งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เว็บเครือข่ายสังคมและชีวิตที่สอง

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เว็บเครือข่ายสังคมและชีวิตที่สอง"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 เว็บเครือข่ายสังคมและชีวิตที่สอง
1. บทนำ 2. เว็บมายสเปซ 3. เว็บเฟซบุค 4. เว็บวินโดวส์ไลฟ์ 5. เว็บแฮบโบ้ 2

3 เว็บเครือข่ายสังคมและชีวิตที่สอง (ต่อ)
6. เว็บเฟรนด์สเทอร์ 7. เว็บไฮไฟว์ 8. เว็บทวิตเทอร์ 9. ชีวิตที่สอง 10. สรุป 3

4 1. บทนำ 1.1 การใช้กูเกิลหาข้อมูล 1.2 วิกิพีเดีย 1.3 สิบเว็บยอดนิยม
1.4 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก 1.5 เว็บเครือข่ายสังคม 1.6 ชีวิตที่สอง 4

5 1.1 การใช้กูเกิลหาข้อมูล
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยมีพระกระแสรับสั่งที่ห้องสมุดการเรียนรู้ สวนลุมพินี ว่า “ถ้าอยากรู้อะไรก็ไปถามพระอาจารย์กู (Google)” 5

6 เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม (จากบางกอกโพสต์) 6

7 การใช้กูเกิลหาข้อมูล (ต่อ)
ถ้าอยากรู้เรื่องอินเทอร์เน็ต ก็อาจจะถามว่า “ความหมายของอินเทอร์เน็ต (Define: Internet)” ซึ่งจะได้ 12 แหล่ง 7

8 การใช้กูเกิลหาข้อมูล
8

9 การใช้กูเกิลหาข้อมูล (ต่อ)
12 แหล่งความหมายของอินเทอร์เน็ตจาก กูเกิล อาทิ 1) มหาวิทยาลัยพรินซทัน (Princeton.edu) 2) วิกิพีเดีย (Wikipedia.org) 3) วิคชันนารี (Wiktionary.org) 9

10 การใช้กูเกิลหาข้อมูล (ต่อ)
4) ศูนย์ทดสอบซอฟต์แวร์ (Software Quality Assurance, SQA.testes.com) 5) สมาคมประกันภัยอาจารย์ (Teachers Insurance and Annuity Association, tiaa-cref.org) 10

11 1.2 วิกิพีเดีย ตัวอย่างถ้าอยากรู้เรื่องอินเทอร์เน็ต ก็อาจจะถาม “ความหมายอินเทอร์เน็ต (Define: Internet)” พบ 11

12 ความหมายอินเทอร์เน็ต (Define: Internet)
12

13 วิกิพีเดีย (ต่อ) ถ้าอยากรู้เรื่องวิกิพีเดีย ก็อาจไปถามกูเกิลว่า “ความหมายวิกิพีเดีย (Define: Wikipedia)” พบ en.wikipedia.org/wiki/wikipedia 13

14 ความหมาย วิกิพีเดีย (Define: Wikipedia)
14

15 วิกิพีเดีย (ต่อ) วิกิพีเดีย คือ สารานุกรม (Encyclopedia) ที่มีให้ใช้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต คำว่า “วิกิ (Wiki)” มาจากภาษาฮาวาย แปลว่า “รวดเร็ว” หรือ “เข้าใจง่าย” วิกิพีเดียมีบทความกว่า 12 ล้านเรื่องในภาษาต่างๆ รวมทั้งในภาษาอังกฤษ 2.8 ล้านเรื่อง 15

16 วิกิพีเดีย (ต่อ) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน ICT Expo 2007 16

17 วิกิพีเดีย (ต่อ) เว็บวิกิพีเดีย เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ โดย “จิมมี่ เวลส์ (Jimmy Wales)” มาเมืองไทยเมื่องาน ICT Expo 2007 17

18 วิกิพีเดีย (ต่อ) มีชาวอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเข้าใช้วิกิพีเดีย ประมาณร้อยละ 8.8 หรือประมาณ 141 ล้านคนต่อวัน จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 1,600 ล้านคน นับเป็นเว็บที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 7 18

19 1.3 สิบเว็บยอดนิยม ถ้าอยากรู้ว่า 10 อันดับ เว็บที่มีผู้ใช้มากที่สุด มีเว็บใดบ้าง ก็ไปถามพระอาจารย์กู “เว็บยอดนิยมทั่วโลกโดยอเล็กซา (Alexa Top Global Websites)” พบ โดยอันดับอาจเปลี่ยนแปลงทุกวัน และสำหรับต้นเดือนพฤษภาคม มีอันดับดังต่อไปนี้ 19

20 อันดับที่ ชื่อ ผู้ใช้วันละ เปอร์เซ็นต์ผู้ใช้ 1. กูเกิล 461 ล้านคน
30.7 % 2. ยะฮู 398 ล้านคน 26.5 % 3. วินโดวส์ไลฟ์ 288 ล้านคน 19.2 % 4. ยูทิวป์ 269 ล้านคน 17.9 % 5. เฟซบุค 246 ล้านคน 16.4 % 6. เอ็มเอสเอ็น 247 ล้านคน 15.4 % 7. วิกิพีเดีย 141 ล้านคน 8.8 % 8. บลอกเกอร์ 130 ล้านคน 8.1 % 9. ไบดู 88 ล้านคน 5.5 % 10. มายสเปซ 82 ล้านคน 5.1 % 20

21 สิบเว็บยอดนิยม (ต่อ) มีคำบรรยาย 10 เว็บยอดนิยม Google.com Yahoo.com
อันดับที่ ชื่อ คำอธิบาย 1. Google.com สำหรับค้นหาข้อมูลข่าวสาร รูปภาพ 2. Yahoo.com สำหรับค้นหาเช่นเดียวกับกูเกิล ความจริงเกิดก่อน แต่คนนิยมใช้กูเกิลมากกว่า 3. Live.com (Windows Live) สำหรับค้นหาข้อมูล เช่นเดียวกับกูเกิล แต่เป็นของไมโครซอฟต์ 4. Youtube.com สำหรับนำคลิปวิดีโอขึ้นแบ่งปัน กับผู้สนใจ 21

22 สิบเว็บยอดนิยม (ต่อ) Facebook.com msn.com (Microsoft Network)
อันดับที่ ชื่อ คำอธิบาย 5. Facebook.com เว็บเครือข่ายสังคมสำหรับหาเพื่อน แบ่งปันรูปภาพ และวิดีโอ 6. msn.com (Microsoft Network) สำหรับต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Access) และให้บริการเนื้อหา (Content Provider) 7. Wikipedia.org สารานุกรมบนอินเทอร์เน็ต 22

23 สำหรับเขียนสมุดบันทึก (Diary หรือ Blog = Web Log)
สิบเว็บยอดนิยม (ต่อ) อันดับที่ ชื่อ คำอธิบาย 8. Blogger.com สำหรับเขียนสมุดบันทึก (Diary หรือ Blog = Web Log) 9. Baidu.com สำหรับค้นหาข้อมูล ภาษาจีน เพลง ภาพยนตร์ ใช้หาข้อมูล บนโทรศัพท์มือถือในเมืองจีน 10. Myspace.com เว็บเครือข่ายสังคมที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก (สมาชิก 253 ล้านคน และใช้วันละ 77 ล้านคน ใน พ.ศ. 2552) 23

24 1.4 จำนวนและอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก
ถ้าอยากรู้จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็อาจจะค้นกูเกิล “สถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet User Stats)” ซึ่งจะพบเว็บสถิติอินเทอร์เน็ตโลก(www.InternetWorldStats.com) 24

25 สถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ณ วันที่ 31 มีนาคม 2552
อันดับที่ ทวีป % ผู้ใช้ในทวีปเทียบกับผู้ใช้ ทั่วโลก % ผู้ใช้เทียบกับประชากรทวีป จำนวนผู้ใช้ในทวีปเป็นล้านคน 1. เอเชีย 41.2 17.4 657 2. ยุโรป 24.6 48.9 393 3. อเมริกาเหนือ 15.7 74.4 251 4. ละตินอเมริกา 10.9 29.9 174 5. อัฟริกา 3.4 5.6 54 6. ตะวันออกกลาง 2.9 23.3 46 7. ออสเตรเลีย และบริเวณ 1.3 60.4 21 รวมทั่วโลก 100 23.8 1,596

26 สิบอันดับประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุด
อันดับที่ ประเทศ จำนวนผู้ใช้ ล้านคน 1. จีน 298 2. สหรัฐอเมริกา 220 3. ญี่ปุ่น 94 4. อินเดีย 81 5. เยอรมนี 55 6. สหราชอาณาจักร 43 7. ฝรั่งเศส 41 8. รัสเซีย 38 9. เกาหลีใต้ 27 10. อิตาลี 28 26

27 ยี่สิบสองอันดับประเทศที่มีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เทียบกับประชากรสูงสุด
อันดับที่ ชื่อประเทศ อัตราการใช้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ประชากร 1. กรีนแลนด์ 92.3 52,000 56,326 2. ไอซ์แลนด์ 90.0 273,930 304,367 3. นอร์เวย์ 86.0 3,993,400 4,644,457 4. แคนาดา 84.3 28,000,000 33,212,696 5. ฟินแลนด์ 83.0 4,353,142 5,244,749 6. เนเธอแลนด์ 82.9 13,791,800 16,645,313 7. สวีเดน 80.7 7,295,200 9,045,389

28 ยี่สิบสองอันดับประเทศที่มีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เทียบกับประชากรสูงสุด
อันดับที่ ชื่อประเทศ อัตราการใช้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ประชากร 8. เดนมาร์ก 80.4 4,408,100 5,484,723 9. ฟาโรไอส์แลนด์ 77.1 37,500 48,668 10. เกาหลีใต้ 76.1 36,794,800 43,379,392 11. สวิซเซอร์แลนด์ 76.0 5,762,700 7,581,520 12. ลักเซ็มเบอร์ก 74.9 363,900 486,006 13. ญี่ปุ่น 73.8 94,600,000 127,288,419 14. สหรัฐอเมริกา 72.5 220,141,969 303,824,645 15. เบอร์มิวดา 72.1 48,000 66,536

29 ยี่สิบสองอันดับประเทศที่มีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เทียบกับประชากรสูงสุด
อันดับที่ ชื่อประเทศ อัตราการใช้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ประชากร 16. แอนเดอร์ร่า 71.3 58,900 82,627 17. สหราชอาณาจักร 70.9 43,221,464 60,943,912 18. สเปน 70.5 27,552,604 40,491,051 19. ฮ่องกง 69.5 4,878,713 7,018,636 20. สิงคโปร์ 67.4 3,104,900 4,608,167 21. ไต้หวัน 66.1 15,140,000 22,920,946 22. มาเลเซีย 62.8 15,868,000 25,274,133 29

30 1.5 เว็บเครือข่ายสังคม ถ้าจะหา “ความหมายของเว็บเครือข่ายสังคม (Define: Social Networking Websites)” ในกูเกิล จะไม่พบ เพราะยังไม่มีใครเข้าไปเขียนไว้ ฉะนั้น จึงอาจต้องค้นหาใหม่โดยอาจจะเอาคำว่า “เว็บ (Website)” ออกเหลือเพียง “ความหมายเครือข่ายสังคม (Define: Social Network)” 30

31 เว็บเครือข่ายสังคม (ต่อ)
ค้นกูเกิลหา “ความหมายเครือข่ายสังคม (Define: Social Network)” พบ 4 แหล่ง 31

32 เว็บเครือข่ายสังคม (ต่อ)
จากวิกิพีเดีย (en.wikipedia.org/Wiki/Social_network) 32

33 จากวิกิพีเดีย (ต่อ) “เครือข่ายสังคม” คือ โครงสร้างทางสังคม ที่ประกอบด้วย จุดเชื่อมต่อ (Node) ซึ่งอาจจะเป็น บุคคล หน่วยงาน ซึ่งมีความสนใจคล้ายคลึงกัน 33

34 การจัดประเภทเว็บเครือข่ายสังคม
ประเภทเน้นที่คน (People Focus) ประเภทเน้นที่งานอดิเรก (Hobby Focus) ประเภทพบกันในเว็บเท่านั้น (In Web Only) ประเภทพบกันต่อหน้าต่อตา (Face-to-Face) 34

35 1) ประเภทเน้นที่คน (People Focus)
แล้วแต่ใครอยากจะคบกับใคร โดยแต่ละคนกำหนดว่าอยากคบคนแบบใด อาทิ อยากคบผู้หญิง หรือ ผู้ชาย หรือทั้งสองเพศ อยากคบนักร้อง และดารา อยากคบนักการศึกษา เป็นต้น 35

36 ประเภทเน้นที่คน (ต่อ)
ตัวอย่างเว็บเครือข่ายสังคมที่เน้นคน มายสเปซ (www.MySpace.com) เฟซบุค (www.FaceBook.com) เบโบ (www.Bebo.com) โดยทุกคนต้องประกาศ “ประวัติและความสนใจ (Profile)” ของตน 36

37 2) ประเภทเน้นที่งานอดิเรก
อาทิ ถ่ายภาพ (Photography) อ่านหนังสือ (Reading) เป็นต้น 37

38 ประเภทเน้นที่งานอดิเรก (ต่อ)
ตัวอย่างเว็บเครือข่ายสังคมเน้นการถ่ายภาพ ฟลิกเกอร์ (www.Flickr.com) โกดัก แกลอรี (www.KodakGallery.com) โฟโต บัคเกต (PhotoBucket.com) เป็นต้น 38

39 3) ประเภทพบกันในเว็บเท่านั้น
ประเภทนี้ไม่ต้องการพบหน้าแบบต่อหน้าต่อตาตัวอย่างในฟลิคเกอร์ (www.Frickr.com) คือ ดูรูปภาพและวิพากษ์วิจารณ์รูปภาพ 39

40 4) ประเภทพบกันแบบต่อหน้าต่อตา
ประเภทนี้มักจะเป็นนักเรียนและนักศึกษา ในสถานศึกษาเดียวกัน ตัวอย่าง คือ เฟชบุค ซึ่งเริ่มจากนักศึกษาฮาร์วาร์ด (Harvard) 40

41 ยี่สิบอันดับเครือข่ายสังคมตามจำนวนผู้ใช้
อันดับที่ ชื่อ คำบรรยาย จำนวนผู้ลงทะเบียน (ล้านคน) 1. MySpace ทั่วไป 253 2. FaceBook 200 3. Window Live สำหรับทำบล็อก 120 4. Habbo เด็กอายุ ปี 117 5. Friendster นิยมในเอเชียอาคเนย์ 90 6. Hi5 นิยมในเอเชีย อัฟริกา และละตินอเมริกา 80 7. Tagged มหาวิทยาลัย ในเยอรมนี 70 41

42 ยี่สิบอันดับเครือข่ายสังคมตามจำนวนผู้ใช้
อันดับที่ ชื่อ คำบรรยาย จำนวนผู้ลงทะเบียน (ล้านคน) 8. Flixster ภาพยนตร์ 67 9. Orkut นิยมในอินเดีย และบราซิล 63 10. Reunion ใช้ตามหาเพื่อน และญาติ 51 11. Classmates นิยมในสหรัฐที่ทำงานและทหาร 50 12. Nutlay นิยมในยุโรป-ควีเบต 42 13. Bebo ทั่วไป 40 42

43 ยี่สิบอันดับเครือข่ายสังคมตามจำนวนผู้ใช้ จำนวนผู้ลงทะเบียน (ล้านคน)
อันดับที่ ชื่อ คำบรรยาย จำนวนผู้ลงทะเบียน (ล้านคน) 14. LinkedIm ทั่วไป 35 15. Odnoklossnike นิยมในรัสเซีย 34 16. V Kontakte 33 17. Adult FriendFindes หาคู่ 18. My Heritage สำหรับครอบครัว 30 19. Xanga บล็อก 27 20. imeem เพลง วิดีโอ ภาพ บล็อก 24 43

44 1.6 ชีวิตที่สอง (Second Life)
ถ้าค้นกูเกิลหาความหมายของชีวิตที่สอง (Define: Second Life) จะได้ 2 แหล่ง 44

45 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ถ้าเลือกวิกิพีเดีย จะได้รายละเอียด 23 หน้า 45

46 จากวิกิพีเดีย (ต่อ) ชีวิตที่สอง หรือ “เอสแอล (SL = Second Life)” คือ “โลกเสมือนจริง (Virtual World)” ในอินเทอร์เน็ต ตั้งขึ้นเมื่อ 23 มิถุนายน ให้ผู้ใช้สร้างร่างอวตาร (Avatar) เหาะเหินเดินอากาศ และปฏิบัติการต่างๆ ได้ 46

47 ชีวิตที่สอง 47

48 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ผู้สนใจเข้าเป็นผู้อยู่อาศัย (Resident) ใน “ชีวิตที่สอง” ได้ โดย เป็นผู้อยู่อาศัย และอยู่นานเท่าใดก็ได้ โดยเปิดบัญชีหนึ่งบัญชี และไม่ต้องจ่ายเงิน เป็นผู้อยู่อาศัยโดยเปิดบัญชีหลายบัญชี ซึ่งเอสแอลประกาศจะเก็บเงินแต่ยังไม่เคยเก็บ 48

49 ชีวิตที่สอง (ต่อ) เป็นสมาชิกขั้นสูง (Premium Member) จ่ายเดือนละ 9.95 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 350 บาท และขอรับการสนับสนุนทางเทคนิคได้ เป็นเจ้าของที่ดินเป็นแปลงหรือเป็นเจ้าของเกาะได้ โดยจ่ายเงินตามราคาที่กำหนด อาทิ เกาะละ 50,000 บาท เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นต้น 49

50 ชีวิตที่สอง (ต่อ) เจ้าของบัญชีแต่ละบัญชีสร้างร่างอวตารได้ 1 ร่าง
ร่างอวตาร อาจเป็น คน สัตว์ ต้นไม้ แร่ธาตุ 50

51 ชีวิตที่สอง (ต่อ) เจ้าของบัญชีสามารถเปลี่ยนร่างอวตารได้ แต่ขณะใดขณะหนึ่งมีได้ 1 ร่างเท่านั้น ผู้ใช้ที่มีหลายบัญชีก็มีร่างอวตารหลายร่างได้ ร่างอวตารติดต่อสื่อสารกันโดย สนทนาในเอสแอล (Local Chat) ส่งข้อความสั้นกันทั่วโลก (Global IM) 51

52 ชีวิตที่สอง (ต่อ) การสนทนาระหว่างร่างอวตารนั้น ผู้อื่นที่อยู่ใกล้ๆ ก็จะได้ยินด้วย การส่งข้อความสั้นจะถึงเฉพาะผู้อยู่ในรายชื่อผู้รับ โดยคนอื่นไม่ทราบ แต่ผู้รับจะมีกี่รายก็ได้ 52

53 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ในเอสแอลมีเงินสกุลลินเดน เรียกว่า “ลินเดนดอลลาร์ (Linden$ หรือ L$)” ผู้ใช้เอสแอล สามารถซื้อขายลินเดนดอลลาร์ได้ อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 US$ = L$ ใช้ลินเดนดอลลาร์ในการซื้อ ขาย และเช่า สินค้าและบริการ 53

54 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ตัวอย่างสินค้าเสมือนจริง ที่ดินและอาคารเสมือนจริง
พาหนะเสมือนจริง เครื่องจักรอุปกรณ์เสมือนจริง เสื้อผ้าเสมือนจริง 54

55 ตัวอย่างสินค้าเสมือนจริง (ต่อ)
ผิวหนังและผมเสมือนจริง เพชรพลอยเสมือนจริง ดอกไม้เสมือนจริง ศิลปะเสมือนจริง 55

56 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ตัวอย่างบริการเสมือนจริง รับจ้างแรงงาน (Wage Labor)
รับจ้างจัดการ (Management) รับจ้างให้บริการความสุขสนุกสนาน (Entertainment) รับจ้างทำของตามสั่ง (Custom Creation) 56

57 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ของตามสั่งที่รับจ้างทำ อาคาร (Building)
ตกแต่งผิวภายนอกอาคารหรือสิ่งของ (Texturing) งานเขียน (Scripting) ภาพเคลื่อนไหว (Animating) อำนวยการด้านศิลป์ (Art Directing) สร้างตำแหน่งให้ (Position) 57

58 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ตัวอย่างการจ้างสร้างตำแหน่ง
อยากได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อยากได้ตำแหน่งเจ้าชาย/เจ้าหญิง อยากได้ตำแหน่งอธิการบดี 58

59 ชีวิตที่สอง (ต่อ) มีตัวอย่างนักศึกษาที่เอแบค ทำเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายขาย ชิ้นละ 9 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 300 บาท ขายได้โดยเฉลี่ย เดือนละ 100,000 บาท 59

60 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ถึง กุมภาพันธ์ 2552 ประมาณ 64,000 คน ได้กำไรในเอสแอล
38,524 คน ได้กำไรต่ำกว่า 350 บาท 233 คน ได้กำไรกว่า 175,000 บาท 2 - 3 คน ได้กำไรปีละกว่า 35 ล้านบาท 2 บริษัท ได้กำไรบริษัทละกว่า 200 ล้านบาทต่อปี 60

61 ชีวิตที่สอง (ต่อ) ถ้าเทียบกับเว็บเครือข่ายสังคมอื่นๆ แล้ว เอสแอลมีผู้ลงทะเบียนใช้เพียงประมาณ 16 ล้านคนฉะนั้น ไม่ติดอันดับยี่สิบเครือข่ายสังคมยอดนิยม อาทิ มายสเปซ 253 ล้านคน เฟซบุค 200 ล้านคน ไฮไฟว์ 80 ล้านคน เป็นต้น 61

62 ชีวิตที่สอง (ต่อ) มีการวิเคราะห์ว่า ร้อยละ 80 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสนใจมีร่างอวตาร นั่นคือ ถ้าคิดจาก 1,600 ล้านคน ในที่สุด จะมีผู้มีร่างอวตาร 0.8 x 1,600 = 1,280 ล้านคน 62

63 2. เว็บมายสเปซ (www.MySpace.com)
63

64 มายสเปซ (ต่อ) 64

65 มายสเปซ (ต่อ) 2.1 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ
2.2 บริการและการประยุกต์ใช้ 2.3 มายสเปซกับการดำเนินคดี 2.4 ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับมายสเปซ 65

66 2.1 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ
ถึงต้นปี พ.ศ มายสเปซมีสมาชิก 253 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด ในบรรดาเว็บเครือข่ายสังคมอื่นๆ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ แล้วต่อมาถูกซื้อไปอยู่ในเครือ บริษัท “ฟอกซ์ (Fox Interactive Media)” 66

67 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
ประธาน คือ “ทอม แอนเดอร์สัน (Tom Anderson)” ซีอีโอ คือ “โอเวน แวน แนตตา (Owen Van Natta)” มีพนักงาน 1,600 คน 67

68 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
คำขวัญของมายสเปซ คือ “สถานที่สำหรับเพื่อนฝูง (A Place for Friend)” 68

69 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
พ.ศ มีการเปิดตัวเว็บเครือข่ายสังคม ชื่อ “เฟรนด์สเทอร์(Friendster)” แล้วเจ้าหน้าที่บริษัท “อียูนิเวิร์ส (eUniverse)” ที่ไปใช้เฟรนด์สเทอร์เกิดติดใจ และคิดทำเว็บแข่ง 69

70 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
ภายใน 10 วันเจ้าหน้าที่อียูนิเวิร์ส สร้าง “มายสเปซ” ให้ใช้ได้ โดยใช้ทรัพยากรของบริษัทอียูนิเวิร์ส หัวหน้าโครงการมายสเปซ คือ “แบรด กรีนสแปน (Brad Greenspan)” ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอของอียูนิเวอร์ส ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อบริษัทจากอียูนิเวิร์สเป็น “อินเทอร์มิกซ์มีเดีย (Intermix Media)” 70

71 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
สมาชิกในโครงการ คือ แอนเดอร์สัน (Tom Anderson) เป็นประธาน (President) ของมายสเปซ คริส เดอ วูฟ (Chris De Wolfe) เป็นซีอีโอของมายสเปซ นักพัฒนาโปรแกรมและเจ้าหน้าที่ของอียูนิเวิร์ส 71

72 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
พนักงานบริษัทอียูนิเวอร์สเป็นผู้เริ่มใช้มายสเปซ อียูนิเวอร์สให้รางวัลพนักงาน ที่หาสมาชิกมายสเปซได้ ต่อมาอียูนิเวิร์สขยายบริการมายสเปซ ไปยังฐานลูกค้าของอียูนิเวิร์ส 20 ล้านคน 72

73 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
แบรด กรีนสแปน จ้าง “โตน เหงียน (Toan Nguyen)” เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ในการพัฒนามายสเปซ 73

74 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
พ.ศ ชื่อเว็บ “มายสเปซ (www.Myspace.com)” เดิมเป็นของบริษัท “ยัวร์ซี (YourZ.com)” โดยตั้งใจจะเปิดให้บริการรับฝากเว็บ (Web Hosting) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะ “ดอตคอมล่มสลาย (Dot Bomb)” 74

75 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
พ.ศ เปลี่ยนจากการใช้มายสเปซ รับฝากเว็บเป็นเว็บเครือข่ายสังคม คริส เดอ วูฟ เสนอให้เก็บค่าบริการสมาชิกมายสเปซ แต่แบรด กรีนสแปน ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าเก็บค่าบริการจะทำให้มีสมาชิกน้อยลง 75

76 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
กรกฎาคม บริษัท “นิวส์คอร์ปอเรชัน (News Corporation)” ของ “รูเพิร์ต เมอร์ดอค (Rupert Murdock)” ซื้อมายสเปซและบริษัทแม่คืออียูนิเวิร์ส ราคา 580 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท 76

77 บริษัทนิวส์คอร์ปอเรชันซื้อมายสเปซ (ต่อ)
ในราคา 580 ล้านเหรียญ แบ่งเป็น สำหรับมายสเปซ 327 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 11,400 ล้านบาท สำหรับอียูนิเวิร์ส 253 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 8,800 ล้านบาท 77

78 ประวัติวิวัฒนาการของมายสเปซ (ต่อ)
ถ้าอยากรู้เรื่อง “รูเพิร์ต เมอร์ดอค (Rupert Murdoch)” อาจไปถามกูเกิลโดยค้นว่า “คำจำกัดความ: รูเพิร์ต เมอร์ดอค (Define: Rupert Murdoch)” พบเว็บ “วิกิพีเดีย (en.wikipedia.org/wiki/Rupert_Murdoch)” 78

79 รูเพิร์ต เมอร์ดอค 79

80 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
เกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2474 ที่ออสเตรเลีย เป็นเจ้าพ่อสื่อสารมวลชนทั่วโลก บิดาชื่อ “คีธ (Keith)” เสียชีวิตเมื่ออายุ 67 ปี ซึ่งในขณะนั้นมีหนี้สินจำนวนมาก แต่มีบริษัท “นิวส์ (News Limited)” อยู่ 80

81 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
พ.ศ. 2496, เมอร์ดอค เริ่มงานเป็นผู้จัดการบริษัทนิวส์ เมื่ออายุ 22 ปี ขยายกิจการอย่างรวดเร็วไปยัง - นิวซีแลนด์ - สหราชอาณาจักร - สหรัฐอเมริกา - เอเชีย 81

82 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
พ.ศ เมื่ออายุ 54 ปี โอนสัญชาติจากออสเตรเลียนเป็นอเมริกัน เพราะตามกฎหมายอเมริกัน ระบุว่าคนอเมริกันเท่านั้น จึงเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ในอเมริกาได้ พ.ศ ตั้ง “ฟอกซ์นิวส์ (Fox News)” เป็นสถานีโทรทัศน์แข่งกับ “ซีเอ็นเอ็น (CNN)” 82

83 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
พ.ศ ย้ายสำนักงานใหญ่นิวส์คอร์ป จากออสเตรเลียไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อให้มีการตีราคาบริษัทสูงขึ้น ตามมาตรฐานอเมริกัน 83

84 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
มกราคม 2548 ฟอกซ์ประกาศจะเปิด “มายสเปซสหราชอาณาจักร (UK Myspace)” และเปิดสาขาที่จีน 84

85 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
8 สิงหาคม กูเกิลเซ็นสัญญาร่วมมือกับมายสเปซ มูลค่า 900 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 32,000 ล้านบาท เพื่อเปิดบริการค้นหาและโฆษณาของกูเกิล ในมายสเปซ 85

86 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
บริษัทเล็กๆ ลงนามร่วมมือกับมายสเปซ เพื่อให้บริการในมายสเปซ อาทิ สไลด์ดอตคอม (Slide.com) ร็อคยู (Rock You!) ยูทิวบ์ (YouTube) เป็นต้น 86

87 รูเพิร์ต เมอร์ดอค (ต่อ)
พ.ศ. 2552 เมอร์ดอคมีทรัพย์สิน มูลค่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 140,000 ล้านบาท มีเงินเดือน 8,100,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 284 ล้านบาทต่อปี รวมแล้วมีรายได้ 30 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท ต่อปี 87

88 ถึงต้นปี พ.ศ. 2552 (ต่อ) มายสเปซให้บริการ 15 ภาษา
มายสเฟปซมีสมาชิก 253 ล้านคน และกำลังถูกท้าทายโดยเฟซบุคซึ่งมีสมาชิก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 200 ล้านคน 88

89 2.2 บริการและการประยุกต์ใช้
สามารถสมัครสมาชิกและลงชื่อเข้าใช้ ได้ในหน้าแรกของเว็บมายสเปซ 89

90 หน้าแรกของมายสเปซ (www.myspace.com)
90

91 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
เมื่อคลิก “เข้าสู่การท่องเที่ยว (Take the Full Tour)” จะปรากฏหัวข้อให้เข้าถึงได้สี่หัวข้อ มายสเปซคืออะไร (What’s My Space?) เพื่อน (Friends) ยัวร์สเปซ (Your Space) ติดต่อ (Connect) 91

92 เมื่อคลิกเข้าสู่การท่องเที่ยว
92

93 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
2.2.1 มายสเปซคืออะไร (What’s My Space?) 2.2.2 เพื่อน (Friends) 2.2.3 ยัวร์สเปซ (Your Space) 2.2.4 ติดต่อ (Connect) 93

94 2.2.1 มายสเปซคืออะไร (What’s MySpace?)
ในหน้ามายสเปซคืออะไรจะมีบริการต่างๆ สามหัวข้อ 1) มายสเปซคือสถานที่สำหรับเพื่อน (MySpace Is A Place For Friend) 2) มายสเปซคือพื้นที่ของสมาชิกเอง (MySpace Is Your Space) 3) มายสเปซช่วยติดต่อสื่อสารตลอดเวลา (MySpace Keeps You Connected) 94

95 1) มายสเปซคือสถานที่สำหรับเพื่อน (MySpace Is A Place For Friend)
มีบริการ ค้นหาเพื่อน (Search Friends) ค้นหาเพื่อนเก่า (Find Old Friends) ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ (Make New Friends) 95

96 2) มายสเปซคือพื้นที่ของสมาชิกเอง (MySpace is Your Space)
มีบริการ แนะนำตนเอง (Express Who You Are) นำภาพและวิดีโอขึ้นมายสเปซ (Upload Pictures and Videos) ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ (Make New Friends) 96

97 3) มายสเปซช่วยติดต่อสื่อสารตลอดเวลา (MySpace Keeps You Connected)
มีบริการ ติดตามเพื่อน (Keep Up with Your Friends) มายสเปซโมบายล์ (MySpace Mobile) แบ่งปันข้อมูลร่วมกัน (Share What You’re Up To) 97

98 หน้ามายสเปซคืออะไร 98

99 2.2.1 เพื่อน 99

100 เพื่อน (ต่อ) 1) หาเพื่อนโดยมายสเปซ (MySpace Search)
2) หาเพื่อนเก่า (Find Old Friends) 3) ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ (Make New Friends) 100

101 1) หาเพื่อนโดยมายสเปซ (MySpace Search)
เป็นการหาเพื่อนหรือผู้ที่มีภูมิหลัง หรือมีความสนใจในเรื่องเดียวกันในมายสเปซ 101

102 2) หาเพื่อนเก่า (Find Old Friends)
สามารถหาเพื่อนเก่าที่ใช้ ยะฮู (Yahoo) ฮอตเมล์ (Hotmail) จีเมล์ (Gmail) ว่าใครเป็นสมาชิกมายสเปซ เพื่อจะได้ติดต่อสื่อสารกัน 102

103 3) ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ (Make New Friends)
สามารถทำความรู้จักเพื่อนใหม่ได้จาก ผู้ที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน ผู้ที่เป็นสมาชิกมายสเปซ เป็นต้น 103

104 2.2.2 ยัวร์สเปซ 104

105 ยัวร์สเปซ (ต่อ) 1) แสดงตนว่าเป็นใคร (Express Who You Are)
2) นำภาพและวิดีโอขึ้นประกาศ 3) เติมเสียงเพลง 4) มีชื่อเว็บส่วนตัว 105

106 1) แสดงตนว่าเป็นใคร (Express Who You Are)
จัดทำหน้าประวัติและความสนใจของตนเอง โดยใช้ซอฟต์แวร์ง่ายๆ ของมายสเปซ 106

107 2) นำภาพและวิดีโอขึ้นประกาศ
สามารถนำรูปภาพและวิดีโอ ขึ้นไว้ในหน้าประวัติได้อย่างสะดวกง่ายดาย 107

108 3) เติมเสียงเพลง ค้นหาเพลงโปรดและเพิ่มไว้ในหน้าประวัติ ได้อย่างสะดวกง่ายดาย 108

109 4) มีชื่อเว็บส่วนตัว สามารถมียูอาร์แอล (URL) เพื่อใช้เป็นที่อยู่เว็บของตนเองได้ 109

110 2.2.3 ติดต่อ 110

111 ติดต่อ (ต่อ) 1) ติดตามข่าวสารจากเพื่อน 2) มายสเปซผ่านโทรศัพท์มือถือ
3) แบ่งปันสิ่งใหม่ที่มีให้กับเพื่อน 111

112 1) ติดตามข่าวสารจากเพื่อน
ตอบรับคำขอเป็นเพื่อน โดยได้รับรายการกิจกรรมล่าสุดจากเพื่อน สถานะของเพื่อน โดยได้รับรายการกิจกรรมล่าสุดจากเพื่อน ส่งประกาศ แจ้งเตือนเพื่อนทั้งหมดอีกครั้ง 112

113 2) มายสเปซผ่านโทรศัพท์มือถือ
รับข้อความแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ ว่ามี ข้อความ คำวิจารณ์ และคำขอเป็นเพื่อน เป็นต้น 113

114 3) แบ่งปันสิ่งใหม่ที่มีให้กับเพื่อน
อาทิ บล็อก (Blog) ข้อความสั้น (SMS) ข้อความแบบทันทีผ่านมายสเปซ (MySpace IM) ข้อความ (Messages) กระทู้ (Forums) เป็นต้น 114

115 2.3 มายสเปซกับการดำเนินคดี
2.3.1 เด็กหญิงวัย 13 ปีฆ่าตัวตาย เพราะถูกรังแกผ่านมายสเปซ 2.3.2 คดีเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มายสเปซ 2.3.3 เด็กหญิงวัย 14 ปีถูกจับกุม ในข้อหาเผยแพร่ภาพโป๊ตัวเอง 2.3.4 หนุ่มวัย 28 ปีลวงหญิงสาวไปค้าประเวณี 115

116 2.3.1 เด็กหญิงวัย 13 ปีฆ่าตัวตาย เพราะถูกรังแกผ่านมายสเปซ
จากเว็บ “วิกิพีเดีย (en.wikipedia.org)” เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2552 116

117 เด็กฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแกผ่านมายสเปซ (ต่อ)
ตุลาคม 2549 “มีแกน ไมเออร์ (Megan Meier)” อายุ 13 ปี อยู่ที่รัฐมิซซูรี่ สหรัฐอเมริกาได้ฆ่าตัวตาย เพราะถูกเพื่อนที่รู้จักผ่านมายสเปซรังแก มีแกน ไมเออร์ (Megan Meier) 117

118 เด็กฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแกผ่านมายสเปซ (ต่อ)
เพื่อนใหม่ผ่านมายสเปซของมีแกน ใช้ชื่อในมายสเปซว่า “จอช อีแวนส์ (Josh Evans)” อ้างว่า อายุ 16 ปี จอช อีแวนส์ ตัวจริงคือ “ลอริ ดรูว์ (Lori Drew)” อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นมารดาของเพื่อนมีแกน และต้องการแก้แค้นแทนลูกสาวของตน 118

119 เด็กฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแกผ่านมายสเปซ (ต่อ)
จอช อีแวนส์ ตีสนิทกับมีแกน เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัว แล้วนำข้อมูลส่วนตัวไปเผยแพร่ และนินทาว่าร้ายมีแกนผ่านมายสเปซ มีแกนอับอายและเสียใจมากจึงฆ่าตัวตาย 119

120 เด็กฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแกผ่านมายสเปซ (ต่อ)
ในที่สุด “ลอริ” ถูกตัดสินจำคุก ในข้อหาบุกรุกคอมพิวเตอร์ที่มีการป้องกันไว้ โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อปลอมแปลงแก้ไขข้อความสื่อสารเพื่อทำร้ายผู้อื่น นอกจากนี้ ลอริยังถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีก4 กระทง ซึ่งมีโทษจำคุกข้อหาละไม่เกิน 5 ปี ถึงพฤษภาคม 2552 คดีนี้ยังไม่ยุติ 120

121 2.3.2 คดีเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มายสเปซ
จากเว็บ “เอ็มเอสเอ็น (www.msnbc.msn.com)” เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 จำเลยคือ “ชอน แฮริสัน (Shaun Harrison)” และ “ซาเวริโอ มอนเดลลี (Saverio Mondelli)” วัยรุ่นชาวนิวยอร์กถูกจับกุม เมื่อพฤษภาคม 2549 121

122 คดีเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มายสเปซ (ต่อ)
โจทก์ คือ มายสเปซ จำเลยถูกจับในข้อหา เข้าถึงคอมพิวเตอร์อย่างผิดกฎหมาย ขู่กรรโชกมายสเปซ 122

123 คดีเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มายสเปซ (ต่อ)
จำเลยเจาะระบบบัญชีสมาชิกมายสเปซ เพื่อนำขโมยข้อมูลส่วนตัว และอ้างว่ามีข้อมูลสมาชิกมายสเปซ ประมาณ 85,500 คน 123

124 คดีเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มายสเปซ (ต่อ)
จำเลยขู่กรรโชกให้มายสเปซจ่ายเงิน 150,000 เหรียญ หรือประมาณ 5,320,000 บาท เพื่อแลกกับข้อมูลที่ตนได้มา ศาลตัดสินจำคุกจำเลยคนละ 4 ปี แต่ให้รอลงอาญาจำเลยเป็นเวลา 3 ปี 124

125 คดีเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มายสเปซ (ต่อ)
ทนายของจำเลยขอเจรจาไกล่เกลี่ย (Plea Bargain) โดยโจทก์เห็นชอบด้วยว่า ให้จำกัดการเข้าถึงอีเมล์ของจำเลย ให้จำเลยทำงานบริการสังคม เป็นเวลา 160 ชั่วโมง ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่มายสเปซ 13,500 เหรียญ หรือประมาณ 472,000 บาท 125

126 คดีเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้ใช้มายสเปซ (ต่อ)
ศาลแจ้งให้จำเลยทราบว่า หากจำเลยละเมิดข้อตกลงดังกล่าว ในระหว่างการรอลงอาญาจะถูกจำคุกทันที ระบบคอมพิวเตอร์ของจำเลย เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา จำเลยไม่สามารถเข้าใช้มายสเปซได้ 126

127 2.3.3 เด็กหญิงวัย 14 ปีถูกจับกุม ในข้อหาเผยแพร่ภาพโป๊ตนเอง
ข่าวจากเว็บ “นิวส์ดอตคอมดอตเอยู (www.news.com.au)” เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2552 127

128 เด็กหญิงถูกจับกุมเพราะเผยแพร่ภาพโป๊ (ต่อ)
เด็กหญิงวัย 14 ปีชาวนิวเจอร์ซี่ ถูกจับกุมในข้อหาเผยแพร่ ภาพลามกอนาจารของตนในมายสเปซ มีภาพลามกอนาจารประมาณ 30 ภาพ คดียังไม่ยุติ หากพิสูจน์ได้ว่าเด็กหญิงคนดังกล่าว มีความผิดจริงก็จะมีโทษจำคุกถึง 17 ปี 128

129 2.3.4 หนุ่มวัย 28 ปีลวงหญิงสาวไปค้าประเวณี
ข่าวจากเว็บ “ยูพีไอ (www.UPI.com)” เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2552 “คริสโทเฟอร์ ไทย์รอน ยัง (Christopher Tyrone Young)” วัย 28 ปี ชาวฟลอริดา ใช้เว็บเครือข่ายสังคมมายสเปซ ล่อลวงหญิงสาววัย 17 ปี ไปค้าประเวณีในรัฐแคลิฟอร์เนีย 129

130 หนุ่มวัย 28 ปีลวงหญิงสาวไปค้าประเวณี (ต่อ)
คริสโทเฟอร์ทำความรู้จักผ่านมายสเปซ โดยออกอุบายชักชวนหญิงสาวให้หนีออกจากบ้าน แล้วบอกว่าจะพาไปเที่ยวที่ลาสเวกัสด้วยกัน แต่ปรากฎว่าให้หญิงสาวไปค้าประเวณี 130

131 หนุ่มวัย 28 ปีลวงหญิงสาวไปค้าประเวณี (ต่อ)
จากนั้นนำภาพของหญิงสาว ไปโฆษณาขายบริการทางเพศ ผ่านเว็บเคร็กส์ลิสต์ (Craigslist) ด้วย 131

132 หนุ่มวัย 28 ปีลวงหญิงสาวไปค้าประเวณี (ต่อ)
คริสโทเฟอร์ถูกจับกุมในข้อหา ค้าประเวณีเด็ก ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ บังคับให้ผู้เยาว์เสพสิ่งเสพติด คริสโทเฟอร์ถูกนำตัวไปขึ้นศาลในซานตาอานา (U.S. District Court in Santa Ana) 132

133 หนุ่มวัย 28 ปีลวงหญิงสาวไปค้าประเวณี (ต่อ)
ถึงพฤษภาคม ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี หากพิสูจน์ได้ว่าคริสโทเฟอร์มีความผิดจริง จะมีโทษจำคุกขั้นต่ำ 10 ปี 133

134 2.4 ข่าวที่น่าสนใจกับมายสเปซ
2.4.1 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ กว่า 90,000 ราย 2.4.2 สมาชิกมายสเปซที่เป็นวัยรุ่น มีความเสี่ยงสูงจากการเปิดเผยข้อมูล 134

135 2.4.1 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดี ละเมิดทางเพศกว่า 90,000 ราย
ข่าวจากเว็บ “นิวยอร์กไทม์ส (www.nytimes.com)” เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 135

136 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ (ต่อ)
มายสเปซประกาศว่า มีสมาชิกมายสเปซที่มีประวัติ ก่อคดีละเมิดทางเพศกว่า 90,000 ราย ซึ่งมายสเปซได้ยกเลิกการเป็นสมาชิกไปแล้ว 136

137 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ (ต่อ)
ในอเมริกามีผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ กว่า 700,000 คน มีผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศกับเด็ก ผ่านมายสเปซที่ถูกออกหมายจับ เกือบ 100,000 คน ในจำนวนผู้ก่อคดีนี้ แต่ละคนจะใช้ชื่อปลอมหลายชื่อในมายสเปซ 137

138 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ (ต่อ)
เมื่อปี พ.ศ มายสเปซและเฟซบุค เห็นชอบที่จะให้มีการกำหนด มาตรฐานความปลอดภัย หลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องความปลอดภัยของสมาชิกจากนักล่าทางเพศบนเครือข่ายสังคมอย่างหนัก 138

139 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ (ต่อ)
ปัญหาที่พบมากที่สุดบนเครือข่ายสังคม คือ ปัญหาการรังแกกันของเด็ก (Bully) ทั้งในสังคมออนไลน์และสังคมจริงๆ ปัญหารองลงมา คือ การถูกชักจูงในเรื่องเพศ (Sexual Solicitation) 139

140 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ (ต่อ)
กลุ่มเป้าหมายสำคัญของนักล่าทางอินเทอร์เน็ต คือ “กลุ่มเยาวชนบนอินเทอร์เน็ต” มายสเปซระบุว่าใช้เวลาถึงสองปี ในการล่าตัวสมาชิก ที่เป็นผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ และยกเลิกการเป็นสมาชิกของกลุ่มนั้น 140

141 มายสเปซมีประวัติผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ (ต่อ)
มายสเปซระบุว่า มีสมาชิกเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี และมีผู้ก่อคดีละเมิดทางเพศ ที่พยายามจะเข้าไปสร้างแฟ้มประวัติ ในมายสเปซลดลงร้อยละ 36 141

142 2.4.2 สมาชิกมายสเปซที่เป็นวัยรุ่นมีความเสี่ยงสูงจากการเปิดเผยข้อมูล
ข่าวจากเว็บ “ยะฮู (tech.yahoo.com)” เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2552 142

143 สมาชิกมีความเสี่ยงสูงเพราะเปิดเผยข้อมูล (ต่อ)
สถาบันวิจัยเด็กซีแอตเทิล (Seattle Children’s Research Institute) สำรวจพบว่า สมาชิกมายสเปซที่เป็นวัยรุ่น กว่าร้อยละ 50 มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่ได้ตระหนักว่าการเปิดเผยข้อมูลของตน ต่อผู้อื่นเกิดเป็นภัยร้ายตามมาภายหลัง 143

144 สมาชิกมีความเสี่ยงสูงเพราะเปิดเผยข้อมูล (ต่อ)
การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีทราบจุดอ่อนของสมาชิก แล้วใช้ข้อมูลเหล่านั้นไปชักนำสมาชิก ให้มีพฤติกรรมไปในทางที่ผิด ความเสี่ยงต่างๆ อาทิ การถูกชักจูงเรื่องเพศ การถูกชักจูงให้ใช้ยาเสพติด เป็นต้น 144

145 สมาชิกมีความเสี่ยงสูงเพราะเปิดเผยข้อมูล (ต่อ)
สำรวจสมาชิกมายสเปซที่เป็นวัยรุ่น ที่มีอายุ 18 ปี 500 คน พบว่า ร้อยละ 54 มีความเสี่ยงสูง จากการให้ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป ในการสมัครสมาชิกมายสเปซ 145

146 สำรวจสมาชิกมายสเปซ (ต่อ)
ร้อยละ 41 เปิดเผยประวัติ การกระทำความผิดของตน ร้อยละ 24 แสดงออกเรื่องเพศ ร้อยละ 14 ใช้ความรุนแรง 146

147 3. เว็บเฟซบุค (www.FaceBook.com)
147

148 เฟซบุค (ต่อ) 3.1 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค
3.1 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค 3.2 บริการและการประยุกต์ใช้ 3.3 ข้อมูลด้านการเงิน 3.4 การใช้เฟซบุคโดยตำรวจและทหาร 3.5 ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเฟซบุค 148

149 3.1 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค
3.1.1 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2547 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2548 3.1.3 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2549 3.1.4 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2550 3.1.5 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2551 3.1.6 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2552 149

150 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค (ต่อ)
จากเว็บ “วิกิพีเดีย (en.wikipedia.org/wiki/FaceBook)” เฟซบุคเป็นเว็บเครือข่ายสังคม ของบริษัทเฟซบุค (FaceBook Inc.) และให้เข้าใช้ฟรี 150

151 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค (ต่อ)
เดิมเฟซบุคมีชื่อว่า “เฟซแมช (www.Facemash.com)” เปิดตัวเมื่อ 28 ตุลาคม โดย “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg)” ซึ่งเป็นนักศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยใช้เวลาสร้างเว็บ ประมาณ 1 สัปดาห์ 151

152 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค (ต่อ)
วัตถุประสงค์ในการสร้างเว็บเฟซแมช เพื่อใช้เป็นช่องทางบอกความในในแก่หญิงผู้เป็นที่รัก ต่อมาซัคเคอร์เบิร์กก็ได้เจาะข้อมูล ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อนำรูปภาพ และประวัตินักศึกษาไปไว้บนเว็บเฟซแมช หลังจากนั้นก็มีการส่งต่อข้อมูลนักศึกษา ไปยังแม่ข่ายในวิทยาเขตอื่นๆ 152

153 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค (ต่อ)
อาจกล่าวได้ว่าการกระทำของซัคเคอร์เบิร์ก เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว และทางมหาวิทยาลัยก็ไม่เห็นด้วย กับการกระทำของซัคเคอร์เบิร์ก ทางผู้บริหารจึงสั่งให้ปิดเว็บเฟซแมช 2-3 วันหลังจากมีการส่งต่อข้อมูลนักศึกษา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล 153

154 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค (ต่อ)
ซัคเคอร์เบิร์กถูกตั้งข้อกล่าวหา คือ เจาะระบบความปลอดภัย ละเมิดลิขสิทธิ์ และละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งมีโทษถึงให้ออกจากมหาวิทยาลัย แต่ซัคเคอร์เบิร์กปิดเว็บทันทีจึงไม่ถูกให้ออก 154

155 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค (ต่อ)
เฟซบุคเริ่มให้บริการที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แล้วขยายไปยังสถาบันการศึกษาอื่นๆ อาทิ มหาวิทยาลัยในเขตบอสตัน (Boston Area) วิทยาลัยไอวีลีก (Ivy League) และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) เป็นต้น แล้วขยายต่อไปยังกลุ่มนักเรียน ระดับมัธยมศึกษาและกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป 155

156 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค (ต่อ)
ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม มีผู้ใช้เฟซบุคทั่วโลกกว่า 200 ล้านคน 156

157 3.1.1 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2547
3.1.1 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2547 กุมภาพันธ์ เปิดตัวเฟซบุคโดย ซัคเคอร์เบิร์ก และคณะ คือ ดัสติน มอสโควิตซ์ (Dustin Moskovitz) คริส ฮิวจ์ส (Chris Hughes) เอดัวร์โด ซาเวริน (Eduado Saverin) ร่วมกันสร้างเว็บ “เดอะเฟซบุค (TheFaceBook.com)” ขึ้นโดยให้สมาชิกได้พูดคุย และติดต่อสื่อสารกันในมหาวิทยาลัยเท่านั้น 157

158 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2547 (ต่อ)
มีนาคม เฟซบุคขยายบริการ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไปยัง มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยเยล 158

159 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2547 (ต่อ)
มิถุนายน เฟซบุคย้ายฐานการดำเนินงาน ไปอยู่ที่พาโล อัลโต (Palo Alto) รัฐแคลิฟอเนียร์ สหรัฐอเมริกา กันยายน พัฒนาความสามารถ ในการประยุกต์ใช้แบบกลุ่ม คือ ให้มีพื้นที่สำหรับสมาชิกเพื่อบันทึกข้อมูลส่วนตัว ธันวาคม เฟซบุคมีสมาชิกเกือบหนึ่งล้านคน 159

160 3.1.2 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2548
3.1.2 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2548 พฤษภาคม แอคเซลพาร์ตเนอร์ส (Accel Partners) ลงทุนในเฟซบุค 12.7 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 444 ล้านบาท และเฟซบุคได้สนับสนุนด้านเครือข่าย ของวิทยาลัยต่างๆ กว่า 800 เครือข่าย 160

161 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2548(ต่อ)
สิงหาคม เฟซบุคเปลี่ยนชื่อจาก “เดอะเฟซบุคดอตคอม (TheFaceBook.com)” เป็น “เฟซบุคดอตคอม (FaceBook.com)” กันยายน เฟซบุคขยายเครือข่าย ไปยังโรงเรียนมัธยม ตุลาคม เฟซบุคมีบริการลงรูปภาพบนเว็บ และขยายเครือข่ายไปยังโรงเรียนนานาชาติ 161

162 3.1.3 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2549
3.1.3 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2549 เมษายน เกรย์ลอค (Greylock Partners) และเมอริเทคแคพิทัล (Merritech Capital Partners) ร่วมลงทุนในเฟซบุค และการเปิดตัวบริการเฟซบุคบนมือถือ รวมกันแล้วมีมูลค่า 27.5 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 960 ล้านบาท 162

163 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2549 (ต่อ)
พฤษภาคม เฟซบุคขยายเครือข่าย ไปยังบริษัทห้างร้านต่างๆ สิงหาคม เฟซบุคเปิดตัวบริการ “บันทึกข้อความ (Notes Application)” และร่วมมือกับไมโครซอฟต์ ด้านโฆษณาบนเว็บ 163

164 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2549 (ต่อ)
กันยายน เฟซบุคเปิดตัวบริการ “นิวส์ฟีด (News Feed)” และ “มินิฟีด (Mini Feed)” พฤศจิกายน เฟซบุคเปิดตัวบริการ แบ่งปันข้อมูลระหว่างสมาชิก ธันวาคม มีสมาชิกเฟซบุคกว่า 12 ล้านคน 164

165 3.1.4 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2550
3.1.4 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2550 กุมภาพันธ์ เฟซบุคเปิดตัวบริการ “ของขวัญเสมือนจริง (Virtual Gift)” มีนาคม มีสมาชิกเฟซบุคที่เป็นชาวแคนาเดียน กว่า 2 ล้านคน และชาวอังกฤษกว่า 1 ล้านคน เมษายน มีสมาชิกเฟซบุค 20 ล้านคน และเฟซบุคพัฒนาการออกแบบหน้าเว็บ และปรับปรุงช่องทางการเข้าถึงหน้าเว็บ 165

166 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2550 (ต่อ)
พฤษภาคม เฟซบุคเปิดตัวบริการ “มาร์เก็ตเพลซ (Marketplace)” และมีนักพัฒนาโปรแกรม 65 คน และมีการประยุกต์ใช้ 85 แบบ กรกฎาคม เฟซบุคซื้อกิจการของ “พาราคีย์ส (Parakeys)” 166

167 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2550 (ต่อ)
ตุลาคม มีสมาชิกเฟซบุคกว่า 50 ล้านคน มีบริการเฟซบุคบนโทรศัพท์มือถือ และร่วมมือกับไมโครซอฟต์ขยายตลาดการโฆษณา ไปสู่นานาชาติซึ่งไมโครซอฟต์ได้รับส่วนแบ่ง มูลค่า 240 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 8,400 ล้านบาท พฤศจิกายน เฟซบุคเปิดตัวโฆษณาของเฟซบุค หรือ “เฟซบุคแอดส์ (Facebook Ads)” 167

168 3.1.5 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2551
3.1.5 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2551 มกราคม เฟซบุคร่วมรายการ โต้วาทีของผู้สมัครประธานาธิบดี “เพรสซิเดนท์เชียลดีเบต (Presidential Debates)” กุมภาพันธ์ เปิดตัวเฟซบุคฉบับ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส 168

169 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2551 (ต่อ)
มีนาคม เปิดตัวเฟซบุคฉบับภาษาเยอรมัน และเฟซบุคพัฒนาการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยให้สมาชิกสามารถกำหนดระดับการเข้าถึงข้อมูลของตนได้ 169

170 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2551 (ต่อ)
เมษายน เฟซบุคเปิดตัว “เฟซบุคแชต (Facebook Chat)” และเปิดตัวการประยุกต์ใช้ตัวแปลภาษาได้ 21 ภาษา สิงหาคม มีสมาชิกเฟซบุคกว่า 100 ล้านคน 170

171 3.1.6 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2552
3.1.6 ประวัติวิวัฒนาการของเฟซบุค พ.ศ. 2552 มกราคม มีสมาชิกเฟซบุคกว่า 150 ล้านคน กุมภาพันธ์ มีสมาชิกเฟซบุคกว่า 175 ล้านคน เมษายน มีสมาชิกเฟซบุคเพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านคน 171

172 3.2 บริการและการประยุกต์ใช้
เฟซบุคมีรูปแบบการให้บริการคล้ายคลึง กับเว็บเครือข่ายสังคมอื่นๆ คือ ใช้เป็นสื่อกลางการติดต่อระหว่างสมาชิก ที่เชื่อมต่อถึงกันได้ตลอดเวลาจากทั่วทุกมุมโลก มีพื้นที่หรืออาจเรียกว่าบล็อกให้สมาชิก เขียนบันทึกข้อมูลส่วนตัวได้ 172

173 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
ในเฟซบุคเรียกพื้นที่ที่ใช้ในการเขียนข้อมูลนี้ว่า “กำแพง (The Wall)” ซึ่งในระยะแรก จำกัดให้ใช้เป็นตัวอักษรเท่านั้น เฟซบุคมีเครือข่ายมากมายให้สมาชิก ได้สร้างปฏิสัมพันธ์กันได้ อาทิ เครือข่ายในเมือง เครือข่ายที่ทำงาน เครือข่ายโรงเรียน และเครือข่ายภูมิภาค เป็นต้น ทำให้สามารถติดต่อสื่อสาร กับสมาชิกภายในเครือข่ายเดียวกันได้สะดวกขึ้น 173

174 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
การประยุกต์ใช้ที่นิยมอย่างมากในกลุ่มสมาชิกเฟซบุค คือ การประยุกต์ด้านภาพถ่าย (Photos Application) เพราะเฟซบุคได้พัฒนา จากแต่เดิมที่ให้นำรูปภาพขึ้นได้ 60 ภาพต่อหนึ่งอัลบั้ม ไปเป็นแบบไม่จำกัด สมาชิกสามารถจำกัดกลุ่มผู้เข้าชม หรือกำหนดการเข้าถึงอัลบั้มรูปภาพของตนได้ 174

175 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
มีแถบป้ายรูปภาพเชิญชวนให้เพื่อนๆ เข้าไปชมรูปภาพผ่านแถบป้ายนั้น 22 สิงหาคม 2549 เปิดตัว “บล็อก (Blog)” ให้บริการแถบป้ายรูปภาพและรูปภาพอื่นๆ ซึ่งสมาชิกสามารถนำเข้าบล็อก จากแหล่งให้บริการบล็อกรายอื่นได้ 175

176 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
7 เมษายน 2551 เปิดตัวบริการส่งข้อความแบบทันที ให้สมาชิกสามารถสนทนากับเพื่อนที่ติดตั้งโปรแกรมการส่งข้อความแบบทันทีเช่นกัน 8 กุมภาพันธ์ 2550 เปิดตัว “กิฟต์ส (Gifts)” เป็นบริการส่งของขวัญเสมือนจริงให้กับเพื่อน โดยสามารถเขียนข้อความของตนแนบไปด้วย ในราคา 1 เหรียญ หรือประมาณ 35 บาทต่อครั้ง 176

177 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
14 พฤษภาคม 2550 เปิดตัว “มาร์เก็ตเพลซ (Marketplace)” ให้สมาชิกลงโฆษณาย่อยได้ฟรี (Classified Ads) 20 กรกฎาคม 2551 เปิดตัว “เฟซบุคเบต้า (FaceBook Beta)” ซึ่งเป็นตัวประสานระบบต่างๆ ที่ใช้ในเครือข่าย เพื่อจะเปลี่ยนโฉมเฟซบุคใหม่ ซึ่งต่อมาก็มีการเริ่มเปลี่ยนเป็นเฟซบุครุ่นใหม่ เมื่อ กันยายน 2551 177

178 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
11 ธันวาคม 2551 เฟซบุคประกาศว่า กำลังทดสอบกระบวนการลงชื่อเข้าใช้ใหม่ 24 พฤษภาคม 2550 เฟซบุคระบุว่า จะมีการกำหนดขอบเขตการทำงาน สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ในการสร้างการประยุกต์ใช้ใหม่ๆ ของเฟซบุค 178

179 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
มีเฟซบุคมาร์กอัพ (FaceBook Mark Up Language) เพื่อใช้ในการประยุกต์ใช้ในด้านการพัฒนาความรู้สึกและภาพที่เหมือนจริง (Look and Feel) มีการเขียนโปรแกรมเกมหมากรุก และเกมสแคบเบิลให้สมาชิกเล่นกันกับเพื่อน 179

180 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
เมื่อสิงหาคม 2550 เปิดตัวเว็บเฟซบุคไอโฟน เป็นบริการแบบให้ใช้ฟรีสำหรับไอโฟนและไอพอดทัชและถึงเดือนกรกฎาคม 2551 มีผู้ใช้กว่า 1.5 ล้านคน 180

181 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
สมาชิกสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ในการเข้าถึงแฟ้มข้อมูลส่วนตัวของตนได้ว่า ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือพูดคุยกันแบบส่วนตัวหรือให้ผู้อื่นร่วมด้วย เฟซบุคให้บริการฟรีโดยมีรายได้จากค่าโฆษณา โดยมีไมโครซอฟต์เป็นผู้ผูกขาดด้านการโฆษณา แบบแบนเนอร์ 181

182 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
เฟซบุคกับมายสเปซถูกนำไปเปรียบเทียบกันเสมอโดยสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างสองเว็บนี้ก็คือ เฟซบุคให้สมาชิกตกแต่งแฟ้มข้อมูลได้ โดยให้ใช้ข้อความ (Plain Text) เท่านั้น 182

183 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
พ.ศ เฟซบุค พัฒนาบริการ โดยให้สมาชิกสามารถนำแฟ้มข้อมูลต่างๆ (Attachment) ขึ้นบนบล็อกได้ เฟซบุคเตรียมพื้นที่ไว้ให้ในแฟ้มข้อมูล เพื่อให้เพื่อนของเจ้าของแฟ้มข้อมูลนั้น ได้เขียนข้อความถึงได้ 183

184 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
มีระบบส่งข้อมูลถึงเจ้าของแฟ้มข้อมูล เมื่อมีเพื่อนๆ เข้าไปเขียนข้อความไว้ มีการแจ้งสถานะหรือกิจกรรมของเจ้าของบล็อก ให้เพื่อนทราบ 184

185 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
6 กันยายน 2549 เฟซบุคเปิดตัว “นิวส์ฟีด (News Feed)” ซึ่งจะปรากฏบนหน้าแรกบนบล็อก ของสมาชิกเฟซบุค โดยจะมีรายละเอียดต่างๆ อาทิ มีการเปลี่ยนรูปแบบของแฟ้มประวัติ มีประกาศกิจกรรมต่างๆ มีการแจ้งเตือนวันเกิดของเพื่อนๆ ให้ทราบ มีข้อความที่สนทนากัน 185

186 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
นิวส์ฟีดสร้างความไม่พึงพอใจ ให้กับสมาชิกเฟซบุค เนื่องจากบางกลุ่มระบุว่าอาจทำให้ผู้ไม่หวังดี สะกดรอยตามได้ง่ายจากข้อมูลในนิวส์ฟีด ต่อมาซัคเคอร์เบิร์กจึงพัฒนาบริการ และการประยุกต์ใช้ให้มีการกำหนดข้อจำกัด การเข้าถึงข้อมูลได้ 186

187 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
7 พฤศจิกายน 2550 เปิดตัว “เฟซบุคบีคอน (FaceBook Beacon)” ซึ่งเป็นโฆษณาภายในสังคม (Social Ads) โดยให้สมาชิกลงข่าวกิจกรรม หรือสินค้าของตนบนเฟซบุค 187

188 3.3 ข้อมูลด้านการเงิน มิถุนายน 2547 “ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel)” ผู้ร่วมก่อตั้งเพย์พัลลงทุนในเฟซบุค 500,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 17.5 ล้านบาท พ.ศ แอคเซลพาร์ตเนอร์ส (Accel Partners) ลงทุนในเฟซบุค 12.7 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 444 ล้านบาท และเกรย์ล็อคพาร์ตเนอร์ส (Greylock Partners) ลงทุน 27.5 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 960 ล้านบาท 188

189 ข้อมูลด้านการเงิน (ต่อ)
พ.ศ เฟซบุคขาดทุน 3.63 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 127 ล้านบาท กันยายน 2549 ยะฮูเจรจาขอซื้อเฟซบุค มูลค่า 280,000 ล้านบาท แต่เฟซบุคปฏิเสธ 189

190 ข้อมูลด้านการเงิน (ต่อ)
กันยายน 2550 ไมโครซอฟต์เสนอซื้อหุ้นเฟซบุค ร้อยละ 5 ในราคา 300 – 500 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 10,000 – 17,000 ล้านบาท ทำให้ในเดือนนี้มีหลายบริษัท อาทิ กูเกิลสนใจที่จะลงทุน อย่างไมโครซอฟต์บ้าง เป็นต้น 190

191 ข้อมูลด้านการเงิน (ต่อ)
24 ตุลาคม 2550 ไมโครซอฟต์ประกาศว่า ได้ซื้อหุ้นเฟซบุคร้อยละ 1.6 ในราคา 240 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 8,400 ล้านบาท พฤศจิกายน 2550 “ลี กาชิง (Li Ka-shing)” เศรษฐีชาวฮ่องกงลงทุนในเฟซบุค 60 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 2,100 ล้านบาท 191

192 ข้อมูลด้านการเงิน (ต่อ)
สิงหาคม 2551 บิซิเนสวีครายงานว่า พนักงานเฟซบุคขายหุ้นและมีบริษัทการลงทุน ร่วมลงทุนในเฟซบุคทำให้มูลค่าเฟซบุคสูงขึ้น เป็น 37, ,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 131, ,000 ล้านบาท 192

193 3.4 การใช้เฟซบุคโดยตำรวจและทหาร
3.4.1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติสิงคโปร์กับเฟซบุค 3.4.2 หนุ่มมือบอนถูกจับเพราะเฟซบุค 3.4.3 กระทรวงกลาโหมอเมริกัน ใช้เว็บเครือข่ายสังคมโฆษณาประชาสัมพันธ์ 3.4.4 กองทัพอังกฤษห้ามใช้เว็บเครือข่ายสังคม 193

194 การใช้เฟซบุคโดยตำรวจและทหาร (ต่อ)
มีผู้คนจำนวนมากต่างวิพากษ์วิจารณ์การนำเฟซบุค ไปใช้ในการดำเนินคดีทั้งในแง่บวกและแง่ลบ มีหน่วยงานยุติธรรมหลายแห่งที่นำความก้าวหน้า ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ ในการดำเนินคดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานและลดเวลาในการดำเนินงาน 194

195 การใช้เฟซบุคโดยตำรวจและทหาร (ต่อ)
การใช้เฟซบุคยังถือว่า เป็นการปรับกระบวนการทำงานให้เท่าทัน กับอาชญากรรมบนโลกไซเบอร์อีกด้วย เฟซบุคก็เปรียบเสมือนเป็นสายลับ ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบเสาะหา ตัวคนร้ายที่อาจจะใช้เฟซบุคในการติดต่อสื่อสาร และเป็นช่องทางก่ออาชญากรรม 195

196 การใช้เฟซบุคโดยตำรวจและทหาร (ต่อ)
ธันวาคม 2551 ศาลสูงของออสเตรเลีย (Supreme Court) ตัดสินให้ใช้เฟซบุคเป็นเครื่องมือ ในการสืบสวนและแจ้งเบาะแสให้กับศาลได้ อาจกล่าวได้ว่าเฟซบุคเป็นเว็บเครือข่ายสังคม เว็บแรกของโลกที่มีการนำไปใช้เป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดี 196

197 การใช้เฟซบุคโดยตำรวจและทหาร (ต่อ)
มีนาคม 2552 ศาลสูงนิวซีแลนด์อนุญาต ให้บริษัทเคร็กแอ็กซ์ (Craig Axe) ยื่นเอกสารทางกฎหมายผ่านเฟซบุคได้ ในทางตรงกันข้ามบางกลุ่มก็ระบุว่า อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายมากมายมหาศาล 197

198 3.4.1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติสิงคโปร์กับเฟซบุค
3.4.1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติสิงคโปร์กับเฟซบุค มีรายงานข่าวจากเว็บ “ฟิวเจอร์กัฟ (www.futuregove.net)” เมื่อ 20 เมษายน 2552 ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ “เอสพีเอฟ (SPF = Singapore Police Force)” เป็นสมาชิกเฟซบุคเพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นใกล้ชิดกับตำรวจมากขึ้น 198

199 สำนักงานตำรวจแห่งชาติสิงคโปร์กับเฟซบุค (ต่อ)
มีหน้าเว็บ “เอสพีเอฟเฟซบุค (SPF FaceBook)” เป็นสื่อกลางให้ประชาชน แจ้งเบาะแส แจ้งเหตุฉุกเฉิน แสดงความคิดเห็นต่างๆ 199

200 สำนักงานตำรวจแห่งชาติสิงคโปร์กับเฟซบุค (ต่อ)
มีการประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่และให้คำปรึกษา ในการป้องกันอาชญากรรมและมีวิดีโอเผยแพร่ความรู้ด้านอาชญากรรมแก่ประชาชน ในอนาคตคาดว่าจะเพิ่มเนื้อหาอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น อาทิ การรณรงค์ด้านการจราจร เป็นต้น 200

201 3.4.2 หนุ่มมือบอนถูกจับเพราะเฟซบุค
3.4.2 หนุ่มมือบอนถูกจับเพราะเฟซบุค มีรายงานจากเว็บ “ซีบีซีแคนาดา (www.cbc.ca)” เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 ว่า มีหนุ่มมือบอน ถูกจับเพราะเฟซบุค มีผู้ร้องเรียนว่ามีผู้ไปขีดเขียนในสถานที่สาธารณะ รวมถึงป้ายจราจรและตามอาคารสำนักงานต่างๆ โดยประทับตราประจำตัวเป็นรูปคนหัวล้านไว้ทุกแห่ง 201

202 หนุ่มมือบอนถูกจับเพราะเฟซบุค (ต่อ)
มีพลเมืองดีใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ หนุ่มวัย 18 ปีคนนี้ขึ้นเผยแพร่บนเฟซบุค เพื่อแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัวได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากตอนกระทำความผิดยังเป็นผู้เยาว์ จึงต้องใช้วิธีตักเตือนเท่านั้น 202

203 3.4.3 กระทรวงกลาโหมอเมริกัน ใช้เว็บเครือข่ายสังคมโฆษณาประชาสัมพันธ์
3.4.3 กระทรวงกลาโหมอเมริกัน ใช้เว็บเครือข่ายสังคมโฆษณาประชาสัมพันธ์ มีรายงานจากเว็บ “ไชน่าเดลลี่ (www.chinadaily.com)” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 ว่า กระทรวงกลาโหมอเมริกันใช้เว็บเครือข่ายสังคมประชาสัมพันธ์ข่าว กองทัพบกอเมริกัน กองทัพอากาศอเมริกัน และกองทัพเรืออเมริกันใช้เฟซบุค ประกาศรับสมัครบุคลากร เผยแพร่ข้อมูลด้านกองทัพ และการใช้ชีวิตในกองทัพ 203

204 กลาโหมอเมริกันใช้เว็บเครือข่ายสังคม (ต่อ)
ผู้บังคับบัญชากองทัพบกอเมริกันระบุว่า เครือข่ายสังคมเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง ปี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของกองทัพในอนาคตได้ง่ายขึ้น 204

205 กลาโหมอเมริกันใช้เว็บเครือข่ายสังคม (ต่อ)
หัวหน้ากองกำลังทหารอเมริกันในอิรัก ก็เป็นสมาชิกเฟซบุคด้วย เพื่อใช้เป็นช่องทางในการตอบคำถาม และเผยแพร่ข่าวสาร เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก 205

206 3.4.4 กองทัพอังกฤษห้ามใช้เว็บเครือข่ายสังคม
3.4.4 กองทัพอังกฤษห้ามใช้เว็บเครือข่ายสังคม มีรายงานข่าวจากเว็บ “เทเลกราฟ (www.telegraph.co.uk)” เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2552 ว่า กองทัพอังกฤษห้ามใช้เว็บเครือข่ายสังคม เพราะเกรงว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ 206

207 กองทัพอังกฤษห้ามใช้เว็บเครือข่ายสังคม (ต่อ)
การให้ข้อมูล อาทิ ผ่านบล็อก ห้องสนทนา และเกมส์ เป็นต้น อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ถ้าหากทหารในกองทัพใช้เว็บเครือข่ายสังคม ก็อาจจะเปิดเผยข้อมูลลับของกองทัพโดยไม่รู้ตัว 207

208 กองทัพอังกฤษห้ามใช้เว็บเครือข่ายสังคม (ต่อ)
จากการประกาศห้ามไม่ให้ทหารในกองทัพ ใช้เว็บเครือข่ายสังคมและบล็อกต่างๆ สร้างความไม่พอใจให้แก่กำลังพลอย่างมาก เพราะต้องใช้เครือข่ายสังคมในการติดต่อสื่อสาร กับครอบครัวและเพื่อนเป็นประจำอยู่แล้ว 208

209 กองทัพอังกฤษห้ามใช้เว็บเครือข่ายสังคม (ต่อ)
โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่า ทหารทุกนายต้องตระหนักอยู่เสมอ ว่าตนเป็นบุคคลสำคัญและเป็นแนวหน้าของกองทัพ ฉะนั้น การกระทำใดๆ จะต้องไม่เป็นการเปิดช่องว่างให้ข้าศึกโจมตีได้ 209

210 3.5 ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเฟซบุค
3.5.1 เฟซบุครุกตลาดจีนและญี่ปุ่น 3.5.2 เฟซบุคเป็นเหตุให้สามีฆ่าภรรยา 3.5.3 นักเรียนใช้เฟซบุคโจมตีครู 3.5.4 ใช้เฟซบุคในทางที่ผิดทำให้ผลการเรียนตกต่ำ 210

211 3.5.1 เฟซบุครุกตลาดจีนและญี่ปุ่น
3.5.1 เฟซบุครุกตลาดจีนและญี่ปุ่น มีรายงานข่าวจากเว็บ “เอ็กซ์ทรีมเทค (www.extremetech.com)” เมื่อ 3 พฤษภาคม ว่าเฟซบุคเริ่มติดตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่ เฟซบุคเปิดตัวเฟซบุคฉบับภาษาจีนขึ้นผ่านทาง “แซดเอชซีเอ็นดอตเฟซบุคดอตคอม (Zh-en.facebook.com)” เมื่อเมษายน ทั้งนี้ ได้ให้บริการในฮ่องกงและไต้หวันด้วย 211

212 เฟซบุครุกตลาดจีนและญี่ปุ่น (ต่อ)
ส่วนเฟซบุคในญี่ปุ่นมีรายงานข่าวจากเว็บ “เว็บโปรนิวส์ (www.webpronews.com)” เมื่อ 28 มีนาคม 2552 ว่า เฟซบุครุกตลาดญี่ปุ่น โดยสร้างเฟซบุคฉบับภาษาญี่ปุ่นขึ้น เว็บเครือข่ายสังคมที่ครองตลาดในญี่ปุ่นอันดับหนึ่งคือ “มิซิดอตเจพี (Mixi.jp)” โดยในเดือนมิถุนายน 2551 มีสมาชิก 12.7 ล้านคน 212

213 เฟซบุครุกตลาดจีนและญี่ปุ่น (ต่อ)
ส่วน “เฟซบุคฉบับภาษาญี่ปุ่น” ในปี พ.ศ มีสมาชิก 538,000 คน นอกจากจีนและญี่ปุ่นแล้ว ในปี พ.ศ ก็มีการเปิดตัวเฟซบุคฉบับภาษาต่างๆ ขึ้นมากมาย อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน และสเปน เป็นต้น 213

214 3.5.2 เฟซบุคเป็นเหตุให้สามีฆ่าภรรยา
3.5.2 เฟซบุคเป็นเหตุให้สามีฆ่าภรรยา มีรายงานข่าวจากเว็บ “เอสเอ็มเอช (www.smh.com.au)” ว่าชาวอังกฤษวัย 41 ปีใช้มีดแทงภรรยาเสียชีวิต จากการสอบสวนพบว่าสามีชื่อ “เอ็ดเวิร์ด ริชาร์ดสัน (Edward Richardson)” และภรรยาชื่อ “ซาร่าห์ ริชาร์ดสัน (Sarah Richardoson)” ซึ่งทั้งคู่แยกกันอยู่ประมาณหนึ่งเดือนแล้ว 214

215 เฟซบุคเป็นเหตุให้สามีฆ่าภรรยา (ต่อ)
ต่อมาฝ่ายชายเข้าไปในเฟซบุค และพบข้อมูลว่าภรรยาวัย 26 ปี ได้เปลี่ยนสถานะในแฟ้มประวัติ โดยระบุว่าตนมีสถานะเป็นโสด จึงเป็นเหตุให้สามีเกิดความหึงหวง 215

216 เฟซบุคเป็นเหตุให้สามีฆ่าภรรยา (ต่อ)
ผู้ต้องหาบุกไปที่บ้านพ่อและแม่ของซาร่าห์ และทำร้ายร่างกายของซาร่าห์จนถึงแก่ชีวิต แล้วพยายามฆ่าตัวตายตามแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดศาลตัดสินจำคุกเอ็ดเวิร์ดเป็นเวลา 18 ปี 216

217 3.5.3 นักเรียนใช้เฟซบุคโจมตีครู
3.5.3 นักเรียนใช้เฟซบุคโจมตีครู มีรายงานข่าวจากเว็บ “เดลีเมล์ (www.dailymail.co.uk)” เมื่อ 12 มกราคม ว่ามีนักเรียน 29 คนถูกสั่งพักการเรียน เพราะโจมตีครูผ่านเฟซบุค นักเรียน 29 คนนี้เป็นนักเรียนหญิงที่โรงเรียนสตรี แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนได้รวมกลุ่ม และตั้งชื่อกลุ่มว่า “สังคมแห่งความเกลียดชัง (The Hate Society)” ขึ้น 217

218 นักเรียนใช้เฟซบุคโจมตีครู (ต่อ)
นักเรียนกลุ่มดังกล่าวได้นำข้อความ ที่แสดงการดูถูกเหยียดหยามครูเผยแพร่บนเฟซบุค ในที่สุดนักเรียนกลุ่มนี้ก็ถูกสั่งพักการเรียน ตั้งแต่ วันก่อนเทศกาลคริสต์มาส เมื่อปี พ.ศ อย่างไรก็ตามการลงโทษดังกล่าว ถือเป็นการลงโทษที่รุนแรงมาก 218

219 3.5.4 ใช้เฟซบุคในทางที่ผิด ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ
3.5.4 ใช้เฟซบุคในทางที่ผิด ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ มีรายงานข่าวจากเว็บ “เดอะสตาร์ (www.thestar.com)” เมื่อ 13 เมษายน ว่าการใช้เว็บเครือข่ายสังคมมากเกินไป อาจทำให้ผลการเรียนตกต่ำได้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสำรวจนักศึกษา ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท 219 คน โดยศึกษาเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้เฟซบุค 219

220 ใช้เฟซบุคในทางที่ผิดทำให้การเรียนตกต่ำ (ต่อ)
ผลปรากฎว่ามีผู้เป็นสมาชิกเฟซบุค 148 คน และผู้ที่ใช้เวลากับเฟซบุคมาก ทำให้มีเวลาให้กับการเรียนน้อยลง ส่งผลให้การเรียนตกต่ำ หากพิจารณาผลการเรียนพบว่า ผู้ที่ใช้เวลาเข้าใช้เฟซบุคมาก มีเกรดเฉลี่ยระหว่าง และผู้ที่ไม่เข้าใช้เฟซบุคมีเกรดเฉลี่ยระหว่าง 220

221 ใช้เฟซบุคในทางที่ผิดทำให้การเรียนตกต่ำ (ต่อ)
นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่เข้าใช้เฟซบุคจะมีเวลาให้กับการอ่านหนังสือ เพียง ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น ส่วนผู้ที่ไม่เข้าใช้เฟซบุคมีเวลาให้กับการอ่านหนังสือเฉลี่ย ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 221

222 ใช้เฟซบุคในทางที่ผิดทำให้การเรียนตกต่ำ (ต่อ)
ร้อยละ 79 ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่า การเข้าใช้เฟซบุคไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อผลการเรียนเพราะไม่ได้เข้าใช้เป็นประจำ ร้อยละ 69 ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่า เข้าใช้เฟซบุคทุกวันและวันละหลายครั้ง 222

223 4. เว็บวินโดวส์ไลว์ (home.live.com)
223

224 เว็บวินโดวส์ไลว์ (ต่อ)
4.1 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโดส์ไลว์ 4.2 บริการและการประยุกต์ใช้ 4.3 ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวินโดวส์ไลว์ 224

225 4.1 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์
จากเว็บ “ฮาวสทัฟเวิร์คส์ (communication.howstuffworks.com)” ระบุว่าเมื่อปี พ.ศ วิศวกรไมโครซอฟต์ ได้เริ่มพัฒนาวินโดวส์ไลว์ เพราะไมโครซอฟต์ต้องการผลิตภัณฑ์ ที่มีบริการมากกว่าบริษัทอื่น 225

226 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
ฤดูใบไม้ผลิปี พ.ศ บิล เกตส์ กล่าวถึงการพัฒนาวินโดวส์ไลว์ ว่ากำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้ใช้บนเว็บอย่างสะดวกสบาย สำหรับใช้ส่วนบุคคลและในองค์กรขนาดเล็ก 226

227 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
จากวิกิพีเดีย (en.wikipedia.org/wiki/Windows_live) เมื่อ 1 พฤศจิกายน ไมโครซอฟต์ได้เปิดตัววินโดวส์ไลว์ โดยนำบริการเดิมๆ ของไมโครซอฟต์ มาตั้งชื่อใหม่ให้อยู่ในชุดวินโดวส์ไลว์ ไมโครซอฟต์กล่าวว่า “วินโดวส์ไลว์ เป็นการขยายประสบการณ์ ให้ผู้ใช้วินโดวส์” 227

228 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
12 ธันวาคม 2549 เปลี่ยน “ศูนย์ค้นหาของวินโดวส์ไลว์ (Windows Live Search Center)” เป็น “วินโดวส์เสิร์ช 4 (Windows Search 4)” 228

229 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
16 กุมภาพันธ์ เปลี่ยน “วินโดวส์ไลว์ไวไฟฮอตสปอต (Windows Live WiFi Hotspot)” เป็น “เอ็มเอสเอ็นไวไฟฮอตสปอต (MSN WiFi Hotspot)” 229

230 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
20 กุมภาพันธ์ 2550 เปลี่ยน “วินโดวส์ไลว์ชอปปิ้ง (Windows Live Shopping)” เป็น “เอ็มเอสเอ็นชอปปิ้ง (MSN Shopping)” 230

231 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
6 พฤษภาคม 2550 ไมโครซอฟต์ ประกาศให้ใช้ วินโดวส์ไลว์ฮอตเมล์ (Windows Live Hotmail) แทน เอ็มเอสเอ็นฮอตเมล์ (MSN Hotmail) โดยวินโดวส์ไลว์ฮอตเมล์ เปิดตัวพร้อมกันใน 36 ภาษา 231

232 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
6 มิถุนายน 2551 ยกเลิก “วินโดวส์ไลว์เฮลป์คอมมิวนิตี้ (Windows Live Help Community)” 23 มกราคม 2552 ไมโครซอฟต์ประกาศ นำบริการ “ออฟฟิศไลว์ (Office Live)” ไปไว้ใน “วินโดวส์ไลว์” 232

233 ประวัติและวิวัฒนาการของวินโวส์ไลว์ (ต่อ)
14 เมษายน 2552 ยกเลิก “วินโดวส์ไลว์ เฟฟวอริตส์ (Windows Live Favorites)” ซึ่งให้ผู้ใช้วินโดวส์ไลว์ไปใช้ “เฟฟวอริตส์” ในคอมพิวเตอร์ได้ 233

234 4.2 บริการและการประยุกต์ใช้
4.2.1 เลือกที่อยู่เว็บ 4.2.2 แก้ไขประวัติ 4.2.3 แบ่งปันรูปภาพ 4.2.4 เพิ่มบล็อก 4.2.5 เชิญมาเป็นเพื่อน 4.2.6 เพิ่มรายการ 234

235 4.2.1 เลือกที่อยู่เว็บ ใส่ที่อยู่เว็บที่ต้องการ และสามารถตรวจสอบ ว่ามีผู้อื่นใช้ที่อยู่นี้แล้วหรือไม่ เมื่อบันทึกแล้วจะไม่สามารถแก้ไขชื่อที่อยู่เว็บได้อีก 235

236 4.2.2 แก้ไขประวัติ 1) ชื่อ 2) รูปภาพ 3) ข้อความส่วนตัว
4) เกี่ยวกับบุคคล 5) ข้อมูลการติดต่อ 236

237 แก้ไขประวัติ (ต่อ) 6) สิ่งที่ชอบ 7) สังคม 8) การศึกษา
9) ข้อมูลการทำงาน 237

238 1) ชื่อ ชื่อ คือ ชื่อเล่นที่ผู้ใช้แสดงแก่เพื่อน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือคนอื่นๆ เพื่อที่คนเหล่านั้นระบุตัวของเจ้าของ ผ่านวินโดวส์ ชื่อ จะแสดงให้ทุกคนในอินเทอร์เน็ตเห็น นามสกุล สามารถเลือกว่าจะให้ผู้อื่น เห็นนามสกุลหรือไม่ 238

239 2) รูปภาพ ใช้รูปภาพนี้เพื่อแสดงตัวตนของผู้ใช้ 239

240 3) ข้อความส่วนตัว ข้อความส่วนตัวจะปรากฏคู่กับรูปภาพ 240

241 4) เกี่ยวกับบุคคล กรอกข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้อื่นรู้จักมากขึ้น อาทิ อายุ เพศ ชาย หญิง หรือไม่ต้องการเปิดเผย อาชีพ ที่อยู่ สิ่งที่สนใจ เป็นต้น 241

242 5) ข้อมูลผู้ติดต่อ อาทิ วัน เดือน ปี เกิด วันครบรอบ วันสำคัญอื่นๆ
ประเทศ/อาณาเขต ที่อยู่ เมือง จังหวัด 242

243 ข้อมูลผู้ติดต่อ (ต่อ)
รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ แฟกซ์ อีเมล์ ข้อความสั้นแบบทันที เป็นต้น 243

244 6) สิ่งที่ชอบ อาทิ ดนตรี หนังสือ ภาพยนตร์ เป็นต้น 244

245 7) สังคม กรอกข้อมูลเพื่อการค้นหาความสนใจสำหรับผู้อื่น อาทิ
สถานภาพ - โสด - กำลังคบหา - หมั้น - แต่งงาน - หย่าร้าง - แยกกันอยู่ 245

246 สังคม (ต่อ) สนใจที่จะ - หาเพื่อน - หาคู่ - หาเพื่อนร่วมกิจกรรม - หาเครือข่ายทางธุรกิจ - แต่งงาน 246

247 สังคม (ต่อ) อุปนิสัย - เชย/น่าเบื่อ - ฉลาด/หัวไว - เย็นชา/ช่างประชด - เป็นมิตร - สนุกสนาน - ลึกลับ - ไม่มีระเบียบ 247

248 สังคม (ต่อ) รสนิยมการแต่งกาย - ร่วมสมัย - เสื้อผ้าที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ - เสื้อผ้าเน้นทำกิจกรรมกลางแจ้ง - ตามกระแส - ไม่เหมือนใคร 248

249 8) การศึกษา กรอกข้อมูลเพื่อการค้นหาสำหรับเพื่อนร่วมชั้น อาทิ
ประเทศ/อาณาเขต วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย รุ่น เอก ช่วงปีที่เข้าเรียน 249

250 การศึกษา (ต่อ) ระดับ - กำลังศึกษา - ปริญญาตรี - ปริญญาโท - ปริญญาเอก
ระดับ - กำลังศึกษา - ปริญญาตรี - ปริญญาโท - ปริญญาเอก เป็นต้น 250

251 9) ข้อมูลการทำงาน ช่วยให้ผู้อื่นทราบข้อมูลการทำงานของผู้ใช้ อาทิ
ตำแหน่ง เชี่ยวชาญด้าน บริษัท ประเทศ/อาณาเชต 251

252 ข้อมูลการทำงาน (ต่อ) ที่อยู่ที่ทำงาน - เมือง - จังหวัด - รหัสไปรษณีย์ - อีเมล์ที่ทำงาน - โทรศัพท์ที่ทำงาน - แฟกซ์ที่ทำงาน เป็นต้น 252

253 4.2.3 แบ่งปันรูปภาพ อาทิ สร้างอัลบั้มภาพ เพิ่มรูปภาพ เป็นต้น 253

254 4.2.4 เพิ่มบล็อก อาทิ ตั้งชื่อ ใส่รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ใส่ลิ้งค์เพื่ออ้างถึงบล็อกของผู้อื่น เป็นต้น 254

255 4.2.5 เชิญมาเป็นเพื่อน อาทิ เพิ่มชื่อจากอีเมล์
เลือกรายชื่อต่างๆ จาก - เฟซบุค (Fecebook) - มายสเปซ (MySpace) - ลิ้งค์อิน (LinkedIn) - ไฮไฟว์ (Hi5) เป็นต้น 255

256 4.2.6 เพิ่มรายการ อาทิ ชื่อรายการ คำอธิบาย
ประเภทของรายการ - ดนตรี - หนังสือ - ภาพยนตร์ เป็นต้น 256

257 4.3 ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวินโดวส์ไลว์
4.3.1 วินโดวส์ไลว์ใช้กับโทรศัพท์มือถือได้ 4.3.2 ใช้เว็บไอเอ็มแทนวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ได้ 4.3.3 ปรับปรุงวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ 257

258 4.3.1 วินโดวส์ไลว์ใช้กับโทรศัพท์มือถือได้
17 กุมภาพันธ์ 2552 มีรายงานข่าวจากเว็บ “เดอะเนชั่นมัลติมีเดีย (TheNationmultimedia)” ว่าไมโครซอฟต์ได้เปิดตัวบริการ “วินโดวน์ไลฟ์และเอ็มเอสเอ็นสำหรับโทรศัพท์มือถือ” 258

259 วินโดวส์ไลว์ใช้กับโทรศัพท์มือถือได้ (ต่อ)
เรียกบริการว่า “ทุกอย่างเดี๋ยวนี้ (Everything is Now)” สื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงความสามารถ ในการใช้บริการวินโดวส์ไลว์และเอ็มเอสเอ็น ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา 259

260 4.3.2 ใช้เว็บไอเอ็มแทนวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ได้
21 เมษายน มีข่าวใน “ไลว์ไซต์ (www.LiveSite.net)” ว่าผู้ที่ไม่มีวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ (Window Live Messenger) ก็สามารถใช้ข้อความทันทีทันใดได้ ตั้งแต่ มีนาคม 2552 260

261 ใช้ไอเอ็มแทนวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ (ต่อ)
มีนาคม 2552 ไมโครซอฟต์เปิดบริการเว็บไอเอ็ม ใน ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก สเปน สหราชอาณาจักร 261

262 ข่าวที่น่าสนใจกับวินโดวส์ไลว์ (ต่อ)
มีรายงานว่าบริการวินโดวส์ไลว์ ได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย มีผู้ใช้วินโดวส์ไลว์กว่า 9 ล้านราย มีผู้ใช้วินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์กว่า 5 ล้านราย มีผู้ใช้แชตสูงถึง 2.4 พันล้านนาทีต่อเดือน 262

263 4.3.3 ปรับปรุงวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์
มีข่าวจาก “ซอฟต์พิเดีย (news.softpedia.com)” เมื่อ 30 เมษายน 2552 ว่าไมโครซอฟต์ได้ปรับปรุง วินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ เพียง 1 เดือนหลังจากที่เปิดบริการ 263

264 ปรับปรุงวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ (ต่อ)
การปรับปรุงมี อาทิ เปลี่ยน “ไอเอ็มที่นี่ (IM Here)” เป็น “ลงชื่อเข้าใช้ (Sign In)” ปรับปรุงประสิทธิภาพ (Performance) เป็นต้น 264

265 ปรับปรุงวินโดวส์ไลว์เมสเซนเจอร์ (ต่อ)
มีการบริการวินโดวส์ไลว์ ฮอตเมล์ วินโดวส์ไลว์ เอ็มเอสเอ็น แมสเซนเจอร์ และการบริการในรูปแบบสังคมออนไลน์ คือ โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นแมสเซนเจอร์ เวอร์ชั่นที่ 9 ที่ได้ปรับปรุงใหม่ อาทิ ย้ายแถบผู้สนับสนุนมาไว้ที่ด้านล่าง เป็นต้น 265

266 ใช้เฟซบุคในทางที่ผิดทำให้การเรียนตกต่ำ (ต่อ)
อย่างไรก็ตามหากใช้เฟซบุคในด้านการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ก็น่าจะเป็นการช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถ ได้มากขึ้น ซึ่งดีกว่าที่จะใช้เฟซบุคเพียง เพื่อความสุขสนุกสนานเท่านั้น 266

267 5. เว็บแฮบโบ้ (www.habbo.com)
267

268 เว็บแฮบโบ้ (ต่อ) 5.1 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้
5.2 บริการและการประยุกต์ใช้ 5.3 แฮบโบ้กับการดำเนินคดี 5.4 ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับแฮบโบ้ 268

269 5.1 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้
มีนาคม 2552 แฮบโบ้มีสมาชิก ประมาณ 129 ล้านคน คำขวัญของแฮบโบ้ คือ “จุดรวมของวัยรุ่น (Hangout For Teens)” แฮบโบ้เป็นเว็บของ “บริษัทซูเลค (Sulake Corporation)” 269

270 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
ผู้บริหาร คือ “จูฮา ไฮนีเนน (Juha Hynynen)” และ “ทิโม ซอยนีเนน (Timo Saoninen)” 270

271 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
แฮบโบ้เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ โดยนักพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ชื่อ “แซมโบ้ คาจาร์ไลเนน (Sambo Karjalainen)” และ “อาโป ไคโรลา (Aapo Kyrola)” 271

272 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
ปี พ.ศ แฮบโบ้พัฒนามาจากบริการ “โมบายล์ดิสโก (Mobile Disco)” ซึ่งเป็นโครงการงานอดิเรก (Hobby Project) โดยเป็นบริการห้องสนทนา ผ่านโทรศัพท์มือถือ 272

273 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
พ.ศ “ชุมชนเสมือนจริง (Virtual Community)” แห่งแรกบนอินเทอร์เน็ตพัฒนาโดย แซมโบ คาจาร์ไลเนน เอโป ไคโรลา 273

274 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
บริษัท “ซูเลค (Sulake Corporation)” ของฟินแลนด์เป็นผู้ดูแลแฮบโบ้ โดยเป็นเจ้าของเว็บ (www.sulake.com/habbo) 274

275 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
สิงหาคม 2543 ที่สหราชอาณาจักร ใช้ซอฟต์แวร์รุ่นแรก “แอลฟา (Alfa)” เปิดชุมชนเสมือนจริงใช้ชื่อ “แฮบโบ้ (Habbo)” และ “โรงแรมเสมือนจริงแฮบโบ้ (Habbo Hotel)” 275

276 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
ปี พ.ศ ปรับปรุงซอฟต์แวร์เป็นรุ่นสอง “เบต้า (Beta)” ให้มีคุณภาพสูง ปี พ.ศ. 2547 แฮบโบ้ขยายตัวไปทั่วโลก ใช้พนักงานกว่า 160 คน 276

277 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
ปี พ.ศ แฮบโบ้มีรายได้ 30 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,050 ล้านบาท ปี พ.ศ สังคมออนไลน์แฮบโบ้ขยายตัวไป 31 ประเทศทั่วโลก และมีสมาชิกกว่า 117 ล้านคน 277

278 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
ปี พ.ศ. 2550 แฮบโบ้ในจีนปิดลงชั่วคราว แฮบโบ้มีรายได้ 50 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,750 ล้านบาทจากทั่วโลก 278

279 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
ปี พ.ศ แฮบโบ้ที่รัสเซียประกาศปิดลง เพราะมีสมาชิกน้อย มิถุนายน 2551 สมาชิกแฮบโบ้ทั่วโลกมีมากกว่า 118 ล้านคน มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ ประมาณ 8 ล้านคนต่อเดือน มีรายได้ 60 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 2,100 ล้านบาท 279

280 ประวัติวิวัฒนาการของแฮบโบ้ (ต่อ)
มีนาคม จำนวนสมาชิกกว่า 129 ล้านคน เฉพาะผู้เข้าเยี่ยมชมประมาณ 11 ล้านคนต่อเดือน โดยเฉลี่ยผู้เยี่ยมชมแฮบโบ้ ใช้เวลา 43 นาทีต่อจำนวนครั้งที่เข้าเว็บ มีสมาชิกอายุ ปี กว่าร้อยละ 90 280

281 5.2 บริการและการประยุกต์ใช้
แฮบโบ้เป็นเครือข่ายสังคม ที่สร้างโรงแรมเสมือนจริง ให้เป็นสถานที่พบปะ และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน 281

282 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
แฮบโบ้ให้สมาชิกสร้างร่างอวตารของตนขึ้นมา ซึ่งคล้ายกับในชีวิตที่สอง (SecondLife.com) เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และติดต่อสื่อสารกัน ในแฮบโบ้ ตัวอวตารในแฮบโบ้ 282

283 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
สมาชิกเล่นแฮบโบ้ผ่านร่างอวตารที่จำลองขึ้น แล้วสร้างห้องแฮบโบ้ของตนเอง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยภายในสังคมแฮบโบ้ ความสนุกของแฮบโบ้ คือ สมาชิกสามารถเลือกซื้อสินค้าเสมือนจริงต่างๆ มาใช้ในการดำเนินชีวิตเสมือนจริงที่สร้างขึ้น 283

284 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
สินค้าเสมือนจริงในแฮบโบ้ อาทิ เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้อง บัตรเล่นเกมส์ เป็นต้น 284

285 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
สินค้าเสมือนจริงแฮบโบ้แลกมาด้วยเงินตรา 2 แบบ เงินเสมือนจริงที่ซื้อทางบัตรเครดิตหรือโทรศัพท์ เงิน “พิกเซลส์ (Pixels)” มีจากกิจกรรม อาทิ - เพื่อนให้ - ชนะกีฬา เป็นต้น 285

286 บริการและการประยุกต์ใช้ (ต่อ)
บนหน้าจอแฮบโบ้ มี 2 ส่วนหลัก ส่วนที่ 1 คือ หน้าแรก หรือเรียกว่า “หน้าหลักแฮบโบ้ (Habbo Home)” ส่วนที่ 2 คือ ห้องสนทนา หรือเรียกว่า “โรงแรมแฮบโบ้ (Habbo Hotel)” 286

287 ส่วนที่ 1 หน้าหลักแฮบโบ้
ประกอบด้วย ด้านบนแสดงจำนวนสมาชิก ออนไลน์อยู่ขณะนั้น ด้านซ้ายมือ “สมัครเป็นสมาชิกฟรี (Join Now It’s Free)” ด้านขวามือ “ลงชื่อเข้าใช้ (Log In)” 287

288 ส่วนที่ 1 หน้าหลักแฮบโบ้ (ต่อ)
288

289 ส่วนที่ 1 หน้าหลักแฮบโบ้ (ต่อ)
สมัครสมาชิกและออกแบบร่างแฮบโบ้ 289

290 ส่วนที่ 1 หน้าหลักแฮบโบ้ (ต่อ)
เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้วสามารถเชื่อมต่อ จากหน้าหลักไปยังหน้าอื่นๆ คือ (1) หน้าเกมส์ (Games) (2) หน้าชุมชน (Community) (3) หน้าเงินตรา (Coins) 290

291 (1) หน้าเกมส์ (Games) หน้าเกมส์มีทั้งเกมส์ที่ผู้เล่นสร้างขึ้นมาเอง และเกมส์ที่ทางเว็บสร้างไว้ให้ สมาชิกสามารถเล่นเกมส์เหล่านี้ ได้ผ่านทางโรงแรมแฮบโบ้ เกมส์ที่ทางเว็บมีบริการ อาทิ เกมส์สมรภูมิบอล เกมส์พายุหิมะ และเกมส์ดำน้ำ เป็นต้น 291

292 หน้าเกมส์ (ต่อ) 292

293 (2) หน้าชุมชน (Community)
หน้าชุมชนจะเชื่อมไปยังห้องสนทนา ซึ่งเป็นแหล่งรวมสมาชิกที่มีความชอบ ในเรื่องเดียวกัน อาทิ เรื่องความรัก (Love) เรื่องสัตว์เลี้ยง (Pets) เรื่องอาหาร (Foods) เป็นต้น 293

294 หน้าชุมชน (ต่อ) 294

295 (3) หน้าเงินตรา (Coins)
สมาชิกซื้อเงินแฮบโบ้ด้วยเงินจริงผ่านทาง อาทิ บัตรเครดิต โทรศัพท์ ธนาณัติ เป็นต้น 295

296 หน้าเงินตรา (ต่อ) 296

297 ส่วนที่ 2 ห้องสนทนา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
(1) ห้องสนทนาทั่วไป (Public Room) (2) ห้องสนทนาส่วนตัว (Guest Room) 297