งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ทฤษฏีพฤติกรรมผู้บริโภค เป้าหมายาของทฤษฏีนี้คือ การอธิบายว่า ผู้บริโภคได้จัดสรรทรัพยากร ( รายได้ ) ของเขา ในการซื้อสินค้าบริการต่างๆอย่างไร ทฤษฏีนี้จะประกอบด้วย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ทฤษฏีพฤติกรรมผู้บริโภค เป้าหมายาของทฤษฏีนี้คือ การอธิบายว่า ผู้บริโภคได้จัดสรรทรัพยากร ( รายได้ ) ของเขา ในการซื้อสินค้าบริการต่างๆอย่างไร ทฤษฏีนี้จะประกอบด้วย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ทฤษฏีพฤติกรรมผู้บริโภค เป้าหมายาของทฤษฏีนี้คือ การอธิบายว่า ผู้บริโภคได้จัดสรรทรัพยากร ( รายได้ ) ของเขา ในการซื้อสินค้าบริการต่างๆอย่างไร ทฤษฏีนี้จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ ความพึงพอใจของผู้บริโภค (consumer preferences) ความจำกัดของรายได้ ( งบประมาณ ) (budget constraints) ทางเลือกที่ผู้บริโภคได้เลือก (consumer choices)

2 ความพึงพอใจของ ผู้บริโภค สินค้าบริการที่ผู้บริโภคต้องตัดสินใจเลือกมี ทั้งชนิดและจำนวน ตระกร้าสินค้าบริการ (market basket) หรือ กลุ่มสินค้าบริการ (bundle) เรียกแทนรายการ ของสินค้าบริการประเภทหนึ่งที่มีปริมาณหนึ่งๆ เช่น market basket อาหาร ( กก.) เสื้อผ้า ( ชุด ) A2030 B1050 C4020 D3040

3 ข้อสมมติพื้นฐานเกี่ยวกับ ความพึงพอใจ ข้อสมมติที่กำหนดให้ความพึงพอใจของ ผู้บริโภคมีต่อสินค้าบริการมี 3 ประการคือ 1. Completeness “ ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบและ เรียงลำดับความพึงพอใจที่มีต่อตระกร้าสินค้า แบบต่างๆได้ ” มีความเป็นไปได้ 3 ทางสำคัญ A และ B ( อย่างใดอย่างหนึ่ง ) พึงพอใจ A มากกว่า B พึงพอใจ B มากกว่า A พึงพอใจ A เท่ากับ B (indifferent)

4 2. Transitivity “ ถ้าพึงพอใจ A มากกว่า B และพึงพอใจ B มากกว่า C ต้องพึงพอใจ A มากกว่า C” ข้อนี้เป็นการสร้างความสอดคล้องใน ความพึงพอใจ 3. More is better than less. “ พึงพอใจในปริมาณที่มากกว่า ” “ ความพึงพอใจไม่มีที่สิ้นสุด ” ข้อสมมติทั้งสามช่วยให้ความพึงพอใจของ ผู้บริโภคมีเหตุมีผล และเป็นประโยชน์ในการ วิเคราะห์

5 เราสามารถแสดงความพึงพอใจของ ผู้บริโภคในแนว รูปกราฟด้วยเส้นความพึงพอใจ เท่ากัน (indifference curve) IC แทนคู่หรือชุด (combinations) ของตระ กร้าสินค้าต่างๆที่ทำให้ผู้บริโภคได้ความพึง พอใจที่เท่ากัน IC จะมีคุณสมบัติทั้งสาม สามารถแยกคู่ของกระกร้าสินค้า ( กลุ่มของ สินค้า ) ที่อยู่บนเส้น IC เดียวกันได้ ออกจากจุด อื่นที่ไม่อยู่บน IC นั้นๆ

6 Clothing (units per week) Food (units per week) D G H B E A

7 Clothing (units per week) Food (units per week) G H B E A U1 U1 D

8 IC จะลาดจากซ้ายไปยังขวาเสนอ IC จะไม่ลาดขึ้นจากซ้ายไปยังขวา เพราะจะ ขัดแย้งกับข้อสมมติที่ว่า “more is better than less” Indifference map แสดงกลุ่มของ IC ของ ผู้บริโภคที่มีต่อตระกร้าสินค้าต่างๆ IC ที่สูงกว่าจะมีความพึงพอใจที่มากกว่า IC จะต้องไม่ตัดกัน แต่ขนานกัน

9 Clothing (units per week) Food (units per week) D U3 U3 U2 U2 U1 U1 B A

10 Clothing (units per week) Food (units per week) B D U2U2 U1U1 A

11 ลักษณะ (Shape) ของ IC บอกการ ทดแทนสินค้าสองชนิดได้ (substitute) เพื่อให้ความพึงพอใจคงที่ ถ้าได้สินค้าชนิด หนึ่งเพิ่มขึ้น ต้องนำสินค้าอีกชนิดไปแลก ( ทำ ให้เหลือน้อยลง ) เราวัดการทดแทนนี้ด้วย Marginal Rate of Substitution (MRS) MRS ของอาหาร (f) แลกกับด้วยเสื้อผ้า (c) คือ จำนวน ( หน่วย ) ของเสื้อผ้าที่ผู้บริโภค ยินดีที่จะให้ไปเพื่อได้มาซึ่งอาหารเพิ่มขึ้นอีก 1 หน่วย

12 Clothing (units per week) Food (units per week) B A -6 D G E

13 MRS เท่ากับความชันของเส้น IC ( ค่า สัมบูรณ์ ) MRS = - C / F เนื่องจาก IC ส่วนใหญ่มี MRS ที่ลดลงเพื่อ เคลื่อนต่ำลงตามเส้น IC จึงเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Diminishing marginal rate of substitution” ในทางเทคนิค IC เป็นเส้นที่ convex หรือ วกเข้าหา (bowed inward) เมื่อเทียบกับจุด origin

14 Styli ng Perfor mance (a) Styli ng Perfor mance (b)

15 Apple Juice (glasses) (a) Perfect Substitutes Orange Juice (glasses)

16 Left Shoes (b) Perfect Complements Right Shoes

17 Bads คือ สินค้าบริการที่ผู้บริโภคพึงพอใจ ที่จะมีน้อยๆ ( ตรงข้ามกับ goods) เช่น ขยะ มลพิษ เป็นต้น วิธีการวิเคราะห์ก็ใช้หลักการ IC เหมือน ข้างต้นได้ แต่ ต้องเปลี่ยนหน่วยนับ ( หรือ แทนที่เป็น bads) ให้สอดคล้องกับ goods แทนที่จะเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นของ bads (1, 2, 3, …) เหมือนทั่วไป ต้องเป็นการลดลงของ bads (1, 2, 3, …) ซึ่งลดยิ่งมากก็ยิ่งพอใจ เพิ่มขึ้น เหมือน goods

18

19 หากแสดงความพึงพอใจของผู้บริโภคใน แนวทางคณิตศาสตร์จะอยู่ในรูปของ อรรถประโยชน์ (utility) อรรถประโยชน์ หมายถึง ตัวเลขที่แสดงถึง ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าบริการ ต่างๆ ฟังก์ชันอรรถประโยชน์ (utility function) คือ สูตรในการกำหนดขนาดของอรรถประโยชน์ ที่ได้จากสินค้าบริการ เช่น U (F,C) = F + 2C utility ต่างจาก IC ตรงที่ utility ใช้ตัวเลข ในการเปรียบเทียบความพึงพอใจ ขณะที่ IC เป็นเพียงการลำดับความพึงพอใจด้วยเส้นกราฟ

20 Clothing (units per week) Food (units per week) U 1 = 25 B A D U 2 = 50 U 3 =

21 ตัวเลขของอรรถประโยชน์จะสื่อความหมาย 2 แบบ คือ ตัวเลขที่เพียงบอกสูงต่ำหรือมากน้อย แต่ ไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างสอง ตัวเลขได้ จะเป็น ordinal utility ตัวเลขที่สามารถบอกความแตกต่าง ระหว่างสองตัวเลขได้ จะเป็น cardinal utility เช่น 6 เป็น 2 เท่าของ 3 เป็นต้น จะใช้ ordinal utility ก็เพียงพอแล้ว ดังนั้น จึงไม่สามารถนำอรรถประโยชน์มาเปรียบเทียบ ระหว่างบุคคลได้ (interpersonal comparisons of utility are impossible)


ดาวน์โหลด ppt ทฤษฏีพฤติกรรมผู้บริโภค เป้าหมายาของทฤษฏีนี้คือ การอธิบายว่า ผู้บริโภคได้จัดสรรทรัพยากร ( รายได้ ) ของเขา ในการซื้อสินค้าบริการต่างๆอย่างไร ทฤษฏีนี้จะประกอบด้วย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google