งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

โวหารภาพพจน์.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "โวหารภาพพจน์."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 โวหารภาพพจน์

2 แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

3 ชนิดของโวหารภาพพจน์

4 ๑.อุปมาโวหาร คือ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งคล้ายหรือเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง เช่น ดัง ดุจ ประดุจ ประหนึ่ง ราวกับ เหมือน เสมือน เช่น คล้าย

5 สายสมรนอนเถิดพี่จะกล่อม เจ้างามจริงพริ้งพร้อมดังเลขา
ตัวอย่างอุปมาโวหาร สายสมรนอนเถิดพี่จะกล่อม เจ้างามจริงพริ้งพร้อมดังเลขา นวลละอองผ่องพักตร์โศภา ดังจันทราทรงกลดหมดมลทิน งามเนตรดังเนตรมฤคมาศ งามชนงวงวาดดังคันศิลป์ อรชรอ้อนแอ้นดังกินริน หวังถวิลไม่เว้นวายเอย

6 ๒.อุปลักษณ์ คือการเปรียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง มักใช้คำว่า เป็น, คือ

7 ตัวอย่างอุปลักษณ์ ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอตส่าห์ทำสม่ำเสมียน แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน จะจากเจียนใจขาดอนาถใจ

8 ๓. บุคคลวัต คือการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่มีชีวิตให้มีการกระทำเหมือนมนุษย์

9 สัตภัณฑ์บรรพตทั้งหลาย อ่อนเอียงเพียงปลาย ประนอมประนมชมชัย
ตัวอย่างบุคคลวัต สัตภัณฑ์บรรพตทั้งหลาย อ่อนเอียงเพียงปลาย ประนอมประนมชมชัย

10 ๔. สัทพจน์ คือ การเลียนเสียงธรรมชาติ คำที่เลียนรูปแบบทางสัทศาสตร์ของแหล่งกำเนิดเสียงที่พยายามจะกล่าวถึง สัทพจน์เป็นโวหารภาพพจน์อย่างหนึ่งที่ใช้ตัวอักษรสะกดให้ออกเสียงให้คล้ายกับเสียงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือที่ได้ยินทั่วไปมากที่สุด

11 ดูเงียบเชียบเลียบรอบริมขอบรัว ไม่เห็นตัวท่านย่าน่าสงสัย
ตัวอย่างสัทพจน์ ดูเงียบเชียบเลียบรอบริมขอบรัว ไม่เห็นตัวท่านย่าน่าสงสัย ประตูหับยับยั้งยืนฟังไป เสียงแต่ไนออดแอดแรดแรแร

12 ๕. อติพจน์ ( Hyperbole ) อติพจน์ หรือ อธิพจน์ คือโวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อเน้นความรู้สึก ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทำให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน

13 ตัวอย่างเช่น - คิดถึง. - คอแห้ง. - ร้อนตับ. - หนาว. - การบินไทยรักคุณ
ตัวอย่างเช่น - คิดถึง... - คอแห้ง... - ร้อนตับ... - หนาว... - การบินไทยรักคุณ... - คิดถึงเธอ... ในกรณีที่ใช้โวหารต่ำกว่าจริงเรียกว่า“อวพจน์” ตัวอย่างเช่น - เล็กเท่าขี้ตาแมว – เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว - รอสักอึดใจเดียว ใจจะขาด เป็นผง กระดูกจะหลุด จะแตก เท่าฟ้า ทุกลมหายใจเข้าออก

14 ตัวอย่างอติพจน์ ถึงทัพจรกาล่าสำนั้น พี่ไม่พรั่นให้มาสักสิบแสน จะหักโหมโจมตีให้แตกแตน พักเดียวก็จะแล่นเข้าป่าไป

15 ๖. สัญลักษณ์ (symbol ) สัญลักษณ์ เป็นการเรียกชื่อสิ่งๆหนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน ไม่เรียกตรงๆ ส่วนใหญ่คำที่นำมาแทนจะเป็นคำที่เกิดจากการเปรียบเทียบและตีความซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันโดยทั่วไป ตัวอย่างเช่น เมฆหมอก แทน อุปสรรค สีดำ แทน ความตาย ความชั่วร้าย สีขาว แทน กุหลาบแดง แทน ความบริสุทธิ์ ความรัก

16 ความแข็งแกร่ง ความเป็นเลิศ
หงส์ แทน กา แทน ดอกไม้ แทน แสงสว่าง แทน เพชร แทน แก้ว แทน ลา แทน สุนัขจิ้งจอก แทน คนชั้นสูง คนต่ำต้อย ผู้หญิง สติปัญญา ความแข็งแกร่ง ความเป็นเลิศ ความดีงาม ของมีค่า คนโง่ คนน่าสงสาร คนเจ้าเล่ห์

17 ๗. นามนัย ( Metonymy ) นามนัย คือการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง คล้ายๆสัญลักษณ์ แต่ต่างกันตรงที่ นามนัยนั้นจะดึงเอาลักษณะบางส่วนของสิ่งหนึ่งมากล่าว ให้หมายถึงส่วนทั้งหมด ตัวอย่างเช่น เมืองโอ่ง หมายถึง จังหวัดราชบุรี เมืองย่าโม หมายถึง ทีมเสือเหลือง หมายถึง ทีมสิงโตคำราม หมายถึง เก้าอี้ หมายถึง มือที่สาม หมายถึง จังหวัดนครราชสีมา ทีมมาเลเซีย อังกฤษ ตำแหน่ง ผู้ก่อความเดือดร้อน

18 ๘. ปฏิพากย์ ( Paradox ) ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์ คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้าม หรือขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกันเพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เลวบริสุทธิ์ บาปบริสุทธิ์ สวยเป็นบ้า สวยอย่างร้ายกาจ สนุกฉิบหาย สวรรค์บนดิน ยิ่งรีบยิ่งช้า น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย

19 ๙. การเล่นเสียง คือการเรียกสันคำที่มีเสียงสัมผัสกัน ได้แก่ การเล่นเสียงอักษร เสียงสระ เสียงวรรณยุกต์ เพื่อเพิ่มความไพเราะและแสดงความสามารถ ของกวีที่แม้จะเล่นเสียงของคำแต่ยังคงความหมายไว้ได้

20 ตัวอย่างการเล่นเสียง
เสนาสูสู่สู้ ศรแผลง ยิงค่ายหลายเมืองแยง แย่งแย้ง รุกร้นร่นรนแรง ฤทธิ์รีบ ลวงล่วงล้วงวังเวง รวบเร้าเอามา

21 แบบทดสอบ เรื่อง โวหารภาพพจน์
แบบทดสอบ เรื่อง โวหารภาพพจน์ ๑. ข้อใดมีโวหารภาพพจน์เช่นเดียวกับ “หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ” ๑. ก้อยกุ้งปรุงประทิ่นวางถึงลิ้นดิ้นแดโดย ๒. เมื่อลมพัดใบไม้สะบัดโบกมือเรียกใคร ๓. สุดเอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้ำเทพอัปสร ๔. เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข ๒. “สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน” ข้อความที่ ขีดเส้นใต้ใช้ภาพพจน์ชนิดใด ๑. สัทพจน์ ๒. สัญลักษณ์ ๓. บุคลวัต ๔. อุปมา

22 ๓. ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์ ๑. เธอคือโคมทองของชีวิตพี่ ๒
๓. ข้อใดใช้ภาพพจน์แบบอุปลักษณ์ ๑. เธอคือโคมทองของชีวิตพี่ ๒. เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย ๓. ฝากเพลงนี้มากับสายลมผ่าน ๔. หากมีเวลามาเยี่ยมบ้านนาบ้างเธอพี่เน้อ ๔. “ธรรมชาติต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด ๑. อุปมา ๒. อุปลักษณ์ ๓. บุคลวัต ๔. สัทพจน์

23 ๕. “บุหลันลอยเลื่อนฟ้าไม่ราคี รัศมีส่องสว่างดั่งกลางวัน” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด ๑. อุปมา ๒. อุปลักษณ์ ๓. บุคลวัต ๔. สัทพจน์ ๖. “เธอคือสายน้ำฉ่ำชื่นใจ จากวันนี้ไปฉันไม่ทุกข์ตรม” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด ๗. “น้ำพุพุ่งซ่าไหลมาฉาดฉาด เห็นตระการมันไหลจอกโครมจอกโครม” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด

24 ๘. นวนิยายเรื่องใดผู้แต่งตั้งชื่อเรื่องโดยใช้ภาพพจน์แบบปฏิพากย์ ๑
๘. นวนิยายเรื่องใดผู้แต่งตั้งชื่อเรื่องโดยใช้ภาพพจน์แบบปฏิพากย์ ๑. เขียนฝันด้วยชีวิต ๒. เก้าอี้ขาวในห้องแดง ๓. เด็ดดอกฟ้า ๔. หงส์สะบัดลาย ๙. ข้อใดใช้โวหารเกินจริง ๑. โอ้โอ๋อกพระชนกชนนีนี้จะแตกคราสักเจ็ดภาคภินทนาการ ๒. พลางโอบอุ้มจุมพิตพักตร์พระหลานรักสองสายสมรเสมอเนตร ๓. พระหลานหลวงประโคมดุริยะดนตรีแตรสังข์ทั้งปวงกึกก้องทั้ง ห้องพระโรงชัย ๔. ก็เหตุไฉน จึ่งไอ้พวกพาลมิจฉาชาติชวนกันสรรแสร้งแกล้ง สบประมาทนินทาต่อหน้าพระที่นั่ง

25 ๑๐. ข้อใดใช้ภาพพจน์ “นามนัย” ๑
๑๐. ข้อใดใช้ภาพพจน์ “นามนัย” ๑. น้องฝันว่าได้เอื้อมถึงอากาศ ประหลาดเด็ดสุริยาลงมาล่าง ๒. เอ็งไปป่าพาไปแต่วันทอง ที่นั่งรองนั้นได้มาแต่ไหน ๓. ครั้นรุ่งแจ้งแสงสางสว่างหล้า ทองประศรีตื่นตาหาช้าไม่ ๔. เจ้าลืมนอนซ่อนพุ่มกระทุ่มต่ำ เด็ดใบบอนช้อนน้ำในไร่ฝ้าย ๑๑. ข้อใดใช้ภาพพจน์เช่นเดียวกับ “ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน” ๑. เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม ถึงพรหม ๒. มองซิมองทะเล เห็นลมคลื่นเห่จูบหิน ๓. วันนี้แพรสีแสดห่มแดดกล้า ห่มทุ่งหญ้าป่าเขาอย่างเหงาหงอย ๔. ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอก กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน

26 ๑๒. ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ปฏิพากย์ ๑
๑๒. ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ปฏิพากย์ ๑. อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ ๒. ฉันเอาฟ้าห่มให้หายหนาว ดึกดื่นกินแสงดาวต่างข้าว ๓. เธอตายเพื่อจะปลุกให้คนตื่น เธอตายเพื่อผู้อื่นนับหมื่นแสน ๔. โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ ๑๓. “เป็นการใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งมาเข้าคู่กัน ทำให้ ผู้อ่านสะดุดใจ” เป็นความหมายของภาพพจน์ชนิดใด ๑. ปฏิพากย์ ๒. สัญลักษณ์ ๓. อติพจน์ ๔. อุปลักษณ์

27 ๑๔. “ภพนี้มิใช่หล้า. หงส์ทอง เดียวเอย กาก็เจ้าของครอง
๑๔.  “ภพนี้มิใช่หล้า        หงส์ทอง เดียวเอย กาก็เจ้าของครอง         ร่วมด้วย” โคลงนี้ใช้ภาพพจน์ชนิดใด ๑. อุปลักษณ์ ๒.สัญลักษณ์               ๓. อติพจน์ ๔. ปฏิพากย์  ๑๕. ข้อใดมีการใช้สัญลักษณ์ ๑. ทะเลไม่เคยหลับใหล ใครบอกได้ไหมไฉนจึงตื่น ๒. เค้าโมงจับโมงอยู่เอกา เหมือนพี่นับโมงมาเมื่อไกลนาง ๓. เมฆหมอกที่ผ่านมาในชีวิต ฉันพิชิตมันได้ด้วยใจหาญ ๔. อยากจะบอกว่ารักสักเท่าฟ้า หมดภาษาจะพิสูจน์พูดรักได้ 

28


ดาวน์โหลด ppt โวหารภาพพจน์.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google