งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Class 1 สถิติและการวิจัยธุรกิจ บธบ 151 สถิติและระเบียบวิจัยธุรกิจ ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2556.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Class 1 สถิติและการวิจัยธุรกิจ บธบ 151 สถิติและระเบียบวิจัยธุรกิจ ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2556."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Class 1 สถิติและการวิจัยธุรกิจ บธบ 151 สถิติและระเบียบวิจัยธุรกิจ ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2556

2 วัตถุประสงค์การเรียนรู้ • เข้าใจถึงความหมายสถิติและการประยุกต์ แนวคิดสถิติในการบริหารจัดการธุรกิจ • เข้าใจถึงความหมายและวัตถุประสงค์ของการ วิจัยธุรกิจ • อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างประเภทของ สถิติ • อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างประเภทของ ข้อมูล

3 สถิติ “ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล การ นำเสนอข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ” • การวางแผนการเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บ รวบรวมข้อมูล การนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น การ วิเคราะห์ข้อมูล และนำผลจากการวิเคราะหา สรุปเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งที่สนใจ และ สามารถนำผลสรุปนั้นมาช่วยในการตัดสินใจได้

4 ประโยชน์ของสถิติกับงานด้าน ธุรกิจ • เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค • ติดตามตรวจสอบคุณภาพของการดำเนินงาน และการผลิต • ติดตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยอดขาย ต้นทุน ราคาขาย • ทำนายหรือพยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคต • วิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่อยอดขาย ต้นทุน ความพึงพอใจของลูกค้า

5 ตัวอย่าง •7-11 ในญี่ปุ่นเก็บข้อมูลอุณหภูมิในแต่ละวันเพื่อ นำไปใช้ในการพยากรณ์ยอดขาย • ผู้ให้บริการมือถือเก็บข้อมูลสถิติการ download content ประเภทต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการ พยากรณ์โปรโมชั่นที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละ ราย • ธนาคารนำข้อมูลในอดีตมาทำการวิเคราะห์เพื่อ หาปัจจัยที่มีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

6 การวิจัยธุรกิจ • กระบวนการที่เป็นระบบระเบียบ (systematic) เชื่อถือได้ ในการค้นหาคำตอบหรือคำอธิบายใน ปัญหาที่กำหนดไว้ • กระบวนการดังกล่าว มีขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล เบื้องต้น การวิเคราะห์ข้อมูล การแปลผล และ การสรุปผลที่มีประโยชน์อันจะนำไปสู่การ วางแผน แก้ปัญหา และตัดสินใจ

7 ตัวอย่างการวิจัยธุรกิจ • พฤติกรรมพนักงาน เช่น การขาดลามาสาย การ ลาออก • ทัศนคติของพนักงาน เช่น ความพึงพอใจในงาน ความภักดีต่อองค์กร • ความพึงพอใจของลูกค้า • วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ • ความเสี่ยงด้านการเงิน • นวัตกรรม • ความเป็นผู้นำ

8 การวิจัยธุรกิจ • การวิจัยพื้นฐาน (Basic research) – ศึกษาค้นคว้า เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ความเข้าใจ ในศาสตร์ / สาขาวิชาใด เป็นการสร้างความรู้ใหม่ เช่น การวิจัยพบว่า คลื่นโทรศัพท์มีผลต่อการทำงาน ของสมอง • การวิจัยประยุกต์ (Applied research) – ศึกษาวิจัย ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง เพื่อหาคำตอบ / เพื่อตัดสินใจ เป็น การประยุกต์ หรืออธิบายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น งานวิจัยสาเหตุที่ยอดขายลดลง

9 บทบาทของสถิติในงานวิจัย • มีบทบาทในเกือบทุกขั้นตอนของงานวิจัย – การวางแผนงานวิจัย – การออกแบบงานวิจัย – การกำหนดประชากรเป้าหมาย – เทคนิคหรือแผนการเลือกตัวอย่าง – การคำนวณขนาดตัวยอ่าง – การวิเคราะห์ผล – การสรุปผล

10 ประโยชน์ของสถิติในงานวิจัย • ช่วยวางแผนของงานวิจัย ตั้งแต่การเก็บรวบรวม ข้อมูล กำหนดขนาดตัวอย่าง การออกแบบ งานวิจัยในขั้นตอนต่างๆ • เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นเหตุการณ์หรือความ เป็นจริงที่เกิดขึ้น • หาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เช่น – สาเหตุที่ลูกค้าตัดสินใจกลับมาซื้อ – สาเหตุที่ทำให้คุณภาพของการผลิตแย่ลง

11 สถิติสำหรับงานวิจัย 1. สถิติเชิงพรรณา (Descriptive Statistics) เป็นสถิติที่ใช้ในการสรุปลักษณะที่สำคัญของประชากร หรือกลุ่มตัวอย่าง 2. สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เป็นสถิติที่ใช้ในการสรุปลักษณะที่สำคัญของประชากร โดยอ้างอิงหรืออนุมานจากกลุ่มตัวอย่าง เช่น การ ประมาณการ การทดสอบสมมติฐาน การหา ความสัมพันธ์

12 “ วาเลนไทน์ในสไตล์วัยรุ่นไทย ” • ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “ นิด้าโพล ” สถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ( นิด้า ) เปิดเผยผล สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ วาเลน ไทน์ในสไตล์วัยรุ่นไทย ” ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 9 – 11 กุมภาพันธ์ 2556 จากเด็ก และเยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 1,252 หน่วย ตัวอย่าง กระจายทุกภูมิภาค เกี่ยวกับความ คิดเห็นที่มีต่อวันวาเลนไทน์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

13 “ วาเลนไทน์ในสไตล์วัยรุ่นไทย ”

14

15

16 Self-Presentation 2.0: Narcissism and Self-Esteem on Facebook •Online social networking sites have revealed an entirely new method of self-presentation. This cyber social tool provides a new site of analysis to examine personality and identity. •The current study examines how narcissism and self-esteem are manifested on the social networking Web site Facebook.com. •Self-esteem and narcissistic personality self- reports were collected from 100 Facebook users at York University. Participant Web pages were also coded based on self- promotional content features.

17 Self-Presentation 2.0: Narcissism and Self-Esteem on Facebook •H1: Individuals with high narcissism scores will be correlated with a greater amount of Facebook activity. •H2: Individuals with high narcissism scores will use more self-promoting content on Facebook. •H3: Males with high narcissism scores will display descriptive self-promotion, while females with high narcissism scores will display superficial self-promotion. •H4: Individuals with low self-esteem will be correlated with a greater amount of Facebook activity. •H5: Individuals with low self-esteem scores will use more self-promoting content on Facebook.

18 Self-Presentation 2.0: Narcissism and Self-Esteem on Facebook •Correlation analyses revealed that individuals higher in narcissism and lower in self-esteem were related to greater online activity as well as some self- promotional content. •Gender differences were found to influence the type of self-promotional content presented by individual Facebook users. •Males displayed more self-promotional information in the About Me and Notes sections than women. •Conversely, women displayed more self- promotional Main Photos.


ดาวน์โหลด ppt Class 1 สถิติและการวิจัยธุรกิจ บธบ 151 สถิติและระเบียบวิจัยธุรกิจ ภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2556.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google