งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

บทที่ ๓ โวหารภาพพจน์.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "บทที่ ๓ โวหารภาพพจน์."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 บทที่ ๓ โวหารภาพพจน์

2 ภาพพจน์ (Figure of Speech)
หมายถึง สำนวนภาษารูปแบบหนึ่งเกิดจากการเรียบเรียงถ้อยคำด้วยวิธีการต่างๆให้ผิดแผกไปจากการเรียงลำดับคำหรือความหมายของคำตามปกติ ไม่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา เพื่อต้องการให้ผู้อ่านเกิดภาพ มีส่วนร่วมในการคิด มีความหมายพิเศษ เข้าใจ และรู้สึกอย่างลึกซึ้งตามผู้แต่ง

3 ๑. อุปมา ( Simile) อุปมา คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่งโดยใช้คำเชื่อมที่มี ความหมายเช่นเดียวกับ คำว่า “เหมือน” เช่น ดุจ ดั่ง ราว ราวกับ เปรียบ ประดุจ เฉก เล่ห์ ปาน ประหนึ่ง เพียง เพี้ยง พ่าง ปูน ฯลฯ ตัวอย่างเช่น ปัญญา ดังอาวุธ ไพเราะกังวาน เสียงนกร้อง ท่าทางหล่อน นางพญา จมูก ลูกชมพู่ ประดุจ ปาน ราวกับ เหมือน

4 “สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา ทั้งสองแก้มกัลยาดังลูกยอ คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ หูกลวงดวงพักตร์หักงอ ลำคอโตตันสั้นกลม” (ระเด่นลันได - พระมหามนตรี ( ทรัพย์)) ในบทกลอนข้างต้นนี้เป็นการนำเอาลักษณะของอวัยวะหรือรูปร่างของคนมาเปรียบกับลักษณะของสิ่งที่ดูเหมือนเช่นแก้มเป็นปุ่มปมเหมือนกับผิวลูกยอจมูกที่ดูงองุ้มที่ปลายจมูกเหมือนกับตะขอเป็นต้น

5 อุปมาไม่ได้มีแต่ในภาษากาพย์กลอนเท่านั้นในร้อยแก้วก็มีอุปมาเช่นกัน ตัวอย่างเช่น “… ข้าพเจ้ารีบเดินดุ่มๆ ไม่เหลียวหลังผ่านไปในระวางละแวกบ้านมองดูข้างหน้าในเวลาฟ้าขาวจวนจะสว่างเห็นถนนหนทางนอกเมืองดูว้าเหว่ทอดยาวยืดไปไกลลิบลับดู ประหนึ่ง ว่าจะไม่มีเขตสุดลงไปฉะนั้น …” ( กามนิต – เสฐียรโกเศศและนาคะประทีป)

6 ๒. อุปลักษณ์ ( Metaphor ) อุปลักษณ์ ก็คล้ายกับอุปมาโวหารคือเป็นการเปรียบเทียบเหมือนกัน แต่เป็นการเปรียบเทียบ สิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง อุปลักษณ์จะไม่กล่าวโดยตรงเหมือนอุปมา แต่ใช้วิธีกล่าวเป็นนัย ให้เข้าใจเอาเอง ที่สำคัญอุปลักษณ์จะไม่มีคำเชื่อมเหมือนอุปมา ตัวอย่างเช่น ขอ เกือกทองรองบาทาไปจนกว่าชีวันจะบรรลัย ทหาร รั้วของชาติ เป็น เป็น

7 ๒. อุปลักษณ์ ( Metaphor ) เธอ ดอกฟ้าแต่ฉันนั้นคือหมาวัด เธอ ดินหรือเธอเป็นหญ้าแท้จริงมีค่ากว่าใครนิรันดร์ ชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ ครู แม่พิม์ของชาติ ชีวิต การต่อสู้ ศัตรู ยากำลัง คือ เป็น เป็น คือ คือ คือ

8 ๓. ปฏิพากย์ ( Paradox ) ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์ คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เลวบริสุทธิ์ บาปบริสุทธิ์ สวยเป็นบ้า สวยอย่างร้ายกาจ สนุกฉิบหาย สวรรค์บนดิน ยิ่งรีบยิ่งช้า น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย

9 ๔. อติพจน์ ( Hyperbole ) อติพจน์ หรือ อธิพจน์ คือโวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อเน้นความรู้สึก ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน

10 ตัวอย่างเช่น - คิดถึง. - คอแห้ง. - ร้อนตับ. - หนาว. - การบินไทยรักคุณ
ตัวอย่างเช่น - คิดถึง... - คอแห้ง... - ร้อนตับ... - หนาว... - การบินไทยรักคุณ... - คิดถึงเธอ... ในกรณีที่ใช้โวหารต่ำกว่าจริงเรียกว่า“อวพจน์” ตัวอย่างเช่น - เล็กเท่าขี้ตาแมว – เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว - รอสักอึดใจเดียว ใจจะขาด เป็นผง กระดูกจะหลุด จะแตก เท่าฟ้า ทุกลมหายใจเข้าออก

11 ๕. บุคลาธิษฐาน ( Personification )
บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลวัต คือการกล่าวถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีชีวิต ไม่มีความคิด ไม่มีวิญญา เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อิฐ ปูน หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น ต้นไม้ สัตว์ โดยให้สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงกิริยาอาการและความรู้สึกได้เหมือนมนุษย์ ( บุคลาธิษฐาน มาจากคำว่า บุคคล + อธิษฐาน หมายถึง อธิษฐานให้กลายเป็นบุคคล )

12 ตัวอย่างเช่น. “มองซิ. มองทะเล. บางครั้งมันบ้าบิ่น. ทะเลไม่เคยหลับใหล
ตัวอย่างเช่น “มองซิ..มองทะเล บางครั้งมันบ้าบิ่น ทะเลไม่เคยหลับใหล บางครั้งยังสะอื้น เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน กระแทกหินดังครืนครืน ใครตอบได้ไหมไฉนจึงตื่น ทะเลมันตื่นอยู่ร่ำไป” “ลมหนาวเริ่มล่องมาจากฟ้าแล้ว พรมจูบแผ่วเจ้าพระยาโรยฝ้าฝัน คลื่นคลี่เกลียวแก้วม้วนกับนวลจันทร์ กระซิบสั่นซ่านกระเซ็นเป็นลำนำ”

13 ๖. สัญลักษณ์ (symbol ) สัญลักษณ์ เป็นการเรียกชื่อสิ่งๆหนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน ไม่เรียกตรงๆ ส่วนใหญ่คำที่นำมาแทนจะเป็นคำที่เกิดจากการเปรียบเทียบและตีความซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันโดยทั่วไป ตัวอย่างเช่น เมฆหมอก แทน อุปสรรค สีดำ แทน ความตาย ความชั่วร้าย สีขาว แทน กุหลาบแดง แทน ความบริสุทธิ์ ความรัก

14 ความแข็งแกร่ง ความเป็นเลิศ
หงส์ แทน กา แทน ดอกไม้ แทน แสงสว่าง แทน เพชร แทน แก้ว แทน ลา แทน สุนัขจิ้งจอก แทน คนชั้นสูง คนต่ำต้อย ผู้หญิง สติปัญญา ความแข็งแกร่ง ความเป็นเลิศ ความดีงาม ของมีค่า คนโง่ คนน่าสงสาร คนเจ้าเล่ห์

15 ๗. นามนัย ( Metonymy ) นามนัย คือการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง คล้ายๆสัญลักษณ์ แต่ต่างกันตรงที่ นามนัยนั้นจะดึงเอาลักษณะบางส่วนของสิ่งหนึ่งมากล่าว ให้หมายถึงส่วนทั้งหมด ตัวอย่างเช่น เมืองโอ่ง หมายถึง จังหวัดราชบุรี เมืองย่าโม หมายถึง ทีมเสือเหลือง หมายถึง ทีมสิงโตคำราม หมายถึง เก้าอี้ หมายถึง มือที่สาม หมายถึง จังหวัดนครราชสีมา ทีมมาเลเซีย อังกฤษ ตำแหน่ง ผู้ก่อความเดือดร้อน

16 ๘. สัทพจน์ ( Onematoboeia )
หมายถึง ภาพพจน์ที่เลียนเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคลื่น เสียงลม เสียงฝนตก เสียงน้ำไหล ฯลฯ การใช้ภาพพจน์ประเภทนี้จะทำให้เหมือนได้ยินเสียงนั้นจริง ๆ ตัวอย่างเช่น ลูกหมาร้องบ๊อกๆๆ ลูกนกร้องจิ๊บๆๆ ลูกแมวร้องเหมียวๆๆ เปรี้ยงๆ ดังเสียงฟ้าฟาด ตะแลกแต๊กแต๊กตะแลกแต๊กแต๊ก กระเดื่องดังแทรกสำรวลสรวลสันต์ คลื่นซัดครืนครืนซ่าที่ผาแดง

17 แบบทดสอบ เรื่อง โวหารภาพพจน์
แบบทดสอบ เรื่อง โวหารภาพพจน์ ๑. ข้อใดมีโวหารภาพพจน์เช่นเดียวกับ “หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ” ๑. ก้อยกุ้งปรุงประทิ่นวางถึงลิ้นดิ้นแดโดย ๒. เมื่อลมพัดใบไม้สะบัดโบกมือเรียกใคร ๓. สุดเอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้ำเทพอัปสร ๔. เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข ๒. “สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน” ข้อความที่ ขีดเส้นใต้ใช้ภาพพจน์ชนิดใด ๑. สัทพจน์ ๒. สัญลักษณ์ ๓. บุคลวัต ๔. อุปมา

18 ๓. ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์ ๑. เธอคือโคมทองของชีวิตพี่ ๒
๓. ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์ ๑. เธอคือโคมทองของชีวิตพี่ ๒. เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย ๓. ฝากเพลงนี้มากับสายลมผ่าน ๔. หากมีเวลามาเยี่ยมบ้านนาบ้างเธอพี่เน้อ ๔. “ธรรมชาติต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด ๑. อุปมา ๒. อุปลักษณ์ ๓. บุคลวัต ๔. สัทพจน์

19 ๕. “บุหลันลอยเลื่อนฟ้าไม่ราคี รัศมีส่องสว่างดั่งกลางวัน” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด ๑. อุปมา ๒. อุปลักษณ์ ๓. บุคลวัต ๔. สัทพจน์ ๖. “เธอคือสายน้ำฉ่ำชื่นใจ จากวันนี้ไปฉันไม่ทุกข์ตรม” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด ๗. “น้ำพุพุ่งซ่าไหลมาฉาดฉาด เห็นตระการมันไหลจอกโครมจอกโครม” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

20 ๘. นวนิยายเรื่องใดผู้แต่งตั้งชื่อเรื่องโดยใช้ภาพพจน์แบบปฏิพากย์ ๑
๘. นวนิยายเรื่องใดผู้แต่งตั้งชื่อเรื่องโดยใช้ภาพพจน์แบบปฏิพากย์ ๑. เขียนฝันด้วยชีวิต ๒. เก้าอี้ขาวในห้องแดง ๓. เด็ดดอกฟ้า ๔. หงส์สะบัดลาย ๙. ข้อใดใช้โวหารเกินจริง ๑. โอ้โอ๋อกพระชนกชนนีนี้จะแตกคราสักเจ็ดภาคภินทนาการ ๒. พลางโอบอุ้มจุมพิตพักตร์พระหลานรักสองสายสมรเสมอเนตร ๓. พระหลานหลวงประโคมดุริยะดนตรีแตรสังข์ทั้งปวงกึกก้องทั้ง ห้องพระโรงชัย ๔. ก็เหตุไฉน จึ่งไอ้พวกพาลมิจฉาชาติชวนกันสรรแสร้งแกล้ง สบประมาทนินทาต่อหน้าพระที่นั่ง

21 ๑๐. ข้อใดใช้ภาพพจน์ “นามนัย” ๑
๑๐. ข้อใดใช้ภาพพจน์ “นามนัย” ๑. น้องฝันว่าได้เอื้อมถึงอากาศ ประหลาดเด็ดสุริยาลงมาล่าง ๒. เอ็งไปป่าพาไปแต่วันทอง ที่นั่งรองนั้นได้มาแต่ไหน ๓. ครั้นรุ่งแจ้งแสงสางสว่างหล้า ทองประศรีตื่นตาหาช้าไม่ ๔. เจ้าลืมนอนซ่อนพุ่มกระทุ่มต่ำ เด็ดใบบอนช้อนน้ำในไร่ฝ้าย ๑๑. ข้อใดใช้ภาพพจน์เช่นเดียวกับ “ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน” ๑. เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม ถึงพรหม ๒. มองซิมองทะเล เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน ๓. วันนี้แพรสีแสดห่มแดดกล้า ห่มทุ่งหญ้าป่าเขาอย่างเหงาหงอย ๔. ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอก กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน

22 ๑๒. ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ปฏิพากย์ ๑
๑๒. ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ปฏิพากย์ ๑. อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ ๒. ฉันเอาฟ้าห่มให้หายหนาว ดึกดื่นกินแสงดาวต่างข้าว ๓. เธอตายเพื่อจะปลุกให้คนตื่น เธอตายเพื่อผู้อื่นนับหมื่นแสน ๔. โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ ๑๓. “เป็นการใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งมาเข้าคู่กัน ทำให้ ผู้อ่านสะดุดใจ” เป็นความหมายของภาพพจน์ชนิดใด ๑. ปฏิพากย์ ๒. สัญลักษณ์ ๓. อติพจน์ ๔. อุปลักษณ์

23 ๑๔. “ภพนี้มิใช่หล้า. หงส์ทอง เดียวเอย กาก็เจ้าของครอง
๑๔.  “ภพนี้มิใช่หล้า        หงส์ทอง เดียวเอย กาก็เจ้าของครอง         ร่วมด้วย” โคลงนี้ใช้ภาพพจน์ชนิดใด ๑. อุปลักษณ์ ๒.สัญลักษณ์               ๓. อติพจน์ ๔. ปฏิพากย์  ๑๕. ข้อใดมีการใช้สัญลักษณ์ ๑. ทะเลไม่เคยหลับใหล ใครบอกได้ไหมไฉนจึงตื่น ๒. เค้าโมงจับโมงอยู่เอกา เหมือนพี่นับโมงมาเมื่อไกลนาง ๓. เมฆหมอกที่ผ่านมาในชีวิต ฉันพิชิตมันได้ด้วยใจหาญ ๔. อยากจะบอกว่ารักสักเท่าฟ้า หมดภาษาจะพิสูจน์พูดรักได้ 

24 ๑๖. “เพชรน้ำค้างค้างหล่นบนพรมหญ้า เย็นหยาดฟ้ามาฝันหลงวันใหม่ เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน” คำประพันธ์ที่ขีดเส้นใต้ เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด ๑. นามนัย ๒. อุปมา ๓. บุคลวัต ๔. สัทพจน์ ๑๗. “วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน” คำประพันธ์นี้มีการใช้โวหารภาพพจน์ชนิดใด ๑. นามนัย ๒. บุคลวัต ๓. อุปมา ๔. สัทพจน์

25 ๑๘. ข้อใดไม่แสดงภาพพจน์แบปฏิพากย์ ๑
๑๘. ข้อใดไม่แสดงภาพพจน์แบปฏิพากย์ ๑. ตัวเจ้าจะสำราญระริกรื่น ข้านี้นับวันคืนละห้อยไห้ ๒. เจ้ามาได้ผัวดีมีทรัพย์มาก มาลืมเรือนเพื่อนยากแต่เก่าก่อน ๓. เพราะถิ่นนี้มีฟ้ากว้างกว่ากว้าง มีความมืดที่เวิ้งว้างสว่างไสว ๔. บ้างเป็นเงินเกลี้ยงเกลาขาวสะอาด บ้างเป็นชาติทองแท้แลอร่าม ๑๙. ข้อใดเป็นการใช้โวหารภาพพจน์แบบกล่าวเกินจริง ๑. ฉันแว่วเสียงเธอเพ้อครวญริมทะเลแห่งนี้ ๒. ถ้าวันนี้ยังมีเขาอยู่ เราคงยืนสู้ดูโลกอย่างทระนง ๓. ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน ๔. เพราะเธอเหมือนหลักไม้ตั้งตรงนั่น ไม้เลื้อยอย่างฉันได้พันอาศัย

26 ๒๐. “พอแดดพริ้มยิ้มพรายกับชายฟ้า โลกก็จ้าแจ่มหวังด้วยรังสี” ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ เช่นเดียวกับคำประพันธ์นี้ ๑. สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตาตรู ๒. บ้านข้าอยู่บนดอย เมฆหมอกลอยเต็มท้องฟ้า ๓. บุปผชาติชูสีและมีกลิ่น อยู่ในถิ่นที่ไกลเช่นไพรสณฑ์ ๔. หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำร้อยช่อวรวิจิตร ๒๑. ข้อใดมีการใช้สัญลักษณ์ ๑. ฟังเทศน์หาวนอน ดูละครตาสว่าง ๒. ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราชย์ เยียววิวาทชิงฉัตร ๓. หนึ่งบิดามารดาคณาญาติ ให้ผุดผาดผาสุกเป็นนิจสิน ๔. อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่อนอกใจมิใคร่หาย

27 ๒๒. ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ชนิดสัทพจน์. ๑. มองซิมองทะเล
๒๒. ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ชนิดสัทพจน์ ๑. มองซิมองทะเล    เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน ๒. ติ๊กตอก เจ้านาฬิกา   ปลุกฉันให้มาอยู่ในความรัก ๓. ปลิดปลิวเคว้งคว้าง   ชีวิตฉันดั่งใบไม้ที่หลุดลอย ๔. เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง   ให้มันไหลลง ๆๆๆ ทะเล  ๒๓. ข้อใดมีลักษณะเป็นโวหารภาพพจน์กล่าวเกินจริง ๑. สถานที่ประชาชนไม่บังอาจจุดตะเกียง ขุนนางอาจจุดกองไฟได้ ๒. คนบางประเภทเป็นเหมือนตุ้มอันหนักที่คอยบั่นทอนความเจริญ ทางปัญญา ๓. วันเวลาอย่างนี้ใครบางคนอาจจะมองเห็นดวงจันทร์เศร้าโศกและดวงดาว คร่ำครวญ ๔. ถึงตายแล้วเกิดใหม่สักแสนชาติ ที่จะให้ละความจงรักภักดีต่อชาติ นั้นอย่าได้หวังเลย

28 ๒๔. ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ชนิดอวพจน์ ๑. ร้อนตับจะแตก ๒
๒๔. ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ชนิดอวพจน์ ๑. ร้อนตับจะแตก ๒. เหนื่อยสายตัวแทบขาด ๓. คอยฉันสักอึดใจเดียวเท่านั้น ๔. หลอกหลอนหัวใจฉันไปขยี้ ๒๕. คำประพันธ์ในข้อใดไม่ใช่สัทพจน์ ๑. ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา ๒. อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหี่ยว ๓. กระโดดเผาะเกาะผับขยับคืบ ถีบกระทืบมิใคร่หลุดสุดแสยง ๔. ครืนครืนพิรุณรั่วฟ้า สายฟ้าฟาดเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงสยอง

29 ๒๖. “น้ำพระเนตรพุทธรูปหยดจูบพื้น
๒๖. “น้ำพระเนตรพุทธรูปหยดจูบพื้น เจดีย์ยืนอาลัยโบสถ์ไหวหวั่น     กำแพงเมืองล้มพาดพินาศพลัน  อดีตวันทรุดร่วงเมืองหลวงเดิม”     ข้อความข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์ใด ๑. อธิพจน์       ๒. ปฏิพากย์   ๓. บุคคลวัต ๔. อุปลักษณ์       ๒๗. ข้อใดใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติมากที่สุด ๑. รุกขชาติดาษดูระดะป่า  สกุณาจอแจประจำจับ ๒. ข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำ ๓. จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว  ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร ๔. ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย 

30 ๒๘. ข้อใดไม่ใช้ความเปรียบแบบอุปมา. ๑. มะลิวัลย์พันพุ่มคัดเค้า
๒๘. ข้อใดไม่ใช้ความเปรียบแบบอุปมา ๑. มะลิวัลย์พันพุ่มคัดเค้า ระดูดอกออกขาวทั้งราวป่า บ้างเลื้อยเลี้ยวเกี้ยวกิ่งเหมือนชิงช้า ลมพาพัดแกว่งดังแกล้งไกว ๒. หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต  สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ ๓. ลมระเริงลู่หวิวพลิ้วระลอก สัพยอกยอดไม้ไปลิ่วล่อง แล้วใบไม้ก็ไหวส่ายขึงข่ายกรอง ทอแสงทองประทับซับน้ำค้าง ๔. เพียรทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนน้องห่มตาดพรา กระแหแหห่าชาย ดั่งสายสวาทนาดนวยจร

31 ๒๙. “เราต่างคงความกร่อนในความแกร่ง และคงความเข้มแข็งในความเปราะ สะอื้นไห้ในเสียงหัวเราะ และเงียบเสนาะเสียงดนตรี” ข้อความนี้ใช้โวหารภาพพจน์ชนิดใด ๑. อุปมา ๒. อติพจน์ ๓. สัญลักษณ์ ๔. ปฏิพากย์ ๓๐. ข้อใดเป็นการใช้โวหารภาพพจน์แบบสัญลักษณ์ ๑. มโหรีจากราวป่ามาเรื่อยรี่ ราชินีแห่งน้ำค้างจะห่างหัน ฝักต้อยติ่งแตกจังหวะประชันกัน จักจั่นจี่เจื้อยรับเรื่อยร้อง ๒. ไผ่ซออ้อเอียดเบียดออด ลมลอดไล้เลี้ยวเรียวไผ่ ออดแอดแอดออดยอดไกว แพใบไล้น้ำลำคลอง ๓. ลมหนาวเริ่มล่องมาจากฟ้าแล้ว พรมจูบแผ่วเจ้าพระยาโดยฟ้าฝัน คลื่นคลี่เกลียวแก้วม้วนกับนวลจันทร์ กระซิบสั่งซ่านกระเซ็นเป็นลำนำ ๔. งามทรงวงดั่งวาด งามมารยาทนาดกรกราย งามพริ้มยิ้มแย้มพราย งามคำหวานลานใจถวิล


ดาวน์โหลด ppt บทที่ ๓ โวหารภาพพจน์.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google