประเด็น *ไดทราบถึงความเหมือและความแตกต่าง ของกระบวนการบริหารบุคลฯ ใน 17 ประเด็น

25 ข้อสังเกต * เพื่อศึกษากระบวนการบริหารงานบุคคลระบบ สัญญาจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐใน ประเด็นสำคัญ 17 ประเด็น ** ประโยชน์ คือ ความรู้ความเข้าใจ *เพื่อเปรียบเทียบลักษณะการวิเคราะห์ จำแนกแจกแจงความเหมือและความ แตกต่างของกระบวนการบริหารบุคลฯ **ทราบถึงความเหมือน/ความต่าง

26 ขอบเขตของเรื่องที่จะวิเคราะห์ 1. จำกัดโดยระยะเวลา เช่นกำหนดปีการศึกษาฯ *ศึกษาเอกสาร ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หนังสือเวียน มติต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ของรัฐ จำนวน 20 แห่ง ที่นำเสนอในการ จัดประชุมผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐทั่วประเทศ ณ วันที่ 29 มกราคม 2547 ยกเว้น มหาวิทยาลัยรามคำแหง

27 ขอบเขตของเรื่องที่จะวิเคราะห์ 2. จำกัดโดยสถานที่ ระบุสถานที่ในการวิเคราะห์ ลงไปให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น พนักงาน มหาวิทยาลัยของรัฐ หรือ การบริหาร 10 ส่วน งานในกำกับสังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ตามระเบียบการบริหารส่วนงานใน กำกับของมหาวิทยาลัย พ. ศ วิโรฒ ตามระเบียบการบริหารส่วนงานใน กำกับของมหาวิทยาลัย พ. ศ. 2543

28 ขอบเขตของเรื่องที่จะวิเคราะห์ 3. จำกัดขอบเขตโดยเนื้อหา เป็นการจำกัด ขอบเขตให้แคบลง เช่นการเปรียบเทียบการ บริหารบุคคลระบบสัญญาจ้างพนักงาน มหาวิทยาลัย / สถาบันของรัฐ จำกัดขอบเขต ให้แคบลง การเปรียบเทียบการจัดสวัสดิการ และประโยชน์เกื้อกูลพนักงานมหาวิทยาลัย / สถาบันของรัฐ

29 นิยามศัพท์เฉพาะ * เป็นคำเฉพาะใช้ในเรื่องนี้เท่านั้น มีความหมาย เช่นนี้ *เป็นข้อตกลงเบื้อต้นกับผู้อ่านก่อน เพื่อ ป้องกันเอาไปอ้างอิงผิดพลาด *ทำให้ไม่ต้องเขียนยืดยาวในเอกสารครั้ง ต่อ ๆ ไป

30 สมมติฐานการวิเคราะห์ โดยหลักการทั่ว ๆ จะไม่มีการตั้งสมมติฐานการวิเคราะห์

31 การรวบรวมเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องที่จะวิเคราะห์ ส่วนที่ต้องศึกษาแนวคิด ทฤษฎี กฎ ระเบียบ ประกาศ หนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง นำมาอธิบาย ในลักษณะ ผสมผสานให้เป็นเนื้อเดียวกัน มี ความสัมพันธ์กัน เรียงตามลำดับความสำคัญ หรือเวลา ควรสรุปในแต่ละเรื่องเป็นแนวคิด ของผู้วิเคราะห์

32 การอ้างอิง การอ้างอิงหน้าข้อความ การอ้างอิงหน้าข้อความ การอ้างอิงระหว่างข้อความ การอ้างอิงระหว่างข้อความ การอ้างอิงหลังข้อความ การอ้างอิงหลังข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งปฐมภูมิ ควรอ้างอิงแหล่งปฐมภูมิ เสถียร คามีศักดิ์ (2549:14-16)ต้น เสถียร คามีศักดิ์ (2549:14-16)ต้น (เสถียร คามีศักดิ์ : 24)ระหว่าง/ ท้าย (เสถียร คามีศักดิ์ : 24)ระหว่าง/ ท้าย “พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพล เรือนใสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอน... “พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพล เรือนใสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอน...

33 วิธีการดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ นำวัตถุประสงค์มากล่าวอ้างอีกครั้ง ร้อยเรียง กันให้เป็นประโยค หรือข้อความย้ำให้ผู้อ่าน ทราบ โดยเกริ่นนำ เช่น “ การวิเคราะห์ครั้งนี้ มี จุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างในแนวกว้างของ กระบวนการบริหารงานบุคคลระบบสัญญาจ้าง พนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งได้กำหนดวิธี การศึกษาเปรียบเทียบไว้ดังต่อไปนี้ ” นำวัตถุประสงค์มากล่าวอ้างอีกครั้ง ร้อยเรียง กันให้เป็นประโยค หรือข้อความย้ำให้ผู้อ่าน ทราบ โดยเกริ่นนำ เช่น “ การวิเคราะห์ครั้งนี้ มี จุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างในแนวกว้างของ กระบวนการบริหารงานบุคคลระบบสัญญาจ้าง พนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งได้กำหนดวิธี การศึกษาเปรียบเทียบไว้ดังต่อไปนี้ ”

34 สิ่งที่ควรนำเสนอในบทนี้ มีใครเกี่ยวข้องบ้าง จะวิเคราะห์ประเด็นอะไร มีใครเกี่ยวข้องบ้าง จะวิเคราะห์ประเด็นอะไร ( ประชากร / กลุ่มตัวอย่าง / ผลงานย้อนหลัง / ขั้นตอนการทำงาน / เอกสารที่ใช้อ้างอิงในการ ปฏิบัติงาน )( ประชากร / กลุ่มตัวอย่าง / ผลงานย้อนหลัง / ขั้นตอนการทำงาน / เอกสารที่ใช้อ้างอิงในการ ปฏิบัติงาน ) การแยกองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างมีระบบ การแยกองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างมีระบบ ใช้เครื่องมือ เกณฑ์ในการวิเคราะห์ ( กฎหมาย / เกณฑ์มาตรฐาน / หลักการทำงานที่มี คุณภาพ / ใช้ค่าสถิติ / เกณฑ์ของเบสต์ ) ใช้เครื่องมือ เกณฑ์ในการวิเคราะห์ ( กฎหมาย / เกณฑ์มาตรฐาน / หลักการทำงานที่มี คุณภาพ / ใช้ค่าสถิติ / เกณฑ์ของเบสต์ ) จะมีขั้นตอนในการสร้างเครื่องมืออย่างไร เพื่อให้มีความเชื่อมั่น ใช้เทคนิคเดลฟาย จะมีขั้นตอนในการสร้างเครื่องมืออย่างไร เพื่อให้มีความเชื่อมั่น ใช้เทคนิคเดลฟาย

35 สิ่งที่ควรนพเสนอ จะเก็บข้อมูลอย่างไร ต้องเขียนอธิบายให้ เชื่อถือได้ จะเก็บข้อมูลอย่างไร ต้องเขียนอธิบายให้ เชื่อถือได้ จะดำเนินการวิเคราะห์อย่างไร เมื่อได้ข้อมูล แล้วจะทำอย่างไรกับข้อมูล จะดำเนินการวิเคราะห์อย่างไร เมื่อได้ข้อมูล แล้วจะทำอย่างไรกับข้อมูล

36 ใครเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องกับเรื่อง อะไรบ้าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ถ้านำประชากรมา ทั้งหมดจะมากเกินไป เสียเวลา / ค่าใช้จ่ายสูง จึงต้องนำตัวแทนของกลุ่มประชากร คือกลุ่ม ตัวอย่าง ใช้ Krejcie ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ถ้านำประชากรมา ทั้งหมดจะมากเกินไป เสียเวลา / ค่าใช้จ่ายสูง จึงต้องนำตัวแทนของกลุ่มประชากร คือกลุ่ม ตัวอย่าง ใช้ Krejcie

37 ใครเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องกับเรื่อง อะไรบ้าง วิเคราะห์งาน - ไม่สำเร็จ ตามตัวชี้วัด ต้องนำ ภาระงานของปีที่ผ่านมาวิเคราะห์ โดยหลักการ จะนำผลการปฏิบัติงานย้อนหลัง 3-5 ปีมา สร้างตารางนำเสนอ ว่าเป็นอย่างไร วิเคราะห์งาน - ไม่สำเร็จ ตามตัวชี้วัด ต้องนำ ภาระงานของปีที่ผ่านมาวิเคราะห์ โดยหลักการ จะนำผลการปฏิบัติงานย้อนหลัง 3-5 ปีมา สร้างตารางนำเสนอ ว่าเป็นอย่างไร โดยใช้ชื่อตารางว่า “ แสดงการบันทึก ผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ของงาน ” โดยใช้ชื่อตารางว่า “ แสดงการบันทึก ผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ของงาน ” ภาระงาน - ปริมาณ - คุณภาพ ( ถูกต้อง - ทันเวลา ) ภาระงาน - ปริมาณ - คุณภาพ ( ถูกต้อง - ทันเวลา ) หมายเหตุ บอกจำนวน และเหตุไม่เป็นไปตาม ตัวชี้วัด หมายเหตุ บอกจำนวน และเหตุไม่เป็นไปตาม ตัวชี้วัด

38 ใครเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องกับเรื่อง อะไรบ้าง ต้องเสนอขั้นตอนในการปฏิบัติงาน พร้อม ระยะเวลาที่กำหนด เพื่อแยกแยะองค์ประกอบ หาสาเหตุ ว่าผลงานสำเร็จตามตัวชี้วัด หรือไม่ สำเร็จตามตัวชี้วัด เพราะอะไร ต้องเสนอขั้นตอนในการปฏิบัติงาน พร้อม ระยะเวลาที่กำหนด เพื่อแยกแยะองค์ประกอบ หาสาเหตุ ว่าผลงานสำเร็จตามตัวชี้วัด หรือไม่ สำเร็จตามตัวชี้วัด เพราะอะไร

39 การแยกแยะองค์ประกอบอย่างมี ระบบ 1.BRAIM STORMING-ระดมสมอง กลุ่มที่สนใจ Focus Group 6-12 ภายใต้การเลือกเฉพาะเจาะจง Purposive Sampling กลุ่มที่สนใจ Focus Group 6-12 ภายใต้การเลือกเฉพาะเจาะจง Purposive Sampling

40 การแยกแยะองค์ประกอบอย่างมี ระบบ 2. Delphi Technique ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ ควรเกิน 10 คน แดสงความคิดเห็น อย่างอิสระ กลั่นกรองความคิดอย่าง รอบครอบ ปราศจากการชี้นำ อาจจะต้องสร้างเป็นแบบสอบถาม ปลายเปิด-ประมาณค่า

41 การแยกแยะองค์ประกอบอย่างมี ระบบ 3. ใช้เทคนิค SWOT ใช้เทคนิคระดม สมองเข้าช่วยแยกแยะองค์ประกอบ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก มองจากข้างนอกเข้าข้างใน-โอกาส (O) อุปสรรค(T)/ภายในมองข้างใน ไปข้างนอก-จุดแข็ง(S) จุดอ่อน(W)

42 การแยกแยะองค์ประกอบอย่างมี ระบบ S-O มีจุดแข็งมีโอกาส จะทำอะไร S-O มีจุดแข็งมีโอกาส จะทำอะไร O-W โอกาสไปปิดจุดอ่อน ทำอย่างไร S-T มีจุดแข็งจะแก้อุปสรรค อย่างไร W-T มีจุดอ่อน มีอุปสรรค จะป้องกัน อย่างไร จะเสริมสร้างจุดอ่อน อย่างไร **ทำแล้ว**

43 การนำผลที่ได้จากการแยก องค์ประกอบอย่างมีระบบมาลงผัง 1.ผังก้างปลา Fish Bone Diagram 2.ผังรากไม้ Tree Diagram 3.ตาราง SWOT

44 ผังก้างปลา * ค. ศ.1943 ศ. คาโอรุซิเกว่า ชาวญี่ปุ่น ผัง อิ ซิกาว่า (Ishikawa Diagram) แผนที่แสดง ถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัญหากับสาเหตุ * ผังก้างปลา (Fish Bone Diagram) สำนักงานอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น (JIS) คือ แผนผังที่ใช้แสดงความสัมพันธ์อย่างเป็น ระบบระหว่างสาเหตุหลาย ๆ สาเหตุที่ส่งผล กระทบให้เกิดปัญหาใดปัญหาหนึ่ง

45 ผังก้างปลา * กำหนดปัญหาที่หัวปลา * กำหนดกลุ่มปัญหาที่จะเกิดปัญหานั้น * ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย * หาสาเหตุหลักของปัญหา * จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ * สรุปแนวทางการปรับปรุงที่จำเป็น

46 ผังรากไม้ * แผนผังครอบครัว (Family Tree) และ การจัดแผนผังองค์กร (Organization Chart ) แผนภูมิต้นไม้ (Tree Diagram) แผนภูมิระบบ (Systematic Diagram) * ผังรากไม้ เอาปัญหามากำหนดเป็นโคนต้นไม้ แล้วแตกเป็นรากแขนง (Primary root) มากมายแต่ละรากแขนงจะแตกออกเป็นราก ฝอย (Secondary root) ย่อย ๆ ต้นตอ ขอสาเหตุอาจโยงไปโยงมา ปลายรากแต่ละ รากคือคำตอบ

47 เทคนิคการระดมสมอง * ใช้ในทุกขั้นตอนที่ต้องการความคิด หลากหลาย และสร้างสรรค์ * เมื่อต้องการวิเคราะห์ปัญหา * เมื่อต้องการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น * เมื่อต้องการตั้งหัวข้อปัญหาเพื่อจะทำงานเชิง วิเคราะห์

48 * ค่าใช้จ่าย เวลา ทรัพยากร ปรัชญา / วิธีการทำงาน เชิงบวกต่อผู้บริหาร เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

49 แสดงความคิดอย่างอิสระ ห้ามวิพากษ์ความคิดเห็นของผู้อื่น ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่มีการอภิปรายความเห็นของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการปะทะคารม 66, ,7 20 (2 8, 55 0) 59, ,9 00 (2 3, 23 0) 50, ,0 80 (1 8, 19 0) 36, ,3 30 (1 2, 53 0) 7, 94 0 – 22,2 20 (6, 80 0) 4, 63 0 – 18,1 90 กฎกติกามารยาทในการระดมสมอง

50 อนุญาตให้ออกนอกลู่นอกทางได้ ปริมาณยิ่งมากยิ่งดี สั้นกระซับ สร้างสรรค์ / อารมณ์ขัน ใช้เวลา , ,7 20 (2 8, 55 0) 59, ,9 00 (2 3, 23 0) 50, ,0 80 (1 8, 19 0) 36, ,3 30 (1 2, 53 0) 7, 94 0 – 22,2 20 (6, 80 0) 4, 63 0 – 18,1 90 กฎกติกามารยาทในการระดมสมอง

51 เมื่อได้ผลนำมาปรับปรุง ต้องให้ศึกษาล่วงหน้า ป้องกันการขัดแย้งแสดงความเห็น อย่างใช้อำนาจกดขี่ความคิด 66, ,7 20 (2 8, 55 0) 59, ,9 00 (2 3, 23 0) 50, ,0 80 (1 8, 19 0) 36, ,3 30 (1 2, 53 0) 7, 94 0 – 22,2 20 (6, 80 0) 4, 63 0 – 18,1 90 กฎกติกามารยาทในการระดมสมอง

52 จะใช้เครื่องมือ/ใช้เกณฑ์อะไร 1.กฎหมาย 2.เกณฑ์มาตรฐาน3.หลักการทำงานมีคุณภาพ

53 จะใช้เครื่องมือ/ใช้เกณฑ์อะไร 1.กฎหมาย 2.เกณฑ์มาตรฐาน ใช้ค่าสถิติ/ค่าร้อยละ นำเสนอผลใน รูปกราฟแบบต่าง ๆ หรือออกแบบ ตาราง แล้วอธิบายเป็นลายลักษณ์ อักษร

54 จะใช้เครื่องมือ/ใช้เกณฑ์อะไร สร้างเครื่องมือในการวิเคราะห์เป็น แบบสอบถาม ต้องหาค่าสถิติแบบ ง่าย หาค่าเฉลี่ย แล้วใช้เกณฑ์ของ Best เช่น เห็นด้วยน้อย เห็นด้วยปานกลาง เห็นด้วยมาก

55 จะใช้เครื่องมือ/ใช้เกณฑ์อะไร เกณฑ์ของ Best ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่เห็นด้วย ไม่แน่ใจหรือเฉย ๆ เห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่งๆ

56 ใช้เกณฑ์การทำงานมีคุณภาพ เทคนิค PDCA * ค. ศ การควบคุมกระบวนการเชิงสถิติ วงจร STEWART * ค. ศ W. Edwards Deming วงจร Deming พัฒนาด้านการบริหารคุณภาพ ความสัมพันธ์ 4 ฝ่ายในการทำธุรกิจ “คุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้า” ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย ฝ่าย วิจัย

57 เทคนิค PDCA * พัฒนาให้เข้ากับวงจรการบริหาร ขั้นการ วางแผน ขั้นปฏิบัติ ขั้นตรวจสอบ ขั้นดำเนินการให้เหมาะสม ( ขั้นการปรับปรุง แก้ไข ) * แพร่หลายที่ ญี่ปุ่น วงจร PDCA การบริหาร จัดการควบคุมคุณภาพ คือ การวางแผน ( Plan) ปฏิบัติ ( Do) ตรวจสอบ ผลลัพธ์ ( Check) กำหนด มาตรการแก้ไข ( Action)

58 มีการวางแผนปฏิบัติหรือไม่ P ทำตามแผนหรือไม่ D กำหนดแนวทางปรับปรุงอย่างไร ประเมิน / ตรวจสอบหรือไม่ C ประเมินแนวทางแก้ไข การแก้ไข จัดเป็นมาตรฐานหรือไม่ บันทึกผลการปฏิบัติงาน A วิเคราะห์ศึกษาใหม่ 66, ,7 20 (2 8, 55 0) 59, ,9 00 (2 3, 23 0) 50, ,0 80 (1 8, 19 0) 36, ,3 30 (1 2, 53 0) 7, 94 0 – 22,2 20 (6, 80 0) 4, 63 0 – 18,1 90 วิธีการ PDCA

59 เทคนิค Balanced Scorecard * Professor Robert Kaplan และ Dr. Norton สำรวจตลาดหุ้นอเมริกา ส่วนใหญ่ ประเมินตัวชี้วัดด้านการเงินเพียงตัวเดียว *ประเมินใน 4 ด้าน เชื่อมโยงสอดคล้องกัน และผูกโยงเข้ากับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ *FINACIAL PERSPECTIVEเงิน *CUSTOMER PERSPECTIVEลูกค้า *INTERNAL PROCESS PERSPECTIVE กระบวนการ *LEANING AND GROWTH PERSPECTIVEการเรียนรูและพัฒนา

60 กลวิธี Balanced Scorecard *เก็บข้อมูลย้อนหลัง 3-5 ปี ข้อมูล Fact แยก ออกเป็น 4 ด้าน การเงิน ลูกค้า กระบวนการ การเรียนรู้และพัฒนา *วิเคราะห์ว่าบรรลุผลสำเร็จหรือไม่ มีแนวโน้ม อย่างไร เพิ่ม ลด คงที่ ทำเป็นรูปกราฟ *หาจุดอ่อน หาจุดแข็ง ว่ามีอะไรบ้าง *หาต้นตอของสาเหตุ ข้อแตกต่าง ปรับปรุง แก้ไข อย่างไร

61 กลวิธี Balanced Scorecard *นำผลที่ได้เทียบกับเกณฑ์ 4 ด้าน *วิเคราะห์เสนอวิธีใหม่ *จัดทำแผนโครงการกิจกรรม เสนอดำเนินการ

62 เทคนิค SIX SIGMA *งานไม่เป็นไปตามมาตรฐานเพียง 3-4 ชิ้นใน งาน 1 ล้านชิ้น *เป็นกลยุทธ์ของฝ่ายบริหารในการพัฒนา คุณภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้า ให้เกิดความพึงพอใจ สูงสุด ลดความสูญเสีย ที่ทำให้เกิดความไม่ พึงพอใจน้อยที่สุด

63 *ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง *บริหารจัดการใช้ข้อมูล ใช้ข้อเท็จจริง *มุ้งเน้นที่กระบวนการ *การจัดการเชิงรุก *แก้ปัญหาแบบไร้พรหมแดน 66, ,7 20 (2 8, 55 0) 59, ,9 00 (2 3, 23 0) 50, ,0 80 (1 8, 19 0) 36, ,3 30 (1 2, 53 0) 7, 94 0 – 22,2 20 (6, 80 0) 4, 63 0 – 18,1 90 วิเคราะห์การปฏิบัติงานของเรา

64 *ฝ่ายบริหารมีส่วนร่วม/เป็นผู้นำ *ใช้นวัตกรรม *ความคิดสร้างสรรค์ *มุ่งความเป็นเลิศ *พัฒนาแบบไม่หยุดยั้ง 66, ,7 20 (2 8, 55 0) 59, ,9 00 (2 3, 23 0) 50, ,0 80 (1 8, 19 0) 36, ,3 30 (1 2, 53 0) 7, 94 0 – 22,2 20 (6, 80 0) 4, 63 0 – 18,1 90 วิเคราะห์การปฏิบัติงานของเรา

65 เทคนิค COMPARATIVE แบ่งเป็น 2 ลักษณะ 1.เปรียบเทียบลักษณะวิเคราะห์ ก. กำหนดเป้าหมาย ข. กำหนดเกณฑ์ / กรอบ การเปรียบเทียบ ค. นำข้อมูลมาเทียบเคียงกัน ง. วิเคราะห์ประเมินผลการเปรียบเทียบ

66 เทคนิค COMPARATIVE แบ่งเป็น 2 ลักษณะ 2. เปรียบเทียบลักษณะสร้างสรรค์ ก. กำหนดกรอบแนวคิดที่ต้องการ ข. ดึงลักษณะเด่นออกมาเปรียบเทียบ ค. พิจารณาความเหมาะสมที่จะเอามาแทนที่ ง. ประยุกต์ให้เหมาะสมกับเป้าหมายในการ นำมาใช้

67 ประยุกต์Benchmarking มา เปรียบเทียบ นอกจากจะเปรียบเทียบ ความเหมือน ความ ต่าง วิเคราะห์เปรียบเทียบของเขา - ของเรา 1. กระบวนการทำงาน 2. การจัดองค์กร 3. กลยุทธ์ 4. ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการผลิตและบริการ

68 ประโยชน์ COMPARATIVE 1.เข้าใจเรื่องที่ยาก และซับซ้อนได้ง่ายขึ้น 2.เข้าใจตรงกันในมาตรฐานที่แตกต่างกัน3.ช่วยลดเวลาในการอธิบาย4.จูงใจให้เกิดการคล้อยตาม5.จุดประกายความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่

69 วิธีการ COMPARATIVE 1.กำหนดกรอบแนวคิดการเปรียบเทียบ2.ออกแบบตารางการเปรียบเทียบ 3.กำหนดเกณฑ์การเปรียบเทียบ เด่น-ด้อย- ข้อจำกัด ตามข้อกำหนด วัตถุประสงค์ ฯลฯ 4.สรุป ประยุกต์ ผลการเปรียบเทียบ พร้อมข้อ วิจารณ์ ข้อเสนอแนะ

70 ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือให้มีความเชื่อมั่น ต้องเขียนอธิบายว่าศึกษามาอย่างไร จากที่ไหนบ้าง เมื่อสร้างแล้วต้องหา ความเที่ยงตรง ส่วนใหญ่ก็ให้ ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนนำไป ทดลองTry-Out

71 การเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ ต้องเขียนอธิบายให้มีหลักฐานที่ น่าเชื่อถือได้ว่าเก็บข้อมูลมาอย่างไร เจ้าตัวเก็บเอง หรือให้คนอื่นเก็บให้ - เก็บเอง – ผู้เกี่ยวข้องช่วยเก็บ ตัวอย่าง..

72 จะดำเนินการวิเคราะห์อย่างไร เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วทำอย่างไร ต้อง เขียนอธิบายให้ชัดเจนว่าแยะแยะ องค์ประกอบอย่างไร แต่ละ องค์ประกอบจำทำการวิเคราะห์ อย่างไร ตัวอย่าง....

73 การเสนอผลการวิเคราะห์ ในส่วนนี้ต้องเขียนอธิบายว่ามีขั้นตอนใน การทำการวิเคราะห์อย่างไร ให้ ละเอียด ใช้เกณฑ์อะไรในการ วิเคราะห์ ในประเด็นไหนบ้าง เป็นส่วนออกแบบตารางเสนอผลการ วิเคราะห์/ออกแบบรูปกราฟ-เส้น- แท่ง-วงกลม ตัวอย่าง

74 การสรุป วิพากษ์ ให้ข้อเสนอแนะ 1. จะนำวัตถุประสงค์มากล่าวย้ำอีกครั้ง 2. จะอธิบายว่ามีวิธีการดำเนินการ วิเคราะห์อย่างไร ตอนไหนทำอะไร 3. เขียนชี้แจงว่าได้ข้อมูลมาแล้วมีวิธีการ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร ใช้เกณฑ์ อะไร 4. สรุปผลการวิเคราะห์และวิพากษ์

75 การเขียนสรุป 1. เขียนเฉพาะสาระสำคัญของเรื่องราว ทั้งหมดทำให้ผู้อ่านทราบความเป็นมา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ ขอบเขต วิธีการดำเนินการ ผลของการ ดำเนินการ รวมทั้งข้อสรุป วิธีเขียน ต้องเขียนลักษณะบทความ

76 การเขียนสรุป 1.1 ตอบปัญหาที่กำหนดไว้ 1.2 อยู่ภายใต้ขอบเขตที่กำหนด 1.3 ตามข้อเท็จจริงไม่ลำเอียง 1.4 เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ 1.5 ทบทวนอย่างรอบครอบแล้ว

77 การเขียนวิพากษ์ 2. การเขียนวิพากษ์ / อภิปราย เพื่อยืนยัน ให้ผู้อ่านเห็นว่า ผลการวิเคราะห์ที่ได้ น่าเชื่อถือ ถูกต้อง หรือมีข้อขัดแย้ง ต้องอธิบายเหตุผลและหาข้อมูลชี้แจง

78 การเขียนข้อเสนอแนะ 1. การนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง 2.การทำงานเรื่องคล้ายกัน ต้อง ระวังอะไรบ้าง เรามีปัญหา อย่างไร ต้องเสนอแนะให้ชัดเจน 3.การจำทำเรื่องคล้ายกัน ควร วิเคราะห์ในประเด็นไหนอีก

79 การเขียนข้อเสนอแนะยึดหลัก 1. ไม่ใช่เกิดจากข้อคิดเห็น 2.ควรคำนึงข้อจำกัด เงิน เวลา ความจำเป็น 3.ข้อเสนอแนะทุกประเด็นต้องมีรา ละเอียดให้มากพอสมควร พอที่ สามารถนำไปปฏิบัติได้

80 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ ส่วนประกอบตอนต้น * ปกนอก *ปกใน*คำนิยม*คำนำ *สารบัญ *บัญชีตาราง/บัญชีภาพประกอบ

81 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ ส่วนประกอบเนื้อหา * ส่วนที่จัดทำสารบัญเป็นบท ๆ ส่วนประกอบตอนท้าย * บรรณานุกรม *ภาคผนวก*ประวัติผู้เขียน

82 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ คำนิยม * รับรองจากผู้บังคับบัญชา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ในช่วงนั้น เพื่อให้ผลงานเป็นที่ น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น คำนำ * บอกขอบข่ายของเรื่อง * สาเหตุที่สนใจ * จุดมุ่งหมาย * ขอบคุผู้ช่วยเหลือ

83 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ สารบัญ เป็นบัญชีบอกแต่ละบท หัวข้อสำคัญที่ เรียงลำดับ ปรากฏอยู่หน้าใดในเล่ม บัญชีตาราง / ภาพประกอบ * แยกตารางและภาพประกอบ ว่ามี อะไรบ้างอยู่หน้าใด * ต้องกล่าวนำตาราง / ภาพประกอบก่อน ว่าจะแสดงอะไร และต้องมีเลขกำกับ

84 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ บรรณานุกรม * จะอยู่ต่อจากบทสุดท้าย เป็นการบอกว่า ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้ามาจากที่ได้ บ้าง ของใคร เมื่อไร * อ้างอิง นาม - ปี เอามาจากการอ้างอิง ในเนื้อหา * ให้เอาภาษาไทยขึ้นก่อน และตามด้วย ภาษาตางประเทศ

85 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ ภาคผนวก เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ค้นคว้า ไดเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ใช้ เนื้อหาของงาน จะมีหรือไม่ แล้วแต่ความจำเป็น สิ่งสำคัญ อยู่ที่เนื้อหา

86 ส่วนประกอบของรูปเล่มงานเชิงวิเคราะห์ ประวัติผู้เขียน เขียนประวัติอย่าย่อ ว่ามีความรู้ความชำนาญ เชี่ยวชาญอย่างไร ทำให้ผลงาน เป็นที่น่าเชื่อถือ ให้ผู้ศึกษา ค้นคว้าติดต่อสอบถามเรื่องราว เพิ่มเติมได้

87 mail.com


ดาวน์โหลด ppt เสถียร คามีศักดิ์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การทำงานเชิง วิเคราะห์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google