งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

รายงานความก้าวหน้า โครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของแม่หญิงและชุมชน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยความร่วมมือระหว่าง ศูนย์กลางสหพันธ์แม่หญิงลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "รายงานความก้าวหน้า โครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของแม่หญิงและชุมชน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยความร่วมมือระหว่าง ศูนย์กลางสหพันธ์แม่หญิงลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 รายงานความก้าวหน้า โครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของแม่หญิงและชุมชน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยความร่วมมือระหว่าง ศูนย์กลางสหพันธ์แม่หญิงลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนโครงการโดยมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย

2 ความเป็นมาของความร่วมมือ พอช. ได้มีความร่วมมือด้าน การพัฒนาชุมชน สปป.ลาว นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2543 สยล. ผ่านโครงการ พัฒนาแม่หญิง เมืองปากงึม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาชุมชน (FCD) ในการส่งเสริมการ พัฒนาขบวนการออมทรัพย์ และกองทุนพัฒนา รวมถึง การใช้กิจกรรมการออม ทรัพย์เป็นเครื่องมือในการ พัฒนาชุมชน ในเขตเมือง ปากงึม จังหวัดกำแพงนคร เวียงจันทน์

3 ต่อมา พอช.และ สยล. จึงได้จัดทำบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาชุมชน อย่างเป็นทางการ ตามโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของแม่หญิงและชุมชน จำนวน 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (เดือนตุลาคม 2545 – เดือนกันยายน 2548) พื้นที่ดำเนินงานโครงการจำนวน 3 เมืองใน นครหลวงเวียงจันทน์ ประกอบด้วยเมืองปากงึม เมืองนาทรายทอง และเมืองสังข์ทอง ผู้แทนในการ ลงนามบันทึกความร่วมมือจาก สยล. คือ ท่านเข็มเพชร พลเสนา รองประธานศูนย์กลางสหพันธ์ แม่หญิงลาว ส่วนผู้แทนจาก พอช. คือ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ พอช.ในสมัยนั้น ระยะที่ 2 (มกราคม 2549 – เดือนธันวาคม 2550) ขยายพื้นที่ดำเนินงานโครงการครอบคลุมพื้นที่ 16 เมือง ใน 5 แขวง ประกอบด้วย นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงจำปาศักดิ์ แขวงหลวงพระบาง แขวง บ่อแก้ว และแขวงผึ้งสาลี ผู้แทนในการลงนามบันทึกความร่วมมือจาก สยล.คือ ท่านจันทึม ลัดมะนี รองประธานศูนย์กลางสหพันธ์แม่หญิงลาว ส่วนผู้แทนซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ พอช. คือ นายวิชล มนัสเอื้อศิริ กรรมการ พอช.

4 หลักการสำคัญของความร่วมมือ หลักคิดและกระบวนการดำเนินโครงการ เป็น กระบวนการที่โครงการได้ดำเนินการ เพื่อสนับสนุน การพัฒนาชุมชนในสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว อยู่บนพื้นฐาน แนวคิด และหลักการที่ สำคัญคือ ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง ที่มีความเท่า เทียม และเสมอภาค ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ให้และผู้รับ อย่างมีศักดิ์ศรี และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยยึด เป้าหมายร่วมกันคือ การพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของ ประชาชน และความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนไทย- ลาว โดยทางฝ่ายลาวมีบทบาทหลักในการตัดสินใจ ดำเนินโครงการ

5 กระบวนการดำเนินงานสำคัญ  การส่งเสริมการจัดตั้ง และพัฒนาขบวนการกลุ่มท้อนเงิน รวมถึงกองทุนระดับชุมชน  ส่งเสริมการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกลุ่มท้อนเงินระดับเขต และ เมือง  สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนระดับเมือง 3 เมือง และกองทุนกลาง  ขยายผลกิจกรรมกลุ่มท้อนเงินสู่การพัฒนาชุมชนด้านต่างๆ ได้แก่ การจัดสวัสดิการชุมชน การส่งเสริมอาชีพและธุรกิจ ชุมชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การ ปรับปรุงที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเมือง ฯลฯ  สนับสนุนงานด้านวิชาการ และการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยน บทเรียน ประสบการณ์ ทั้งระหว่างกลุ่มท้อนเงินภายในเมือง ระหว่างแขวง และระหว่างประเทศ  การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับ ชุมชนหมู่บ้าน (นายบ้าน คณะเลขาพรรคบ้าน ฯลฯ) เจ้าเมือง เจ้าแขวง หน่วยงาน องค์กรจัดตั้งของรัฐ ธนาคารของรัฐ เป็น ต้น

6

7 ผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมจัดตั้งกลุ่มท้อนเงินและกองทุนชุมชน นครหลวง เวียงจันทน์ จำปาศักดิ์หลวงพระบางบ่อแก้วผึ้งสาลีรวม จำนวนหมู่บ้านทั้งหมด ,187 จำนวนกลุ่ม ได้สนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มท้อนเงินจำนวน 404 กลุ่ม คิด เป็นร้อยละ 34.0 ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมดใน 16 เมืองซึ่งมีอยู่ รวม 1,187 แห่ง โดยนครหลวงเวียงจันทน์ มีการตั้งกลุ่มเกือบ 80% ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด

8 จำนวนสมาชิกกลุ่มท้อนเงินเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดในเมืองที่ดำเนินโครงการ นครหลวง เวียงจันทน์จำปาศักดิ์ หลวงพระ บางบ่อแก้วผึ้งสาลีรวม ประชากรทั้งหมด314,64649,63921,38913,56115,933415,168 จำนวนสมาชิก53,2165,2132,7562,6182,13965,942 กลุ่มท้อนเงินที่จัดตั้งขึ้น มีจำนวนสมาชิกรวมทั้งสิ้น 65,942 คน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดในเมืองที่ดำเนิน โครงการ ซึ่งมีจำนวน 415,168 คน คิดเป็นร้อยละ16 ของ จำนวนประชากรทั้งหมด

9 จำนวนครัวเรือนที่เป็นสมาชิกกลุ่มท้อนเงินเปรียบเทียบกับจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในเมืองที่ดำเนินโครงการ นครหลวง เวียงจันทน์จำปาศักดิ์ หลวงพระ บางบ่อแก้วผึ้งสาลีรวม จำนวนครัวเรือน ทั้งหมด74,9368,19331,0712,8724,390121,462 จำนวนครัวเรือน ที่เป็นสมาชิก30,5163,3341,9872,1651,78939,791 เมื่อพิจารณาจำนวนครัวเรือนที่เป็นสมาชิกกลุ่มท้อนเงินมีจำนวนสมาชิก รวมทั้งสิ้น 39,791 คน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับจำนวนครัวเรือนทั้งหมดใน เมืองที่ดำเนินโครงการ ซึ่งมีจำนวน 121,462 ครัวเรือน จะคิดเป็นร้อยละ 33 โดยแขวงบ่อแก้ว มีครัวเรือนที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วประมาณ 75% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด

10 ข้อมูลกลุ่มท้อนเงินและกองทุนรวม จำแนกตามระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ เดือนธันวาคม 2548เดือนธันวาคม 2550เดือนธันวาคม 2551 จำนวนกลุ่ม จำนวนสมาชิก (คน)15,21351,43065,942 จำนวนเงินท้อน (ล้านกีบ)8,33636,51040,561 จำนวนกองทุนรวม (ล้านกีบ)10,78944,38070,869 ระยะเวลาโครงการ ล้าน กีบ 8, , , , , , 869

11 จำนวนผู้รับประโยชน์จากสินเชื่อ จำแนกตามประเภท การเกษตร 12,672 ราย (51.9%) ค้าขาย 5,727 ราย (23.4%) หัตถกรรม 1,798 ราย (7.4%) เจ็บป่วย 1,584 ราย เจ็บป่วย 1,584 ราย (6.5%) ฉุกเฉินและอื่นๆ 2,648 ราย (10.8%) ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา กลุ่มท้อนเงินได้ปล่อยสินเชื่อให้สมาชิกจำนวน 24,429 ราย ในจำนวนนี้ เป็นการกู้ยืมไปลงทุนทางการเกษตรทุกประเภท ได้แก่ ทำนา ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ จำนวนกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 51.9) คือ 12,672 ราย

12 ปริมาณสินเชื่อจำแนกตามประเภท การเกษตร 25,265 ล้านกีบ (45.7%) ค้าขาย 18,728 ล้านกีบ (33.9%) หัตถกรรม 3,424 ล้านกีบ (6.2%) เจ็บป่วย 2,165 ล้านกีบ (3.9%) ฉุกเฉินและอื่นๆ 5,703 ล้านกีบ (10.3%) วงเงินสินเชื่อที่ในรอบปีที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 55,287 ล้านกีบ (230 ล้านบาท) โดยร้อยละ 45.7 เป็นสินเชื่อเพื่อการเกษตร

13 การจัดสรรผลกำไรกลุ่มท้อนเงิน กองทุนสะสม 1,596 ล้านกีบ (37.6%) กองทุนพัฒนา 467 ล้านกีบ (11.0%) กองทุนสวัสดิการ 1,837 ล้าน กีบ (43.4%) กองทุนทัศนศึกษา 339 ล้านกีบ (8.0%) กลุ่มท้อนเงินได้จัดสรรเงินกำไรจากกลุ่ม จัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนารวม 4,242 ล้านกีบ (17.7 ล้านบาท) โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 43.4 เป็นกองทุนสวัสดิการ ชุมชน รองลงมาร้อยละ 37.6 เป็นกองทุนสะสมของกลุ่ม และร้อยละ 11.0 เป็น กองทุนสนับสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาชุมชน นอกจากนี้ ยังได้จัดสรร เป็นกองทุนสำหรับการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ร้อยละ 8.0

14 ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก  ช่วยสมาชิกแก้ไขปัญหาการขายข้าวเขียว จำนวน 16,834 ราย วงเงินรวม 33,488 ล้านกีบ (139.5 ล้านบาท)  ลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่สมาชิกต้องจ่ายประมาณปีละ 132,700 ล้านกีบ (553 ล้านบาท) เหลือเพียงปีละ 26,500 ล้านกีบ ( 110 ล้านบาท) หรือลดลงประมาณ 5 เท่าของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ นอกระบบ  ส่งเสริมการขยายกิจการหรือธุรกิจในครอบครัวสมาชิกทั้ง ประเภทการค้าขาย และอาชีพด้านหัตถกรรม (ทอผ้า จักสาน ฯลฯ) แก่สมาชิกจำนวน 7,525 ราย สินเชื่อรวม 22,100 ล้านกีบ (ประมาณ 92.3 ล้านบาท)  เกิดการพัฒนาธุรกิจชุมชนและเชื่อมโยงตลาดทั้งภายในและ ต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ

15 ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก  เกิดการดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลภายในชุมชน โดยได้สนับสนุนเงิน ยืมไม่มีดอกเบี้ย และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเหลือสมาชิกกรณี เจ็บป่วยฉุกเฉิน น้ำท่วม ไฟไหม้ ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 694 ราย จำนวน เงินรวม 1,095 ล้านกีบ (4.6 ล้านบาท)  เกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนใน 15 เมือง เงินกองทุนรวม 1,837 ล้านกีบ (หรือประมาณ 7.7 ล้านบาท) สมาชิกรวม 17,310 ราย  เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยกระตุ้นให้ เกิดการรวมตัวของคนในชุมชนและเครื่องมือในการประสาน เชื่อมโยงกับหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อเข้ามาร่วมกันสนับสนุน กระบวนการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นให้เกิดการพัฒนารอบด้าน มากยิ่งขึ้น  เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยกระตุ้นให้ เกิดการรวมตัวของคนในชุมชน และเครื่องมือในการประสาน เชื่อมโยงกับหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อเข้ามาร่วมกันสนับสนุน กระบวนการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นให้เกิดการพัฒนารอบด้าน มากยิ่งขึ้น  กลุ่มท้อนเงินได้ประกอบส่วน(มีส่วนร่วม) ในการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น ด้วยการระดมเงินจากสมาชิก หรือจัดสรรผลกำไรประจำปี สมทบกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน สมทบการประชุมสหพันธ์แม่หญิง ขั้นเมือง การประชุมคณะพรรคระดับเมือง เป็นต้น ด้านสังคม

16

17 การส่งเสริมอาชีพด้านกสิกรรม

18

19

20 สมาชิก % สมทบ % % ทัศนศึกษา 3-5 % ตอบแทนที่ปรึกษา 2-3 % 500 – 1,000 กีบ / เดือน

21 ด้านการยกระดับการพัฒนาคุณภาพกลุ่มและสมาชิก เกิดการจัดระบบการบริหารจัดการ เชื่อมโยงกองทุนจากระดับชุมชน  เกิดการจัดระบบการบริหารจัดการ เชื่อมโยงกองทุนจากระดับชุมชน สู่ระดับเมือง และกองทุนกลาง  หนุนเสริมบทบาทและยกระดับความสามารถของแม่หญิงลาวในการ พัฒนาชุมชนท้องถิ่น - เกิดแกนนำขบวนการกลุ่มท้อนเงินระดับกลุ่ม จำนวน 1,726 คน ระดับเขต (เครือข่าย) 143 คน ระดับเมือง 241 คน - เกิดความเชื่อมั่น สามารถประกอบในการประชุมใหญ่ระดับต่างๆ รวมถึงเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้รับความไว้วางใจ มอบหมายงานเรื่องการเก็บข้อมูลในชุมชน/ - ได้รับความไว้วางใจ มอบหมายงานเรื่องการเก็บข้อมูลในชุมชน/ หมู่บ้าน รวมถึงได้รับคำชมเชยจากเจ้าเมือง เกิดพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาชุมชนที่หลากหลาย เช่น หมู่บ้านต้นแบบ  เกิดพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาชุมชนที่หลากหลาย เช่น หมู่บ้านต้นแบบ เกษตรกรรมที่ไม่ใช้สารเคมี ศูนย์เรียนรู้การเพาะพันธุ์ปลา พื้นที่อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดิน วังปลา ลุ่มน้ำ ป่า)

22 ด้านการยอมรับและการสนับสนุนทางนโยบาย  เครือข่ายกลุ่มท้อนเงิน 3 เมือง (ปากงึม นาทรายทอง สังข์ทอง) ได้รับ การจัดสรรพื้นที่ว่างจากเมือง เพื่อก่อสร้างสำนักงาน โดยการระดมเงินจาก สมาชิก  เจ้าแขวงเห็นความสำคัญของกิจกรรมการพัฒนา โดยกลุ่มท้อนเงิน สั่งการให้เจ้าเมืองเข้าร่วมในกิจกรรมที่กลุ่มท้อนเงินจัดขึ้น รวมถึงสมทบ งบประมาณในการจัดกิจกรรมกลุ่ม ได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกขับเคลื่อนงานตานโยบายที่สำคัญของรัฐบาล  ได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกขับเคลื่อนงานตานโยบายที่สำคัญของรัฐบาล เช่น นโยบายการแก้ไขปัญหาความทุกข์จนของประชาชน รวมถึงได้รับการ สนับสนุนงบประมาณ เพื่อนำไปสมทบกองทุนกลุ่มท้อนเงิน  กองทุนหลุดผ่อนความทุกข์ยาก สำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดส่งตัวแทน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมกลุ่มท้อนเงินและกองทุน รวมถึงเชิญผู้แทน กลุ่มและโครงการเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบการณ์  เกิดการปรับระบบการปล่อยสินเชื่อของธนาคารกสิกรรม โดยพิจารณาปล่อย สินเชื่อแก่สมาชิกกลุ่มท้อนเงินเป็นกรณีพิเศษ ขั้นตอนและเวลาการพิจารณา น้อยลง ทำให้สมาชิกสามารถเข้าถึงสถาบันการเงินสะดวกขึ้น  สามารถแสดงบทบาทเป็นกลไกกลางในการประสานเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำเสนอปัญหาที่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนใน ชุมชนต่อหน่วยงาน เพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหา

23 แนวทางการขยายความร่วมมือ ผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองประเทศ และความสำเร็จ ในการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งสำหรับแม่หญิง และชุมชน ในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ส่งผลให้ทั้งสองฝ่าย มีความเห็น ร่วมกันว่าควรสนับสนุนการพัฒนาขบวนการกลุ่มท้อนเงินและกองทุน ใน สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง ระหว่างสหพันธ์แม่หญิงลาว สถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน และมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย โดยการ ขยายผลการดำเนินงาน จาก 16 เมือง 5 แขวง เป็น 32 เมือง 8 แขวง ทั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จภายในเดือน กรกฎาคม 2552 และได้กำหนดจัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกความ ร่วมมือภายในเดือนสิงหาคม 2552 นี้


ดาวน์โหลด ppt รายงานความก้าวหน้า โครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของแม่หญิงและชุมชน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยความร่วมมือระหว่าง ศูนย์กลางสหพันธ์แม่หญิงลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google