งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 การสื่อสารข้อมูลและ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์. 2 พัฒนาการสื่อสารข้อมูล ระบบ โทรเลข ระบบ โทรศัพท์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 การสื่อสารข้อมูลและ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์. 2 พัฒนาการสื่อสารข้อมูล ระบบ โทรเลข ระบบ โทรศัพท์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 การสื่อสารข้อมูลและ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

2 2 พัฒนาการสื่อสารข้อมูล ระบบ โทรเลข ระบบ โทรศัพท์

3 3  ในปี 1876 Alexander Graham Bell แสดงให้ เห็นว่าสามารถเปลี่ยน สัญญาณเสียง เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ แล้วส่ง พลังงานไฟฟ้าออกไป ผู้รับก็จะต้อง แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงาน เสียง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบ โทรศัพท์ พัฒนาการสื่อสารข้อมูล

4 4 การสื่อสารข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ สำนักงานสาขาใหญ่ โรงงาน 1 โรงงาน 2 คลังสินค้า สำนักงานสาขา 2 สำนักงานสาขา 1 Mini Computer Mainframe Computer ประโยชน์การสื่อสารข้อมูลในปัจจุบัน

5 5 การสื่อสารข้อมูลเพื่อการบริการ Server shopping Client ประโยชน์การสื่อสารข้อมูลในปัจจุบัน การจองตั๋ว WWW การค้นหาข้อมูล

6 6  ธนาคาร • การโอนเงินระหว่างธนาคาร • การโอนเงินระหว่างประเทศ • ATM  ตลาดหลักทรัพย์ • การซื้อขายหุ้น ประโยชน์การสื่อสารข้อมูลในปัจจุบัน การสื่อสารข้อมูลด้านธุรกิจการเงิน

7 7   voic  video conference ประโยชน์การสื่อสารข้อมูลในปัจจุบัน การสื่อสารข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร

8 8 • การรับส่ง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล และ สารสนเทศระหว่างต้นทาง และปลายทาง โดยผ่านตัวกลางส่งข้อมูลที่ใช้ในการ สื่อสาร เช่น สายเคเบิล คลื่นวิทยุ • โดยมีกฎเกณฑ์และขั้นตอนในการ แลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้มีความถูกต้อง ของข้อมูลที่ทำการแลกเปลี่ยนกัน ความหมายของการสื่อสารข้อมูล

9 9 องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล ผู้ส่ง(Sender) 2. ผู้รับ (Receiver) 3. ข้อมูล/ข่าวสาร (Message) 4. ช่องทางการสื่อสาร (Communication Channel) 5. โปรโตคอล(Protocol)

10 10 องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล

11 11 ผู้ส่ง (Sender) /ผู้รับ (Receiver)  ผู้ส่ง / อุปกรณ์ส่ง ทำหน้าที่จัดส่งข้อมูลข่าวสาร  ผู้รับ / อุปกรณ์รับ ทำหน้าที่รับข้อมูลข่าวสารที่ส่ง มาจากผู้ส่ง  อุปกรณ์ที่รับ - ส่งข้อมูลมี 2 ประเภท  DTE (Data Terminal Equipment) อุปกรณ์ที่ เป็นแหล่งกำเนิดหรือรับข้อมูล เช่น Terminal Computer, Printer, Client/Server Computer  DCE (Data Communications Equipment) อุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล เช่น Modem, จานไมโครเวฟ, Repeater

12 12  ข่าวสารประกอบด้วยข้อมูลหรือ สารสนเทศที่ได้ส่งมอบระหว่างกัน ซึ่ง อยู่ในรูปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งผ่านไปในระบบการสื่อสาร  ข่าวสารสามารถเป็นได้ทั้งข้อมูลที่เป็น ข้อความ ตัวเลข เสียง รูปภาพ วิดีโอ หรือมัลติมีเดีย ข่าวสาร (Message)

13 13  ตัวกลางส่งข้อมูลหรือเส้นทางที่ใช้ใน การสื่อสาร เพื่อนำข้อมูลจากต้นทางไป ยังปลายทาง  ตัวกลางส่งข้อมูลที่ใช้สาย เช่น  สายโคแอกเซียล สายไฟเบอร์ออปติก สายโทรศัพท์ เป็นต้น  ตัวกลางส่งข้อมูลแบบไร้สาย เช่น  คลื่นไมโครเวฟ ดาวเทียม คลื่นวิทยุ เป็น ต้น ช่องทางการสื่อสาร (Channel)

14 14  กฎเกณฑ์หรือข้อตกลงที่ใช้สำหรับการ สื่อสารข้อมูล เพื่อให้การสื่อสารระหว่าง ผู้รับ - ผู้ส่ง สามารถเข้าใจในภาษาเดียวกัน และสื่อสารกันได้  มาตรฐานสากล (International Standards)  วิธีการส่งข้อมูล (Transmission)  การอินเตอร์เฟส (Interface)  การเข้ารหัส (Coding)  การตรวจสอบข้อผิดพลาด (Error Detection) โปรโตคอล (Protocol)

15 15 การสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์โดย ผ่านทางระบบเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ DTEDCE Communication Channel DCEDTE DTE/DCE Interface

16 16 การสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์โดยผ่าน ทางระบบเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ (ต่อ)  โมเด็ม (Modem)  อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์ระยะไกล หรือใช้สำหรับการ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต  โมเด็มทำการแปลงสัญญาณ คอมพิวเตอร์ (Digital) ให้เป็น สัญญาณเสียง (Analog) เพื่อส่งผ่านไป ยังสายโทรศัพท์  ในขณะเดียวกันก็สามารถแปลงกลับจาก สัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณ คอมพิวเตอร์

17 17 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network)  เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป เพื่อแลกเปลี่ยน สารสนเทศและใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ร่วมกัน โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ ในหลาย ๆ รูปแบบตามความต้องการของ ผู้ใช้

18 18 ข้อดีของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  ความสะดวกในการสื่อสาร  การสื่อสารผ่านอีเมล์ การสนทนา และการประชุม ร่วมกันภายในเครือข่าย  สะดวกในการดูแลระบบ  สามารถดูแลและบริหารระบบได้จากที่เดียว  ใช้ข้อมูลร่วมกัน  การมีฐานข้อมูลอยู่ส่วนกลาง ซึ่งจัดเก็บบนเครื่อง เซิร์ฟเวอร์ และผู้ใช้งานบนเครือข่ายสามารถใช้ข้อมูล และสารสนเทศในฐานข้อมูลได้ แต่การเข้าถึงข้อมูลนั้น ขึ้นอยู่กับการกำหนดสิทธิการใช้งานของแต่ละบุคคล ด้วย

19 19 ข้อดีของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ต่อ)  ใช้ฮาร์ดแวร์ร่วมกัน  การใช้เครื่องพิมพ์ พื้นที่ในดิสก์ร่วมกันบนเครือข่าย  ใช้ซอฟต์แวร์ร่วมกัน  มี ซอฟต์แวร์ที่จัดเก็บบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เมื่อผู้ใช้งาน ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าว ก็สามารถเรียกใช้งาน ซอฟต์แวร์นั้น แต่ต้องเป็นซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนผู้ใช้ หลายคน (Network Version)

20 20 ข้อจำกัดของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  การเรียกใช้ข้อมูลทำได้ช้า  การอ่าน/เขียนจะทำได้ช้ากว่าการอ่าน/เขียนกับ ฮาร์ดดิสก์ในเครื่อง  ข้อมูลไม่สามารถใช้งานได้ทันที  ถ้ามีคนอื่นใช้งานก่อนก็ต้องรอ เช่น เครื่องพิมพ์ หรือ แฟ้มข้อมูล  ยากต่อการควบคุมและดูแล  เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือติดไวรัสคอมพิวเตอร์

21 21 การเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์  โหนด (Node) อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ หรือ อุปกรณ์ หน่วยความจำสำรอง  ไคลแอนต์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์รับบริการ (Client) เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ร้องขอและใช้ทรัพยากรจากโหนด อื่น ๆ  เซิร์ฟเวอร์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการ (Server) เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อนุญาตให้โหนดอื่น ๆ ใช้ ทรัพยากร  เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการไฟล์, บริการพิมพ์, บริการสื่อสาร, บริการเว็บ, บริการฐานข้อมูล

22 22 Computer Network Node

23 23 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย (Computer Network Topology)  อธิบายโครงร่างการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบต่าง ๆ ว่ามี การจัดการเครือข่ายทางกายภาพและวิธีการเชื่อมต่อ เครือข่ายอย่างไร รวมถึงลักษณะการใช้งานเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนทรัพยากรต่าง ๆ  Bus Topology  Star Topology  Ring Topology  Fully Connected Topology  Combined Topology

24 24 Bus Topology Work station File Server Mainframe Backbone

25 25 Star Topology Work station File Server Printer

26 26 Ring Topology Mainframe Work station File Server

27 27 Fully Connected Topology Mainframe File Server Work station

28 28 Combined Topology Ring Topology Star Topology Bus Topology Fully Connection Topology

29 29 ประเภทของเครือข่าย LAN (Local Area Networks) ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มี ขนาดของเครือข่ายอยู่ภายในตึก หรือ การเชื่อมต่อเครือข่าย ระหว่างตึกที่มีระยะทางใกล้ ๆ กัน ไม่เกิน 10 กม. มีอัตราใน การส่งข้อมูลสูง MAN (Metropolitan Area Networks) ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดของเครือข่ายครอบคลุมในระดับตัวเมือง หรือจังหวัด เช่นการส่งข้อมูลด้วยคลื่นวิทยุ การแพร่ภาพด้วย ระบบเคเบิลทีวี WAN (Wide Area Networks) ระบบเครือข่ายที่ครอบคลุมทั้ง ประเทศและทั่วโลก ใช้ดาวเทียม หรือ ระบบเครือข่าย โทรศัพท์ช่วยในการส่งข้อมูล มีอัตราการส่งข้อมูลต่ำ

30 30 ประเภทของเครือข่าย (ต่อ) LAN MAN WAN

31 31 MAN LAN MAN LAN MAN LAN MAN LAN WAN ประเภทของเครือข่าย (ต่อ)

32 32 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  ระบบเครือข่ายแบบ Baseband :  เป็นการสื่อสารที่สายสัญญาณหรือตัวกลาง สามารถส่งได้เพียงหนึ่งสัญญาณในขณะใด ขณะหนึ่ง เช่น ระบบโทรศัพท์ การสื่อสาร ระหว่างคอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์/จอภาพ เป็น ต้น  ระบบเครือข่ายแบบ Broadband :  เป็นการสื่อสารที่สายสัญญาณหรือตัวกลาง สามารถส่งได้หลายช่องสัญญาณในขณะใด ขณะหนึ่ง เช่น Cable TV

33 33 การประมวลผลข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์  ระบบประมวลผลข้อมูลที่ศูนย์กลาง (Centralized Processing)  ระบบประมวลผลข้อมูลแบบไคลเอนต์- เซิร์ฟเวอร์ (Client-Server Processing)  ระบบการประมวลผลข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Processing)

34 34 ระบบประมวลผลข้อมูลที่ศูนย์กลาง (Centralized Processing)  การประมวลผลทั้งหมดเกิดที่เครื่องหลักเพียงเครื่องเดียว ซึ่ง มักจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น เมนเฟรม  โหนดต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง อาจจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการ ประมวลผลด้วยตัวเองเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลยก็ได้  ปัจจุบันนิยมนำเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์มาทำเป็น เครื่องเทอร์มินัลโดยการติดตั้งซอฟต์แวร์พิเศษ  เครื่องที่เชื่อมต่อเข้ามาทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์จากเครื่อง ศูนย์กลางเท่านั้น

35 35 ระบบประมวลผลข้อมูลที่ศูนย์กลาง (Centralized Processing) (ต่อ)  ข้อดี – การประมวลผลทั้งหมดเกิดขึ้นอยู่ที่ศูนย์กลาง สามารถควบคุมซอฟต์แวร์และข้อมูลได้ง่าย  ข้อเสีย - ผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมการทำงานทั้งหมดด้วย ตนเอง

36 36 ระบบประมวลผลข้อมูลแบบไคลแอนต์- เซิร์ฟเวอร์ (Client-Server Processing)  ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องทำหน้าที่ให้บริการเครื่อง คอมพิวเตอร์อื่น ๆ ภายในเครือข่าย  นิยมเรียกเครื่องให้บริการนี้ว่า เซิร์ฟเวอร์ และเรียกเครื่องรับ บริการว่า ไคลแอนต์  เครื่องเซิร์ฟเวอร์จะจัดสรรทรัพยากร เช่น เว็บเพจ ฐานข้อมูล โปรแกรมประยุกต์ และฮาร์ดแวร์ ให้กับเครื่อง ไคลแอนต์ตามที่ร้องขอ  นำข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลจาก Server มาแสดงผลใน รูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสม  Client (เครื่องลูกข่าย) ทำหน้าที่ในการโต้ตอบและรับ ข้อมูลจากผู้ใช้

37 37  ข้อดี – ความสามารถในการบริหารระบบเครือข่ายขนาด ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ, มีโปรแกรมจัดการเครือข่ายที สามารถควบคุมดูแลการทำงานของระบบเครือข่ายได้อย่าง มีประสิทธิภาพ  ข้อเสีย - ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและการซ่อมบำรุงค่อนข้าง สูง ระบบประมวลผลข้อมูลแบบไคลเอนต์- เซิร์ฟเวอร์ (Client-Server Processing) (ต่อ)

38 38 ระบบประมวลผลข้อมูลแบบไคลเอนต์- เซิร์ฟเวอร์ (Client-Server Processing)(ต่อ)

39 39 ระบบการประมวลผลข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Processing )  การประมวลผลที่ได้รับการพัฒนาในขั้นต่อมา  กระจายการประมวลผลไปยังเครื่องต่าง ๆ ที่ เชื่อมกันอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และนำ ผลลัพธ์มารวมกัน  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผล ของระบบโดยรวม  ลดจำนวนข้อมูลที่ต้องส่งผ่านเครือข่าย

40 40 Distributed Processing

41 41 Local Area Network (LAN)  เครือข่ายระยะใกล้ ระดับท้องถิ่น เช่นในห้อง ในอาคาร หรือ อาคารใกล้เคียง  มีระยะทางการเชื่อมต่อประมาณ 30 เมตร  เป็นเครือข่ายที่ใช้เพื่อสื่อสารกันภายในองค์กร และ เป็น เครือข่ายพื้นฐานสำหรับเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่น ๆอีกด้วย เช่น เครือข่ายอินทราเน็ตและอินเทอร์เน็ต เป็นต้น  ข้อดี ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ที่สามารถใช้ ร่วมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ หรือสแกนเนอร์

42 42 Local Area Network (LAN) (ต่อ)  ชนิดการเชื่อมต่อ มี 2 รูปแบบ  เครือข่ายแบบพึ่งเครื่องบริการ (Server- based Networking)  เครือข่ายแบบเท่าเทียมกัน (Peer-to-Peer Networking)

43 43 Local Area Network (LAN) (ต่อ)  เครือข่ายแบบพึ่งเครื่องบริการ (Server-based Networking)  มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องที่เรียกว่า เซิร์ฟเวอร์ (Server) ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร ต่าง ๆ แก่เครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ซึ่งเรียกว่า ไคลเอนท์ (Client)  เรียกการทำงานที่ด้านไคลเอนท์ว่า Front-End Processing  เรียกการทำงานในส่วนของเซิร์ฟเวอร์ว่า Back- end Processing

44 44 Local Area Network (LAN) (ต่อ)  เครือข่ายแบบพึ่งเครื่องบริการ (Server-based Networking)  หน้าที่ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์  ควบคุมความปลอดภัยในระบบเครือข่าย  จัดการกับความคับคั่งในระบบเครือข่าย  ให้บริการทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ข้อมูล โปรแกรม หรือ การขอใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามแต่เครื่องไคลเอนท์จะ ร้องขอ

45 45 Server-based networking Server-based Networking

46 46 Local Area Network (LAN) (ต่อ)  เครือข่ายแบบเท่าเทียมกัน (Peer-to-Peer Networking)  คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องในเครือข่ายนี้ จะสามารถ แบ่งปันทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ไฟล์ เครื่องพิมพ์ เพื่อใช้ กันภายในเครือข่ายได้  การเชื่อมต่อแบบนี้ มักทำในเครือข่ายขนาดเล็กที่มีการ เชื่อมต่อกันไม่เกิน 10 เครื่อง ซึ่งอาจเรียกว่า เวิร์กกรุ๊ป (Workgroup)  แต่ละเครื่องสามารถติดต่อกันได้โดยตรง

47 47 Local Area Network (LAN) (ต่อ) Peer-to-Peer Networking

48 48 Local Area Network (LAN) (ต่อ)  ข้อดีข้อเสียของเครือข่ายทั้ง 2 แบบ Server-basedPeer-to-Peer ข้อดี  เร็ว  มีขีดความสามารถสูง มีฟังก์ชันให้ ใช้มาก  มีมาตรฐานที่ยอบรับกันทั่วไป  ใช้กับเครือข่ายขนาดใหญ่ได้  ระบบความปลอดภัยสูง  ราคาถูก  ติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย  ไม่จำเป็นต้องเสียเครื่องไปทำเป็น เซิร์ฟเวอร์โดยเฉพาะ ข้อเสีย  ราคาสูง  ติดตั้งยากกว่า  ต้องมีผู้ดูแลระบบ  ความเร็วในการให้บริการไม่สูงเท่าแบบ Server-based  ขยายระบบได้จำกัด ไม่เหมาะกับ เครือข่ายขนาดใหญ่  ระบบความปลอดภัยไม่เข้มงวดมากนัก

49 49 ส่วนประกอบพื้นฐานของระบบ LAN  เครื่องบริการและสถานีงาน (Server and Workstation)  Network Operating System (NOS)  แผงวงจรเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card-NIC)  ระบบการเดินสาย (Cabling System)  ทรัพยากรและอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน

50 50 Server และ Workstation  Server (เครื่องบริการ) ทำหน้าที่ให้บริการต่าง ๆ แก่สถานี งาน  File Server (บริการแฟ้มข้อมูล)  Application Server / Database Server  Print Server (บริการเครื่องพิมพ์)  Server อาจให้บริการเพียงหนึ่งอย่างหรือหลายอย่าง พร้อมกันก็ได้  สถานีงาน (Workstation) คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้งาน ใช้ในการติดต่อเข้าสู่เครือข่าย

51 51 Network Operating System (NOS)  ระบบปฏิบัติการเครือข่าย  ทำหน้าที่ควบคุมและทำงานร่วมกันกับเครื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเครือข่าย การทำงานนี้รวมถึงการสื่อสาร การ แลกเปลี่ยนสารสนเทศ และทรัพยากรต่าง ๆ  โดยที่ NOS จะอยู่ที่เครื่อง Server

52 52 Network Operating System (NOS) (ต่อ)  Windows Server  ระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับระบบ เครือข่ายโดยเฉพาะ เช่น Windows NT, Windows 2000, Windows Server 2003  ใช้งานในองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง  ติดตั้งและใช้งานกับเครื่องประเภทแม่ข่าย (Server)  Solaris  ระบบปฏิบัติการที่อยู่ในตระกูลเดียวกับระบบปฏิบัติการ Unix  Novell’s Netware, IBM’s LAN Server, Banyan Vines

53 53 การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card-NIC)  เรียกว่า การ์ดแลน หรืออีเธอร์เน็ตการ์ด  เป็นการ์ดเพิ่มขยายที่เสียบเข้ากับช่องต่อขยาย (Expansion Bus) ของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถต่อ สายของเครือข่ายเข้ากับเครื่อง PC และทำการติดต่อส่ง ข้อมูลกับเครือข่ายได้

54 54 ระบบการเดินสาย (Cabling System)  สื่อที่เชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ใน เครือข่ายเข้าด้วยกัน  เป็นได้ทั้ง Guided Media และ Unguided Media

55 55 ทรัพยากรและอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน  File ต่าง ๆ  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  Hard Disk  Printer  Scanner

56 56 โครงสร้างของระบบเครือข่าย (Network Topology) ของ LAN  Star Topology  Bus Topology  Ring Topology

57 57 Star Topology

58 58 Bus Topology

59 59 Ring Topology

60 60 การใช้บริการเครือข่ายไร้สาย  Access Point (อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ)  เครื่องคอมพิวเตอร์ : PC / Notebook ที่ติดตั้ง Windows 98, ME, 2000, XP หรือ Pocket PC ที่ติดตั้ง ระบบปฏิบัติการ Windows CE และมี Slot PCMCIA  การ์ด LAN ไร้สาย (Wireless Card) ที่ติดตั้งภายใน คอมพิวเตอร์ : ต้องเป็นมาตรฐาน b ซึ่งมีผู้ผลิต ได้แก่ Cisco,Orinoco,Toshiba, 3Com, Linksys เป็นต้น  Driver ของ Wireless Card

61 61 Wireless LAN CARD Access Point

62 62 การติดตั้ง Wireless สำหรับเครื่อง PC  เนื่องจากเครื่อง PC ไม่มี Slot PCMCIA จึง จำเป็นต้องมีการ์ด PCI Adapter  ซึ่งทำหน้าที่เป็นอินเตอร์เฟสระหว่าง Wireless กับ Slot PCI บนเครื่อง PC

63 63 Home RF (Home Radio Frequency)  ระบบเครือข่ายท้องถิ่นแบบไร้สายที่ออกแบบ มาสำหรับการทำงานในบ้าน  ใช้คลื่นความถี่ที่ 2.4 GHz ในการส่งข้อมูล ด้วยอัตราเร็ว 1.6 Mbps ระยะทำการ 150 เมตร  ใช้ในการเชื่อมการติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน

64 64 ระบบเครือข่ายระยะไกล (WAN) แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ  เครือข่ายส่วนตัว (Private Network)  เครือข่ายสาธารณะ (Public Data Network)

65 65 เครือข่ายส่วนตัว (Private Network)  จัดตั้งระบบเครือข่ายเฉพาะองค์กรที่เป็น เจ้าของเครือข่ายอยู่  เช่น องค์กรสาขาอาจทำการสร้างระบบ เครือข่าย เพื่อเชื่อมต่อระหว่างสำนักงานใหญ่ กับสาขาที่มีอยู่  ใช้ช่องทางการสื่อสารข้อมูลสาธารณะ เช่น สายโทรศัพท์ สายเช่า ดาวเทียม เป็นต้น

66 66 เครือข่ายส่วนตัว (Private Network) (ต่อ)  ข้อดี คือ  การรักษาความลับของข้อมูล  สามารถควบคุมดูแลเครือข่ายและขยาย เครือข่ายไปยังจุดที่ต้องการ  ข้อเสีย คือ  ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ในกรณีที่ไม่ได้ส่ง ข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาเมื่อเทียบกับ การส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายสาธารณะ

67 67 เครือข่ายสาธารณะ (Public Network)  บางครั้งเรียกว่า เครือข่ายมูลค่าเพิ่ม (Value Added Network)  เป็นเครือข่ายระยะไกล (WAN) ซึ่งองค์กร ได้รับสัมปทานทำการจัดตั้งขึ้น  เพื่อให้บุคคลทั่วไปหรือองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่ ต้องการวางเครือข่ายเอง สามารถแบ่งเช่ากัน ใช้งานได้

68 68 เครือข่ายสาธารณะ (Public Network) (ต่อ)  นิยมใช้ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบ WAN  เนื่องจากค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการจัดตั้งเครือข่าย ส่วนตัว  สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาจัดตั้ง เครือข่ายใหม่ และบริการให้เลือกหลากหลาย  แตกต่างในราคา ความเร็ว ขอบเขตพื้นที่บริการ และความเหมาะสมกับงานแบบต่าง ๆ

69 69 ISDN (Integrated Service Digital Network)  เป็นระบบเครือข่ายแบบดิจิทัล  สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพ  อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อได้โดยตรง ผ่านตัวเชื่อมดิจิทัล  ไม่ต้องทำการแปลงสัญญาณดิจิทัล / อนาลอก

70 70 ISDN (ต่อ)  สามารถต่ออินเทอร์เน็ตและคุยโทรศัพท์ได้พร้อม กัน  ความเร็ว kbps  ข้อเสีย  ต้องอยู่ในพื้นที่ ให้บริการเท่านั้น มักอยู่ในย่านธุรกิจ  อุปกรณ์ราคาแพง หายาก  ค่าบริการแพง

71 71 ATM (Asynchronous Transfer Mode)  เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับมัลติมีเดีย  ใช้ได้ทั้ง LAN และ WAN  ความเร็วอยู่ระหว่าง Mbps, จนถึง 1 Gbps


ดาวน์โหลด ppt 1 การสื่อสารข้อมูลและ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์. 2 พัฒนาการสื่อสารข้อมูล ระบบ โทรเลข ระบบ โทรศัพท์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google