งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Credit:

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Credit:"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Credit:

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17 แนวคิดใหม่คือ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบกราฟแท่งเทียนนั้น ให้เรามองในลักษณะของการเปลี่ยนแปลง momentum ที่เพิ่มขึ้น หรือ ลดลง แล้วอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มราคา !!! Credit:

18 COG = Changing of the Guard เป็นรูปแบบการกลับตัว หลังจากเกิดแท่งเทียนตั้งแต่ 3 แท่งขึ้นไป วิ่งไปตามแนวโน้มเดิม แล้วเกิดแท่งเทียนใหม่ ที่แสดงรูปแบบการเปลี่ยนทิศกับ แนวโน้มเดิมนั้น (รอดูในตัวอย่าง) WRB = แท่งเทียนยาว แสดงถึงการเพิ่ม momentum NR = แท่งเทียนลำตัวแคบ แสดงถึงแรงซื้อและแรงขายที่ต่อสู้กัน NRB = รูปแบบของกลุ่มของแท่งเทียน ที่ขนาดของ body ค่อยๆเล็กแคบลงไปเรื่อยๆ แสดงถึงการลดลงของ momentum หรือแนวโน้มเดิมเริ่มลดความแข็งแรงลง TT = topping tail แท่งเทียนมีไส้บนยาว แสดงว่า เจอแรงขายด้านบน BT = Bottoming tail แท่งเทียนไส้ล่าง ยาว แสดงว่าเจอแนวรับข้างล่าง Credit:

19 รูปแบบ COG = Changing of the guard = รูปแบบการกลับตัวที่สำคัญ Credit:

20 NB = Narrow Range bodies เป็นการแสดงให้เราเห็นว่า momentum หรือแนวโน้มเดิม กำลังลดความแรงลง และ อาจมีผลต่อการกลับตัวหรือไม่ก็ได้ Credit:

21 NRB = Narrowing Range Bars เป็นรูปแบบกลุ่มแท่งเทียนหลายแท่ง ที่ขนาดของลำตัวของแท่งเทียน ค่อยๆ เล็กลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า momentum ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ Credit:

22 รูปแบบดังต่อไปนี้ ราคายิ่งขึ้น จะยิ่งมีความเสี่ยงต่อการปรับตัวมากขึ้น เราเรียกว่า เป็น sell set up หรือเตรียมขายเมื่อเกิดสัญญาณขายออกมา สังเกต ดู แต่ละรูปแบบ จะเพิ่มโอกาสของการปรับตัวเพิ่มมากขึ้น ตามลำดับ Credit:

23 อีกรูปแบบ เป็น buy set up โดยมองว่า การที่ราคายิ่งลง ก็มีโอกาสที่หุ้นจะกลับตัวขึ้นมากขึ้น แต่การเข้าซื้อก็ต้องรอสัญญาณซื้อยืนยันด้วย Credit:

24 รูปแบบ TT และ BT จะแสดงถึงแนวต้าน และ แนวรับ หลังจากเกิดแท่งเทียนขึ้นหรือลงต่อเนื่อง มาระยะหนึ่งแล้ว Credit:

25 อธิบายในภาพ ขนาดของแท่งเทียน (สั้น/ยาว) จำนวนของแท่งเทียน (1/2/3) จะมีผลหรือมีความสำคัญมากขึ้น การอยู่ห่างจากเส้นค่าเฉลี่ย 20 periods ยิ่งมาก ก็จะยิ่งมีโอกาสกลับตัวเข้ามาหาเส้นค่าเฉลี่ย มากขึ้น Credit:

26 ลองพิจารณาดูว่า ภาพต่างๆที่แสดงมานั้น ให้นัยยะความสำคัญของการกลับตัว และแท่งเทียนมันบอกอะไรกับเรา Credit:

27 WRB = Wide range bar กราฟแท่งเทียนยาว ตัวนี้หากเราศึกษาดีๆ จะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมาก ใน 2 กรณีคือ 1. หากเกิด WRB หลังจากราคาอยู่ในกรอบแคบๆ มาระยะหนึ่ง จะมีนัยยะบอกว่า แท่งยาวนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ ตามทิศทางของ แท่งเทียนยาวนั้น (Break Out / Break down) 2. หาก WRB นั้น เกิดหลังจากเกิด แท่งเทียนยาว ลงติดต่อกันมาหลายแท่งแล้ว จะแสดงถึงใกล้จะถึงจุดจบในแล้วโน้มนั้นแล้ว ให้รอสัญญาณการกลับตัว Credit:

28 ขนาดของแท่งเทียนยาว ยังแสดงถึง ความโลภ (greed) และความกลัว (fear) ด้วย ดูตัวอย่าง เราจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้อย่างไร ? Credit:

29 ยิ่งกลัวมาก (แท่งเทียนลงยาว + volume มาก) เมื่อเกิดการกลับตัว จะยิ่งวิ่งแรงมาก เพราะ volume ถูกเก็บไปหมดแล้ว ยิ่งโลภมาก (แท่งเทียนขึ้นยาว + volume มาก) เมื่อเกิดการกลับตัว จะยิ่งลงแรง เพราะหุ้นถูกระบายออกมาแล้ว Credit:

30 ลองดูว่า หากลักษณะของแท่งเทียน เปลี่ยนแปลงไป ดังตัวอย่าง A และ B จะมีผลต่อความคาดหวังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร Credit:

31

32 แท่งเทียนที่ Break out ขึ้นไป แล้ววกกลับลงมา แสดงถึง weak แท่งเทียนทีื Break down ลงไปแล้ว วกกลับขึ้นมาได้ แสดงถึง strength Credit:

33 เรื่อง การปิด GAP หรือ การใช้ GAP เป็นแนวรับแนวต้าน นั้น เราจะสังเกตอย่างไร ? หากเกิดแท่งเทียนยาว ขึ้นหรือลงมา ปิด gap ที่เกิดขึ้นได้ จะแสดงถึงแนวโน้มจะยังดำเนินต่อไปตามแท่งเทียนยาวที่ปิด gap นั้น หากแท่งเทียนขนาดสั้นๆ หลายแท่ง อาจเป็น 2-3 แท่ง ลงมาพยายามจะปิด gap นั้น จะแสดงถึงบริเวณ gap นั้น จะกลายเป็นจุดกลับตัว (ไม่ผ่านหรือปิดไม่ได้ นั่นเอง) ที่สำคัญ ดูรูป ประกอบ Credit:

34


ดาวน์โหลด ppt Credit:

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google