งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วย ภาวะไขมันในเลือดสูง

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วย ภาวะไขมันในเลือดสูง"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วย ภาวะไขมันในเลือดสูง
ดาหวัน ห่อหุ้มดี แพทย์แผนไทย โรงพยาบาลหนองหาน

2 ไขมันในเลือดสูง ภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งชนิดของไขมันที่สูงนั้นเป็นคอเลสเตอรอลสูง หรือไตรกลีเซอไรด์อย่างใดอย่างหนึ่ง และในบางกรณีก็อาจจะเป็นทั้งสองชนิด ซึ่งภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ต่ำ โรคตับ เป็นต้น

3 ไขมันในเลือดสูง  ไขมันในเลือดมีหลายชนิดแต่ที่สำคัญได้แก่...      1. โคเลสเตอรอล ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองและอีกส่วนหนึ่งได้รับจากอาหาร แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ           1.1  โคเลสเตอรอลชนิดอันตราย (แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล / LDL) ถ้ามีในระดับสูงเกินไปจะไปสะสมที่เยื่อบุด้านในของหลอดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง ตีบ หรืออุดตัน           1.2  โคเลสเตอรอลชนิดดี (เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล / HDL) เป็นชนิดที่มีประโยชน์ ทำหน้าที่นำโคเลสเตอรอลที่เหลือไปทำลายที่ตับ ผู้ที่มีโคเลสเตอรอลชนิดนี้สูงจะช่วยป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง

4 ไขมันในเลือดสูง

5 ความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด
มีได้หลายรูปแบบได้แก่ 1. ระดับโคเลสเตอรอลรวม (total cholesterol, TC) สูงในเลือด 2. ระดับ low density lipoprotein-cholesterol (LDL-C) สูงในเลือด 3. ระดับ high density lipoprotein cholesterol (HDL-C) ต่ำในเลือด 4. ระดับไตรกลีเซอไรด์(triglyceride, TG) สูงในเลือด

6 เกณฑ์ผิดปกติของระดับไขมันในเลือด

7 เกณฑ์ผิดปกติของระดับไขมันในเลือด

8 อาการ โคเลสเตอรอลมากเกินความจำเป็นจะไปเกาะสะสมอยู่บริเวณผนังด้านในของหลอดเลือดแดง ทำให้ช่องว่างภายในหลอดเลือดแดงลดลงจนทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง แขนขาได้น้อยลง ทำให้เหนื่อยง่าย มีอาการมึนงง ปวดศีรษะ ชาตามมือและเท้า ความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแข็ง ทำให้หัวใจขาดเลือดได้

9 การประเมินความรุนแรงของโรค
การซักประวัติ ซักประวัติครอบครัวซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ประวัติ ครอบครัว ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดแดงส่วนปลายอุด ตัน ประวัติโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคไทรอยด์ ตรวจร่างกาย คำนวณหาBMI ,วัดเส้นรอบเอว,อาการแสดงของไทรอยด์ต่ำ,ภาวะบวม , การตรวจ reflex การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ Plasma Glucose,การทำงานของต่อมไทรอยด์,การทำงานของตับ, การทำงานของไต

10 แนวทางการรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย

11 การตรวจประเมินทางการแพทย์แผนไทย
ซักประวัติ (สืบหามูลเหตุการเกิดโรค) ตรวจร่างกายด้านการแพทย์แผนไทย จับชีพจร ตรวจความร้อนสถิตในร่างกายตามจุดต่างๆ

12 การประเมินทางแผนไทย - ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรสังเกตตัวเองว่ามีอาการตาฝ้าฟาง ปวดศีรษะจี๊ด ๆ หายใจไม่เต็มอิ่ม เหนื่อยง่าย จุกในทรวงอก เกิดเป็นตุ่มนูนตามผิวหนัง ตามเส้นเลือดทั่วตัวหรือไม่ ถ้ามีก็อาจเข้าข่ายเป็นไขมันในเลือดสูง -ถ้าลิ้นมีตุ่มปลายมนสีแดงที่โคนลิ้นแสดงว่าในร่างกายมีน้ำตาลและคอเลสเตอรอลสูง

13 มูลเหตุการเกิดโรค 1.เกิดจากชาติสัมพันธ์ คือสายโลหิต
2. การรับประทานอาหาร เป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรค การรับประทานอาหารมากหรือรับประทานอาหารที่ย่อยยาก กำลังไฟย่อยอาหารน้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ธาตุเจ้าเรือน ช่วงอายุ หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ 3. เกิดความพิการของไฟธาตุ 4. เป็นอุปปาติกะโรค คือ เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากโรคเด็กหรือโรคซางที่รักษาไม่หาย พัฒนากลายเป็นกษัย ทำให้ร่างกายมีความเสื่อม

14 มูลเหตุการเกิดโรค 5. ช่วงอายุ อายุปัจฉิมวัย ไฟธาตุหย่อนลง ทำให้ไม่สามารถย่อยอาหารได้สมบูรณ์ และยังเป็นช่วงที่ร่างกายมีความเสื่อมตามอายุ ส่งผลต่อการย่อยการดูดซึม การขับออกของร่างกาย 6. ประเทศสมุฏฐาน ถิ่นที่อยู่ สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ หรืออาหารการกิน เป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคได้ เช่น อาศัยในบริเวณที่มีมลภาวะทางเสียง ทางกลิ่น กองขยะ

15 มูลเหตุการเกิดโรค วาตะหย่อน ปิตตะพิการ เสมหะหย่อน
ไฟย่อยทำหน้าทีได้น้อย/ไม่ได้ วาตะหย่อน ลมอังคมังคานุสารีวาตาไหลเวียนไม่สะดวก เสมหะหย่อน โลหิตตังจึงเกิดความข้นหนืด สะสมไขมันในร่างกาย

16 กลไกการเกิดโรค ปิตตะพิการ วาตะหย่อน เสมหะหย่อน (ปริณามัคคี)
(อังคมังคานุสารีวาตา) เสมหะหย่อน (โลหิตตัง) ปิตตะพิการ (ปริณามัคคี) ปฐวีธาตุพิการ (อุทริยัง อาหารใหม่ ) (มัตถเกมัตถลุงคัง มันสมอง ) -ธาตุสมุฏฐาน -อุตุสมุฏฐาน -อายุตุสมุฏฐาน -กาลสมุฏฐาน -ประเทศสมุฏฐาน มีไขมันสะสมในร่างกาย หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ปาก/คอแห้ง ปัสสาวะบ่อย

17 แนวทางการรักษา

18 การรักษาด้านการแพทย์แผนไทย
            การอดอาหาร - เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความดันโลหิตและไขมันในเลือดอย่างได้ผล -น้ำย่อยในร่างกายยังคงออกมาตามธรรมชาติ -ถ้าในกระเพาะอาหารไม่มีอาหาร น้ำย่อยก็จะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายแทนและขับสิ่งที่เป็นพิษในร่างกายออกมา           หลักการอดอาหาร 1 วัน          อดอย่างแรง คือ งดอาหารและน้ำ            อดอย่างปานกลาง คือ ดื่มน้ำ            อดอย่างเบา คือ ดื่มน้ำผลไม้

19 รักษาด้วยอาหารเป็นยา
แนวทางการรักษา รักษาด้วยอาหารเป็นยา ดื่มชาสมุนไพรรสร้อน เช่น ขิง ตะไคร้ ต้นพริก โดยนำมาตากแห้งแล้วชงดื่มแทนน้ำชา จะช่วยขับเหงื่อและละลายไขมันให้ออกไปจากร่างกาย กินผัก 3 รส คือ รสขม ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ - รสเปรี้ยว ช่วยละลายเลือด ทำให้ไหลเวียนดี ช่วยให้ความดันโลหิตลด -รสจืด ช่วยบำรุงเลือด ถ้าความดันโลหิตขึ้นทันด่วนให้นำผลมะกรูด ผ่าแล้วบีบเอาแต่น้ำ เติมน้ำร้อนและเกลือเล็กน้อย ดื่มทันที จะช่วยให้ความดันโลหิตลดได้ทันใจ

20 แนวทางการรักษา ธรรมานามัย
กายานามัย ออกกำลังกาย กินอาหารให้ถูกกับธาตุ กินแต่พอเหมาะ มีสติในการกิน การนอน ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท จิตตานามัย การฝึกสมาธิให้จิตเข้มแข็ง จิตมีพลังจะเกิดปัญญา เกิดความสุขสงบ ทำให้ความต้านทานโรคดีขึ้น ไม่ตามใจตนเองด้วยกิเลส และความอยาก  ชีวิตานามัย การดำเนินชีวิตด้วยทางสายกลาง ย่อมไม่เกิดความเครียด รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ ดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ

21 การวางแผนการรักษาด้วยยาสมุนไพร
ยารสขม -รสขมจะช่วยบำรุงน้ำดี บำรุงไฟธาตุ การให้ยารสขมมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นปรับธาตุไฟและต้องการปรับให้มีไฟที่พอดี -รสเย็นที่มากับรสขมนั้นจะเป็นตัวคุมไฟไม่ให้ไฟธาตุกำเริบมากเกินไป จึงเหมาะกับการใช้ในกรณีผู้ป่วยที่มีภาวะไฟย่อยอ่อนกำลังแต่ไฟธาตุตามเนื้อเยื่อและหัวใจกำเริบ เช่น มีอาการผื่นแดง ตัวร้อนรุมๆ คั่นเนื้อคันตัว ร้อนง่าย เหงื่อออกง่าย ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ

22 การรักษาด้วยยาสมุนไพร
ข้อบ่งใช้ ปริมาณการใช้ยา ข้อห้ามและข้อควรระวัง ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา มะระขี้นก ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล  ผลสด 100 ก. นำมาผ่าครึ่ง ใช้ช้อนกาแฟขูดไส้ในและเมล็ดออก หั่นเนื้อผลเป็นชิ้นเล็กขนาดกว้าง 1 ซม. ใส่ในเครื่องปั่นแยกกาก จะได้น้ำมะระประมาณ 40 มล. ดื่มหลังอาหารเช้าหรือเย็น

23 รักษาด้วยยาสมุนไพร ยารสจืด บำรุงเลือด ช่วยขับปัสสาวะ
บำรุงเลือด ช่วยขับปัสสาวะ มีวัตถุประสงค์ ช่วยขับธาตุน้ำที่เป็นส่วนเกินออกเพื่อให้ร่างกายปรับสมดุล ยารสร้อน จะเป็นยาที่ช่วยกระจายลม แต่ไม่ใช้ยาที่มีรสร้อนมาก เพราะจะกระทบต่อไฟธาตุ ส่วนใหญ่ยารสร้อนที่ใช้ คือ ขิง พริกไทยล่อน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายลมลงสู่คูถทวาร แต่จะใช้ในกรณีผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงรุนแรงมาก

24 การวางแผนการรักษาด้วยยาสมุนไพร
ข้อบ่งใช้ ปริมาณการใช้ยา ข้อห้ามและข้อควรระวัง ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ดอกคำฝอย บำรุงโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ฟอกโลหิต ใช้ดอกคำฝอย ประมาณ 1 กำมือ ใส่น้ำประมาณ 500 ซีซี ต้มประมาณ 30 นาที แล้วนำมาดื่มแทนน้ำชา วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 1 แก้ว -ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ เนื่องจากจะกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก - ควรระมัดระวัง ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด -

25 การวางแผนการรักษาด้วยยาสมุนไพร
ข้อบ่งใช้ ปริมาณการใช้ยา ข้อห้ามและข้อควรระวัง ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เหง้าขิง มีสารสำคัญกลุ่มน้ำมันหอมระเหยและยางเรซินซึ่งไม่ค่อยละลายในน้ำ สามารถลโคเลสเตอรอลได้ ขิงสด 1 เหง้า ปอกเปลือกล้างให้สะอาด ต้มน้ำ 500 ซีซี ต้มประมาณ 30 นาที แล้วนำมาดื่มแทนน้ำชา วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 1 แก้ว -

26 การวางแผนการรักษาด้วยยาสมุนไพร
ข้อบ่งใช้ ปริมาณการใช้ยา ข้อห้ามและข้อควรระวัง ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา กระเจี๊ยบแดง ขับปัสสาวะ ลดน้ำตาลในเลือด นำดอกกระเจี๊ยบแห้งล้างน้ำทำความสะอาด ใส่หม้อต้มจนเดือด  เคี่ยวจนน้ำเป็นสีแดงข้น กรองเอาดอกกระเจี๊ยบออก ปล่อยให้เดือดสักครู่ ยกลงเติม ดื่มได้ทันที -หลีกเลี่ยงการกินกระเจี๊ยบติดต่อกันเป็นเวลานาน ในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร ลดน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

27 การให้คำแนะนำ การออกกำลังกาย ฤาษีดัดตน -ท่าแก้ลมเลือดนัยน์ตามัว และแก้ลมอันรัดทั้งตัว -แก้อาการปวดศรีษะวิงเวียน -ช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก

28 การให้คำแนะนำ การออกกำลังกาย - ฤาษีดัดตน ท่าแก้เมื่อย ปลายมือปลายเท้า

29 การให้คำแนะนำ การออกกำลังกาย โยคะท่ายืนก้มตัว (Standing Forward Bend)           ท่านี้ช่วยยืดหยุ่นกล้ามเนื้อต้นขา และทำให้ขาแข็งแรง เริ่มจากให้ยืนตรงเท้าชิดกัน ส้นเท้าและฝ่าเท้าตรงกัน หรือแยกกันเท่าช่วงไหล่ จากนั้นหายใจออก ก้มตัวลง โดยใช้จุดหมุนที่ข้อสะโพก ปลายนิ้วมือ หรือฝ่ามือจดพื้นตรงหน้านิ้วเท้า หรืออาจจะวางฝ่ามือไว้ตรงหลังเท้า            เมื่อหายใจเข้าให้ก้มหน้าให้มากที่สุด เมื่อหายใจออกให้คลายท่าเล็กน้อย อาจจะค้างท่านี้ไว้ 30 วินาทีถึง 1 นาที แล้วค่อยคลายท่า ในการคลายท่า ให้ระวังเรื่องกล้ามเนื้อหลัง วิธีการคือ ให้ยกมือขึ้นจากพื้น วางมือไว้บริเวณสะโพกก่อน แล้วย่อตัวลงนั่ง หายใจเข้าพร้อมกับลุกขึ้นยืน ประโยชน์ ช่วยลดไขมันหน้าท้อง และบริเวณเอว

30 การให้คำแนะนำ การออกกำลังกาย โยคะท่างูเห่า (Cobra Posture) เป็นท่าที่ช่วยบริหารกระดูกสันหลัง และกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องวิธีฝึกคือ ให้นอนคว่ำ งอข้อศอก ต้นแขน และมือ วางชิดลำตัวด้านข้าง ขาชิดกัน หรือจะแยกขาออกประมาณหนึ่งช่วงไหล่ก็ได้           จากนั้น เหยียดแขนขึ้น แต่พยายามให้ศอกงอเล็กน้อยเพื่อยกลำตัวช่วงบนขึ้น เปิดอก เปิดไหล่ พยายามยืดศีรษะขึ้นให้ขนานกับลำตัวช่วงบน ค้างท่าไว้ แล้วหายใจเข้า-ออก ประมาณ 3-5 ลมหายใจ แล้วกลับมาสู่ท่านอนคว่ำเหมือนเริ่มต้น

31 การให้คำแนะนำ อาหารที่ควรรับประทาน
1. ผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่มีไขมัน อย่างเช่น นมพร่องหรือขาดมันเนย โยเกิร์ตไม่มีไขมัน เป็นต้น 2. เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน 3. ถั่วชนิดต่าง ๆ 4. ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต เป็นต้น 5. ผักสดชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะกระเทียมและข้าวโพด 6. ผลไม้ไม่มีรสหวานจัด หรือสุกมากเกินไป 7. หลีกเลี่ยงการใช้ไขมันจากสัตว์ และหันมาใช้ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน 8. อาหารประเภทต้ม ต้มยำ แกงส้ม ยำ นึ่ง อบ ย่าง แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ 9. ไขมันจากปลาทะเล อย่างเช่นน้ำมันตับปลา ปลาแซลมอน 10. อาหารที่มีไฟเบอร์หรือมีกากใยสูง

32 การให้คำแนะนำ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง 1 . อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอดต่าง ๆ 2. เนื้อสัตว์ติดมัน หนังเป็ด หนังไก่ ไข่แดง แฮม เบคอน และหมูยอ 3. อาหารทะเลบางชนิด เช่น ปลาหมึก และหอยนางรม 4. ขนมหวานที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล กะทิ หรือมะพร้าว เช่น กล้วยบวชชี ขนมหม้อแกง หรือขนมถ้วย เป็นต้น 5. ขนมหรือของว่างที่มีไขมันแฝงอยู่ เช่น ขนมขบเคี้ยว โดนัท เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม 6. ไขมันที่ได้จากสัตว์ทุกชนิด เช่น เนย มันหมู มันวัว มันไก่

33 การส่งต่อ/ปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน
มีผลข้างเคียงรุนแรงทางอาการและอาการแสดง หรือผลทางห้องปฏิบัติการที่แสดงความเป็นพิษ เช่น พิษต่อระบบไหลเวียน/ต่อตับ/ต่อไต มีระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น Total cholesteral>300 มก./ดล. LDL>190 มก./ดล.


ดาวน์โหลด ppt แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วย ภาวะไขมันในเลือดสูง

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google