งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อย ในนักศึกษาแพทย์ ผศ นพ พนม เกตุมาน ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บรรยายในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การเพิ่มศักยภาพในการให้คำปรึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษา”

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อย ในนักศึกษาแพทย์ ผศ นพ พนม เกตุมาน ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บรรยายในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การเพิ่มศักยภาพในการให้คำปรึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษา”"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อย ในนักศึกษาแพทย์ ผศ นพ พนม เกตุมาน ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บรรยายในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การเพิ่มศักยภาพในการให้คำปรึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษา” วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

3 เป้าหมายการบรรยาย ปัญหาทางสุขภาพจิตในนักศึกษาแพทย์ –ปัญหาทางจิตเวช นศพ ศิริราช –โรคทางจิตเวชที่พบบ่อย/ การช่วยเหลือ บทบาทอาจารย์ที่ปรึกษา

4 Psychiatric Disorders in Siriraj Medical Students Dr. Panom Ketumarn MD. Department of Psychiatry Faculty of Medicine Siriraj Hospital

5 Methodology Retrospective descriptive study Siriraj counseling unit for medical students Medical chart review Psychiatric diagnosis DSM IV / ICD 10 Statistics –Descriptive : Frequency,Percentage,Incident Rate –Inferential : Chi Square Test

6 Male (%) Fema le (%) Total (%) No psychiatric dis. 22 (8.9) 5 (2) 27 (10.9 ) Psychiatric dis. 168 (67.7) 53 (21.4 ) 221 (89.1 ) Total190 (76.6) 58 (23.4 ) 248 (100)

7 นศพ. ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : เพศ

8 นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : อายุเริ่ม

9 นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : ชั้นปีเริ่ม

10 นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : ภูมิลำเนา

11 นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : ฐานะ

12 นศพ. ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : การมา

13 นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : จำนวนบริการ

14 ปัญหาจิตเวช ( แกน I) ปัญหา บุคลิกภาพ ( แกน II) %45.5 % 20.9 % นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : ปัญหา

15 Multiaxial Diagnosis Axis I Psychiatric Disorder Axis II Personality Disorder Axis III Physical disorder Axis IV Psychosocial Problem Axis V Global Functioning

16 Axis I Diagnosis 1. Adjustment dis % (78) 2.Mood dis. 28 % (51) 3.Anxiety dis. 7.7 % (14) 4.Schizophrenia 6.6 % (12) 5.Psychosomatics 4.4 % (8) 6.Substance use dis. 2.8 % (5) 7.Identity problem 2.8 % (5)

17 Axis I Diagnosis 8. Organic mental dis. 2.2 % (4) 9. Ch. motor tics 1.1 % (2) 10.Kleptomania 0.6 % (1) 11.Exhibitionism 0.6 % (1) 12.Diagnosis defered 0.6 % (1)

18 Axis II Diagnosis 1.Personality NOS 44.6 % (87) 2.Avoidant 18.9 % (37) 3.Obsessive Compulsive 14.4 % (28) 4.Antisocial 6.2 % (12) 5.Paranoid 4.6 % (9) 6.Dependent 4.6 % (9)

19 Axis II Diagnosis 7.Schizotypal 2.1 % (4) 8.Schizoid 1.5 % (3) 9.Histrionic 1.5 % (3) 10.Borderline 1 % (2) 11.Narcissistic 0.5 % (1)

20 จำนวน ( คน ) รหัสปี การศึกษา 25.. นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : รหัสปี

21 นศพ ที่มีปัญหาจิตเวช 221 ราย : ผลเรียน

22 Psychiatric Disorders in Retired Medical Students

23 นศพ ที่พ้นสภาพ 32 ราย : เพศ

24 นศพ ที่พ้นสภาพ 32 ราย : อายุที่เริ่มมีปัญหา

25 นศพ ที่พ้นสภาพ 32 ราย : ชั้นปีที่เริ่มมีปัญหา

26 นศพ. ที่พ้นสภาพ 32 ราย : ชั้นปีที่พ้นสภาพ

27 นศพ ที่พ้นสภาพ 32 ราย : จำนวนปีที่เรียน

28 ปัญหาจิตเวช ( แกน I ) ปัญหาบุคลิกภาพ ( แกน II ) 25.8 % 45.2 % 29 % นศพ ที่พ้นสภาพ 32 ราย : ปัญหา

29 Psychiatric Disorders in Retired Students 1.Major depression 15 % (6) 2.Personality NOS 15 % (6) 3.Schizophrenia 12.5 % (5) 4.Identity problem 10 % (4) 5.Gen. anxiety dis. 7.5 % (3) 6.Obsessive Compulsive Disorder 7.5 % (3) 7.Avoidant per. dis. 7.5 % (3)

30 Psychiatric Disorders in Retired Students 8.Schizotypal per. dis. 7.5 % (3) 9.Bipolar dis. 2.5 % (1) 10.Schizoaffective dis. 2.5 % (1) 11.Dysthymia 2.5 % (1) 12.Antisocial per. dis. 2.5 % (1) 13.Borderline per. dis. 2.5 % (1) 14.Cognitive dis. NOS 2.5 % (1) 15.Diagnosis deferred 2.5 % (1)

31 Conclusion Incident rate = 2.9 % Male > Female (3/1) Onset 2 nd year Age 20.5 Y Axis I Adjustment dis Mood dis. Axis II Personality NOS Avoidant

32 ปัญหานักศึกษาแพทย์ สุขภาพจิตและโรคจิตเวช ความประพฤติ การเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน / ความรัก เงิน

33 สุขภาพจิตและโรคจิตเวช

34 โรคความผิดปกติในการปรับตัว (Adjustment Disorders) ลักษณะสำคัญ มีอาการเกิดขึ้นหลังจากเผชิญกับการ เปลี่ยนแปลง หรือความเครียดในชีวิตประจำวัน (psychosocial stressors) เช่น การย้าย สถานที่เรียน การมีเพื่อนกลุ่มใหม่ การอยู่หอพัก ฯลฯ อาการเกิดภายใน 3 – 6 เดือน แล้วมักหายไป ได้เอง โดยนักศึกษาจะปรับตัวได้

35 โรคความผิดปกติในการปรับตัว (Adjustment Disorders) อาการ - อารมณ์เครียดวิตกกังวล นอนไม่หลับ ปวดหัวปวดท้อง - อารมณ์ซึมเศร้า เบื่อหน่าย เซ็ง ไม่มีความสุข สมาธิ ความจำเสีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ เบื่อเรียน หลบ เลี่ยงไม่เรียน - พฤติกรรม ก้าวร้าว เกเร ต่อต้าน เที่ยวเตร่ ดื่มเหล้า ใช้สารเสพติด อาการมักจะเกิดในช่วงปี 1 สังเกตได้จาก ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และพฤติกรรมอื่นๆ

36 โรคซึมเศร้า (Major Depression) อาการ อารมณ์ซึมเศร้า ไม่แจ่มใสร่าเริงเหมือนเดิม ไม่มีความสุข เบื่ออาหารน้ำหนักลด นอนไม่ หลับ สมาธิความจำเสียไป ความคิดและการ เคลื่อนไหวช้าลง รู้สึกตัวเองไร้ค่า-ผิด เบื่อชีวิต และคิดอยากตาย คนที่เป็นโรคนี้จะรู้สึกว่าตนเอง เปลี่ยนแปลงไปมากอย่างรวดเร็ว โดยอาจไม่มี สาเหตุทางจิตใจ สังคมมาก่อนเลย

37 โรคซึมเศร้า (Major Depression) อาการที่น่าเป็นห่วงมาก คือ ความคิดอยาก ตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย การรักษา ใช้ยาต้านโรคซึมเศร้า ร่วมกับจิต บำบัด และการปรับสิ่งแวดล้อม ผลการรักษาดี มาก มักจะหายได้เป็นปกติ

38 โรคเครียด (Psychosomatic Disorders) อาการ อาการทางร่างกายซึ่งเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงของระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบ ภูมิคุ้มกันโรค หรือระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่ง แปรปรวนไปตามความเครียด

39 โรคเครียด (Psychosomatic Disorders) อาการทางร่างกายระบบ ได้แก่ ระบบทางเดินอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร ท้องเสีย ท้องผูก อาเจียน ระบบกล้ามเนี้อ กล้ามเนื้อเกร็งแข็งตัว และเจ็บปวด ตามบริเวณศีรษะ คอ หลัง หรืออาจเกิดอาการกล้าม เนี้อกระตุก มือสั่น ระบบไหลเวียนของเลือด ใจสั่น หลอดเลือดหัวใจ ตีบ ความดันโลหิตสูง ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ระบบภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ร่างกายขาดภูมิต้านทาน โรค จนเกิดเป็นโรคต่างๆ ง่าย ได้แก่ โรคไข้หวัด

40 โรคเครียด (Psychosomatic Disorders) การรักษา อาการของระบบต่างๆ นี้มักจะเกิดขึ้นเวลามี ความเครียด และจะหายไปเมื่อหมดความเครียด 1.การรักษาอาการเครียดด้วยยา 2.การฝึกคลายเครียด 3.การแก้ปัญหาในชีวิต

41 โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorders) ลักษณะสำคัญ 1.เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง 2.พฤติกรรมที่ทำให้เกิดปัญหากับผู้อื่น 3.ปรับตัวเองต่ำ ไม่ยืดหยุ่น 4.ไม่ยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง 5.เกิดปัญหาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

42 บุคลิกภาพแบบไม่โต (Immature personality) ขาดความเป็นผู้ใหญ่ ขาดความรับผิดชอบ ขาดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ขาดความเชื่อมั่นใน ตัวเอง ขาดความรอบคอบ ขาดการวางแผน อารมณ์ไม่มั่นคง ไม่รับผิดชอบ ขาดการยับยั้ง ชั่งใจตนเอง นักศึกษาที่เป็นแบบนี้จะไม่สนใจ การเรียน เที่ยวเตร่ เล่นการพนัน ดื่มเหล้า คบ เพื่อนไม่ดี ไม่รับผิดชอบหน้าที่ตนเอง และมักจะ เรียนตกๆ หล่นๆ หรือเรียนไม่จบ

43 บุคลิกภาพแบบหลบเลี่ยง (Avoidant personality) ขาดความกล้าความมั่นใจตนเอง ไม่กล้า เผชิญปัญหา เมื่อพบอุปสรรคจะหลบเลี่ยง ไม่สู้ ปัญหา ไม่มั่นใจในการสร้างความสัมพันธ์กับคน อื่น มีความเครียดและวิตกกังวลสูง ไม่เผชิญปัญหาในการเรียน ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ค่อยมีเพื่อน อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกพบก็มักจะ หลบเลี่ยงไม่ยอมมาพบ มักจะเรียนไม่ดี หรือ เรียนไม่จบ เปลี่ยนที่เรียนไปเรื่อยๆ

44 บุคลิกภาพแบบอันธพาล (Antisocial personality) ละเมิดผู้อื่นๆ เพื่อสนองความต้องการตนเอง มักจะทำผิดกฎเกณฑ์ กติกาของสังคม หลอกลวง โกหก ขโมย บางคนอาจมีก้าวร้าว เกเร ทำร้ายผู้อื่น เกเร ทำผิดกฎระเบียบของ คณะ ดื่มเหล้า เล่นการพนัน ไม่ตั้งใจเรียน ทุจริตในการสอบ คบเพื่อนเกเร เที่ยวกลางคืน เรียนไม่ดี และมักจะไม่จบ

45 บุคลิกภาพแบบคาบเส้น (Borderline personality) อารมณ์และความคิดแปรปรวนไม่แน่นอน ขึ้นกับ สถานการณ์ ขาดการแยกแยะความจริง มีอารมณ์เหงา อ่อนไหวรุนแรง ต้องการเป็นที่ยอมรับของคนอื่นอย่าง มาก ไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดให้คนทะเลาะกัน มองคน อื่นไม่ดีก็เลวไปเลย ถ้าใครทำให้พอใจก็จะเทิดทูนอย่าง มาก แต่ถ้าไม่พอใจก็จะตำหนิอย่างรุนแรง มักจะเป็นที่ รังเกียจของเพื่อนๆ เพราะชอบโกหก สร้าง ความสัมพันธ์กับใครไม่ได้นาน มักจะใช้ยาหรือสารเสพ ติด และพยายามฆ่าตัวตาย

46 บุคลิกภาพแบบแยกตัวเอง (Schizoid personality) ชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบมีเพื่อน กังวลที่จะ คบกับคนอื่น ไม่มั่นใจในมนุษยสัมพันธ์ ชอบ เก็บตัวไม่เข้าสังคม ไม่สร้างความสัมพันธ์กับ ใคร นักศึกษาที่เป็นแบบนี้อาจเรียนได้ แต่ขาด ทักษะสังคม ทำให้ทำงานร่วมกับคนอื่นลำบาก

47 บุคลิกภาพแบบย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive personality) เจ้าระเบียบ (Perfectionist) เคร่งเครียดอยู่ กับกฎเกณฑ์กติกามากจนเกินไป พยายามทำให้ ได้ดีเลิศ ไม่ผิด ตรงตามระเบียบ ไม่มีความ ยืดหยุ่น มีความเครียดสูง เพื่อนฝูงไม่ค่อยชอบ เพราะเจ้าระเบียบเกินไป

48 บุคลิกภาพแบบหวาดระแวง (Paranoid personality) ไม่ไว้วางใจใคร มองคนอื่น หรือมองโลกใน แง่ร้าย จ้องจับผิดคนอื่น เครียดและไม่ค่อยมี เพื่อนสนิท

49 บุคลิกภาพแบบพึ่งพิงคนอื่น (Dependent personality) ไม่มั่นใจตนเอง ต้องคอยพึ่งพาอาศัยคนอื่น ไม่กล้าคิดไม่กล้าตัดสินใจ หรือกระทำอะไรได้ ด้วยตนเอง กลัวผิดพลาด ต้องอาศัยคนอื่น แม้แต่ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

50 บุคลิกภาพแบบยกตนเอง (Narcissistic personality) ชื่นชมตนเอง ต้องการให้คนอื่นยกย่อง พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองเด่นดังเหนือกว่า คนอื่นทุกด้าน

51 บุคลิกภาพแบบฮีสทีเรีย (Histrionic personality) เรียกร้องความสนใจคนอื่น ต้องการเป็น ศูนย์กลางและเป็นที่ยอมรับ ชื่นชอบของคนอื่น แสดงออกมากจนเกินไป อาจดูคล้ายยั่วยวนทาง เพศ

52 โรคประสาท (Anxiety Disorders) อาการ ความเครียดและวิตกกังวล ประเภท 1.โรคประสาทวิตกกังวล หรือโรคกังวล (Generalized Anxiety Disorder) 2.โรคประสาทซึมเศร้า (Dysthymia) 3.โรคประสาทย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive- compulsive Disorder) 4.โรคกลัว (Phobic Disorders)

53 โรคประสาท ( Anxiety Disorders) โรคประสาททุกโรค มักจะเป็นเรื้อรัง รักษา ได้ยาก การรักษาใช้ยารักษาตามอาการ ร่วมกับจิตบำบัด

54 โรคจิตเภท (Schizophrenia) มีอาการโรคจิต หลงผิด หูแว่ว ไม่อยู่ใน โลกแห่งความเป็นจริง อารมณ์ และพฤติกรรม ผิดปกติ มีการกระทำแปลกๆ ไม่เหมาะสมกับ กาลเทศะ อาการหลงผิด อาจมีหวาดระแวง ความเชื่อ แปลกๆ ความรู้สึกว่าตนเองผิดปกติ

55 โรคจิตเภท (Schizophrenia) การรักษา ใช้ยาต้านโรคจิตเป็นหลัก ผลการรักษาอาจดี สามารถกลับไปเรียนได้เหมือนเดิม แต่ส่วนหนึ่ง จะเป็นเรื้อรัง

56 ภาวะรักร่วมเพศ (Homosexualism) ลักษณะสำคัญ คือ มีความพึงพอใจทางเพศกับเพศ เดียวกันเอง เพศชาย เกย์ (เกย์คิง และเกย์ควีน หรือตุ๊ดแต๋ว) เพศหญิง เลสเบี้ยน (ทอม ดี้) ได้ทั้งสองเพศ เรียกว่า Bisexualism ภาวะรักร่วมเพศมิใช่โรค และรักษาไม่หาย ผู้ที่ เป็นจะเผชิญกับปัญหาในการดำเนินชีวิตมากกว่า ธรรมดา

57 โรคพฤติกรรมผิดปกติ (Conduct Disorder) อาการ ก้าวร้าว เกเร ละเมิดกฎเกณฑ์ ละเมิดสิทธิ์ ผู้อื่น หนีเรียน หนีออกจากบ้าน รังแกสัตว์ ชก ต่อยกับคนอื่น ขโมย โกหก เป็นพฤติกรรมของ เด็กเกเร ซึ่งถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจะกลายเป็น บุคลิกภาพแบบอันธพาล (Antisocial personality disorder)

58 โรคติดสารเสพติด (Substance Use Disorder) อาการ ใช้สารเสพติดซ้ำๆ จนเป็นอันตรายต่อตนเอง ไม่ สามารถเลิกได้ ต้องใช้ขนาดมากขึ้น และเมื่อขาดสารนี้ จะเกิดอาการอยากยา หรืออาการลงแดง สารเสพติดที่นักศึกษาใช้มาก ได้แก่ เหล้า บุหรี่ ยาบ้า กัญชา เมื่อใช้นานๆ ร่างกายและจิตใจจะเสื่อมลง ทำให้ เรียนหนังสือไม่ได้ การรักษาทำได้ค่อนข้างยาก แม้รักษาหายแล้ว โอกาสกลับใช้ใหม่อีกยังมีสูง

59 โรคจิตเวชที่มีสาเหตุทางกาย (Organic Mental Disorders) อาการ สมองมีการทำงานสับสน ทำให้คิด หรือ ตัดสินใจไม่ดี ความจำไม่ดี สติสัมปชัญญะขึ้นๆ ลงๆ มีอาการทางจิตประสาทได้ทุกรูปแบบ ตัวอย่าง โรคจิตที่เกิดจากการใช้ยาบ้า

60 Suggestions 1.Primary prevention :Promotion / Early detection / Screening 2.Secondary and tertiary prevention 3.Data collecting system 4.Consistency of services

61 บทบาทอาจารย์ที่ปรึกษา 1.การเสริมสร้างทักษะชีวิต 2.การค้นหานักศึกษาที่เริ่มมีปัญหาและช่วยเหลือ 3.การแก้ไขฟื้นฟู และการส่งต่อ

62 การเสริมสร้างทักษะชีวิต การรู้จักตนเอง การพัฒนาตนเอง ทักษะสังคม การเป็นผู้นำ จริยธรรม ทักษะทางเพศ

63 การเสริมสร้างทักษะชีวิต สอนร่วมกับการสอนวิชาการอื่น จัดกิจกรรมแยกเฉพาะ กิจกรรมนอกหลักสูตร ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา พี่รหัส

64 การค้นหานักศึกษาและช่วยเหลือ การสอดส่องดูแล การค้นหากลุ่มเสี่ยง การคัดกรองและติดตาม ระบบการช่วยเหลือเชิงรุก การให้คำปรึกษาเชิงรุก

65 ความรู้และทักษะ พัฒนาการของวัยรุ่นตอนปลาย การ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจริยธรรม ปัญหาที่พบบ่อยในนักศึกษา ปัญหาทางสุขภาพจิต และจิตเวชในนักศึกษา การให้คำปรึกษา (Counseling) การส่งเสริมพัฒนาการ และการป้องกันปัญหา พฤติกรรม

66 ทักษะเบื้องต้นในการให้คำปรึกษา การสร้างสัมพันธ์ภาพที่ดี การสื่อสาร การสำรวจปัญหา การจูงใจให้ตกลงรับการปรึกษา การฟัง การให้กำลังใจ การปฏิบัติเพื่อให้เปลี่ยนพฤติกรรม การยุติการปรึกษา

67 การส่งต่อ การประเมินปัญหาสุขภาพจิต การจูงใจให้นักศึกษาร่วมมือ การติดตามดูแลร่วมกับทีมสุขภาพจิต

68 สรุปบทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษา 1. ทำความรู้จักนักศึกษา และมีส่วนร่วมในกิจกรรม ต่างๆ เพื่อสร้างพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดี 2. ส่งเสริมพัฒนาการทางบุคลิกภาพในนักศึกษา โดยเฉพาะทักษะสังคม 3. สนับสนุนให้นักศึกษาเรียนโดยสะดวก เช่น การขอ ทุน แนะนำแนวทางการเรียน การลงทะเบียน สถานที่ บุคลากร หอพัก หอกีฬา

69 สรุปบทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษา 4. ติดตามพฤติกรรมนักศึกษา ทั้งการเรียน และ พฤติกรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง 5. เมื่อนักศึกษามีปัญหาเกิดขึ้น รีบประเมินปัญหา หา ข้อมูลเพิ่มเติม ทำความเข้าใจกับปัญหานักศึกษา เพื่อให้ ความช่วยเหลือโดยเร็ว 6. วางแผนช่วยเหลือ โดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การให้ คำปรึกษา (counseling) การให้เพื่อนช่วยเพื่อน

70 สรุปบทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษา 7. ปรึกษาอาจารย์อื่น 8. ปรึกษาพ่อแม่ผู้ปกครอง 9. ปรึกษาจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา

71 THE END


ดาวน์โหลด ppt ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อย ในนักศึกษาแพทย์ ผศ นพ พนม เกตุมาน ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บรรยายในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การเพิ่มศักยภาพในการให้คำปรึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษา”

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google