งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

รายงานประเมินผล ความพึงพอใจ โครงการนำร่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีฯ โดย ผศ. ดร. สุภาวดี มิตรสมหวัง ( ผู้จัดการโครงการ )

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "รายงานประเมินผล ความพึงพอใจ โครงการนำร่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีฯ โดย ผศ. ดร. สุภาวดี มิตรสมหวัง ( ผู้จัดการโครงการ )"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 รายงานประเมินผล ความพึงพอใจ โครงการนำร่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีฯ โดย ผศ. ดร. สุภาวดี มิตรสมหวัง ( ผู้จัดการโครงการ )

2 agenda  ผลประเมินความพึงพอใจจากข้อมูลจากสถาน ประกอบการ  SWOT  แนวทางในการดำเนินโครงการในอนาคต

3 ข้อมูลจาก สถานประกอบการ ประกอบด้วยข้อมูล 2 ส่วน  ข้อมูลจากวิศวกรและผู้ประสานงานโครงการ  ข้อมูลจากผู้บริหารสถานประกอบการ จากกลุ่มตัวอย่าง 58 สถานประกอบการ

4 การประเมินผลความพึง พอใจของวิศวกร และผู้ประสานงานโครงการ

5 53.5%, อื่นๆ เช่น ลดการประจุไฟฟ้า ติดตั้ง Economizer เพื่อนำความร้อนที่ปล่อยทิ้ง มาใช้อีก ปรับปรุงแสงสว่าง เป็นต้น 11.6% เปลี่ยนอุปกรณ์ ประหยัดไฟ เช่น หลอดไป บัลลาสต์ เป็นต้น 14.0% มาตรการติดตั้ง Inverter 11.6% ติดตั้ง VSD เพื่อลดรอบความเร็ว มอเตอร์ 4.7% มาตรการ ประหยัดพลังงานที่ ระบบปรับอากาศ 4.7% เปลี่ยน Chiller แสดงข้อมูลมาตรการที่ทำการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี

6 ข้อมูลการได้รับข้อมูลคำอธิบายจากศูนย์ ประสานงานโครงการฯ เมื่อได้ส่งใบสมัครเพียงพอต่อการตัดสินใจ ข้อมูลการได้รับข้อมูลคำอธิบายจากศูนย์ ประสานงานโครงการฯ เมื่อได้ส่งใบสมัครเพียงพอต่อการตัดสินใจ

7 ความเห็นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำ ศูนย์ประสานงานโครงการ ข้อความระดับความเห็น 1. มีความเข้าในหลักการการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่โรงงาน/ อาคารดี 1. มีความเข้าในหลักการการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่โรงงาน/ อาคารดีดี 2. มีความตั้งใจในการให้คำอธิบายวิธีการสมัครและขอข้อมูลเพิ่มเติม 2. มีความตั้งใจในการให้คำอธิบายวิธีการสมัครและขอข้อมูลเพิ่มเติมดี 3. ติดตามและประเมินผลการทำงานของโรงงาน/อาคารอย่างสม่ำเสมอ 3. ติดตามและประเมินผลการทำงานของโรงงาน/อาคารอย่างสม่ำเสมอดี 4. มีความพยายามในการแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับโรงงาน / อาคาร 4. มีความพยายามในการแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับโรงงาน / อาคารดี 5. บุคลากรมีความพร้อมในการให้คำแนะนำ 5. บุคลากรมีความพร้อมในการให้คำแนะนำดีมาก 6. บุคลากรมีความเต็มใจในการค้นหาคำอธิบายเพิ่มเติมเมื่อท่านขอ ความร่วมมือ 6. บุคลากรมีความเต็มใจในการค้นหาคำอธิบายเพิ่มเติมเมื่อท่านขอ ความร่วมมือดีมาก 7. มีระบบฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบติดตามงานที่รวดเร็ว 7. มีระบบฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบติดตามงานที่รวดเร็วดี 8. เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับ Auditor ดี 8. เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับ Auditor ดีดี 9. มีการรายงานความก้าวหน้าของโครงการให้ทราบสม่ำเสมอ 9. มีการรายงานความก้าวหน้าของโครงการให้ทราบสม่ำเสมอดี 10. มีความเป็นกัลยาณมิตรในการทำงานร่วมกัน 10. มีความเป็นกัลยาณมิตรในการทำงานร่วมกันดีมาก ผลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ประสานงานโครงการ โดยรวม ผลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ประสานงานโครงการ โดยรวมดี

8 ความเห็นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ประจำศูนย์ประสานงาน

9 สิ่งที่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ต้องปรับปรุง 14% ควร update ข้อมูลใน Internet ตลอดเวลาให้ทันสมัย อยู่เสมอ 30% ต้องการให้ศูนย์ทำงานเชิงรุก ส่งข้อมูลต่างๆ ให้โรงงาน 14% ชี้แจงรายละเอียด ให้ครอบคลุมทั้งหมด ของโครงการ 14% ให้ รายละเอียดการ ติดต่อกับศูนย์ฯ ให้ มากกว่านี้ 14% ขาดการ ติดตามงานและ การประสานงาน กับโรงงาน 14% ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและ แน่นอนในการคำนวณผลประหยัด

10 ระยะเวลาที่รอการติดต่อจากผู้ตรวจผลการวัด จำนวนวัน จำนวนวัน รวม จำนวน จำนวน% ภายใน 1 สัปดาห์ ภายใน 1 สัปดาห์ สัปดาห์ สัปดาห์ สัปดาห์ สัปดาห์ สัปดาห์ สัปดาห์ สัปดาห์ ขึ้นไป 4 สัปดาห์ ขึ้นไป ไม่ตอบ ไม่ตอบ รวม รวม

11 การเข้าโรงงานของ Auditor 85.4% มาครบทุกขั้นตอน ตามกำหนดเวลา 10.4% มาครบทุกขั้นตอน ไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา 4.2% มาไม่ครบทุกขั้นตอน แต่เป็นไปตามกำหนดเวลา

12 ความถี่การเข้าให้คำปรึกษาของ Auditor หลังจาก ติดตั้งมาตรการ 44.9% เดือนละครั้ง 12.2% 2 เดือนครั้ง 12.2% ไม่เคยมาเลย 2.0% แล้วแต่ทางโรงงานจะ ติดต่อสอบถามจาก Auditor 4.1% ใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน 10.2% สัปดาห์ละครั้ง 14.3% 2 สัปดาห์ครั้ง

13 ความเห็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ Auditor ข้อความความเห็น 1. มีความรู้ในมาตรการที่โรงงาน/อาคารเลือก 1. มีความรู้ในมาตรการที่โรงงาน/อาคารเลือก ดี ดี 2. มีความเข้าในหลักการการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่โรงงาน/อาคารดี 2. มีความเข้าในหลักการการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่โรงงาน/อาคารดี ดี ดี 3. มีตั้งใจในการให้คำอธิบายวิธีการตรวจวัดที่จะใช้ในการทำ Baseline และ Post-Audit 3. มีตั้งใจในการให้คำอธิบายวิธีการตรวจวัดที่จะใช้ในการทำ Baseline และ Post-Audit ดี ดี 4. มีความสม่ำเสมอในการเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำ 4. มีความสม่ำเสมอในการเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำ ปานกลาง ปานกลาง 5. มีการติดตามและประเมินผลการทำงานของโรงงาน/อาคารอย่าง สม่ำเสมอ 5. มีการติดตามและประเมินผลการทำงานของโรงงาน/อาคารอย่าง สม่ำเสมอ ปานกลาง ปานกลาง 6. มีความพยายามในการแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับโรงงาน /อาคาร 6. มีความพยายามในการแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับโรงงาน /อาคาร ดี ดี 7. บุคลากรมีความรู้ในเรื่องการตรวจวัดดี สามารถทำการตรวจวัดได้ถูกต้อง 7. บุคลากรมีความรู้ในเรื่องการตรวจวัดดี สามารถทำการตรวจวัดได้ถูกต้อง ดี ดี 8. มีระบบฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบติดตามงานที่สมบูรณ์ 8. มีระบบฐานข้อมูลเพื่อการตรวจสอบติดตามงานที่สมบูรณ์ ดี ดี 9. เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทุนดี 9. เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทุนดี ดี ดี 10. มีการรายงานความก้าวหน้าของโครงการให้ทราบสม่ำเสมอ 10. มีการรายงานความก้าวหน้าของโครงการให้ทราบสม่ำเสมอ ปานกลาง ปานกลาง 11. มีการสนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อท่านร้องขอ 11. มีการสนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อท่านร้องขอ ดี ดี 12. มีความเป็นกัลยาณมิตรในการทำงานร่วมกัน 12. มีความเป็นกัลยาณมิตรในการทำงานร่วมกัน ดี ดี ผลการปฏิบัติงานโดยรวมของ Auditor ผลการปฏิบัติงานโดยรวมของ Auditor ดี ดี

14 ข้อมูลประเมินผลการทำงานของ Auditor ที่เข้ามาทำการรับรองผลการตรวจวัด 53.4% ดี 20.7% ดีมาก 17.2% ปานกลาง 8.6% ต้องปรับปรุง

15 สิ่งที่ Auditor ต้องปรับปรุง 1. ปรับเวลาในการตรวจวัดให้มากขึ้น 2. Auditor ยังไม่มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง 3. โรงงานยังไม่เข้าใจขั้นตอนการทำงาน 4. อยากให้แนะนำมาตรการประหยัดพลังงานที่ โรงงานสามารถดำเนินการได้เอง 5. การติดต่อประสานงานระหว่างภาครัฐกับโรงงาน 6. การให้ข้อมูลเบื้องต้นนับจากวันที่ได้รับเอกสาร การยื่นขอสิทธิทางภาษี 7. อยากให้ Auditor สนับสนุนเรื่องข้อมูลการตรวจวัด

16 ความเห็นต่อการให้การสนับสนุน สถานประกอบการ ในรูปแบบของสิทธิประโยชน์ทางภาษีของรัฐ 96.4% ควร 3.6% ไม่ควร

17 ความเห็นต่อการให้การสนับสนุน สถานประกอบการ ในรูปแบบของสิทธิประโยชน์ทางภาษีของรัฐ 1. สร้างแรงจูงใจให้กับเอกชนและผู้ประกอบการ ในการประหยัดพลังงาน 2. เป็นประโยชน์โดยตรงกับบริษัท 3. เป็นการกระตุ้นให้เกิดมาตรการประหยัดพลังงาน 4. เพื่อจะได้สนับสนุนผู้สมัครใจในการลงทุนเพื่อการ ประหยัดพลังงาน 5. เพื่อช่วยชาติประหยัดพลังงาน

18 ความตระหนักต่อการอนุรักษ์พลังงาน 1. การประหยัดพลังงานเป็นสิ่งจำเป็นเพราะทำให้ประหยัดการนำเข้า พลังงานจาก 1. การประหยัดพลังงานเป็นสิ่งจำเป็นเพราะทำให้ประหยัดการนำเข้า พลังงานจาก ต่างประเทศ ต่างประเทศ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง 2. การใช้พลังงานควรเป็นเรื่องของกลไกทางการตลาด 2. การใช้พลังงานควรเป็นเรื่องของกลไกทางการตลาด ไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจ 3. การส่งเสริมให้คนในองค์กรเกิดความรู้และเห็นประโยชน์จากการ ใช้พลังงาน 3. การส่งเสริมให้คนในองค์กรเกิดความรู้และเห็นประโยชน์จากการ ใช้พลังงาน อย่างฉลาด ช่วยลดต้นทุนในการผลิตขององค์กรได้อย่างหนึ่ง อย่างฉลาด ช่วยลดต้นทุนในการผลิตขององค์กรได้อย่างหนึ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง 4. การผลิตในโรงงานอุตสาหกรม ต้นทุนด้านพลังงานเป็นสัดส่วน เล็กน้อย 4. การผลิตในโรงงานอุตสาหกรม ต้นทุนด้านพลังงานเป็นสัดส่วน เล็กน้อย ไม่คุ้มการลงทุน ไม่คุ้มการลงทุน เห็นด้วย เห็นด้วย 5. การประหยัดพลังงานเป็นการช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมี ทรัพยากร 5. การประหยัดพลังงานเป็นการช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมี ทรัพยากร เพื่อใช้บริโภคและอุปโภคนานขึ้น เพื่อใช้บริโภคและอุปโภคนานขึ้น เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง 6. การทำธุรกิจต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อเพิ่มผลกำไรให้มากขึ้น เต็มที่ 6. การทำธุรกิจต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อเพิ่มผลกำไรให้มากขึ้น เต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม เห็นด้วย เห็นด้วย

19 ความตระหนักต่อการอนุรักษ์พลังงาน 7. การตั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการใช้พลังงานภายในโรงงาน/อาคาร ควรเป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญ 7. การตั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการใช้พลังงานภายในโรงงาน/อาคาร ควรเป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญ เห็นด้วย เห็นด้วย 8. การตั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการใช้พลังงานภายในโรงงาน/อาคาร ทำให้ต้องเพิ่มภาระงานและค่าตอบแทน เป็นการสร้างรายจ่ายให้กับ โรงงาน 8. การตั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการใช้พลังงานภายในโรงงาน/อาคาร ทำให้ต้องเพิ่มภาระงานและค่าตอบแทน เป็นการสร้างรายจ่ายให้กับ โรงงาน เห็นด้วย เห็นด้วย 9. ควรมีการกระตุ้นให้โรงงาน/อาคารเข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุม ทุกอุตสาหกรรม 9. ควรมีการกระตุ้นให้โรงงาน/อาคารเข้าร่วมโครงการให้ครอบคลุม ทุกอุตสาหกรรม เห็นด้วย เห็นด้วย 10. ผลของการทดลองโครงการยังไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ควรชะลอ การขยายผล 10. ผลของการทดลองโครงการยังไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ควรชะลอ การขยายผล เห็นด้วย เห็นด้วย 11. โรงงาน/อาคาร ควรสร้างพันธมิตรทางการค้า เพื่อลดการผลิตที่ ซ้ำซ้อน 11. โรงงาน/อาคาร ควรสร้างพันธมิตรทางการค้า เพื่อลดการผลิตที่ ซ้ำซ้อนไม่แน่ใจ 12. การสร้างเครือข่ายอาจมีผลต่อการแข่งขันในตลาดในภาพรวม 12. การสร้างเครือข่ายอาจมีผลต่อการแข่งขันในตลาดในภาพรวมไม่แน่ใจ

20 หาก พพ. ต้องการขยายผลโครงการ คิดว่า จะเข้าร่วมหรือไม่ 94.6% เข้าร่วม 5.4% ไม่แน่ใจ

21 เหตุผลที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ 1. เป็นโครงการที่มีประโยชน์ 2. เกิดผลดีกับบริษัทและประเทศชาติ 3. ได้รับความรู้เพิ่มเติมในการอนุรักษ์พลังงานและทำให้ บริษัทสามารถประหยัดพลังงานได้ 4. ทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในเรื่องภาษี 5. เป็นนโยบายของบริษัทที่ดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว 6. เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 7. เป็นการช่วยกันประหยัดพลังงาน 8. เป็นการลดต้นทุนการผลิตและลดค่าใช้จ่ายของบริษัท 9. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการขยายผลขอภาษีที่องค์กรได้รับ 10. เป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน

22 1. เวลาการดำเนินโครงการมีน้อยเกินไป 1. เวลาการดำเนินโครงการมีน้อยเกินไป 2. การตัดสินใจอยู่ที่ฝ่ายบริหาร 2. การตัดสินใจอยู่ที่ฝ่ายบริหาร 3. ขั้นตอนการดำเนินโครงการที่มีหลายขั้นตอน 3. ขั้นตอนการดำเนินโครงการที่มีหลายขั้นตอน เหตุผลที่ไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วม โครงการฯ หรือไม่

23 พพ.ควรขยายผลต่อไปในอนาคตหรือไม่ 93.1% ควร 6.9% ไม่ควร

24 เหตุผลที่ พพ.ควรขยายผลต่อไปในอนาคต 1. เป็นการช่วยประเทศชาติประหยัดพลังงาน 2. ช่วยกระตุ้นให้เกิดการประหยัดพลังงานได้มากขึ้น 3. เกิดผลดีต่อส่วนรวม 4. โรงงานได้รับประโยชน์ 5. ทำให้บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน 6. ทำให้บริษัทได้รับเงินสนับสนุนจาก พพ. 7. เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม 8. ได้ประโยชน์ในเรื่องการเสียภาษี

25 ปัญหาภายในที่พบจากการเข้าร่วมโครงการ และเป็นเหตุ ที่ทำให้ท่านคิดจะขอถอนตัวจากโครงการ ปัญหาภายในที่พบจากการเข้าร่วมโครงการ และเป็นเหตุ ที่ทำให้ท่านคิดจะขอถอนตัวจากโครงการ • ขาดความรู้ความข้าใจ • ความล่าช้าของการประเมินผลประหยัด • ความไม่พร้อมของโรงงานเกี่ยวกับการตรวจวัด • ขาดอุปกรณ์ในการประเมินผลการประหยัด • การดำเนินงานล่าช้ากว่าจะผ่านการตรวจสอบทำให้เสียประโยชน์ • การดำเนินงานล่าช้า • เงินลงทุนในการเปลี่ยนอุปกรณ์การประหยัดพลังงาน • การตรวจวัดใช้เวลานาน • การจัดซื้ออุปกรณ์และการจับพลังงานไม่ต่อเนื่องหลังการผลิต ลดลง • การปรับปรุงอาคารทำให้ไม่สะดวกต่อการดำเนินงาน

26 ปัญหาภายนอกที่พบจากการเข้าร่วม โครงการและเป็นเหตุ ที่ทำให้ท่านคิดจะขอถอนตัวจากโครงการ ปัญหาภายนอกที่พบจากการเข้าร่วม โครงการและเป็นเหตุ ที่ทำให้ท่านคิดจะขอถอนตัวจากโครงการ • การติดต่อประสานงานค่อนข้างล่าช้า และไม่ต่อเนื่อง • ปัญหาทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ • ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจทำให้ไม่มีงบประมาณทางด้านนี้ • การประสานงานกับหน่วยงานราชการ • ระยะเวลาในการตรวจของคณะกรรมการฯ ล่าช้า มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย • ขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน • การดำเนินการไม่ชัดเจน • ในการเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้ต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้น

27 โครงการควรดำเนินการอย่างไร เพื่อจูงใจให้ เข้าร่วมโครงการมากขึ้น •ควรดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการให้ ผู้ประกอบการทราบมากกว่านี้ •ให้ที่ปรึกษาเข้ามาช่วยในการดำเนินงานหา มาตรการให้มากขึ้น •ให้ผลตอบแทนด้านสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้น •อยากให้ พพ.ขยายเวลาการติดตามผลประหยัด •ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน •สร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการ

28  ควรลดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติการ ติดตั้งลง ติดตั้งลง  เพิ่มระยะเวลาในการดำเนินงาน  เชิญผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานให้ได้รับข้อมูลจาก พพ.  ควรมีการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมหามาตรการกับโรงงาน  เงินที่ได้จากการประหยัดให้นำไปหักภาษีเลยจะได้ไม่ต้องเสีย ซ้ำซ้อนอีก  ลดราคาอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน  สนับสนุนงบประมาณให้โรงงาน  เปิดโอกาสให้สถานประกอบการทุกประเภทเข้าร่วมโครงการ  เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ ด้วย โครงการควรดำเนินการอย่างไร เพื่อจูงใจให้เข้า ร่วมโครงการมากขึ้น

29 ผลการประเมินความพึงพอใจ ผู้บริหาร โดยทีมงานติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โครงการนำร่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี

30 เหตุผลที่สนับสนุนทีมอนุรักษ์พลังงานเข้าร่วม โครงการฯ • ต้องการลดค่าพลังงานต่างๆ /ต้องการประหยัดพลังงาน/ ต้องการลดค่าใช้จ่าย/ต้องการลดต้นทุนการผลิต • โรงงานดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว • เป็นนโยบายของสถานประกอบการ • เป็นการพัฒนาบุคลากรของบริษัท • มีข้อมูลที่บ่งชี้เรื่องการประหยัดพลังงานที่ชัดเจน • บริษัทที่ปรึกษาสามารถช่วยเหลือด้านข้อมูลความรู้ต่างๆ • ต้องการให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุน

31 การให้นโยบายเกี่ยวกับการใช้พลังงานในอาคาร/ โรงงาน กับ ผชอ./ผชร.ด้านพลังงาน 81.8% กำหนดเป็นนโยบายประหยัดพลังงาน 6.1% ใช้มาตรการประหยัดพลังงานต่างๆ 6.1% ปลูกจิตสำนึกการใช้พลังงาน 6.1% ดำเนินการ อย่างต่อเนื่อง เพื่อ ผลสำเร็จที่ดี

32 ความมั่นใจในมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ของผู้บริหาร ที่ทีมอนุรักษ์พลังงานนำเสนอ 60.6% มาก 39.4% ปานกลาง

33 โครงการฯ จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตค่าใช้จ่าย ด้านพลังงาน ในอาคารมากน้อยเพียงใด 54.5% ปานกลาง 9.1% น้อย 36.4% มาก

34 ความรู้สึกหากผลประหยัดที่ได้น้อยกว่าที่ คาดการณ์ไว้โดยวิศวกร 1. มีความพอใจในขั้นตอนการทำงานของโครงการฯ 2. เบื่อหน่ายกับแนวทางการตรวจวัดที่เข้มงวด ใช้ต้นทุนสูง ไม่คุ้มกับ ผลประหยัดที่ได้รับ 3. น่าจะมีการทำการตรวจวัดที่เป็นมาตรฐานไม่ยุ่งยาก 4. ขาดความเชื่อมั่นในผลงานของทีมวิศวกรของโรงงาน/อาคาร 5. ขาดความเชื่อมั่นในผู้จำหน่ายสินค้า ที่นำเสนอผลประหยัดเกินจริง 6. ทางโรงงานมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง 7. ขาดศรัทธาในโครงการของ พพ. เพราะไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ในการช่วยโรงงานอุตสาหกรรมปรับปรุงกระบวนการผลิต 8. น่าจะคิดจากเงินสนับสนุนที่ พพ.จ่ายให้ไม่ต้องเกี่ยวพันกับภาษี 9. ยังอยากเข้าร่วมโครงการอีก 10. Auditor เก็บข้อมูลเกินความเป็นจริง

35 ท่านได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการนี้ คุ้มกับการลงทุน เพราะ 1. ในระยะยาวผลการประหยัดจะคุ้มค่าการลงทุน 2. ได้ผลประหยัดจริงและได้รับความรู้จาก Auditor 3. ได้รับเงินสนับสนุนจาก พพ. 4. ได้รับผลประหยัด ซึ่งเป็นนโยบายของบริษัท 5. การคืนทุนของโครงการเร็ว 6. สามารถลดการใช้พลังงานได้มาก

36 การสนับสนุนทีมอนุรักษ์ฯ หลังจบโครงการฯ 78.8% อยากให้มีการทำโครงการต่อเนื่องและเห็นผลชัดเจน 9.1% ดำเนินการต่อเนื่อง 6.1% เป็นนโยบายบริษัท 3% เพราะเห็นผลระยะยาว 3% เห็นความสำคัญของการใช้พลังงานและเป็นประโยชน์

37 บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ พลังงานเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด 54.5% ปานกลาง 36.4% มาก 9.1% น้อย

38 แนวทางที่ พพ.กำหนดในการเข้าร่วมโครงการฯ เป็นขั้นตอนการดำเนินงานที่เหมาะสมหรือไม่ 78.1% เหมาะสม 21.9% ไม่เหมาะสม

39 เหตุผลที่คิดว่า ขั้นตอนในการให้บริการ ของ พพ. เหมาะสมแล้ว 1.ง่ายต่อการปฏิบัติ สามารถทำได้ง่าย 2.มีบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาแนะนำแนวทางให้ โรงงาน 3.สามารถลดต้นทุนได้จริง 4.บริษัทได้ประโยชน์ 5.มีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจน

40 1.การตรวจวัดมีความล่าช้า 2.ทีมงานที่ปรึกษายังขาดประสบการณ์ในการดำเนินโครงการ 3.ขั้นตอนในการอนุมัติจากคณะกรรมการน่าจะกระชับกว่านี้ 4.ขั้นตอนในการอนุมัติจากคณะกรรมการยังมีความยุ่งยากซับซ้อน แนวทางที่ พพ.กำหนดในการเข้าร่วมโครงการฯ เป็นขั้นตอนการดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม

41 ข้อเสนอในการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้ดีขึ้น •ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ •ให้การสนับสนุนในเรื่องเครื่องมือตรวจวัด •ต้องส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้คำแนะนำกับบริษัท •อยากได้รับเงินสนับสนุนมาช่วยดำเนินมาตรการ เพิ่มขึ้น •ประชาสัมพันธ์ข้อดีข้อเสียที่โรงงานจะได้รับ โดย ชี้แจงให้เห็นผลสำเร็จของโครงการ •เลือกทีมงานที่ปรึกษาที่มีความรู้ความสามารถ มากกว่านี้

42 •ควรเพิ่มสิทธิประโยชน์ เช่น การลดหย่อนภาษี •ควรมีการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท •น่าจะให้โรงงานสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้เลยทันที •อยากให้ พพ.ออกเป็นกฎระเบียบ •Auditor ต้องมีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน และต้องมีเวลา ให้กับโรงงาน มากกว่านี้ •จะต้องมีมาตรการการตรวจวัดที่รัดกุมและมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก •พพ.จะต้องส่งข่าวสารของโครงการให้โรงงานทราบ เพื่อให้ โรงงานสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ดีขึ้น ข้อเสนอในการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้ดีขึ้น

43 SWOT

44 SWOT

45 SWOT จุดแข็ง • องค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการตรวจวัดที่ได้จากการ พัฒนาร่วมกันระหว่าง Auditor และ ทีมงานจาก สถานประกอบการ • สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากเงินกองทุนโดยไม่ต้อง ผ่านสรรพากร • ความโปร่งใสของกระบวนการดำเนินการ • การพัฒนาศักยภาพของวิศวกรภายในสถาน ประกอบการ

46 SWOT จุดอ่อน • ทีมงาน Auditor ขาดประสบการณ์ และมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ • อุปกรณ์ตรวจวัดพลังงานมีราคาแพง สถาน ประกอบการหลายแห่งยังขาดความพร้อมในการตรวจวัด พลังงานด้วยตนเอง • ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติโครงการใช้เวลานานและ ข้อมูลที่ใช้พิจารณามีความละเอียดมาก

47 SWOT จุดอ่อน • การประชาสัมพันธ์โครงการน้อย • ทีมงานบริหารโครงการยังขาดประสบการณ์ • ความคลาดเคลื่อนของผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริง • การคิดผลประหยัดที่อิงกับรอบปีภาษี

48 SWOT โอกาส • สถานการณ์ด้านพลังงานอยู่ในภาวะวิกฤต • การผลักดันให้สถานประกอบการจัดทำเป้าหมาย และแผน • สถานการณ์การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง • การสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางการค้า • ISO 14000

49 SWOT ข้อจำกัด • นโยบายของภาครัฐที่ไม่แน่นอน • สถานการณ์ทางการเมือง • การขาดความเชื่อมั่นของสรรพากร

50 เมื่อประมวลผลการเก็บข้อมูลภาคสนาม ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์ แวดล้อมของโครงการ ฝ่ายประเมินมี ความเห็นว่า สมควรจะดำเนินการ โครงการนี้ในอนาคต แต่ต้อง ดำเนินการปรับปรุงในด้านต่าง ๆ ดังนี้

51 แนวทางในการ ดำเนินการในอนาคต

52 • เพิ่มจำนวน Auditor ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วม โครงการ • เพิ่มข้อกำหนดด้านความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคของ Auditor ให้มากขึ้น • ให้การสนับสนุนด้านเครื่องมือในการตรวจวัดพลังงานแก่ สถานประกอบการ

53 แนวทางในการดำเนินการ ในอนาคต - เพิ่มจำนวนวิศวกรอาวุโสที่มีประสบการณ์ด้านการ ตรวจวัดประจำโครงการของฝ่ายบริหารโครงการให้ มากขึ้น - ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของฝ่ายประสานงานให้ กระชับ รวดเร็ว และมีความต่อเนื่องมากกว่าที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน - เพิ่มการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการ และ แนวทางในการตรวจวัดกับสถานประกอบการให้ สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง

54 แนวทางในการดำเนินการ ในอนาคต - เพิ่มการติดตามการทำงานของ Auditor ให้ มากกว่าเดิม - สมควรมี Internal Audit ที่เป็นอิสระ เพื่อสะท้อน การทำงานที่ตรงไปตรงมา - ปรับปรุงวิธีการนำเสนอผลการพิจารณาคัดเลือก สถานประกอบการให้กระชับ รวดเร็ว - จัดทำฐานข้อมูลการพิสูจน์ผลตรวจวัดเผยแพร่แก่ สถานประกอบการใน Website ของ พพ. หรือ Call Center

55 แนวทางในการดำเนินการ ในอนาคต - ประสาน Supplier ให้มีข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจวัดสำหรับ ผลิตภัณฑ์ที่ขายตามที่คณะกรรมการเสนอแนะ - ควรกำหนดระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน คือ - กำหนดระยะเวลารับสมัคร - กำหนดระยะเวลาในการดำเนินโครงการ - กำหนดระยะเวลาในการคิดผลประหยัด และประชาสัมพันธ์ระยะเวลาดังกล่าวให้เข้าใจตรงกัน

56 Q&A

57 Thank You


ดาวน์โหลด ppt รายงานประเมินผล ความพึงพอใจ โครงการนำร่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีฯ โดย ผศ. ดร. สุภาวดี มิตรสมหวัง ( ผู้จัดการโครงการ )

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google