งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

-1--1-. -2--2- ส่วนที่ 1: ข้อมูลเบื้องต้น  วัตถุประสงค์โครงการ  ขอบเขตของโครงการ, ระเบียบวิธีการศึกษา  กลุ่มเป้าหมาย, กลุ่มตัวอย่าง, ระยะเวลาการเก็บข้อมูล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "-1--1-. -2--2- ส่วนที่ 1: ข้อมูลเบื้องต้น  วัตถุประสงค์โครงการ  ขอบเขตของโครงการ, ระเบียบวิธีการศึกษา  กลุ่มเป้าหมาย, กลุ่มตัวอย่าง, ระยะเวลาการเก็บข้อมูล."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 -1--1-

2 ส่วนที่ 1: ข้อมูลเบื้องต้น  วัตถุประสงค์โครงการ  ขอบเขตของโครงการ, ระเบียบวิธีการศึกษา  กลุ่มเป้าหมาย, กลุ่มตัวอย่าง, ระยะเวลาการเก็บข้อมูล หัวข้อที่นำเสนอ ส่วนที่ 2: ผลการประเมิน  ภูมิหลัง  สรุปผลการประเมินภาพรวมของแผนฯ  แสดงรายละเอียดจำแนกตามระดับยุทธศาสตร์และระดับมาตราการ ส่วนที่ 3: ข้อเสนอแนะ

3 วัตถุประสงค์การประเมิน  ประเมินประสิทธิผลของแผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิต ในช่วงครึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10  ศึกษาปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ และความล้มเหลวในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์  จัดทำข้อเสนอแนะและแนวทางการดำเนินงานในระยะครึ่งหลัง ของแผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิต

4 กรอบแนวคิดโครงการ การประเมินประสิทธิผลของแผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิต ในช่วงครึ่งแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 เป้าประสงค์หลักยุทธศาสตร์ 1-5ปัญหา/อุปสรรคข้อเสนอแนะ การมีสุขภาพจิตดีสามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุขที่ยั่งยืน

5 กรอบแนวคิดโครงการ การประเมินประสิทธิผลของแผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิต ในช่วงครึ่งแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 เป้าประสงค์หลักยุทธศาสตร์ 1-5ปัญหา/อุปสรรคข้อเสนอแนะ ยุทธศาสตร์ 1 ยุทธศาสตร์ 2 ยุทธศาสตร์ 3 ยุทธศาสตร์ 4 ยุทธศาสตร์ 5 เสริมสร้างศักยภาพของประชาชนในการดูแลสุขภาพจิต และการให้โอกาสผู้ที่อยู่กับปัญหา ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายภาคีทั้งในและนอกระบบ พัฒนาความเชี่ยวชาญสู่การเป็นศูนย์กลางทางวิชาการ พัฒนาคุณภาพมาตรฐานและความเป็นเลิศเฉพาะทาง ด้านบริการจิตเวช พัฒนาความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพของการ บริหารองค์กรและสรรถนะบุคลากร

6 กรอบแนวคิดโครงการ การประเมินประสิทธิผลของแผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิต ในช่วงครึ่งแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 เป้าประสงค์หลักยุทธศาสตร์ 1-5ปัญหา/อุปสรรคข้อเสนอแนะ

7 ขอบเขตการประเมิน กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มที่ 1  ประชาชนไทย คือ ประชาชนทั่วประเทศที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป กลุ่มที่ 2  ผู้บริหาร/ผู้ปฏิบัติงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต ในช่วงปี สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนพัฒนาสุขภาพจิต ปัจจัยความสำเร็จต่อการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงาน กลุ่มที่ 3  ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานสุขภาพจิตทั้งในและนอกระบบบริการสาธารณสุขในช่วงปี สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนพัฒนาสุขภาพจิต ปัจจัยความสำเร็จต่อการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงาน

8 ขอบเขตการประเมิน ขอบเขตการประเมินประสิทธิผลของแผนยุทธศาสตร์ฯ (ครึ่งแผน = ปี 2552) ระดับเป้าประสงค์หลัก (3 ตัวชี้วัด) ระดับยุทธศาสตร์ ( 6 ตัวชี้วัด) ตัวชี้วัดระดับมาตรการ (18 ตัวชี้วัด)

9 ระเบียบวิธีการวิจัย การวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ข้อมูลของผลการประเมินฯ (ครึ่งแผน = ปี 2552)

10 -10- วิธีการเก็บข้อมูลเชิงเอกสาร วิธีการเก็บข้อมูลของผลการประเมินฯ (ครึ่งแผน = ปี 2552)  การวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) อัตราการฆ่าตัวตาย (กรมการปกครอง) จำนวนเรื่องการรณรงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องแก่ประชาชน จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่ให้การยอมรับ/ให้โอกาสผู้ที่อยู่กับปัญหาทางสุขภาพจิต จำนวนจังหวัดที่ผ่านการประเมินการพัฒนาคุณภาพระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวช จำนวนจังหวัดที่มีเครือข่ายสถานบริการสาธารณสุขที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพตามเกณฑ์ของกรมสุขภาพจิต จำนวนองค์กรนอกระบบบริการสาธารณสุขที่ได้รับการพัฒนา ประสานงาน การเป็นคลังความรู้ทางด้านวิชาการด้านสุขภาพจิตที่ผ่านการวิเคราะห์/สังเคราะห์อย่างเป็นระบบพัฒนาให้ทันสมัยอย่าง ต่อเนื่องโดยกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงได้ จำนวนงานวิจัย/องค์ความรู้ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายที่มีความพึงพอใจในรูปแบบและช่องทางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิต จำนวนองค์กรในต่างประเทศที่มีการประสานความร่วมมือทางด้านวิชาการสุขภาพจิต อย่างต่อเนื่อง

11 -11- วิธีการเก็บข้อมูลของผลการประเมินฯ (ครึ่งแผน = ปี 2552)  การวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวนหน่วยงานที่ผ่านมาตรฐานระดับตติยภูมิ จำนวนหน่วยงานบริการจิตเวชที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานบริการจิตเวชเฉพาะทาง (Excellence Center) ระดับคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการประเมินผลการปฏิบัติราชการกรมสุขภาพจิตตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของกพร. การมีผลบังคับใช้กฎหมายทางสุขภาพจิต จำนวนฐานข้อมูลสุขภาพจิตระดับประเทศที่มีความครอบคลุมทันสมัยและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ร้อยละของหน่วยงานในสังกัดกรมฯ มีการบริหารจัดการนโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลตามเกณฑ์ การพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การได้รับการรับรองมาตรฐาน PMQA ร้อยละของบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาตามแผนการพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (IDP) วิธีการเก็บข้อมูลเชิงเอกสาร

12 -12- วิธีการเก็บข้อมูลของผลการประเมินฯ (ครึ่งแผน = ปี 2552)  การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) การสัมภาษณ์แบบ Face-to-face Interviews  ประชาชนทั่วไป จำนวน 4,205 ราย  เก็บข้อมูลจากประชาชนที่อยู่กับผู้มีปัญหาสุขภาพจิต จำนวน 432 ราย (10%)  กระจายการเก็บข้อมูลตามสัดส่วนของประชากรจริง ในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ วิธีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ

13 -13- ขอบเขตการประเมิน วิธีการเก็บข้อมูลของผลการประเมินฯ (ครึ่งแผน = ปี 2552)  การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) การกระจายจำนวนตัวอย่าง ภูมิภาค สัดส่วนของประชากรจริง ทั่วประเทศ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง เหนือ19%815 กลาง4%155 ตะวันออก12%505 กรุงเทพฯ/ปริมณฑล17%753 ตะวันออกเฉียงเหนือ34%1,458 ใต้14%514 รวม100%4,205

14 -14- พื้นที่/ภูมิภาคจังหวัดตัวอย่าง เหนือเชียงใหม่ เชียงราย เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ พิษณุโลก พะเยา แพร่ กลางนครปฐม สระแก้ว กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ตะวันออกชลบุรี จันทบุรี ระยอง กรุงเทพ/ปริมณฑลกรุงเทพ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา สุรินทร์ นครพนม เลย อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร อุบลราชธานี ศรีษะเกษ กาฬสินธ์ ใต้สงขลา สุราษฎร์ธานี พัทลุง นครศรีธรรมราช ขั้นตอนการเก็บข้อมูล แบ่งพื้นที่ศึกษาออกเป็น 6 ภูมิภาค ครอบคลุมจำนวน 32 จังหวัด ทั่วประเทศ ในแต่ละจังหวัด มีการสุ่ม 2 อำเภอ เพื่อสร้างขอบเขตการเก็บข้อมูล ในแต่ละอำเภอ มีการกำหนดชุมชน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มตัวอย่างเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ในแต่ละชุมชน ทำการสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูล ไม่เกิน 10 ราย ต่อพื้นที่ วิธีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ

15 -15- วิธีการเก็บข้อมูลของผลการประเมินฯ (ครึ่งแผน = ปี 2552)  การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) การสัมภาษณ์เชิงลึก  บุคลากรในสังกัดกรมสุขภาพจิต 55 ราย (รพ.จิตเวช/ศูนย์สุขภาพจิต/กองส่วนกลาง)  ผู้มีส่วนได้เสียในระบบบริการสาธารณสุข 42 ราย (กรมอนามัย/กรมการแพทย์/กรมสนับสนุน/สำนักตรวจ/สำนักนโยบาย/สสจ./รพ.ทั่วไป/ศูนย์/ชุมชน/อนามัย)  ผู้มีส่วนได้เสียนอกระบบบริการสาธารณสุข 66 ราย (กระทรวงต่างๆ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/NGO/ภาคประชาชน/วัด) วิธีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ

16 -16- เป้าประสงค์หลัก เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน แบบประเมิน ดัชนีวัดความสุขของคนไทย (ที่มา: กรมสุขภาพจิต, ปี 2547) แบบประเมินภาวะความเครียด (ที่มา: กรมสุขภาพจิต, ปี 2551) แบบประเมินตนเอง ชุดที่ 1 การจัดการกับความเครียด (ที่มา:, ปี 2552) ตัวชี้วัด 1) ร้อยละของประชาชนที่มีสุขภาพจิตดี 2) ร้อยละของประชาชนที่สามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม 3) อัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากรแสนคน

17 -17- ยุทธศาสตร์ 1 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ตัวชี้วัด ระดับยุทธศาสตร์ 1) ร้อยละของประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และ ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิต ตัวชี้วัด ระดับมาตรการ 1) ร้อยละของประชาชนและผู้ที่อยู่กับปัญหาสุขภาพจิตเข้าถึง บริการสุขภาพจิต 2) จำนวนเรื่องการรณรงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และ ทัศนคติที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง 3) จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนใน 76 จังหวัด ที่ให้การยอมรับ/ให้ โอกาสผู้ที่อยู่กับปัญหาสุขภาพจิต แบบสัมภาษณ์ ชุดที่ 2 ประชาชน ความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับ สุขภาพจิตและการเข้าถึงการใช้บริการสุขภาพจิต (ที่มา:, ปี 2552)

18 -18- ยุทธศาสตร์ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน แบบสัมภาษณ์ ชุดที่ 3 เครือข่ายนอกระบบ ความคิดเห็นของกลุ่มเครือข่าย นอกระบบบริการสาธารณสุข (ที่มา:, ปี 2552) ข้อมูลทุติยภูมิ (ที่มา: รพ. สวนปรุง, ปี 2552) ข้อมูลทุติยภูมิ (ที่มา: กรมสุขภาพจิต, ปี 2552) ตัวชี้วัด ระดับยุทธศาสตร์ 1) ร้อยละของจังหวัดที่สถานบริการสาธารณสุขใน จังหวัด มีการจัดระบบบริการสุขภาพจิต และจิตเวช ตามเกณฑ์ของกรมสุขภาพจิต 2) ร้อยละของเครือข่ายนอกระบบบริการสาธารณสุขที่ ได้รับการพัฒนา/ประสานงานมีการบูรณาการ สุขภาพจิตเข้ากับงานของตน ตัวชี้วัด ระดับมาตรการ 1) จำนวนจังหวัดที่มีเครือข่ายสถานบริการสาธารณสุขได้รับการ พัฒนาศักยภาพตามเกณฑ์ฯของกรมสุขภาพจิต 2) จำนวนองค์กรนอกระบบบริการสาธารณสุขที่ได้รับการพัฒนา/ ประสาน

19 -19- ยุทธศาสตร์ 3 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน แบบประเมิน ชุดที่ 4 แบบประเมินการเป็นศูนย์กลางในการศึกษาดูงานและ ฝึกอบรมด้านสุขภาพจิตทั้งในระดับประเทศและ ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ที่มา:, ปี 2552) ข้อมูลทุติยภูมิ (ที่มา: กรมสุขภาพจิต, ปี 2552) ตัวชี้วัด ระดับยุทธศาสตร์ 1) หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิตที่เป็นศูนย์กลาง การศึกษาดูงาน และฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต ทั้ง ในระดับประเทศและในระดับภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ 3 แห่ง (ปี 2554) ตัวชี้วัด ระดับมาตรการ 1) มีคลังความรู้ทางด้านวิชาการด้านสุขภาพจิตที่ผ่านการ วิเคราะห์/สังเคราะห์อย่างเป็นระบบ และพัฒนาให้ทันสมัย อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงได้ 2) มีมาตรฐานการปฏิบัติงานวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ 3) ร้อยละของงานวิจัย/องค์ความรู้ที่มีคุณภาพมาตรฐาน 4) ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายที่มีความพึงพอใจในรูปแบบ และ ช่องทางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิต 5) จำนวนองค์กรในต่างประเทศที่มีการประสานความร่วมมือ ทางด้านวิชาการสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง

20 -20- ยุทธศาสตร์ 4 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ข้อมูลทุติยภูมิ (ที่มา: กรมสุขภาพจิต, ปี 2552) ตัวชี้วัด ระดับยุทธศาสตร์ 1) จำนวนหน่วยบริการจิตเวชที่มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง ตัวชี้วัด ระดับมาตรการ 1) จำนวนหน่วยบริการจิตเวชผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐาน 2) จำนวนหน่วยบริการจิตเวชที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในระดับตติยภูมิ 3) จำนวนหน่วยบริการจิตเวชที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานบริการจิตเวช เฉพาะทาง (Excellence Center)

21 -21- ยุทธศาสตร์ 5 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ข้อมูลทุติยภูมิ (ที่มา: กรมสุขภาพจิต, ปี 2552) ตัวชี้วัด ระดับยุทธศาสตร์ 1) ระดับคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการประเมินผลการปฏิบัติ ราชการของกรมสุขภาพจิตตามคำรับรองการปฏิบัติ ราชการของ กพร. ตัวชี้วัด ระดับมาตรการ 1) กฎหมายสุขภาพจิตมีผลบังคับใช้ 2) จำนวนฐานข้อมูลสุขภาพจิตระดับประเทศที่มีความครอบคลุม ทันสมัยและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 3) ร้อยละของหน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต มีการบริหารจัดการ นโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลตามเกณฑ์ 4) กรมสุขภาพจิตมีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพองค์กรอย่าง ต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่การได้รับการรับรองมาตรฐาน PMQA 5) ร้อยละของบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาตามแผนการพัฒนา บุคลากรรายบุคคล (IDP)

22 -22- ปัญหา/อุปสรรค ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปัญหา เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เป้าหมาย 1) ความชัดเจนและการเป็นที่ยอมรับของปัญหาและอุปสรรคต่างๆ 2) ความเป็นไปได้ของข้อเสนอแนะในการดำเนินงานและปรับปรุง แบบสัมภาษณ์ ชุดที่ 3 แบบสำรวจปัญหาและอุปสรรค (ที่มา:, ปี 2552)

23 -23- ภูมิหลังกลุ่มตัวอย่าง ผู้ตอบแบบสอบถาม ชุดที่ 1 กลุ่มประชาชนทั่วไป

24 -24- ภูมิหลังกลุ่มตัวอย่าง 52% 48% หญิง ชาย เพศ อายุ (%) ปี ปี มากกว่า 60 ปีขึ้นไป ปี ปี ปี อาชีพ ค้าขายรายย่อย/หาบเร่/แผงลอย รับจ้างทั่วไป 20% 23% 9% 11% 9% 12% 8% ข้าราชการ/พนง. รัฐวิสาหกิจ/ลูกจ้างรัฐ เจ้าของกิจการ นักเรียน/นักศึกษา พนง.เอกชน อื่นๆ 8% เกษตรกร จำนวน 4,205 ราย

25 -25- ระดับการศึกษา (%) มัธยมปลาย/ ปวช. มัธยมต้น หรือต่ำกว่า ปริญญาตรี ขึ้นไป อนุปริญญา/ ปวส./ปวท รายได้ครอบครัว (ต่อเดือน) (%) มากกว่า 30,000 บาทขึ้นไป 14 20,001-30,000 บาท 20 10,001-20,000 บาท 34 5,000-10,000 บาท 25 ต่ำกว่า 5,000 บาท 14 จำนวน 4,205 ราย ภูมิหลังกลุ่มตัวอย่าง

26 -26- สรุปผลภาพรวม ของการประเมินแผนยุทธศาสตร์ฯ (ระยะครึ่งแผน: 2552)

27 -27- ตัวชี้วัดเป้าประสงค์หลัก/ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย 2554สถานะปี 2552 การบรรลุ เป้าหมาย 1. ประสิทธิภาพของแผนยุทธศาสตร์ 1.1 เป้าประสงค์หลัก ประชาชนที่มีสุขภาพจิตดีร้อยละ 70ร้อยละ 78√-ปี ประชาชนสามารถจัดการกับ ความเครียดได้อย่างเหมาะสม ร้อยละ 70ร้อยละ 84√-ปี อัตราการฆ่าตัวตาย ไม่เกิน 6.5 ต่อแสนประชากร 5.96√-ปี 54 ภาพรวมของผลการประเมิน

28 ประชาชนที่มีสุขภาพจิตดี (%) คะแนน คะแนน 51 ต่ำกว่า 28 คะแนน 22 คะแนนเฉลี่ย 31 ระดับเป้าประสงค์หลัก จำนวน 4,205 ราย นิยามของผู้ที่มีสุขภาพจิตดี คือ ผู้ที่ได้คะแนนจากแบบประเมินดัชนีความสุขของคนไทย ตั้งแต่ 28 คะแนนขึ้นไป 78%

29 -29- ผลการประเมินแผน ประชาชนที่มีสุขภาพจิตดี (%) คะแนน คะแนน 51 ต่ำกว่า 28 คะแนน 22 คะแนนเฉลี่ย 31 ระดับเป้าประสงค์หลัก จำนวน 4,205 ราย ตะวันออก เฉียงเหนือ (1,458) เหนือ (815) กรุงเทพฯ และปริมณฑล (753) ใต้ (519) ตะวันออก (505) กลาง (155) ประชาชนทั่วไป (3,773) ประชาชน ผู้อยู่กับ ปัญหา (432) 24%35%23%26%27% 28%14% 51%50% 55%54%41%51%54% 26%15%27%19%18%32%21%32%

30 -30- ระดับความเครียดของประชาชนในปัจจุบัน (%) ระดับเป้าประสงค์หลัก จำนวน 4,205 ราย 0-5 คะแนน (%) คะแนน คะแนน คะแนน 2 30 คะแนนขึ้นไป 2 คะแนนเฉลี่ย 10.6 นิยามของผู้ที่มีความเครียดอยู่ในระดับปกติ คือ ผู้ที่ได้คะแนนจากแบบประเมินระหว่าง 6-17 คะแนน

31 ประชาชนสามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม ระดับเป้าประสงค์หลัก นิยามของผู้ที่สามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม คือ ผู้ที่เคยนำวิธีการจัดการความเครียดที่ถูกต้องเหมาะสมมาใช้เท่านั้น วิธีการที่ใช้ในการจัดการกับความเครียดอันดับที่ 1อันดับที่ 2อันดับที่ 3 1. นอนพักผ่อน 19%20%16% 2. ดูหนัง ฟังเพลง 19%20%13% 3. หางานอดิเรกทำ 12% 4. ปรึกษาคนในครอบครัว 12%11%10% 5. ออกกำลังกาย 12%8%9% 6. ทำบุญ สวดมนต์ ไปวัด / โบสถ์ / มัสยิด 11%7%9% 7. ปรึกษาคนนอกครอบครัว / เพื่อน 6%8% 8. ดื่มของมึนเมา เช่นเบียร์ สุรา 2% 9. สูบบุหรี่ 1%2% 84%

32 -32- ภาพรวมของผลการประเมิน สรุปผลการประเมิน ยุทธศาสตร์ที่ 1 ตัวชี้วัดเป้าประสงค์หลัก/ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย 2554 เป้าหมาย 2552 สถานะปัจจุบัน การบรรลุ เป้าหมาย ระดับยุทธศาสตร์ 1. ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้อง เกี่ยวกับสุขภาพจิต ร้อยละ 70-ร้อยละ 20×- ปี 54 ระดับมาตรการ 1. การรณรงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติ ที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่าง ต่อเนื่อง 5 เรื่อง (ปีละ 1 เรื่อง) 3 เรื่อง (ปีละ 1 เรื่อง) 4 เรื่อง√- ปี การให้การยอมรับ/ให้โอกาสผู้ ที่อยู่กับปัญหาสุขภาพจิต 3,750 หมู่บ้าน 20 ชุมชน 2,250 หมู่บ้าน 12 ชุมชน 3,490 หมู่บ้าน 12 ชุมชน √-ปี ประชาชนและผู้ที่อยู่กับปัญหา สุขภาพจิตเข้าถึงการบริการ สุขภาพจิต ร้อยละ 40ร้อยละ 30ร้อยละ 18×- ปี 52

33 -33- จำนวน 4,205 ราย นิยามของประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตดี คือ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพจิต 13 คะแนนขึ้นไป และมีคะแนนทัศนคติตั้งแต่ 42 คะแนนขึ้นไป ประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ประชาชนที่มี ทัศนคติที่ดี ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ที่ 1 ผลการประเมินผลตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ที่ 1

34 -34- นิยามของมีความรู้ ความเข้าใจทางด้านสุขภาพจิตอยู่ในระดับดี คือ ผู้ที่ได้คะแนนจากแบบประเมิน 13 คะแนนขึ้นไป หรือทำถูกร้อยละ 80 ขึ้นไป ยุทธศาสตร์ 1 ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิต 13 คะแนนขึ้นไป (%) คะแนน 20 ต่ำกว่า 9 คะแนน 4 76% ประชาชนที่มี ความรู้ ความเข้าใจที่ ถูกต้อง

35 -35- ยุทธศาสตร์ 1 จำนวน 4,205 ราย ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิต คุณลักษณะ ร้อยละของ ประชาชน ที่ตอบถูกต้อง 1. ความสามารถปรับตัว/ปรับใจให้ยอมรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้98% 2. การไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นที่ต่างจากตน69% 3. ความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคได้97% 4. ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น97% 5. ระบายอารมณ์โกรธด้วยการทำลายข้าวของ92% 6. ความสามารถในการใช้ความรู้สึกขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาเป็นแรงผลักในการดำรงชีวิตได้ในสังคม86% 7. ความสามารถในการกำจัดความเครียดอย่างถูกวิธีและไม่เสียสุขภาพ96% 8. มีความพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่97% 9. การแสดงอารมณ์ได้อย่างเต็มที่จะได้ไม่ต้องเก็บกด31% 10. เป็นคนหงุดหงิด โมโหง่าย89% ประชาชนที่มี ความรู้ ความเข้าใจที่ ถูกต้อง

36 -36- ยุทธศาสตร์ 1 (%) จำนวน 4,205 ราย ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิต สาเหตุ ร้อยละของ ผู้ที่ตอบถูกต้อง 1. เกิดจากความผิดปกติจากการทำงานของร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางสมอง ระบบประสาทส่วนกลาง 85% 2. เกิดจากสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ความเครียดจากสภาพสังคม การทำงาน การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น 95% 3. เกิดจากการใช้ยาเสพติด / ติดสุรา 88% 4. เกิดจากลักษณะนิสัยในแต่ละบุคคล เช่น การเอาแต่ใจตนเอง การไม่โอนอ่อนผ่อนตาม 85% 5. เกิดจากกรรมพันธุ์ สืบทอดต่อกันลงมา 41% 6. เกิดจากการอบรมเลี้ยงดูของผู้ปกครอง 78%

37 -37- (%) 48 คะแนนขึ้นไป คะแนน คะแนน คะแนน 30 ต่ำกว่า 30 คะแนน 4 นิยามของมีผู้ที่มีทัศนคติที่ดีด้านสุขภาพจิต คือ ผู้ที่ได้คะแนนจากแบบประเมิน 42 คะแนนขึ้นไป ยุทธศาสตร์ 1 ทัศนคติด้านสุขภาพจิตของประชาชน 22% ประชาชนที่มี ทัศนคติที่ดี

38 -38- ยุทธศาสตร์ 1 แบบประเมินทัศนคติด้านสุขภาพจิตของประชาชน ข้อคำถามทัศนคติ ค่าเฉลี่ย ที่ได้ ส่วนต่างจาก คะแนนเต็ม 5 คะแนน 1. ผู้ป่วยทางจิตมักมีพฤติกรรมแปลกๆ และมักทำพฤติกรรมที่คนธรรมดาไม่สามารถคาดการณ์ได้เชิงลบ ผู้ที่เคยป่วยทางจิตมาแล้ว ยากที่จะกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขได้เชิงลบ ถ้าในชุมชนที่ฉันพักอาศัยอยู่มีสถานบริการผู้ป่วยทางจิตมาตั้งอยู่ ฉันคิดว่าฉันจะต้องย้ายบ้าน หนีแน่นอน เชิงลบ แม้ว่าผู้ป่วยทางจิตจะได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว แต่ฉันยังรู้สึกกลัวที่จะอยู่ใกล้อยู่ดีเชิงลบ ผู้ป่วยทางกายและผู้ป่วยทางจิตไม่ควรที่จะได้รับการรักษาที่สถานพยาบาลเดียวกันเชิงลบ เมื่อคู่สมรสของตนเองป่วยทางจิต กฎหมายควรอนุญาตให้คู่สมรสอีกฝ่ายสามารถยื่นเรื่องเพื่อ ขอหย่าได้ เชิงลบ ผู้ป่วยทางจิตดูน่ากลัว และมักมีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความรุนแรงเชิงลบ แม้จะพิจารณาจากบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียว เราก็สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้ป่วยทางจิตเชิงลบ หากได้รับการดูแลอย่างดีจากคนในครอบครัวรวมถึงญาติมิตร ผู้ป่วยทางจิตก็สามารถที่จะ หายขาด หรือสามารถกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างเดิม เชิงบวก ฉันเห็นว่าผู้ที่มีอาการป่วยทางจิตไม่ควรบอกให้ใครทราบว่าตนเองกำลังมีอาการป่วยทางจิต อยู่ เนื่องจากดูน่าอับอาย และอาจเสียสิทธิในการกลับมาทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมได้ เชิงลบ ผู้ป่วยทางจิตที่รักษาหายแล้วควรมีญาติดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันคนไข้ก่อเหตุร้ายเชิงลบ ผู้ป่วยทางจิตที่รักษาหายแล้วควรมีโอกาสได้กลับมาทำงานตามปกติเชิงบวก

39 -39- จำนวน 4,205 ราย นิยามของประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตดี คือ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพจิต 13 คะแนนขึ้นไป และมีคะแนนทัศนคติตั้งแต่ 42 คะแนนขึ้นไป ประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ประชาชนที่มี ทัศนคติที่ดี ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ที่ 1

40 -40- จำนวน 4,205 ราย นิยามของประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตดี คือ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพจิต 13 คะแนนขึ้นไป และมีคะแนนทัศนคติตั้งแต่ 42 คะแนนขึ้นไป ประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง 76% ประชาชนที่มี ทัศนคติที่ดี 22% 20% ผลการประเมิน ยุทธศาสตร์ที่ 1

41 -41- จำนวน 4,205 ราย ข้อมูลข่าวสาร/ โครงการ/กิจกรรม บริการทางสถานบริการ สุขภาพจิต บริการ Call Center ยุทธศาสตร์ที่ 1 : มาตรการที่ 3 ตัวชี้วัด มาตรการ ที่ 3

42 -42- ยุทธศาสตร์ที่ 1 : มาตรการที่ 3 การสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ที่อยู่กับปัญหาเข้าถึงการบริการสุขภาพจิต จำนวน 4,205 ราย การได้รับข้อมูล/ข่าวสารการเข้าใช้สถานบริการการใช้บริการ Call Center เข้าร่วมโครงการสุขภาพจิต ไม่เคยรับทราบ/ใช้บริการ เคยรับทราบ/เข้าใช้บริการ 12 (%) การใช้บริการ Call Center (38 ราย) % % ข้อมูล/ข่าวสารที่ได้รับ การจัดอบรมจากหน่วยงานต่างๆ สื่อ เช่น TV เอกสาร แผ่นพับ การเข้าใช้สถานบริการสุขภาพจิต โรงพยาบาลจิตเวช 67% โรงพยาบาลทั่วไป 11%

43 -43- จำนวน 4,205 ราย นิยามของประชาชนและผู้ที่อยู่กับปัญหาเข้าถึงการบริการสุขภาพจิต คือ ประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารการเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมต่างๆ หรือเคยเข้าใช้บริการทาง สถานบริการสุขภาพจิต หรือใช้บริการ Call Center ได้รับข้อมูล 12% ใช้บริการ สถานบริการสุขภาพจิต 8% ใช้บริการ Call Center 1% 18% ผลการประเมิน ยุทธศาสตร์ที่ 1 : มาตรการที่ 3

44 -44- ภาพรวมของผลการประเมิน สรุปผลการประเมิน ยุทธศาสตร์ที่ 2 ตัวชี้วัดเป้าประสงค์หลัก/ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย 2554 เป้าหมาย 2552 สถานะปัจจุบัน การบรรลุ เป้าหมาย ระดับยุทธศาสตร์ 1.การจัดระบบบริการสุขภาพจิต และจิตเวชตามเกณฑ์ ของกรมสุขภาพจิต ร้อยละ 50-ร้อยละ 100√-ปี การได้รับการพัฒนา/ ประสานงานมีบูรณาการ สุขภาพจิตเข้ากับงานของตน ร้อยละ 30-ร้อยละ 68√-ปี 54 ระดับมาตรการ 1. จังหวัดที่มีเครือข่ายสถาน บริการสาธารณสุขได้รับ การพัฒนาศักยภาพตามเกณฑ์ ของกรมสุขภาพจิต 22 จังหวัด20 จังหวัด26 จังหวัด√- ปี จำนวนองค์กรนอกระบบบริการ สาธารณสุขที่ได้รับ การพัฒนา/ประสานงาน 10 แห่ง 35 แห่ง√- ปี 54

45 -45- ภาพรวมของผลการประเมิน สรุปผลการประเมิน ยุทธศาสตร์ที่ 3 ตัวชี้วัดเป้าประสงค์หลัก/ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย 2554 เป้าหมาย 2552 สถานะปัจจุบัน การบรรลุ เป้าหมาย ระดับยุทธศาสตร์ 1. การเป็นศูนย์กลางในการศึกษา ดูงานและฝึกอบรมด้าน สุขภาพจิตทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค 3 แห่ง-0 แห่ง×- ปี 54 ระดับมาตรการ 1. การมีคลังความรู้ทางด้าน วิชาการด้านสุขภาพจิต มี √- ปี การมีมาตรฐานการปฏิบัติ งานวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ มี √- ปี ร้อยละของงานวิจัย/องค์ความรู้ ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ร้อยละ 50ร้อยละ 30ร้อยละ 60√- ปี ร้อยละของผู้ที่มีความพึงพอใจ ในรูปแบบและช่องทางการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ร้อยละ 80ร้อยละ 75ร้อยละ 95.6√- ปี จำนวนองค์กรในต่างประเทศที่มี การประสานความร่วมมือกัน 10 แห่ง6 แห่ง17 แห่ง√- ปี 54

46 -46- หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิตที่เป็นศูนย์กลางการศึกษาดูงานและฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต ทั้งในระดับประเทศและในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตัวชี้วัดและเป้าหมาย ประเด็นที่ประเมิน สถาบันที่ทำการประเมิน/ระดับคะแนนที่ได้ ราชานุกูลศรีธัญญา สมเด็จ เจ้าพระยา สถาบัน กัลยาณ์ฯ สวนปรุง 1. จัดตั้งคลังความรู้ทางวิชาการด้านสุขภาพจิต 3 คะแนน 2. การพัฒนามาตรฐานและคุณภาพงานวิจัยและ พัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิต และ ศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิต ตามมาตรฐานฯ และกรอบ ทิศทางการวิจัย ด้านสุขภาพจิต 3 คะแนน 3. พัฒนาการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน สุขภาพจิตในรูปแบบที่หลากหลาย ผ่านช่อง ทางการสื่อสารสาธารณะสู่กลุ่มเป้าหมายอย่าง ต่อเนื่อง รอเอกสาร 3 คะแนน2 คะแนน 4. พัฒนาความร่วมมือทางวิชาการด้าน สุขภาพจิตกับองค์กรที่เกี่ยวข้องใน ต่างประเทศ รอเอกสาร 2 คะแนน 3 คะแนน รวมคะแนน รอเอกสาร 11 คะแนน 10 คะแนน 11 คะแนน การประเมินแผนฯ : ยุทธศาสตร์ที่ 3

47 -47- ประเด็นที่ประเมิน สถาบันที่ทำการประเมิน/ระดับคะแนนที่ได้ ราชานุกูลศรีธัญญา สมเด็จ เจ้าพระยา สถาบัน กัลยาณ์ฯ สวนปรุง 1. จัดตั้งคลังความรู้ทางวิชาการด้านสุขภาพจิต 3 คะแนน 2. การพัฒนามาตรฐานและคุณภาพงานวิจัยและ พัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิต และ ศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิต ตามมาตรฐานฯ และกรอบ ทิศทางการวิจัย ด้านสุขภาพจิต 3 คะแนน 3. พัฒนาการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน สุขภาพจิตในรูปแบบที่หลากหลาย ผ่านช่อง ทางการสื่อสารสาธารณะสู่กลุ่มเป้าหมายอย่าง ต่อเนื่อง รอเอกสาร 3 คะแนน2 คะแนน 4. พัฒนาความร่วมมือทางวิชาการด้าน สุขภาพจิตกับองค์กรที่เกี่ยวข้องใน ต่างประเทศ รอเอกสาร 2 คะแนน 3 คะแนน รวมคะแนน รอเอกสาร 11 คะแนน 10 คะแนน 11 คะแนน ร้อยละความพึงพอใจไม่ถึงร้อยละ 80 ไม่มีกระบวนการติดตามผลการดำเนินการพัฒนา ความร่วมมือทางวิชาการกับเครือข่ายต่างประเทศ ผลการประเมินแผนฯ : ยุทธศาสตร์ที่ 3

48 -48- ภาพรวมของผลการประเมิน สรุปผลการประเมิน ยุทธศาสตร์ที่ 4 ตัวชี้วัดเป้าประสงค์หลัก/ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย 2554 เป้าหมาย 2552 สถานะปัจจุบัน การบรรลุ เป้าหมาย ระดับยุทธศาสตร์ 1.หน่วยงานบริการจิตเวชที่มีความ เป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellence Center) ทางหน่วยงานกำลังดำเนินการ จัดทำผลประเมินฯ ระดับมาตรการ 1. จำนวนหน่วยงานจิตเวชได้รับ การรับรองคุณภาพ มาตรฐาน (HA) 17 แห่ง 10 แห่ง×-ปี หน่วยงานจิตเวชที่ผ่านเกณฑ์ มาตรฐานในระดับตติยภูมิ ขั้นที่ 1 5 แห่ง ขั้นที่ 2 5 แห่ง ขั้นที่ 3 4 แห่ง ขั้นที่ 1 4 แห่ง ขั้นที่ 2 3 แห่ง ขั้นที่ 3 - ขั้นที่ 1 4 แห่ง ขั้นที่ 2 8 แห่ง ขั้นที่ 3 5 แห่ง √-ปี 52 3.หน่วยงานจิตเวชที่ผ่านเกณฑ์ บริการจิตเวชเฉพาะทาง (Excellence Center) ทางหน่วยงานกำลังดำเนินการ จัดทำผลประเมินฯ

49 -49- ผลการประเมินแผน ยุทธศาสตร์ที่ 4: มาตรการ 1 จำนวนหน่วยบริการจิตเวชที่ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐาน (HA) ตัวชี้วัดและเป้าหมาย จำนวนหน่วยบริการจิตเวชผ่านการรับรอง คุณภาพมาตรฐาน (HA) เป้าหมาย 2552 สถานะ ปี 2550 สถานะ ปี 2551 สถานะปัจจุบัน 17 แห่ง7 แห่ง9 แห่ง10 แห่ง หน่วยบริการจิตเวชที่ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐาน (HA)  สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา  โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์  โรงพยาบาลสวนปรุง  สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์  สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์  โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์  โรงพยาบาลสวนสราญรมย์  โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์  โรงพยาบาลศรีธัญญา  โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

50 -50- ภาพรวมของผลการประเมิน สรุปผลการประเมิน ยุทธศาสตร์ที่ 5 ตัวชี้วัดเป้าประสงค์หลัก/ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย 2554 เป้าหมาย 2552 สถานะปัจจุบัน การบรรลุ เป้าหมาย ระดับยุทธศาสตร์ 1.ระดับคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการ ประเมินผลการปฏิบัติราชการของกรม สุขาพจิตตามคำรับรองของการปฏิบัติ ราชการของ กพร คะแนน-4.64 คะแนน√- ปี 54 ระดับมาตรการ 1. การบังคับใช้ของกฏหมายสุขภาพจิตมีกฎหมาย √- ปี จำนวนฐานข้อมูลสุขภาพจิต ระดับประเทศที่มีความครอบคลุม ทันสมัยและสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ได้ 42 ฐานข้อมูล34 ฐานข้อมูล29 ฐานข้อมูล×-ปี ร้อยละของหน่วยงานในสังกัดกรม สุขภาพจิต มีการบริหารจัดการ นโยบายและยุทธศาสตร์สุขภาพจิตที มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตาม เกณฑ์ ร้อยละ 80ร้อยละ 75ร้อยละ 95√- ปี กรมสุขภาพจิตมีการพัฒนาและ ปรับปรุงคุณภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การได้รับมาตรฐาน PMQA มี √- ปี ร้อยละของบุคคลากรที่ได้รับการ พัฒนาตามแผนการพัฒนาบุคลากร รายบุคคล (IDP) ร้อยละ 60ร้อยละ 40ร้อยละ 50√-ปี 52

51 -51- ผลการประเมินแผน ยุทธศาสตร์ที่ 5: มาตรการ 2 จำนวนฐานข้อมูลสุขภาพจิตระดับประเทศที่มีความครอบคลุม ทันสมัย และสามารถนำไป ใช้ประโยชน์ได้ ตัวชี้วัดและเป้าหมาย จำนวนฐานข้อมูลสุขภาพจิตระดับประเทศที่มี ความครอบคลุม ทันสมัย และสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ได้ เป้าหมาย 2552 สถานะปัจจุบัน 34 ฐานข้อมูล 29 ฐานข้อมูล (สะสม)

52 -52- ปัญหา และอุปสรรค

53 -53- ปัญหา/อุปสรรค 1. ภาครัฐและกรมสุขภาพจิต  ใส่ใจในเรื่องสุขภาพจิตค่อนข้างน้อย เห็นความสำคัญในเรื่องสุขภาพกายมากกว่า  งบประมาณในการทำงานมีน้อย ทำให้ไม่เพียงพอ  ขาดความชัดเจนในคำสั่งที่ทางกรมให้ดำเนินการ  ขาดข้อมูลในส่วนกำลังบุคลากรที่จะดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม  ขาดความต่อเนื่องของโครงการ  ไม่ได้ทำงานแบบบูรณาการภายในระดับกรม  ไม่มีการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงฯ เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับ โรงเรียน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา อปท. อบต.  ไม่สามารถตอบสนองในแต่ละพื้นที่ได้ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีปัญหาที่แตกต่างกัน

54 บุคลากร/เจ้าหน้าที่ทางด้านสุขภาพจิต  บุคลากร เจ้าหน้าที่ทางสุขภาพจิตไม่เพียงพอ โดยแต่ละคนมีพื้นที่จะต้องรับผิดชอบค่อนข้างมาก ดังนั้นอาจเกิดความไม่ทั่วถึง  บุคลากร/เจ้าหน้าที่ไม่เสียสละ ปฏิบัติงานไม่จริงจังของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน ทางด้านสุขภาพจิต  เจ้าหน้าที่บุคลากรขาดการพัฒนาตนเองในด้านความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ 3. สื่อ/เทคโนโลยี/ช่องทางการถ่ายทอดความรู้  ขาดการสนับสนุนทางด้านสื่อ/เอกสาร/เทคโนโลยีที่จัดให้กับหน่วยงานและประชาชน  เพิ่มช่องทางการสื่อสาร-การให้ความรู้  ระบบทางอิเล็กทรอนิค ไม่คล่องตัว การรายงานผลในแต่ละท้องที่ต้องล่าช้า การส่งต่อข้อมูลล่าช้า ปัญหา/อุปสรรค

55 ความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติของประชาชน  ประชาชนยังมีความเข้าใจในเรื่องปัญหาสุขภาพจิตน้อย 5. สาเหตุอื่นๆ  ผลพวงจากสถานการณ์บ้านเมือง เช่น เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบและปัญหาทางเศรษฐกิจ/ความขัดแย้งใน เรื่อง 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้  ภูมิประเทศมีความยากลำบากในการเข้าถึง  การประชุมโดยให้มาที่ กทม. ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำงานในท้องที่ได้ เสียเวลา น่าจะประชุม ทาง Conference  ตัวชี้วัดของทางกรมฯ ไม่ชัดเจน  ไม่มีระบบบริการสุขภาพแบบการบำบัดรักษาผสมเชิงป้องกันอย่างถาวร ปัญหา/อุปสรรค

56 ทางภาครัฐและกรมสุขภาพจิต  นโยบายทางภาครัฐการให้ความใส่ใจ สนใจ และให้เป็นนโยบายแห่งชาติ และมีความต่อเนื่อง  เพิ่มการบูรณาการงานด้านสุขภาพจิต สอดแทรกในทุกโครงการที่จะลงสู่ประชาชน  การมีระบบการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อที่จะได้ทราบจุดที่ต้องปรับปรุง  การสร้างแรงจูงใจในการทำงานของหน่วยงานทางภาครัฐที่มีต่อเจ้าหน้าที่/บุคลากร  การประสานความร่วมมือของหน่วยงานที่ทำประโยชน์สู่ประชาชน เพื่อตอบสนองความต้องการ ของประชาชนได้ตรงจุด  งบประมาณทางด้านต่างๆ เช่นค่าตอบแทน ขวัญกำลังใจ งบประมาณโครงการต่างๆ  สร้างทัศนคติให้ผู้บริหารต่างเกิดความความตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตของผู้บริหารต่างๆ 2. บุคลากร/เจ้าหน้าที่ทางด้านสุขภาพจิต  เจ้าหน้าที่/บุคลากรทางด้านสุขภาพจิต ต้องมีความตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของตน และควรมีการฝึกอบรมเพิ่มความรู้ให้กับตนเองอยู่ตลอดเวลา  ความเพียงพอของเจ้าหน้าที่/บุคลากรในการปฏิบัติงานให้ครอบคลุม และไม่เป็นภาระหนักจนเกินไป  การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับทางบุคลากรทางสุขภาพจิต ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ

57 สื่อ/เทคโนโลยี/ช่องทางการถ่ายทอดความรู้  ความเพียงพอของสื่อ/เอกสาร/เทคโนโลยี หรืออื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติที่ถูกต้อง ทางด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชน  การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อต่างๆ โดยสอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพจิต อีกทั้งป้องกันสื่อ ที่ไม่เหมาะสม  ทางภาครัฐควรมีช่องทางในการให้ความรู้กับประชาชนมากกว่านี้ 4. ความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติของประชาชน  ความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องทางด้านสุขภาพจิต  ความร่วมมือจากภาคประชาชน 5. สถานบริการด้านจิตเวช  ความเพียงพอของสถานที่/หน่วยงานทางด้านสุขภาพจิต ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ

58 ประชาชน  มีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับมีต่อสุขภาพจิต เช่น เห็นว่าการป่วยทางจิตนั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอาย รักษาไม่หาย ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความล้มเหลว 2. นโยบายจากทางภาครัฐ/กรมสุขภาพจิต  ความไม่เท่าเทียมกันของ พรบ. ต่างๆ ในการคุ้มครองคนไข้  การเร่งทำผลงานให้กับทางกรมฯ จนหน่วยงานไม่มีเวลาคิด/ทำ สิ่งที่หน่วยงานต้องการ  การขาดการบูรณาการในการทำงานระหว่างหน่วยงานที่ลงโครงการต่างๆ สู่ประชาชน  ภาครัฐไม่เห็นความสำคัญของปัญหาทางด้านสุขภาพจิต  ไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้  การประสานงานร่วมกันทำงานระหว่างฝ่ายรัฐด้วยกันนั้นยังติดขัด ล่าช้า  งบประมาณทางด้านจิตเวชมีไม่เพียงพอต่อการทำงาน  สถานบริการทางจิตเวชมีน้อย และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งบริการ  สภาพปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคมที่แย่ สถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในภาวะตึงเครียด

59 -59- ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความล้มเหลว 3. บุคลากร เจ้าหน้าที่  การปรับเปลี่ยนบุคลากรในการทำงานบ่อยจนไม่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง  การมีบุคลากรน้อยไม่เพียงพอ  เจ้าหน้าที่/บุคลากร ไม่มีความรู้ด้านสุขภาพจิต หรือมีน้อย  การไม่มีขวัญ กำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน  เจ้าหน้าที่/บุคลากร มีความใส่ใจ รับผิดชอบต่องานที่ทำน้อย 4. สื่อ/เทคโนโลยี/ช่องทางการถ่ายทอดความรู้  การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อต่างๆ น้อย มีการเสนอสื่อที่ไม่เหมาะสมออกสู่ประชาชน  การมีสื่อ/เอกสาร/ข้อมูล/เทคโนโลยีที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่

60 -60- ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล 1.ควรมีการดูแลสุขภาพกายก่อน  สร้างอาชีพ/ฝึกอาชีพให้ชุมชน  ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เช่น เรื่องปากท้อง  ส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย  พัฒนาคุณภาพทางด้านสิ่งแวดล้อม  ลดปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง  เข้าช่วยเหลือ เมื่อภาวะทางเศรษฐกิจไม่ดี 2.ให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชน และส่งเสริมให้บุคคลากรด้านสุขภาพจิตมีคุณภาพ มากขึ้น  มีกิจกรรมที่มุ่งให้ความรู้กับประชาชนโดยตรง  จัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรมีประสิทธิภาพในการบริการงานด้านสุขภาพจิต ความคิดเห็นจากกลุ่มประชาชน

61 -61- ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล  ให้การสนับสนุนงานด้านสุขภาพจิตที่ดีเทียบเท่ากับสุขภาพกาย  ควรมีการบูรณาการงานสุขภาพจิตในทุกกระทรวง และมีการติดตามประเมินผล  ความชัดเจนในเรื่องของแผนการบูรณาการ  เพิ่มความชัดเจนในการสื่อสาร  ออกกฏหมาย/พรบ. คุ้มครองผู้ป่วยทางจิต เช่น สิทธิเท่าเทียมกันในการรักษาพยาบาล  ควรมีการรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ถูกต้องแก่ประชาชน  มีการสอดแทรกความรู้เรื่องสุขภาพจิตต่างๆ เข้าไปในกิจกรรมที่ออกสู่ประชาชน  จัดสรรงบประมาณ เพิ่มสถานบริการทางจิตเวชให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล  เพิ่มความชัดเจนในแต่ละบทบาทหน้าที่  เพิ่มจำนวนบุคลากรให้เพียงพอ จัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความรู้แก่บุคลากรด้านสุขภาพจิต ความคิดเห็นจากกลุ่มบุคลากร ผู้บริหาร/ผู้ปฏิบัติงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต

62 -62- ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล  เน้นที่ประชาชนเป็นหลัก และคำนึงถึงความต้องการของชุมชนเป็นหลัก  เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน  ความสอดคล้องของนโยบายทางด้านสุขภาพจิตกับท้องถิ่น  ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพจิตดี เท่าเทียมกับการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม  รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องสุขภาพจิต  เพิ่มช่องทางในการให้ความรู้กับประชาชนด้วย  งบประมาณในการทำงานของหน่วยงานให้มีอย่างเพียงพอ รวมถึงค่าตอบแทน/ขวัญกำลังใจของบุคลากรใน การทำงาน  พัฒนาความรู้ ความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ให้มีความรู้ทางด้านสุขภาพจิตที่ดี  รัฐควรแสดงออกถึงความเท่าเทียมกันของประชาชนปกติกับผู้ป่วยทางจิต เช่น สิทธิประกันสังคม  ควรสนับสนุนทางด้านความเพียงพอของสถานบริการทางด้านจิตเวช  ปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในระบบสาธารณสุข

63 -63- ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล  รัฐบาลควรให้ความสำคัญด้านสุขภาพจิต เรื่องทางด้านงบประมาณก็จะตามมา  รัฐควรพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ อาชีพ สังคม  รัฐควรแสดงออกถึงความเท่าเทียมกันของประชาชนปกติกับผู้ป่วยทางจิต เช่น สิทธิประกันสังคม  รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องสุขภาพจิต อีกทั้งควรเพิ่มช่องทางในการให้ความรู้กับ ประชาชนด้วย  ควรสนับสนุนทางด้านความเพียงพอของสถานบริการทางด้านจิตเวช  ปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการส่งต่อคนไข้ให้เกิดความสะดวกกว่านี้  สนับสนุนในเรื่องงบประมาณ เครื่องมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ บุคลากรให้มีความเพียงพอ และมีคุณภาพ  ค่าตอบแทน/ขวัญกำลังใจของบุคลากรในการทำงาน  รัฐบาลควรให้ความสำคัญทางด้านสุขภาพจิต  ควรให้ความรู้ทางด้านสุขภาพจิตตั้งแต่เป็นนักเรียนเลย โดยบรรจุไว้ในหลักสูตรของการศึกษาภาคบังคับ  รัฐควรลงมาพิจารณาเรื่องความเพียงพอของเครื่องมือ/เทคโนโลยี/สื่อต่างๆ ที่ลงมาถึงประชาชน  การกระจายงบประมาณให้เพียงพอต่อหน่วยงานทางด้านสุขภาพจิต กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียนอกระบบสาธารณสุข

64 -64- ข้อเสนอแนะ เชิงยุทธศาสตร์

65 ประสานความเข้าใจ สร้างแนวคิดใหม่ที่ตรงกัน สร้างจุดยืนร่วมกับรัฐบาลในการรณรงค์สร้างสุขภาพจิตที่ดี ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการสร้างกิจกรรมเพื่อตระหนักถึงการมี สุขภาพจิตดี การประชาสัมพันธ์ข้อมูล ให้ความรู้ที่ถูกต้อง เกี่ยวกับวิธีการจัดการความเครียด ที่ถูกต้องเหมาะสม สร้างความภาคภูมิใจในบุคลากรที่ทำงานด้านบริการสุขภาพจิต สร้างทัศนคติที่ดี ในการให้โอกาสผู้ป่วยที่อยู่กับปัญหาโรคจิต ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์

66 ปรับปรุงคุณภาพการปฎิบัติงาน ทบทวนบทบาทร่วมกันในทุกส่วนงาน/กรม/กอง ประสานความร่วมมือกับเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน สร้างกิจกรรมเสริมสร้างจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้บริการทางจิตเวช สร้างความภาคภูมิใจในวิชาชีพด้านบริการสุขภาพจิต ให้ความเป็นธรรมและโปร่งใสในการประเมินผล มุ่งติดตามแก้ไข เพื่อก่อให้เกิด ความก้าวหน้าและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ สร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงานที่ปฏิบัติงานได้ดี เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีขององค์กร ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์

67 ปรับปรุงกระบวนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกส่วนงาน เพิ่มการปฏิสัมพันธ์ภายในส่วนงาน และระหว่างกรม กอง ปรับความเข้าใจ ร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน สร้างจิตสำนึกของการทำงานเป็นทีมเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ 4. ทบทวนเป้าหมายของแผนยุทธศาตร์ที่มีการแก้ไขใหม่ ตรวจสอบเป้าหมายของแผนฯ ที่เพิ่งมีการปรับแก้ ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อย แค่ไหน ภายหลังจากรับทราบผลการประเมินครั้งนี้ ระดมความคิดเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่อง และหาทางแก้ไขเพื่อบรรลุเป้าหมาย เสนอให้มีการทบทวนเป้าหมายใหม่ หากเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่สอดคล้องกับ ความเป็นจริง

68 ปรับปรุงคุณภาพบุคลากร ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ จัดงบประมาณในการฝึกอบรมในหัวข้อที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน สร้างเวทีการแลกเปลี่ยนความรู้กันเองภายในส่วนงาน ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์

69 -69-


ดาวน์โหลด ppt -1--1-. -2--2- ส่วนที่ 1: ข้อมูลเบื้องต้น  วัตถุประสงค์โครงการ  ขอบเขตของโครงการ, ระเบียบวิธีการศึกษา  กลุ่มเป้าหมาย, กลุ่มตัวอย่าง, ระยะเวลาการเก็บข้อมูล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google