งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

01131491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ สิทธิเดช บำรุงทรัพย์คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 1 : 18/19 25/26.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "01131491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ สิทธิเดช บำรุงทรัพย์คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 1 : 18/19 25/26."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ สิทธิเดช บำรุงทรัพย์คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 1 : 18/19 25/26 ส.ค. 58

2 วัน / เวลา / สถานที่ : หมู่ 800 วันพุธ เวลา น.ห้อง ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance หมู่ 850 วันอังคาร เวลา น.ห้อง นิสิตเข้าพบและให้คำแนะนำนอกเวลาเรียน นิสิตเข้าพบและให้คำแนะนำนอกเวลาเรียน - วันจันทร์เวลา น. - วันพุธ/วันพฤหัสบดี/วันอาทิตย์เวลา น. - วันหรือเวลาที่เหมาะสม โดยนัดหมายศูนย์การเรียน คณะวิทยาการจัดการ : http : //www.ms.src.ku.ac.th : Tel วิชาพื้นฐาน : วิชาพื้นฐาน : Business Finance

3 วัตถุประสงค์ของวิชา (Objective of Subject) :.เพื่อให้เพื่อให้นิสิตมีความรู้เกี่ยวกับหลักการ ระเบียบวิธีวิจัย ขั้นตอนและ 2.เพื่อให้เพื่อให้นิสิตมีความรู้เกี่ยวกับหลักการ ระเบียบวิธีวิจัย ขั้นตอนและกระบวนการในการดำเนินงานวิจัยตั้งแต่กำหนดประเด็นปัญหาจนถึงการเขียนรายงานการวิจัยและเสนอผลงานวิจัยทางธุรกิจและการเงิน 1.เพื่อให้นิสิตเพื่อให้นิสิตมีความเข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญของการวิจัย ทางการเงิน หลักการและแนวทางการวิจัย รวมทั้งประโยชน์ของงานวิจัย ที่มีต่อการบริหารและจัดการทางการเงิน 3.เพื่อให้นิสิตมีทักษะความชำนาญ ความสามารถเชิงการวิเคราะห์ และการ ปฏิบัติทางการวิจัยทางการเงินทุกขั้นตอนตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งการ ประยุกต์ใช้การวิจัย สถิติเพื่อการวิจัยและโปรแกรมสำเร็จรูปในการ วิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการตัดสินใจทางการเงิน ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance

4 คำอธิบายรายวิชา (Course Description) : หลักและระเบียบวิธีการวิจัยทางการเงิน การกำหนดปัญหา การวางรูปการ วิจัย การตั้งวัตถุประสงค์ และสมมติฐาน การเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้าง แบบสอบถาม การวิเคราะห์และตีความข้อมูล การใช้สถิติสำหรับการวิจัย การ เขียนรายงานและการเสนอผลการวิจัย Principles and research methods in finance, identification of Principles and research methods in finance, identification of research problems, formulation of research objectives and hypotheses, collection of data, construction of questionnaire, data analysis and interpretation, application of statistics of research, report writing and presentation ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance

5 วิธีการสอนและระบบสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: วิธีการสอนและระบบสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ : - การบรรยาย ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง/กลุ่ม การฝึกปฏิบัติการ - การค้นคว้าผลงานวิจัย การรวบรวมผล การวิเคราะห์วิจารณ์ การ อภิปรายแบบมีส่วนร่วม - การจัดทำโครงการวิจัย เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล การสรุปผลและ นำเสนอ โดยที่มีงานค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติมความรู้ และการฝึกปฏิบัติการตาม การมอบหมายให้ค้นคว้าจัดทำการวิจัยและรายงานผลการวิจัยด้วยตนเอง ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance

6 1.เอกสารประกอบการสอน 2.ตำราและหนังสือ 3.เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องฉาย LCD และเครื่องฉายวัตถุ 3 มิติ 4.เครื่องคอมพิวเตอร์ฝึกปฏิบัติการ โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ และเครื่องพิมพ์ 5.แบบฝึกหัด คู่มือการลงรหัส กระดาษลงรหัสและสื่อบันทึกข้อมูล อุปกรณ์สื่อการสอน: อุปกรณ์สื่อการสอน : ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance

7 การวัดผลสัมฤทธิ์ในการเรียน : 1. การมีส่วนร่วมและความสนใจในการเรียน โดยการเข้าร่วมร้อยละ 10 รับฟังคำบรรยายอย่างสม่ำเสมอและอภิปราย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 2. การทำรายงานการวิจัย/ทดสอบ แบบฝึกหัดและร้อยละ 45 งานที่มอบหมายในชั้นเรียน 3. การสอบกลางภาคร้อยละ การสอบปลายภาคร้อยละ 25 หมายเหตุ : การเปลี่ยนแปลงจะต้องตกลงร่วมกันระหว่างนิสิตและผู้สอน ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance

8 การประเมินผลการเรียน : สูงกว่า79.9 คะแนน ระดับคะแนนAหรือ คะแนน ระดับคะแนนB+หรือ คะแนน ระดับคะแนนBหรือ คะแนน ระดับคะแนนC+หรือ คะแนน ระดับคะแนนCหรือ คะแนน ระดับคะแนนD+ หรือ คะแนน ระดับคะแนนDหรือ 1.0 ต่ำกว่า50.0 คะแนน ระดับคะแนนFหรือ ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance

9 1.นิสิตจะต้องเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 36 ชั่วโมง 2.นิสิตที่แต่งกายไม่เรียบร้อยจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชั้นเรียน 3.นิสิตต้องไม่ส่งเสียงรบกวนในขณะสอนอันจะมีผลทำให้การเรียน การสอนขาดคุณภาพ 4.นิสิตต้องเข้าร่วมการฝึกปฏิบัติการและการจัดทำรายงานการวิจัย กลุ่มอย่างสม่ำเสมอ 5.นิสิตเข้าเรียนสายหรือลากิจ 2 ครั้ง เท่ากับขาดเรียน 1 ครั้ง กรณี ที่มีคะแนนเข้าชั้นเรียนจะคำนวณเป็นสัดส่วนตามการเข้าเรียนจริง ข้อกำหนดในการเรียน: ข้อกำหนดในการเรียน : ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน3 หน่วยกิต ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน 3 หน่วยกิต Research Methods in Finance Research Methods in Finance

10 เหตุผลการวิจัยธุรกิจ 1. ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อมและตัดสินใจดำเนินงาน ทางธุรกิจขององค์กรต่างๆ มีปริมาณมากขึ้น 2.การแข่งขันของธุรกิจมีมาก และรุนแรงขึ้นทั้งระดับภายใน ประเทศและระดับโลก องค์กรจำเป็นต้องปรับตัว 3.องค์ความรู้ต่างๆ ทางธุรกิจเจริญก้าวหน้ามากขึ้น : ระดับ คุณภาพทฤษฎีและแบบจำลอง 4. สารสนเทศต่างๆ มีอยู่มากมายบนเครือข่ายโลก (World Wide Web, WWW) การวิจัยทำให้เกิดความรู้และความชำนาญที่ต้องการสำหรับการ การวิจัยทำให้เกิดความรู้และความชำนาญที่ต้องการสำหรับการ ตัดสินใจที่รวดเร็วภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ถูกกำหนด :

11 5. องค์กรต่างๆ นิยมทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อหากฎเกณฑ์ การเรียนรู้และหาความรู้ที่ มีอยู่ในระบบฐานข้อมูลสารสนเทศในองค์กร (Internal Databases) 6. ความก้าวหน้าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยให้ภาคธุรกิจสร้าง คลังข้อมูล (Data Warehousing) 7. บุคลากร พนักงาน/เจ้าหน้าที่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้าและสาธารณชน ทั่วไปสามารถแสวงหาสารสนเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว 8. เทคนิคการวิเคราะห์เชิงปริมาณช่วยการคำนวณได้รวดเร็วขึ้น ในการแก้ไขปัญหาองค์กร 9. จำนวนและขีดความสามารถเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการวิจัย เพิ่มขึ้น เช่น โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบ สารสนเทศและการพัฒนาเทคนิค เหตุผลการวิจัยธุรกิจ

12 10. พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตาม สถานการณ์และความต้องการ 11. ความต้องการลดความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมที่มีความ ซับซ้อน ขึ้นและทรัพยากรมีจำกัด แต่ความต้องการบริโภคหรือใช้ บริการมากขึ้น 12. ภาคธุรกิจมีการพัฒนาองค์กรอย่างมาก และเกิดความทันสมัย ประกอบกับภาวะโลกาภิวัตน์ทำให้สามารถเชื่อมโยงของภาคการผลิต การค้า และพาณิชยกรรมทั่วทุกพื้นที่และทั่วโลกใกล้ชิดกันมากขึ้นเหตุผลการวิจัยธุรกิจ

13 1.การแก้ไขปัญหาทางการจัดการที่เกิดขึ้น โดยนักบริหารการเงิน- บัญชี จะเสนอข้อมูลหรือต้องตัดสินใจเกี่ยวกับ: - การตัดสินใจลงทุน (Investment Decision) - การตัดสินใจแสวงหาเงินทุน (Financial Decision) - การตัดสินใจการจ่ายเงินปันผล (Dividend Decision) 2.การวางแผนเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการบรรลุตาม เป้าหมายองค์กร 3.การให้สารสนเทศประกอบการตัดสินใจขององค์กร 4.การควบคุม และตรวจสอบระบบการเงิน-บัญชีให้มีเสถียรภาพและ มั่นคงอย่างถูกต้อง 5.สร้างความต้องการเสนอให้กับลูกค้า ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการ แทนที่จะให้ลูกค้าเรียกร้องก่อน ภาระหน้าที่/บทบาทของผู้บริหาร

14 ปัญหาที่เกิดขึ้น หรือ แผนงาน ที่กำลังพัฒนา ทางเลือก ที่เกิดขึ้น ทางเลือก ที่เลือก ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ - Primary Data - Secondary Data การแก้ปัญหา/งาน พัฒนาของผู้บริหาร ภาระหน้าที่/บทบาทของผู้บริหาร

15 1. Coordinated activities 2. Future scenario 3. Rational decision making 4. Monitoring 5. Control เหตุผลการวางแผนธุรกิจ

16 ปัญหาและเหตุการณ์ทางการตลาด สภาพแวดล้อม ความต้องการ ของผู้บริโภค แนวทางและ ทางเลือกทาง การตลาด ข้อมูล แนวทางหรือทางเลือกที่ดีที่สุด แผนการทาง การตลาด ความพอใจ ภาระหน้าที่/บทบาทของผู้บริหาร

17 การตลาด การตอบสนอง ความต้องการ ของผู้บริโภค ให้ได้รับความ พึงพอใจสูงสุด 4 Ps Product Price Place Promotion 4 Ps Product Price Place Promotion ลูกค้า พฤติกรรม สร้างความต้องการ ให้กับลูกค้า ภาระหน้าที่/บทบาทของผู้บริหาร

18 คุณสมบัติของข้อมูลที่ใช้ในการวางแผน มีความเกี่ยวข้อง (Relevance) มีคุณภาพ (Quality) Accuracy: สูง Errors: ต่ำ มีความทันสมัย (Timeless) = Up to Date มีความสมบูรณ์ (Completeness) ภาระหน้าที่/บทบาทของผู้บริหาร

19 ประโยชน์การวางแผนทางธุรกิจ 1.รับรู้แนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2.ง่ายต่อการควบคุมและประเมินผล 3.สามารถกำหนดกิจกรรมทางธุรกิจช่วงเวลาต่างๆ อย่างเหมาะสม 4.สามารถคาดการณ์หรือพยากรณ์ปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้าใน อนาคต 5.ดำเนินการแก้ไขปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพ

20 คุณค่าของการมีทักษะการวิจัย เพื่อเป็นการรวบรวมสารสนเทศต่างๆ ก่อนลงมือในการปฏิบัติงาน ซึ่งเพื่อเป็นการรวบรวมสารสนเทศต่างๆ ก่อนลงมือในการปฏิบัติงาน ซึ่งสามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพื่อสามารถใช้ในการศึกษาวิจัยและแสวงหาความรู้ระดับสูงที่มีความลึกซึ้งเพื่อสามารถใช้ในการศึกษาวิจัยและแสวงหาความรู้ระดับสูงที่มีความลึกซึ้งต่อไป เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจในการออกแบบวิจัย ขั้นตอนและกระบวน การวิจัยเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจในการออกแบบวิจัย ขั้นตอนและกระบวน การวิจัย เพื่อสามารถประเมินและแก้ปัญหาทางการบริหารในองค์กรอย่างเพื่อสามารถประเมินและแก้ปัญหาทางการบริหารในองค์กรอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อสร้างอาชีพเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการวิจัยทางการตลาดและธุรกิจเพื่อสร้างอาชีพเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการวิจัยทางการตลาดและธุรกิจหรือการวิจัยด้านต่างๆ

21 แม่นตรง (validity) “ตรงประเด็น” หมายถึง การหาข้อสรุป หรือการดำเนินการ วัดที่ตรงเป้า ตรงประเด็นกับสิ่งที่ ประสงค์จะวัด การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ได้มาซึ่งความรู้ความเข้าใจยิ่งขึ้น เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่จะไปศึกษา เชื่อถือได้ (reliability) “น่าเชื่อถือ” เกี่ยวกับความคงเส้น คงวา ของคำตอบ วัตถุประสงค์ของการวิจัย

22

23 ศาสตร์กับการวิจัย Sciences and Research

24 *มนุษย์ต้องการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ *ความรู้และความจริงที่เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ *มนุษย์มักมีปัญหาตลอดเวลา เพราะมีประสบการณ์ใหม่ๆ -ไม่ตอบสนองความต้องการ -ไม่สามารถอธิบายหรือบอกสิ่งที่ต้องการรู้ *การสังเกตุสภาพแวดล้อมหรือเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว *มนุษย์มีความอยากรู้ อยากเห็นและต้องการใหม่เสมอ Rational of Acquiring Knowledge เหตุผลการแสวงหาความรู้

25 ข้อมูลดิบ จัดระบบ / ประมวล ประมวลทฤษฎี & ประสบการณ์ สรุป / สังเคราะห์ / วิจัย วิเคราะห์ / สังเคราะห์ / วิจัย Wisdom ปัญญา Law/Theory กฎ/ทฤษฎี ความรู้Knowledge ข่าวสาร Information ข้อมูล Raw Data ระดับความรู้ (Level of Knowledge)

26 ลักษณะของศาสตร์ (Science) วิธีการวิเคราะห์ - เป็นระบบ (Systematic) - เป็นเหตุเป็นผล (Logical) - เป็นวัตถุวิสัย (Objective) จุดประสงค์ศาสตร์ จุดประสงค์ศาสตร์ - บรรยาย (Descriptive) - อธิบาย (Explanatory) - ทำนาย (Predictive) ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น/สังเกต เพื่อ เพื่อ ศาสตร์ : “ วิธีการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผลและเป็นวัตถุวิสัย ” * ระบบวิชาความรู้/องค์ความรู้ - เนื้อหาวิชา (Content) - วิธีการ (Method)

27 สาขาของศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences) ศาสตร์ที่ว่าด้วยสาระเกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตและ สิ่งไม่มีชีวิต * วิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Sciences) เช่น เคมี ฟิสิกส์ ธรณีวิทยา วิศวกรรม ปฐพีวิทยา * วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biological Sciences) เช่น การเกษตร ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตววิทยา ชีววิทยา

28 สาขาของศาสตร์ สังคมศาสตร์ (Social Sciences) ศาสตร์ที่ว่าด้วยเกี่ยวกับพฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์ หรือปรากฏการณ์ทางสังคม ซึ่งจะมีการเกิดขึ้นและการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Encyclopaedia of Social Sciences แบ่งเป็น * สังคมศาสตร์บริสุทธิ์ (Pure Social Sciences) * กึ่งสังคมศาสตร์ (Semi Social Sciences) * ศาสตร์เกี่ยวกับสังคมศาสตร์ (Sciences with Social Implication)

29 สาขาของศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ( Humanities ) ศาสตร์ที่ว่าด้วยเกี่ยวกับผลผลิต/ผลงานของมนุษย์ในแง่ วิชาว่าด้วยคุณค่าทางจิตใจ ศิลปะ วรรณคดี ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศาสนาและปรัชญา รวมทั้งความสุนทรียภาพ ความสวยสดงดงามต่างๆ

30 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge การไต่ถามผู้รู้ (Authority) - ผู้เชี่ยวชาญ (Scholar) - ผู้ชำนาญการ (Expert) การใช้ประสบการณ์ (Experience) อาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาและรวบรวมมาใช้ใน การแก้ปัญหาหรือการลองผิด/ลองถูก (Trial and Error) สรุปเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่

31 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge การอนุมาน (Deductive Method/ Syllogism/ Deductive Logic/ Inside-out Method) Aristotle นำวิธีการมาค้นหาความรู้/ข้อเท็จจริง โดยใช้ เหตุผล ด้วยการอ้างข้อเท็จจริงที่พบแล้วมาสรุปเป็นข้อเท็จ จริงใหม่ /ความรู้ใหม่ ข้อบกพร่อง : - ข้อสรุป/ข้อเท็จจริงที่ได้อาจไม่เป็นความจริง/สรุปได้ไม่ ชัดเจน - ข้อสรุปหรือข้อเท็จจริงที่ได้ไม่ใช่ความรู้ใหม่

32 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge การอุปมาน (Inductive Method) Francis Bacon เสนอให้มีการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ /ข้อเท็จจริงใหม่ในลักษณะเก็บรวบรวมข้อมูล/ข้อเท็จจริง ย่อยๆ จำแนกประเภทตามลักษณะ หาความสัมพันธ์ แปล ความหมายและสรุป : - การอุปมานแบบสมบูรณ์ (Perfect Inductive Method) เก็บรวมรวมข้อเท็จจริงย่อยครบทุกหน่วยประชากร - การอุปมานแบบไม่สมบูรณ์ (Imperfect Inductive Method)เก็บรวมรวมข้อเท็จจริงย่อยจากตัวอย่างบางส่วน ประชากร

33 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) Charles Darwin เป็นผู้นำค้นคว้าวิธีการมาใช้ศึกษาหา ข้อเท็จจริงและความรู้ใหม่ โดยอาศัยใช้วิธีการ : - Deductive Method - Inductive Method

34 วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) *การตรวจสอบและนิยามปัญหา Identification and of the Problem *การตรวจสอบและนิยามปัญหา Identification and Definition of the Problem *การตั้งสมมติฐาน Formulation of Hypothesis *การรวบรวมข้อมูล จัดระเบียบและการวิเคราะห์ข้อมูล Collection Organization and Analysis of Data *การสรุป Formulation of Conclusion *การยืนยัน ปฏิเสธ หรือปรับสมมติฐาน Verification Rejection or Modification of Hypothesis

35 INDUCTIVELOGICINDUCTIVELOGIC EMPIRICALBASEDEMPIRICALBASED การสรุปจากข้อเท็จจริง (Empirical generalization) การสังเกต/ เก็บข้อมูล (Observation) สมมติฐาน(Hypothesis) DEDUCTIVELOGICDEDUCTIVELOGIC THEORY BASEDTHEORY BASED ทฤษฎี (Theories) Functional Theory Building Inductive Theory building Deductive Theory Building ModelbasedTheoryBuilding รูปแบบการสร้างทฤษฎีแห่งวิทยาศาสตร์

36 ขั้นตอนในกระบวนการทำวิจัย (Steps of Research Process) เลือกหัวข้อ (Choose Topic) ตั้งคำถามในการวิจัย (Focus Research Question) ออกแบบการวิจัย (Research Design) เก็บรวบรวมข้อมูล (Collect Data) วิเคราะห์ข้อมูล (Analyze Data) ตีความข้อมูล (Interpret Data) บอกกล่าวผู้อื่น (Inform Others)

37 วงล้อการวิจัย (The Research Wheel) แบบที่ 1 ความคิด (idea) ทฤษฎี (theory) สมมติฐาน (Hypothesis) แบบแผนการวิจัย (Research design) การจัดการข้อมูล (Data organization) ผลและข้อค้นพบ (Results and findings) การเผยแพร่ (Dissemination) เอกสาร (Literature) การเก็บข้อมูล (Data collection) นิยามและการวัด (Operational definition and measurement) การอนุมาน (Deduction) การวิเคราะห์ ) (Analysis) การกลั่นกรองและคำถามใหม่ (Refinement and new question)

38 กรอบแนวคิด ( ทฤษฎี, เอกสารที่ เกี่ยวข้อง ) การสังเกต ข้อเท็จจริง สิ่งที่เป็น ข้อเสนอ คำถามในการ วิจัย สมมุติฐาน การเก็บรวบรวม ข้อมูล การวิเคราะห์ ข้อมูล Induction(อุปมาน) Deduction(อนุมาน) วงล้อการวิจัย (The Research Wheel) แบบที่ 2

39 ลำดับขั้นตอนการวิจัย ลำดับขั้นตอนการวิจัย (The Research (The Research Sequence) Sequence) ระบุสาขาหัวข้อกว้างๆ (Identify Boardarea) เลือกหัวเรื่องที่จะทำ (Select Topic) ตัดสินใจเลือกวิธีการที่จะใช้ (Decide Approach) กำหนดแผนการวิจัย (Formulate Plan) เก็บรวบรวมข้อมูล (Collect Information) วิเคราะห์ข้อมูล (Analyze Data) เสนอผลการวิจัยที่ค้นพบ (Present Findings)

40 ขั้นตอนสำคัญของการวิจัย 1. การตั้งคำถามหรือปัญหาของการวิจัย 2. การทบทวนวรรณกรรม 3. การกำหนดแบบของการวิจัย 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การจัดกระทำกับข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล และ 7. รายงานผลการวิเคราะห์


ดาวน์โหลด ppt 01131491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ สิทธิเดช บำรุงทรัพย์คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 1 : 18/19 25/26.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google